สรุปบทสัมภาษณ์ Final Fantasy XV หลังงาน TGS 2017 โดยเว็บไซต์แฟมิซือ
 
- คุณทาบาตะบอกว่าตอนแรกนึกว่าแถมต่อคิวเล่นเดโม Comrades จะคนน้อยกว่านี้ แต่ก็ออกมามีคนมากกว่าที่คิด ดีใจที่คนที่เคยเล่นตัวเกมภาคหลักมาแล้ว สามารถเล่นเดโมนี้ต่อได้เลย (เพราะการควบคุมพื้นฐานมันเหมือนกัน)
 
- เมื่อถูกถามว่าซิดนี (ซินดี้) จะปรากฏตัวใน Comrades มั้ย? คุณทาบาตะตอบว่าถึงไม่โผล่ใน Comrade แต่ในบรรดาเนื้อหาที่จะอัพเดทมาปีหน้า ก็จะแสดงความเปลี่ยนแปลงของเหล่าตัวละครสำคัญในช่วง 10 ปีดังกล่าวให้ได้เห็นกัน
 
- เมื่อถามถึงความรู้สึกต่อประสบการณ์ในการสร้างเกม VR? คุณทาบาตะบอกว่า VR ยังมีศักยภาพแฝงอยู่อีกเยอะ แล้วก็เปรียบว่าตอนนี้ VR มันเหมือนตอนกำเนิดโทรศัพท์มือถือเครื่องบะเลิ้มเมื่ออดีตกาล ตอนนั้นไม่คิดกันหรอกว่ามันจะกลายมาเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของคนเรา ตอนนี้ VR มันคงเหมือนโทรศัพท์มือถือในตอนนั้น คือมีข้อจำกัดที่ต้องก้าวข้ามไปให้ได้ก่อน ข้อจำกัดนั้นคือตัวเครื่องสวมหัวที่ค่อนข้างหนักและมีสายระโยงระยาง แต่เมื่อเทคโนโลยีตรงนี้พัฒนาขึ้นไป มันก็จะกลายเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ได้ และถ้า Monster of the Deep ได้รับเสียงตอบรับที่ดี พวกเขาก็จะได้ทำเกม VR อีก
 
- สำหรับการสิ้นสุด ATR คุณทาบาตะบอกว่าพวกแกนำเสนอข้อมูลเกมแบบนี้มา 3 ปีแล้ว พวกเขาที่เริ่มทำ ATR มา ตอนนี้สถานการณ์รอบตัวก็เปลี่ยนไป จากนี้ไปก็จะนำเสนอข้อมูลความคืบหน้าของเกมด้วยวิธีอื่น ไม่ใช่แค่ให้คนสองคนออกมาพูดแบบนี้แล้ว (หัวเราะ)
 
- คุณทาบาตะบอกว่าในขณะที่ FFXV มีเนื้อหาเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทีมงานก็ได้ทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ มากขึ้นไปด้วย ทำให้มีหัวหน้างานเกิดขึ้นมากมายหลายคน ก่อนหน้านี้ก็พึ่งได้แนะนำคุณทาคาฮาชิ ที่เป็นผู้กำกับในส่วนของโหมด Comrades ไป ทีมงานแต่ละคนก็ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์และเติบโตขึ้นมาก ได้ทำงานกันไม่หยุด ตอนนี้ทีมงานต่างก็ได้ตุน EXP เอาไว้มหาศาลแล้ว (หัวเราะ) (แกพูดล้อระบบใน FFXV ที่ตุน EXP ไว้ พอได้นอนเมื่อไหร่ค่อยเลเวลอัพทีเดียว)
 
- สำหรับการอัพเดทเนื้อเรื่องที่จะตามมาในปี 2018 คุณทาบาตะบอกว่ากำลังวางแผนที่จะทำในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับ Core Story ของเกม อยากจะทำในสิ่งที่เป็นเหตุผลให้ผู้เล่นกลับมาเล่นอีกครั้ง และกำลังมอง ๆ ว่าจะทำออกมาเป็นแพ็ค 4 DLC โดยคิดอยู่ว่าจะทำออกมาเป็น Season Pass ชุดใหม่ (ก็คือชุดที่ 2 ที่แยกจากชุดแรกแล้วนั่นแล)
 
- roadmap สำหรับการอัพเดทเกมในปีหน้า น่าจะได้เปิดเผยในช่วงเดือนพฤศจิกายน
 
- สุดท้ายทางแฟมิซือบอกว่าตอนนี้ฝั่งตะวันตกงงมากว่า FFXV จะได้ลง Swtich หรือไม่อย่างไร? คุณทาบาตะยอมรับว่าที่จริงเขาไม่น่าสร้างปัญหาให้บริษัทอื่นเลย แต่ตอนนี้ขอพูดให้ชัดเลยว่า "ในตอนนี้พวกเรายังไม่มีแผนออก FFXV ให้ Switch" (ニンテンドースイッチに『FFXV』を出す計画は現状、ありません。) ทว่า Switch ก็เป็นฮาร์ดแวร์ที่พวกเขารัก และก็มีการทำ Technical Testing กันบ้าง เนื่องจากทีมงานก็มี Game Engine ของทางค่ายเอง ก็จะดูว่าควรปรับแต่งมันให้เหมาะสมกับ Switch หรือจะฟันฉับว่าควรใช้ Unreal Engine ในการสร้างเกมให้เครื่องนี้มากกว่า นี่ก็เป็นเรื่องที่ต้องคุยกับทั้งทาง Nintendo และ Epic ไปด้วย
 
- สรุปเรื่อง Switch คุณทาบาตะก็บอกว่าแกไม่ได้ปิดโอกาสที่จะทำในอนาคต ไม่ได้บอกว่าเป็นไปไม่ได้ ไม่ได้บอกว่าจะไม่ทำ แต่บอกว่าตอนนี้ยังไม่มีแผนที่จะทำ
 
- หลังจากนี้ก็จะออก Pocket Edition บนมือถือ และ Windows Edition บน PC ให้กับกลุ่มผู้เล่นกลุ่มใหม่ ส่วนกลุ่มเดิมบนคอนโซลก็ขอให้มีความสุขกับ DLC ของโลก FFXV ต่อไปในปีหน้า
 
 


พวกแกนนำรุ่นที่ 2 มาถึงห้องของมาสเตอร์เป็นครั้งแรก มาถึงแล้วเบลนก็เล่นซนโดยการไปเปิดตำราบนโต๊ะก่อนเลย จนสคูลด์ทักว่าพวกเราไม่ควรแตะต้องอะไรในนี้ไม่ใช่เหรอ? แต่เบลนก็บอกว่าถึงตอนนี้ห้องนี้ก็ต้องกลายเป็นของพวกเขาที่เป็นแกนนำรุ่นใหม่แล้ว ซึ่งเอเฟเมร่าก็เห็นด้วย

สคูลด์ถามว่าพวกเราควรก่อตั้งยูเนียนทั้ง 5 ขึ้นใหม่มั้ย? แต่เอเฟเมร่าบอกว่าเขาไม่เห็นด้วย เขาไม่อยากให้ผู้คนแบ่งแยกกันอีก ให้ทุกคนรวมกลุ่มก้อนกัน โดยมีพวกเขา 5 คนช่วยกันดูแลดีกว่า เมื่อผู้คนไม่ต้องยึดติดกับคำว่ายูเนียน ก็จะสามารถใช้ความคิดของตนเองได้เต็มที่

ถึงตรงนี้เบลนแย้งว่าในหนังสือกฎ มันมีกฎข้อนึงระบุว่าพวกเขาทั้ง 5 คนต้องขึ้นเป็นแกนนำยูเนียนรุ่นใหม่นะ แปลว่าก็ต้องมียูเนียน และพวกเขาก็ต้องเป็นแกนนำกันคนละยูเนียน เอเฟเมร่าจะขัดขืนกฎเหรอ?

จังหวะนี้ ลอวเรียมแสดงความเจ้าเล่ห์ออกมาทันทีว่า กฎมันไม่ได้ระบุว่านี่ว่าต้องขึ้นเป็นแกนนำ "ตอนไหน" (ดังนั้นก็เลื่อนเวลาไปเรื่อย ๆ ก็ได้)

เบลนได้ยินก็บอกว่า งั้นก็ระงับเรื่องขึ้นเป็นแกนนำยูเนียนเอาไว้ก่อนละกัน

สคูลด์เห็นด้วย ลอวเรียมเห็นด้วย เวนทำหน้าลังเลแล้วบอกว่าเห็นด้วยละกัน

เมื่อเห็นเวนทำท่าลังเลแบบนี้ เอเฟเมร่าเลยทักว่าจะคิดต่างออกไปก็ได้นะ ไม่เป็นไรหรอก แต่แล้วเวนก็บอกว่าตอนนี้เขาไม่แน่ใจว่าเขาจะเป็นแกนนำยูเนียนได้รึเปล่า ดังนั้นก็แล้วแต่ทุกคนละกัน

จากนั้นเอเฟเมร่าก็บอกทุกคนว่าเพื่อป้องกันความโกลาหล ให้แสร้งทำเป็นเหมือนว่าพวกโหรทั้ง 5 คนยังมีชีวิตอยู่

ลอวเรียมบอกว่าตามกำหนดแล้ว เดี๋ยวทุกคน (แดนเดเลียนที่ข้ามมายังโลกแห่งความฝันนี้) ก็จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งด้วยประสบการณ์อย่างวันแรกที่มาเป็นผู้ใช้คีย์เบลด พอทุกอย่างลงตัวแล้ว ค่อยมาว่ากันใหม่ละกัน

แล้วเบลนก็หยิบหนังสือขึ้นมาวางบนโต๊ะ พร้อมพูดชวนทุกคนขึ้นมาว่า เรามาทำงานแรกกันมั้ย? ในหนังสือนั้นสอนวิธีการสร้างสปิริตขึ้นมาเป็นคู่หูให้แต่ละคน พวกสปิริตอาจไม่มีความสามารถมากเท่าจิริธี แต่ก็สามารถกินฝันร้ายได้

สคูลด์ได้ฟัง ก็คิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี่ตอนที่จิริธี เธอ และเอเฟเมร่าไปคุยกันบนเนินนอกเมือง ในหัวข้อที่ว่าจิริธีไม่สบายใจเลยที่ต้องหลอกเรา แต่ก็ต้องทำเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด (ตรงนี้เป็นหลักฐานว่าพอสงครามคีย์เบลดจบลงมา และเข้ามาในโลกแห่งความฝันแล้ว จิริธี-สคูลด์-เอเฟเมร่า ไปคุยกันบนเนินก่อน แล้วค่อยมายังห้องของเหล่ามาสเตอร์ภายหลัง)

เบลนพูดต่อว่าถ้าทุกคนช่วยกันเลี้ยงสปิริตแล้ว พวกความทรงจำที่เป็นฝันร้ายก็ต้องถูกลบเลือนไปจากความทรงจำของแต่ละคน เขาเชื่อแบบนั้น.... ซึ่งทุกคนก็เห็นพ้องด้วย

จากนั้นเพลยก็บอกว่าการจะสร้างสปิริตได้ ต้องไปรวบรวมชิ้นส่วนความฝัน (Dream Pieces) จากแม่แบบของสปิริตแต่ละตัวก่อน แล้วยังต้องสร้างอะไรบางอย่างขึ้นมาอีก

เบลนอาสาที่จะเป็นคนสร้างอะไรบางอย่างที่เจ้าตัวก็ยังไม่ได้พูดออกมา แล้วก็ฉีกกระดาษออกจากหนังสือ ฝากให้เอเฟเมร่า สคูลด์ เวน ไปช่วยกันรวบรวมชิ้นส่วนความฝันเพื่อสร้างสปิริตมาให้

ด้านลอวเรียม เขาบอกว่าเขาไม่เหมาะกับงานแบบนี้ เบลนเลยบอกว่างั้นมาช่วยเขาทางนี้หน่อย ซึ่งเบลนก็หยิบเครื่องมือทดลอง หลอดแก้ว อะไรต่อมิอะไรไปที่โต๊ะ ลอวเรียมเห็นแล้วก็บอกว่าของโปรดเลย

เป็นอันว่าแบ่งเป็น 2 กลุ่มไปก่อน กลุ่มนึงไปรวบรวมชิ้นส่วนความฝัน อีกกลุ่มนั่งเล่นกับเครื่องมือทดลองไป

https://www.youtube.com/watch?v=Oft0GSBKwvk


รายชื่อ 28 ตัวละครที่ยืนยันว่ามาให้ใช้แน่นอนใน Dissidia -Final Fantasy- NT ซึ่งจะวางจำหน่าย 11 มกราคม 2018 (กอลเบซ่ากับนางเมฆาจะเปิดตัวในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน)

นอกจากนี้ยังมีการประกาศรายชื่อโหมดทั้งหมดดังนี้

1. 3 vs 3 Class Match (หมายถึง Rank Match นั่นแหละ)

2. Non-Class Match (ตีกันขำ ๆ ไม่คิด Rank)

3. Private Match (ตั้ง Rule และกำหนดจำนวนสมาชิกแต่ละฝั่งได้)

4. Summon Battle (ตีกับสัตว์อสูร)

5. Mission Mode (ตีกับ CPU)

6. Training Mode

https://twitter.com/DFFACwiki/status/910875128115871744

นอกจากนี้ ในเกมยังให้ผู้เล่นเลือกใช้ UI ใหญ่เต็มจอแบบ Arcade หรือจะใช้แบบ Normal ซึ่งปรับให้เล็กลงก็ได้

 


สรุปรัฐบาลทาบาตะพบประชาชน รอบ 09.30 น. ของวันที่ 23 กันยายน 2017 (งาน TGS 2017)

หัวข้อของพบประชาชนคราวนี้มีด้วยกัน 3 หัวข้อ

1. ข้อมูลโหมด Online: Comrades

- เป็นโหมดที่ให้ผู้เล่น 4 คนร่วมกันต่อสู้และทำเควสต์ คล้ายเกม Monster Hunter

- ตัวกราฟฟิกที่โชว์ในวันนี้เป็นเวอร์ชั่นเกือบจะ Master แล้ว

- ในโหมดนี้สามารถเล่นแบบ Single Player หรือ Multiplayer ก็ได้

- ใน Singer Player จะมีฐานทัพหลักอยู่ในเมืองเลสทัลลัม และให้อารมณ์เหมือนเกม RPG

- ในโหมด Multiplayer สามารถใช้ A.I. แทนคนจริง ๆ มาร่วมทีมได้ และมีระบบ Voice Chat ในเกมด้วย

- ตอนเริ่มเกม เราจะได้สร้างตัวอวาตาร์ เลือกเสื้อผ้าก่อน แล้วเล่นเป็นหนึ่งในหน่วย Kingsglaive ที่ยังมีชีวิตอยู่


- งานของเราคือการรวบรวมชิ้นส่วนอุกกาบาต นำมาช่วยผลิตพลังงานไฟฟ้า ทำให้โลกที่มืดมิดพอจะมีแสงสว่างหลงเหลือบ้าง

- มีระบบพรแห่งกษัตริย์ เป็นการเลือกมหากษัตริย์โบราณมาคนหนึ่ง คอยให้พรพลังคุ้มครองเรา กษัตริย์แต่ละองค์มีพรพลังแตกต่างกัน เมื่อเลือกแล้วสามารถเปลี่ยนทีหลังได้

- พรพลังแห่งกษัตริย์ ตอนแรกจะให้มาไม่ครบ ต้องไปหาเพิ่มในเกม

- สามารถติดตั้งอาวุธไว้ล่วงหน้าได้ 4 อัน เพื่อสลับการใช้งานไปมา (เหมือนกับตัวน็อคติส)

- เพลงประกอบโหมดนี้ มีชื่อว่า Choosing Hope ประพันธ์โดยลุงโนบุโอะ อุเอมัตสึ และขับร้องโดยเอมิโกะ ซึสึกิ ซึ่งยังเรียนมัธยมอยู่เลย

- คุณซึสึกิ เชี่ยวชาญด้านการร้องเพลงสวดของคริสต์อยู่แล้ว เธอมั่นใจว่าเพลงประกอบนี้ค่อนข้าง Epic ตอนร้องเพลงนี้เพื่อบันทึกเสียง ทำเอาลุงโนบุโอะ แทบหลังน้ำตา


2. ข้อมูล FFXV Universe

- มีพูดเรื่อง Pocket Editio, Windows Edition, เกม Kings Knight ซึ่งผมไม่ได้สนใจ

- มีการยืนยันอีกรอบว่า ณ ตอนนี้มีการพัฒนาเกม VR ตัวที่ 2 ของ Final Fantasy XV (ตัวแรกคือเกมตกปลา Monster of the Deep)

- ประชาสัมพันธ์เรื่องน็อคติสไปร่วมเกม Dissidia -Final Fantasy- NT ออก 11 ม.ค. 2018

3. อนาคตข้างหน้า

- ตัวเกมวางจำหน่ายมาได้ 10 เดือน ทีมงานขอขอบคุณแฟน ๆ เป็นอย่างยิ่ง ตัวเกมก็ขายได้ค่อนข้างดีเลย แฟน ๆ มากมายก็ยังคงเล่นและสนุกกับเกม

- ก่อนหน้านี้ทีมงานก็ครุ่นคิดกันว่าจะให้ Episode Ignis เป็น DLC สุดท้ายของเกมแล้วดีหรือไม่? แต่จากการทำสำรวจที่ผ่านมา (เช่นที่กดโหวตกันจากตัวเกม) ก็เห็นว่าแฟน ๆ ยังโหวตให้ทำเนื้อเรื่องเพิ่มมากกว่านี้อีก

- จากผลโหวตตรงนั้น ทีมงานจึงตัดสินใจว่าจะทำเนื้อหา อัพเดทเกมนี้เพิ่มต่อไปอีกในปี 2018 (จากเดิมที่แผนมีถึงแค่ปลายปี 2017 แล้วค่อยว่ากัน ก็ได้ขยายเวลาต่อไปอีก) ก็จะอัพเดทเนื้อเรื่องส่วนที่ขาดหายไปจาก FFXV เติมเข้าไป จากนี้ไปก็จะเป็นการเจาะลึกเนื้อเรื่องแล้ว

- คราวนี้ เป็นการ ATR พบประชาชนครั้งสุดท้ายแล้ว (เริ่มครั้งแรกในช่วง TGS 2014) หลังจากนี้ทีมงานจะหาวิธีการใหม่ในการสื่อสารกับแฟน ๆ

http://gematsu.com/2017/09/final-fantasy-xv-development-continue-2018

http://www.novacrystallis.com/2017/09/final-fantasy-xv-active-time-report-tokyo-game-show-2017-comrades-multiplayer-dlc-detailed-future-plans/

 

พึ่งมีเวลาว่าง มานั่งปั่น Kingdom Hearts Union χ เซอร์เวอร์อินเตอร์ต่อ ถึงเนื้อเรื่องล่าสุดครับ (ผมเล่นทั้งเซอร์เวอร์ญี่ปุ่นและอินเตอร์น่ะนะ)
 
เมื่อทบทวนเนื้อหามาถึงตอนนี้แล้ว ได้เห็นการตั้งข้อสังเกต ข้อสงสัย ความกังขาต่อกฎและคำสั่งของเบลนแล้ว... ผมเริ่มเชื่อขึ้นมาเรื่อย ๆ ว่าเบลนไม่ใช่คนที่เลวร้าย ไม่ใช่คนที่จะรับบท Evil ของภาคนี้แฮะ
 
บนโลกเรา กฎกติกาหลาย ๆ อย่างมันก็ชวนงง มองแล้วยากจะเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังของมันได้ กฎบางอย่างอาจจะเกิดขึ้นด้วยจุดประสงค์ที่ชั่วร้าย อาจจะไม่มีเหตุผล หรืออาจมีเหตุผลดี ๆ ที่ยากจะเข้าใจ
 
แต่สำหรับกฎที่มาสเตอร์ออฟมาสเตอร์ตั้ง และฝากอวามาบอกแกนนำยูเนียนรุ่นที่ 2 ว่า ให้ปิดบังเรื่องโลกที่ 1 / โลกที่ 2 / ปิดบังเรื่องสงครามคีย์เบลด / ปิดบังเรื่องการล่มสลายของโลกที่ 1 .....ด้วยเหตุผลว่า ไม่อยากให้ต้องมีใครแบกรับความทรงจำที่เลวร้ายแบบนั้น
 
ผมฟังแล้วรู้สึกว่าเหตุผลมันกลวง ๆ เหมือนปั้นมาหลอกมากกว่า ผมแอบสงสัยด้วยซ้ำว่าจุดประสงค์จริง ๆ ที่มาสเตอร์ออฟมาสเตอร์สร้างกฎแบบนั้น ก็เพื่อจะหลอกพวกแดนเดเลียนที่ยังมีชีวิตรอด ไม่ให้รู้ว่าตัวเองถูกส่งเข้ามายัง "โลกแห่งความฝัน"
 
เบลนเองก็กังขาเช่นเดียวกันกับผม เวนตุสเองก็งง ๆ
 
สคูลด์แสดงท่าทีออกชัดเจนว่ากฎต้องเป็นกฎ ไม่รู้ว่าเพราะเธอเป็นพวกหัวอ่อน หรือเพราะมีจุดประสงค์แอบแฝงกันแน่
 
ถึงตรงนี้ กับโจทย์ที่ว่า ใครเป็นคนฆ่าน้องนก (สเตรลิตเซีย - ดอกปักษาสวรรค์ นิสัยนก ๆ) ผมชักมีความรู้สึกในใจว่า อยากให้คนร้าย เป็น "สคูลด์" เหลือเกิน....
 
สคูลด์ทำตัวเหมือนเป็นพวกเคร่งครัดต่อกฎ เจ้าตัวอ้างว่าที่ไม่ยอมบอกเอเฟเมร่าว่าตัวเองถูกแต่งตั้งเป็นแกนนำยูเนียน ก็เพราะอวาบอกว่าให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เธอก็เลยทำตามแบบเคร่งครัด
 
แต่หากว่าจริง ๆ แล้วเธอไม่ได้เป็นพวกเคร่งครัดต่อกฎ.... ในทางตรงข้าม เป็นพวกสร้างภาพว่าเป็นคนที่เคร่งครัดต่อกฎ เพื่อไม่ให้มีใครสงสัยตัวเองล่ะ????
 
ผมเชื่อว่าความรู้สึกที่สคูลด์มีต่อเอเฟเมร่า เป็นของจริง เธอมี Personal Attachment กับเอเฟเมร่า อยากที่จะอยู่เคียงข้างกันจริง ๆ .....แต่ทำไมเธอกลับมีอะไรบางอย่างที่พูดไม่หมด และปิดบังเอเฟเมร่าไว้อยู่
 
เนื้อเรื่องคงบันเทิงน่าดู หากสคูลด์เป็นคนฆ่าน้องนก.... แย่งชิงหนังสือกฎ และสวมรอยเป็นหัวหน้าแกนนำยูเนียนรุ่นที่ 2 แทนน้องนก
 
ด้วยเหตุผลเพียงแค่ว่า... สคูลด์ อยากจะมีเวลาอยู่เคียงข้างเอเฟเมร่า ให้มากที่สุด เท่านั้นเอง....