คุณ aibo เว็บมาสเตอร์ของ FF-Reunion ที่ได้อ่านนิตยสารแฟมิซือฉบับล่าสุดแล้ว ทวีตข้อความบอกว่าในนิตยสารฉบับดังกล่าวได้ลงบทสัมภาษณ์คุณโนมุระ ถึงเรื่องของ Kingdom Hearts III เอาไว้ ซึ่งคุณโนมุระย้ำอีกรอบว่า KHIII นี่คือตอนสุดท้ายของตำนานผู้แสวงหาความมืด และเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับเซอานอร์ท

สำหรับเรื่องของการเอาตัวละครอื่นนอกจากโซระมาใช้ ตอนนี้คุณโนมุระยังไม่ได้ตัดสินใจว่านอกจากโซระแล้ว จะให้ผู้เล่นได้เล่นเป็นริคุและโซระด้วยหรือไม่

นอกจากนี้คุณโนมุระยังพยายามบรรยายถึงสรรพคุณของระบบ Kingdom Shader ที่จะช่วยทำให้สีสันเทกเจอร์ของภาพ มีความใกล้เคียงกับการ์ตูน Disney ตัวต้นฉบับมากยิ่งขึ้น

ส่วนการเปิดเผยรายละเอียดครั้งต่อไปนั้น โปรดรอติตามชมกันได้ในงาน TGS เดือนกันยายนและงาน D23 เดือนตุลาคม

*รายละเอียดเพิ่มเติมจะอัพเดทเมื่อมีสแกนออกมา

เป็นการถามตอบระหว่างคุณ Erren จากเว็บ Nova Crystallis กับคุณคิตาเสะ ผู้อำนวยการสร้าง Final Fantasy X l X-2 HD Remaster ภายในงาน E3 ครับ ขอสรุปแค่สั้นๆ พอ

คุณคิตาเสะเผยว่าจริงๆ อยากควบ X-2 ไปด้วยตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ใช่แค่ X หรอก แต่การทำรีมาสเตอร์เป็น Full HD เป็นเรื่องใหม่สำหรับพวกเขา เลยอยากเอาให้ชัวร์ว่าสามารถทำได้แน่ๆ ก่อน ตอนแรกเลยประกาศไปแต่ X ก็ไม่อยากประกาศเป็นโปรเจคท์ใหญ่ไปจนกว่าจะมั่นใจว่าทำได้จริงๆ ยังไงมันก็เป็นซีรีส์เดียวกัน ก็ไม่อยากทำให้ค้างคาครึ่งทาง

ทั้งนี้คุณคิตาเสะยังเผยว่าแค่การเอามาสร้างใหม่โดยทำให้มีคุณภาพของภาพมากขึ้น มันยังไม่พอ เราอยากทำให้มีมิติยิ่งกว่านั้น แบบที่จะทำให้คนที่เคยเล่นมาแล้วตื่นตาตื่นใจได้ไม่น้อยไปกว่าเดิม ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ท้าทายมากที่สุด

ผู้สัมภาษณ์ได้ถามต่อไปว่ามันจะเป็นการเปิดทางให้กับการรีเมคภาคอื่นต่อ อย่างเช่น FFXII รึเปล่า? คุณคิตาเสะตอบประเด็นนี้ว่าก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าการรีมาสเตอร์ครั้งนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่ หากทำได้ก็จะเป็นการกรุยทางให้กับภาคอื่นๆ ที่จะถูกนำมารีเมคเป็น HD กันต่อไป ซึ่งภาคที่เอามาทำได้สะดวกที่สุดก็คือ FFXII ซึ่งส่วนตัวแล้วคุณคิตาเสะก็หวังว่าการรีมาสเตอร์ X และ X-2 จะเป็นจุดเริ่มต้นของการรีมาสเตอร์เกมภาคอื่นๆ เช่นกัน แต่จะเป็นไปได้หรือไม่นั้น... เวลาและยอดขาย จะเป็นเครื่องพิสูจน์

ที่มา : Nova Crystallis

สรุปบทสัมภาษณ์เรื่องเกม Lightning Returns -Final Fantasy XIII- ภายในงาน E3 โดยคุณ Erren จากเว็บ Nova Crystallis

- คุณ Erren ถามเปิดว่าในเกมที่มีอิสระมากเช่นนี้ จะสามารถเลือกทวีปอันเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางเองได้หรือไม่? คุณคิตาเสะตอบว่าหลังจบ Battle Tutorial ก็จะสามารถเลือกไปยังทวีปใดทวีปหนึ่งจากทวีปทั้ง 4 ได้ สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในเกมนี้คือเวลามันเดินไปตลอด ดังนั้นถ้าคุณรู้ว่าจะเกิดอีเวนต์ขึ้นในตอนเย็นของสถานที่แห่งหนึ่ง คุณก็ต้องคิดให้ดีว่าจะบริหารเวลาอย่างไรให้เกิดประโยชน์มากที่สุดก่อนที่จะถึงเวลานั้น

- คุณ Erren ถามว่าโลกของภาคนี้มีขนาดแค่ไหนเมื่อเทียบกับ XIII-2 ? คุณโทริยามะตอบว่ามันเป็นโลกที่กว้างใหญ่ ภาพรวมของมันก็พอๆ กับ XIII และ XIII-2 ใน 2 ภาคที่ผ่านมานั้นสถานที่ต่างๆ เหมือนจะเชื่อมโยงถึงกัน แต่จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้เชื่อมโยงกัน ทว่าในภาคนี้ทวีปทั้ง 4 มันจะเชื่อมโยงกันจริงๆ ทำให้ผู้เล่นรับรู้ได้ถึงขนาดจริงๆ ของโลก

- คุณ Erren บอกว่าตอนแรก ทีมงานบอกว่าจะมีชุดให้ไลท์นิ่งราว 20 ชุด จากนั้นตัวเลขมันก็งอกขึ้นมา หลังจากนี้จะเพิ่มขึ้นอีกรึเปล่า? คุณคิตาเสะตอบว่าที่จริง ตอนนี้พวกเขาก็กะทำให้ถึง 80 กว่าชุดแล้ว แล้วทาสีชิ้นส่วนต่างๆ ได้ด้วย สามารถปรับแต่งได้ตามใจนึกเลยล่ะ

- คุณ Erren ถามว่าจำนวน 80 กว่าชุดที่ว่านั้นรวม DLC แล้วหรือยัง? คุณคิตาเสะบอกว่ารวมแล้ว พูดให้ถูกคือ 90% ของ 80 กว่าชุดนั้นอยู่ในเกมแต่แรกแล้ว ส่วนชุดที่เหลือก็ DLC เอา ตอนนี้ยังเปิดเผยเรื่อง DLC มากไม่ได้ แต่จะมีพวกชุดกับอาวุธพิเศษให้ซื้อ แต่ก็เป็นจำนวนจิ๊บจ๊อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับ 80 กว่าชุดที่มีในเกม

- คุณ Erren ถามว่าเดิมทีเกมนี้กำหนดวางจำหน่ายช่วงฤดูใบไม้ผลิ แต่แล้วฝั่งอเมริกากลับเลื่อนไปถึงกุมภาพันธ์ปีหน้า โดยฝั่งญี่ปุ่นยังคงวางจำหน่ายในปีนี้ มีเหตุผลใดมั้ยที่ทำให้ญี่ปุ่นได้เล่นก่อนตั้งหลายเดือน? คุณคิตาเสะตอบว่าถ้าเอาแค่เกมเพลย์ เราจะวางจำหน่ายให้ฝั่งอเมริกาในพฤศจิกายนเหมือนเช่นฝั่งญี่ปุ่นเลยก็ได้ แต่ที่เราเสียเวลาอีกมาก ก็เพราะนอกเหนือจากเนื้อเรื่องหลักแล้ว เรายังมีสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ยิบย่อยอีกมากที่ต้องพิถีพิถัน เรามีโลกอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วย NPC มากมายซึ่งจะคอยทำธุระของตนเอง พวกเขาแวะเวียนไปตามสถานที่ต่างๆ ในแต่ละช่วงของวัน ซึ่งพวกเขาก็ใช้ชีวิตในแบบที่แตกต่างกันไป เราก็ต้องพิถีพิถันมากในการแปลเกม มันจึงใช้เวลานาน เราอยากทำจนมั่นใจได้ว่ารายละเอียดยิบย่อยทุกส่วนของตัวเกมเวอร์ชั่นอเมริกาจะมีคุณภาพเท่ากับตัวเกมเวอร์ชั่นญี่ปุ่น มันจึงต้องออกช้ากว่าทางญี่ปุ่นออกไป

- คุณ Erren ถามว่าเนื้อหาของเกมเวอร์ชั่นญี่ปุ่นและอเมริกาจะต่างกันมั้ย? คุณคิตาเสะตอบว่าเหมือนกัน

- คุณ Erren ถามว่ามีทางลัดอะไรมั้ยที่จะทำให้คนที่ไม่เคยเล่น 2 ภาคแรกมาก่อน สามารถมาเล่นเกมแล้วเก็ตได้เลย อย่างใน XIII-2 ยังมี Primer เป็นตัวช่วยให้อ่านเนื้อเรื่องของภาคแรกได้เลย? คุณคิตาเสะตอบว่าในตอนจบของ XIII-2 ไลท์นิ่งกลายเป็นคริสตัล แล้วผ่านไป 500 ปี ถึงเริ่ม Lightning Returns เธอตื่นขึ้นมาในโลกที่เธอไม่รู้จักมักจี่มาก่อน กระทั่งไลท์นิ่งเองก็แทบไม่รู้จักโลกนี้ ดังนั้นผู้เล่นไม่จำเป็นต้องรู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นมาก่อนใน 2 ภาคแรก เมื่อเล่นเกมนี้ไป ผู้เล่นก็จะได้เรียนรู้โลกใบนี้และผจญภัยไปพร้อมกับเธอ พวกเขาจะได้รู้ถึงความเป็นไปของโลก และแก้ปริศนาเล็กๆ น้อยๆ ไปพร้อมกัน หากคุณอยากรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นใน 2 ภาคแรก เราวางแผนที่จะปล่อยข้อมูลเนื้อเรื่องของ 2 ภาคแรกไว้บนเว็บไซต์หลักแล้ว

ที่มา : Nova Crystallis

Final Fantasy XIV

- ในงาน E3 ที่ผ่านมา คุณนาโอกิ โยชิดะ ผู้อำนวยการและผู้กำกับ FFXIV -ARR- ได้เตรียมตัวเป็นคนพากย์การต่อสู้กับอีฟรีทให้กับผู้เล่นที่เข้าทดลองเล่น FFXIV ที่บูธของทางค่ายในรอบสุดท้ายของมัน แต่พอดีเขาเห็นว่าปาร์ตี้ที่จะไปสู้กับอิฟรีทนั้นยังมีที่ว่างอยู่ เลยเข้าไปเล่นด้วยในฐานะของคลาส Conjurer แล้วก็พาทีมชนะได้ในที่สุด

คลิปการต่อสู้ครั้งน้น ดูได้จากลิงค์ต่อไปนี้ : คลิ๊ก

- มีการเปิดเผยคลาสใหม่ในชื่อ Arcanist และจ็อบใหม่คือ Summoner กับ Scholar

คลิปโฆษณาคลาสและจ็อบใหม่ : คลิ๊ก

- เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2013 เว็บไซต์ของเกมได้ชี้แจงว่าเกิดความผิดพลาดในการแจกจ่ายรหัสสำหรับเวอร์ชั่น PS3 ทำให้ส่งโค้ดให้ล่าช้า แต่ตอนนี้ระบุปัญหาและแก้ไขได้แล้ว กำลังรีบจัดส่งให้ ขออภัยในความล่าช้า (อ้างอิง )

==============================================

Final Fantasy XV

อ้างอิง : EDGE
ข่าวเก่าที่อ้างถึง : http://ffplanet.exteen.com/20130612/square-enix-e3

- หลังจากที่เคยให้สัมภาษณ์ในอีเวนต์ SQEX Members Exclusive Interview ภายในงาน E3 วันที่ 12 มิ.ย. ไปแล้วครั้งหนึ่ง คุณโนมุระได้ให้สัมภาษณ์กับทางนิตยสาร EDGE อีกครั้งถึงเรื่องความเป็นมาของชื่อ FFXV ว่า 7 ปีก่อนพวกเขาได้ประกาศภาค Agito Versus และ XIII พร้อมกัน แต่ 2 ปีหลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มคุยกันถึงความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนชื่อภาค Versus XIII มาเป็นภาค XV ด้วยเหตุผลทางด้านคอนเซปต์และสเกลของเกม ก็มีการถกกันเรื่องนี้เป็นการภายในอยู่นาน

กระทั่ง 2 ปีก่อน (2011) ถึงตกลงกันเป็นการภายในว่าจะเปลี่ยนชื่อภาคเป็น XV ตอนนั้นในช่วงเดียวกัน บริษัทก็เริ่มทำเกมให้เครื่องคอนโซลยุคต่อไป เราพร้อมที่จะทำเกมให้กับยุคถัดไปแล้ว นั่นก็เป็นวาระที่ดีที่จะก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงเป็น XV

นอกจากนี้การที่ Agito กลายเป็นภาค Type-0 ได้ ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งด้วย (ตอนนั้นคุณทาบาตะ ผู้กำกับเกมบอกว่าที่เปลี่ยนชื่อเกม เพราะคนในถามกันเยอะว่ามันเกี่ยวกับภาค XIII ยังไง จนคุณทาบาตะก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยเกี่ยวข้องกัน)

ข่าวเก่าที่อ้างถึง :-
- ชินจิฮาชิโมโตะในอีเวนต์ Future of FF
- คุณโนมุระให้สัมภาษณ์กับทางแฟมิซือ

ค่อนข้างชัดเจนว่า FFXV ถูกออกแบบมาให้มีภาคต่อ เนื่องจากคุณชินจิก็บอกเองแต่แรกว่าเนื้อหาใหญ่มากอาจมีภาคต่อได้ ส่วนคุณโนมุระก็บอกว่ามันเป็นแค่บทสรุปของเนื้อเรื่องบทหนึ่งของ A world of VERSUS Epic เท่านั้น

อ้างอิง : IGN

ทาง IGN ได้สัมภาษณ์คุณโนมุระภายในงาน E3 จนได้ทราบว่า FFXV เกือบได้กลายเป็นละครเพลงมาแล้ว ทั้งนี้คุณโนมุระเผยว่าเขาได้รับอิทธิพลจากเรื่อง Les Miserables ซึ่งเป็นบทละครของ Victor Hugo มาก เช้าวันต่อมาเขาก็เข้าไปในออฟฟิซด้วยความตั้งใจจะเสนอให้ FFXV แปลงเป็นละครเพลง แต่อย่างที่ว่า พวกบริษัทเพลงในญี่ปุ่นก็ไม่ได้มีเงินทุนถุงถังมากมายที่จะทำแบบนั้นได้ ทางค่ายจึงกล่อมให้คุณโนมุระ กลับไปพัฒนา FFXV ในแนวทางเดิมอย่างที่มันควรจะเป็นซะ

คุณโนมุระยังบอกอีกว่า สำหรับเขาแล้วงานก็มีไว้ทำที่ทำงาน ดังนั้นเขาจะไม่เอาเกมกลับมาเล่นที่บ้าน เขามักใช้เวลาไปกับการดูหนังสัก 2-3 ในค่ำคืนส่วนใหญ่มากกว่า โดยบุคคลในวงการภาพยนต์ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เขามากที่สุดคือ Baz Lurhman ผู้กำกับชาวออสเตรเลียที่ทำ Romeo + Juliet และ Moulin Rouge และล่าสุดคือ The Great Gatsby

บทสัมภาษณ์คุณโนมุระจาก NBC News

อ้างอิง : NBC News

- สื่อถามว่า FF นั้นมีคำว่า Fantasy อยู่ในชื่อแท้ๆ แต่กลับใช้โลกที่มันทันสมัยเกินไป คิดว่าอย่างไรในประเด็นนี้? คุณโนมุระบอกว่าเขาไม่ชอบให้เกมของเขามีเป็นแนวเทคโนโลยีหรือเวทมนต์ที่สุดโต่งเกินไป ถ้าต้องเลือก เขาของเลือกโลกที่ทันสมัย แต่เท่านั้นมันยังไม่พอ ดูอย่าง FFXV สิ มันเริ่มต้นจากโลกที่ทันสมัยคล้ายกับชินจูกุ แต่เมื่อเนื้อเรื่องเริ่มต้นขึ้น คุณก็เหมือนได้เข้าสู่โลกยุคกลาง ทว่าอาวุธที่เราใช้กันในเกมก็เป็นอาวุธไฮเทค นี่คือการผสมผสานอย่างที่ผมชื่นชอบ

ใน FF ภาคก่อนๆ มันไม่มีภาคไหนที่แฟนตาซีมากหรือน้อยสุดขั้วไป มันก็ผสมๆ กันไปนั่นแหละ ส่วนตัวแล้วเวลาที่ผมเล่นเกม ผมไม่สามารถมีอารมณ์ร่วมไปกับเกมได้ หากเกมเริ่มต้นด้วยโลกแฟนตาซีที่เพ้อฝัน ดังนั้นผมจึงอยากเริ่มต้นในโลกปัจจุบันแล้วลากเข้าสู่ความเป็นแฟนตาซี

- สื่อถามว่าการออกแบบตัวละครมีผลต่อเกมเพลย์หรือผลทางด้านอื่นๆ มั้ย? คุณโนมุระตอบว่าตอนที่เขาออกแบบโครงร่าง เขาให้คำแนะนำว่าตัวละครนี้ ควรจะพกอะไรยาวๆ ไปด้วยไว้ด้านหลัง แต่ก่อนเขามักจะออกแบบอาวุธไปพร้อมกันด้วย แต่ตอนนี้ เขาแค่ออกแบบตัวละครอย่างเดียวพอ เขาได้ออกแบบอาวุธคู่กายตัวละครไปด้วยจนกระทั่งถึง FFX หากยังจำกันได้ ทั้งบัสเตอร์ซอร์ด กันเบลด นั่นคือสิ่งที่เขาแนะนำให้กับทีมพัฒนา แล้วพวกเขาก็ได้ใส่มันลงไปในเกมเพลย์จริงๆ

นอกจากนี้คุณโนมุระได้เผยว่าเขาได้ดีไซน์มอนสเตอร์ มาจนถึง FFVIII แต่ถ้าดูเทรลเลอร์ของ FFXV ให้ดี เบฮีมอธและเท็ตสึเคียวจิน (ยักษ์เหล็ก) พวกนั้นเป็นตัวที่เขาออกแบบให้กับ FFVII และ FFVIII แต่เอามาแก้ไขใหม่เพื่อ FFXV

- สื่อถามว่าการออกแบบตัวละครเหล่านั้นเอาแรงบันดาลใจมาจากไหน? แฟชั่นยุคปัจจุบัน? หนังสือประวัติศาสตร์ หรือปิ๊งวับขึ้นมาในหัวเองได้? คุณโนมุระบอกว่าตอนที่เขาได้รับโจทย์มา เขาก็จะเริ่มจิ้น แล้วเงาตัวละครนั้นๆ ก็จะผุดขึ้นมาในของเขา จากนั้นเขาก็เริ่มคิดถึงรายละเอียด สมัยก่อนเขาต้องพลิกนิตยสารแฟชั่นดูอยู่เรื่อยๆ แต่ตอนนี้เขาเปิดอินเตอร์เน็ตดูเว็บเสื้อผ้าแบรนด์โปรดเอา

- สื่อบอกว่าทรงผมมักเป็นจุดเด่นในการออกแบบตัวละครของคุณโนมุระเสมอ ยิ่งเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกให้ทำทรงผมได้ตามใจชอบมากขึ้น ทรงผมก็ยิ่งสำคัญขึ้นรึเปล่า? คุณโนมุระตอบว่า ในโลกความเป็นจริง เราไม่ค่อยเห็นทรงผมที่มันประหลาดสุดโต่งเท่าไหร่นัก นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมตัวละครในเกมถึงควรมีทรงผมที่มีเอกลักษณ์ มันเป็นหนทางหนึ่งในการแสดงบุคลิกส่วนตัวของตัวละครออกมา เราจำต้องดัดแปลงทรงผมที่สมจริงให้มันมีความเหมาะสมที่จะมาใช้ในเกมมากขึ้น

บางครั้งเขาก็อยากให้ทำอะไรง่ายๆ แบบที่เกม FPS ของตะวันตกเขาทำกันคือ นึกอะไรไม่ออกก็ให้มันทรงผมโล้นเลี่ยนเตียนโล่งไปเลย ผู้คนรู้จักเราในฐานะบริษัทที่ออกแบบตัวละครได้มีทรงผมที่เป็นเอกลักษณ์ แต่เราเริ่มชักจะหมดมุกแล้ว

- สื่อถามว่ามีศิลปินคนไหน หรือเกมใดมั้ยที่เป็นแรงบันดาลใจให้คุณ? คุณโนมุระตอบว่าสาเหตุที่เขาเข้าทำงานที่ Square ก็เพราะเขารักในงานศิลปะของคุณอามาโนะ ตอนที่เขาอยู่มัธยม ครูสอนศิลปะสอนเขาเกี่ยวกับงานของคุณอามาโนะ ที่เขาเข้าทำงานที่นี่ก็เพราะคุณอามาโนะเท่านั้นเลยจริงๆ เขาไม่ได้สนใจโลกของเกมมาก่อนเลย เขาเป็นคนที่จ้างผมเข้าทำงาน และคือคนที่ผมเคารพมากที่สุด

==============================================

Kingdom Hearts -HD 1.5 ReMix-

รายชื่อ Trophy เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษทั้ง 66 รายการ ที่คุณ Sign และ Master Spockanort หามาได้จากงาน E3 (มีเฉพาะ Trophy ที่เปิดเผย ไม่รวมพวก Hidden Trophy)

อ้างอิง : KHinsider

Kingdom Hearts Final Mix
- Where the Bells Toll
- The Rabbit Hole
- Junior Hero
- Member of the Tribe
- Magic Lamp
- Honest Soul
- Master of the Seas
- Pumpkin Prince
- Pixie Dust
- Pooh’s Friend
- Record Keeper
- Story Teller
- Searcher
- Professor
- Top Dog
- Best Friend
- Mini-game Maniac
- Synthesis Master
- First Synthesis
- Synthesis Novice
- Synthesis Amateur
- Synthesis Vet
- Gummi Ship Collector
- Customizer
- Top Gun
- Test Pilot
- Veteran Pilot
- Ace Pilot

Re:Chain of Memories
- Sleight Master
- Card of Memories
- Woven Memories
- The Truth
- Hard Hitter
- Confronting the Darkness
- Challenge from the Inner Darkness
- Overcoming the Darkness
- Undefeated
- Natural Player Sora
- Natural Player Riku
- Novice Player Sora
- Novice Player Riku
- Veggie Master
- Ace Pilot
- High Jumper
- Sky Diver
- Bee Buster
- Moogle Millionaire
- Regular Customer
- Room Creator
- Card Master Sora
- Story Teller Sora
- Character Professor Sora
- Mini-game Master Sora
- Card Master Riku
- Story Teller Riku
- Character Professor Riku
- Mini-game Master Riku
- Novice Deck Builder
- Premium Card Maker
- No Escape
- Card Braker
- Interceptor
- Duel Master

358/2 Days
- Days of Contemplation
- Days of Reflection
- Where the Heart Lies

บทสัมภาษณ์คุณโนมุระจากทางเว็บเดนเกคิออนไลน์

อ้างอิง :-
- http://news.dengeki.com/elem/000/000/655/655637/

- http://news.dengeki.com/elem/000/000/651/651871/index-2.html

- http://www.khinsider.com/news/Dengeki-Interviews-Tetsuya-Nomura-3334

- สื่อถามว่าตอนที่ดูการปราศรัย PS4 และ Xbox One มีเกมไหนมั้ยที่เตะตา? คุณโนมุระตอบว่าคงเป็น Titanfall, Watch Dogs และ Battle Field 4 ซึ่งน่าตื่นตาตื่นใจ ท่ามกลางหมู่เกม FPS ที่มีโลกทัศน์ปัจจุบันที่คล้ายคลึงกันและเป็น Sci-fi เหมือนกัน เกมเหล่านี้ต่างมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองได้ อย่าง Watch Dogs ก็เป็นด้านเกมเพลย์ ของ Titalfall ก้เป็นการต่อสู้ของเหล่าหุ่นยนต์ ส่วน BF4 ก็คือกราฟฟิกที่สุดยอด และที่น่าแปลกใจคือการต่อสู้แบบผู้เล่น 64 คน เกมที่โดดเด่นแบบนั้นย่อมเป็นที่สนใจของเขาอยู่แล้ว นอกจากนี้ก็มี Metal Gear Solid V: The Phantom Pain ที่กราฟฟิกงดงาม และลีลาการพรรณาก็น่าตื่นตาตื่นใจ การได้เป็นเพื่อนพ้องนักพัฒนาเกมชาวญี่ปุ่นเหมือนกัน (กับโคจิมะ) ทำให้เขาภูมิใจมาก

- สื่อถามว่าในหมู่เกมเจนฯ ถัดไป เกมที่ทางฝั่งญี่ปุ่นส่งประกวดมีแค่เกมของคุณโนมุระกับคุณโคจิมะใช่มั้ย? คุณโนมุระบอกว่าถูกต้องแล้ว เพราะ Dead Rising 3 ก็ทำขึ้นโดย Capcom ฝั่งแคนนาดาใช่มั้ยล่ะ? อันที่จริงเราก็ไม่ได้วางแผนกันมาก่อนนะ แต่กลายเป็นว่าโคจิมะไปขึ้นเวทีฝั่ง Microsoft แล้วผมไปขึ้นเวทีฝั่ง Sony

- สื่อถามว่าในที่สุดก็ได้เปิดตัว KHIII ที่รอคอยมายาวนานเสียที? คุณโนมุระบอกว่าคลิปมันก็แค่ทีเซอร์ทั้งนั้น เราไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรออกไปมากนัก ชุด (ใหม่) ของโซระและระบบการต่อสู้ก็ยังต้องรอการเปิดเผยของโซระ

- สื่อถามว่าภาพลักษณ์ของตัวละครดูต่างไปจากปกติรึเปล่า? คุณโนมุระบอกว่านั่นเพราะสิ่งที่เราเรียกว่า Kingdom Shader ซึ่งเพิ่มแสงสีให้กับภาพพื้นฐานของ KH ซึ่งจะช่วยจำลองภาพจากปลายพู่กันของทาง Disney ออกให้ออกมางดงามยิ่งขึ้น

- สื่อถามว่าพล็อตเรื่องจะต่อจาก KH3D ใช่มั้ย? คุณโนมุระบอกว่าใช่แล้ว จะเป็นตอนสุดท้ายของตำนานผู้แสวงหาความมืดแล้ว ผมเองกำลังคิดหาทางทำให้ผู้เล่นหน้าใหม่ที่พึ่งเข้ามาทำความรู้จักซีรีส์นี้ สามารถสนุกไปกับเกมได้อย่างง่ายๆ

บทสัมภาษณ์คุณโนมุระกับทาง IGN

อ้างอิง : IGN

หลังจากที่ Disney ได้ซื้อกิจการของ Pixar, Marvel Entertainment เรื่อยมาจนถึง Lucasfilm แล้ว ทำให้ทาง Disney มีสิทธิที่จะเอาทรัพย์สินทางปัญญาของนิติบุคคลเหล่านั้นมาใช้ ทาง IGN จึงสงสัยใคร่รู้ว่าแบบนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้คุณโนมุระเอาตัวละครและโลกเหล่านั้นมาใส่ในจักรวาลของเกม Kingdom Hearts หรือไม่? ซึ่งคุณโนมุระก็ให้การตอบรับว่า "ทุกครั้งที่ผมได้ยินข่าวแบบนี้ ผมมักจะพูดว่า... เหวออ... พวกเขาเอาอีกแล้ว"

"สิ่งแรกที่ผมจะทำเมื่อผมเจอข่าวนี้ก็คือติดต่อ Disney แล้วถามว่ามีอะไรที่ผมจะเอามาใช้ได้บ้าง?"

จากนั้นทาง IGN ก็ถามต่อว่า แล้วมีครั้งไหนบ้างที่ Disney ตอบตกลง? คุณโนมุระตอบว่า "บริษัทของทาง Disney เค้าก็แตกต่างกันไป บางครั้งคำตอบที่ได้รับก็คือ 'ไม่มีเลย' บางครั้งคำตอบก็๋เป็น 'อืม....ไม่รู้เหมือนกัน'"

ทาง IGN บอกว่าคุณโนมุระค่อนข้างเขินอายที่จะพูดถึงรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาของทาง Disney เหมือนว่าเขาจะพยายามให้เกียรติทาง Disney ด้วยการพูดว่า "ทาง Disney เขาก็ตรงๆ นะครับ ถ้าสถานการณ์มันดูยากลำบาก พวกเขาก็จะบอกตรงๆ ว่ามันยาก ถ้ามันเป็นไปไม่ได้ พวกเขาก็จะบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้"

สุดท้ายคุณโนมุระได้ทวีตข้อความผ่าน Twitter ของ Kingdom Hearts ไว้ว่า "การพรีเซนต์ KHIII และ FFXV จบลงแล้ว ผมก็จะได้กลับบ้านเสียที วันนี้เป็นวันที่ควรฉลอง ผมต้องขอขอบคุณทุกคนที่รอคอยกันมาด้วยความเชื่อมั่น ขอบคุณทุกคน! ผมก็จะทำงานให้มีคุณภาพมากขึ้นดั่งคนสองคน ผมจะไปกลับไปถึงญี่ปุ่นในอีก 1 ชั่วโมงหลังจากนี้" /โนมุระ"

สรุปบทสัมภาษณ์จากอีเวนต์ SQUARE ENIX MEMBERS EXCLUSIVE INTERVIEW: ƒ‰ƒLightning Returns -FFXIII & FF X/X-2 HD กับคุณโยชิโนริ คิตาเสะ และคุณโมโตมุ โทริยามะ ในบูธของ Square Enix ภายในงาน E3 ช่วง ตี 5 ถึง 6 โมงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสองได้มาตอบคำถามที่แฟนๆ ส่งกันเข้ามาดังนี้

Final Fantasy X l X-2 HD Remaster

- สาเหตุที่เลือกรีมาสเตอร์ภาค X และ X-2 แทนที่จะเป็นภาคอื่นนั้น เพราะภาค 1-9 สามารถเล่นผ่าน PSN Archive หรือโทรศัพท์มือถือได้อยู่แล้ว ทว่ามีเพียงภาค X และ X-2 ที่ต้องเล่นด้วย PS2 เท่านั้น นอกจากคุณจะมี PS3 รุ่นแรกที่เล่นเกม PS2 ได้ เพราะเหตุนี้เราถึงมองว่ามันเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะนำมาทำ HD Remaster

- ตอนที่คุณโทริยามะทำ FFX เวอร์ชั่นแรก ลูกคนแรกของเขาก็เกิดมาพอดี ถึงตอนนี้ก็ผ่านมาร่วม 10 ปีแล้ว เรื่องราวของ FFX ก็เป็นเรื่องของครอบครัว พ่อกับลูก ถึงตอนนี้เขาได้มีมุมมองในเรื่องนี้ที่เปลี่ยนไปจากมุมมองเมื่อตอนสร้างเกมนี้ครั้งแรก แต่ก่อนนั้นเขามองเกมนี้ผ่านมุมมองของทีดัส แต่ตอนนี้เขามองผ่านมุมมองของเจคท์

- สมัยก่อน ตัวเกมภาค International ได้วางขายแค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น คราวนี้ผู้เล่นชาวตะวันตกจะได้ลองเล่นระบบ Creature Create ใน FFX-2 Inter สักที

- สิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากการทำ Remaster คือ... จากนี้ไปต้อง Backup ข้อมูลไว้ให้ดีแล้ว เผื่อจะได้เอามารีมาสเตอร์ในอนาคตได้ (เพราะตอนนี้ข้อมูลเกมเก่าๆ หายไปมาก)

- คอนเซปต์ของ FFX คือการเดินทาง อันที่จริงระบบเวลา 24 ชม. ของ LR -FFXIII- ก็น่าสนใจ หากจะเอาไปใส่ไว้ใน FFX ก็จะทำให้การเดินทางของทีดัสและยูน่าสมจริงมากขึ้น พูดถึง LR -FFXIII- แล้ว ระบบ Open World ที่ให้ผู้เล่นเลือกสำรวจดินแดนไหนก่อนก็ได้ตามใจชอบ ก็น่าสนใจเช่นกัน

- พอถามว่าเคยคิดจะทำ FFX เป็นหนังบ้างมั้ย คุณโทริยามะบอกว่าสมัยทำเวอร์ชั่นแรก บทพูดที่คุณโนจิมะเขียนขึ้นมานั้นมันยอดเยี่ยมมาก จนคุณโทริยามะชมต่อหน้าเลยว่ามันไม่มีทางทำให้ดีกว่านี้ได้อีกแล้ว บทเหล่านั้นมีคุณภาพใกล้เคียงกับหนัง สมัยก่อนเราอาจติดข้อจำกัดด้านกราฟฟิกที่ทำให้มันไม่เหมือนหนัง แต่ทุกวันนี้กราฟฟิกและการเล่นมุมกล้องพัฒนาขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างได้ช่วยกันเสริมบทนั้นให้แสดงออกมาได้อย่างเต็มที่ไม่แพ้หนังแล้ว

- ตอนที่พวกเขาสร้างบทนำ FFX-2 ที่เรียกว่า เอเอนโนะนากิ (Eternal Calm) พวกทีมงานเคยคุยกันเรื่องการทำ X-0 อันเป็นเรื่องราวของเจคท์ บราสก้า อารอนด้วย.. แต่พอคิดๆ ดูว่ากลุ่มปาร์ตี้ 3 หนุ่มมันคงดูกร่อยพิกล เราเลยทำ X-2 ที่เป็น 3 สาวแทน

- พอถามว่าเคยคิดจะทำมินิเกมบลิทซ์บอล เป็นเกมบทมือถือมั้ย? ได้คำตอบว่าเป็นความคิดดี จะเอาไปพิจารณากัน ยิ่งได้ใช้อินเตอร์เฟซแบบทัชสกรีน จะทำให้มินิเกมนี้น่าสนใจ

- พอถามว่าทำไปถึงไหนแล้ว ได้คำตอบว่ากำลังทำรายละเอียดยิบย่อย เช่น Facial Motion อยู่ ก็จะขัดเกลาไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ความทรงจำดีๆ ที่ผู้เล่นมีต่อเกมเวอร์ชั่นแรกต้องพังทลาย

- พอถามว่าได้ไปลากให้ทีมพากย์ชุดเดิมมาพากย์เสียงอีกมั้ย? ได้คำตอบว่ามีเนื้อหาบางส่วนในเกม ที่พวกเขาได้เชิญนักพากย์คนเดิมมาพากย์ให้ใหม่ ตอนนี้ขอเก็บเป็นความลับก่อนละกันว่าเป็นส่วนไหนของเกม

- ตัวเกมเวอร์ชั่นต่างประเทศ (นอกญี่ปุ่น) จะปรับเสียงพากย์เป็นเสียงญี่ปุ่นได้มั้ย? ได้คำตอบว่า ทีมงานได้รับคำร้องแบบนี้มาเยอะ แต่ขออภัยที่ไม่สามารถจัดให้ได้ สำหรับเกมนี้เราทำให้กับทั้ง PS3 และ PS Vita และเราอยากให้ตัวเกมทั้ง 2 เวอร์ชั่นนี้มีคุณภาพเท่ากัน เราได้คำนึงถึงความจุของแต่ละระบบ (ในที่นี้คือสื่อถึงความจุเกมของ PS Vita) หากเงื่อนไขใดไม่สามารถทำให้มันเกิดขึ้นได้กับทั้ง 2 ระบบแล้ว (จะบอกว่าทำแบบนั้นให้กับ PS3 ได้ แต่ทำให้กับ PS Vita ไม่ได้) เราก็ไม่สามารถจัดให้ได้

- พอถามว่าตัวเกมนี้จะมีอะไรแตกต่างจากตัวเกมเวอร์ชั่นเดียวมั้ย? เช่นเรื่องของบอสหรืออาวุธสุดยอด? ได้คำตอบว่าเกือบทั้งหมดจะเหมือนตัวเกมออริจินอล ทั้งระดับความยากก็เหมือนกัน ศัตรูตัวไหนย๊ากยาก ก็ยังยากเหมือนเดิม เพราะเมื่อผู้เล่นสมัยก่อนปราบมาได้แล้ว ผู้เล่นหน้าใหม่ก็ต้องปราบได้เช่นกัน

- เราอยากใช้เวทีงานนี้ นำเกมออกมาแสดงแล้วให้แฟนๆ ได้ลองสัมผัสมันดู ส่วนเรื่องวันวางจำหน่าย ไว้จะประกาศเร็วๆ นี้

***ไว้มา Update ส่วนของ LRFFXIII

Update : 16 มิ.ย. 2013

Lightning Returns -Final Fantasy XIII-

อ้างอิง : Nova Crystallis

- ถามว่าการเดินทางของไลท์นิ่งจะเป็นยังไงบ้าง? คุณโทริยามะตอบว่าเราได้พรรณาไลท์นิ่งในมาดของสาวแกร่งมาตั้งแต่ภาคแรก เนื่องจากเธอเป็นทหาร เราจึงกำหนดให้เธอเป็นคนที่จริงจัง เคร่งครัดต่อตนเองและน้องสาว เป็นผู้หญิงที่แน่วแน่มั่นคง ในภาคสองเธอถูกส่งไปนอกภพภูมิของมนุษย์ และได้รับพลังระดับเทพมา ทำให้เธอดูยากที่จะเข้าถึง ขณะที่ในภาคสามซึ่งเป็นภาคสุดท้าย เราอยากพรรณาเธอจากมุมมองของมนุษย์ให้มากขึ้น เธอกลายเป็นคนที่เข้มแข็งแบบนั้นได้อย่างไร เธอฝ่าฟันมันไปอย่างไร เราพยายามพรรณาเธอจากหลายมุมมอง เราจะได้เห็นทั้งแง่มุมที่เย็นชา แง่มุมที่งดงาม หรือบางทีก็แง่มุมที่เจ็บปวด ความเศร้าโศกทุกข์ทน ซึ่งทั้งหมดก็คือความเป็นมนุษย์ของเธอ

- สิ่งที่ภูมิใจที่สุดในภาคนี้? คุณโทริยามะบอกว่าเป็นการสร้างเกมไตรภาคได้สำเร็จ และการได้มีส่วนในการสร้างตัวละครยอดนิยมอย่างไลท์นิ่ง ที่ทำมา 3 ภาคนี่เราเจออุปสรรคกันมามากมาย และเปลี่ยนระบบของเกมกันมาทุกภาค จึงรู้สึกขอบคุณทีมงานเป็นอย่างยิ่งที่ร่วมลำบากกันมา และขอบคุณแฟนๆ ที่อดทนรอคอย

ส่วนคุณคิตาเสะตอบว่าสิ่งที่ภูมิใจที่สุดคือการที่ทีมสามารถทำเกมได้สำเร็จในเวลาอันสั้น พวกเขาสามารถวางจำหน่ายเกมสามเกมด้วยเวลาห่างกันเพียง 4 ปี (2009-2013) โดยทีมงานสามารถรับเอาฟีดแบ็คมาปรับปรุงตัวเกมในภาคถัดๆ ไป จึงภูมิใจที่ทีมงานเติบโตขึ้นด้วย

- คุณคิตาเสะบอกว่าเนื้อหาของ Fabula Nova Crystallis มันกว้างใหญ่มาก จึงไม่สามารถพรรณาได้จบในภาคเดียว แต่เราก็อยากจะพรรณาให้เห็นภาพรวม จึงจำเป็นต้องขยายออกเป็น 3 ภาค สำหรับไลท์นิ่งนั้น เธออยู่กับเรามาตั้งแต่ 2006 แต่ถ้านับช่วงวางแผนและก่อนเริ่มพัฒนาด้วย เธอก็จะอยู่กับเรานานกว่านั้น เราก็อยากจะไปต่อกับเธอ ทำให้เธอได้กลับมาเฉิดฉายอีกครั้ง

- คุณโทริยามะบอกว่าเกมเพลย์มีเวลาให้ 13 วันก่อนจะถึงจุดจบของโลก แต่ช่วงต้นไลท์นิ่งจะมีเวลา 7 วันสำหรับการสำรวจและทำเควสต์ของเธอ  การทำเควสต์ต่างๆ กันไปจะทำให้เธอช่วยยืดอายุของโลกออกไปได้ ดังนั้นระบบจึงเริ่มต้นจาก 7 วัน แล้วจะยืดออกไปแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับการทำเควสต์

- ในภาคนี้เราพยายามรักษาองค์ประกอบในการวางกลยุทธ และพัฒนาสปีดกับจังหวะการต่อสู้ให้สมจริง เราจึงได้มาเป็นระบบ Style หรือในเวอร์ชั่นอังกฤษที่เรียกว่าระบบ Schemata ซึ่งสามารถปรับแต่งชุด ของสวมใส่ อาวุธ โล่ และติดอบิลิตี้ต่างๆ กันไปได้ แล้วก็สลับไปมาระหว่าง 3 Style แต่ละ Style ก็มีเกจของตนเอง เราก็ต้องเลือกใช้ Style ที่เหมาะสมกับสถานการณ์

- คุณโทริยามะบอกว่าในด้านของเครื่องแต่งกาน ก็มี 80 แบบสำหรับไลท์นิ่ง ซึ่งเครื่องแต่งกายของเธอก็จะสัมพันธ์กับพลังและอบิลิตี้ของเธอ ดุจดั่งระบบ Job เรายังสามารถปรับแต่งชิ้นส่วนแต่ละชิ้นในเครื่องแต่งกายของเธอ และเปลี่ยนสีได้ตามใจชอบ

- พอถามว่าจะเอาชุดของภาคก่อนมาใส่ได้มั้ย? คุณโทริยามะบอกว่า ถ้ามีเซฟจาก 2 ภาคที่ผ่านมา ก็จะสามารถเอาชุดของแต่ละภาคนั้นมาใช้ได้

- พอถามว่าตัวละครอื่นๆ จะกลับมาในภาคนี้ด้วยมั้ย? คุณโทริยามะตอบว่า ในภาคนี้ไม่เพียงจะเป็นบทสรุปเรื่องราวของไลท์นิ่ง แต่ยังเป็นการปิดม่านให้กับตัวละครหลายๆ ตัวที่ปรากฏขึ้นมาในภาคก่อนๆ เช่น สโนวที่ทนทุกข์กับการที่ไม่สามารถช่วยเซร่าห์ไว้ได้ ทำให้เกิดการดิ้นรนต่อสู้กับความมืดในจิตใจ ไลท์นิ่งจึงพยายามไปหาเขา แล้วช่วยเขาไว้ ทว่ามันอาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นเล็กน้อย

- คุณโทริยามะบอกว่าภาคนี้จะมีระบบที่เรียกว่า "การสื่อสารกับโลกภายนอก" ผู้เล่นจะสามารถโพสต์สกรีนช็อตพร้อมข้อความลงในบอร์ดหรือโซเชียลเน็ตเวิร์คได้ หวังว่าแฟนๆ จะใช้กันนำพาข้อมูลนั้นไปสู่โลกภายนอกเกม

- พอถามว่าจะมีสัตว์อสูรกลับมามั้ย? คุณโทริยามะบอกว่า สัตว์อสูรนั้นถูกสร้างขึ้นโดยเทพธิดาเอโทร ในตอนจบของ FFXIII-2 เมื่อเอโทรสูญเสียพลังไป สัตว์อสูรก็จะเสียไปเช่นกัน พวกเขาไม่สามารถปรากฏตัวอย่างที่ควรจะเป็น ในร่างเดิมของพวกเขาได้อีก

- ถามว่าหลังวางจำหน่ายจะมี DLC เกี่ยวกับการต่อสู้ออกมามั้ย อย่างพวกตัวละครที่คุ้นหน้าคุ้นตาในโคลอสเซียม? คุณคิตาเสะบอกว่า ในแง่ของ DLC ที่เป็นการขยายเนื้อเรื่องของ LRFFXIII พวกเขายังไม่ได้มีการวางแผน DLC เป็นตอนๆ แบบนั้น และยังไม่ได้คิดเรื่อง DLC บอสพิเศษด้วย ตอนนี้พวกเขาวางแผนให้ตัวเกมสมบูรณ์ 100% ในตัวมันเอง เรามีเครื่องแต่งกายกว่า 80 ชิ้นให้ไลท์นิ่งสวมใส่  เราจึงพิจารณาเรื่องความเป็นไปได้ในการทำ DLC คอสตูมมากกว่า ผมรู้ว่าพวกชุดของภาคเก่าๆ อย่างเช่นชุดไวท์เมจ ชุดแบล็คเมจ เป็นชุดที่มีชื่อเสียงมาก ดังนั้นถ้ามีเสียงเรียกร้องเข้ามามาก เราก็อาจจะเอามาพิจารณา แต่ว่าก็คงไม่มี DLC ที่เกี่ยวกับการต่อสู้ ตามมาหลังเกมวางจำหน่าย

หลังจบการสัมภาษณ์ คุณคิตาเสะก็เอาแบบเครื่องแต่งกายของไลท์นิ่งทั้งที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และอยู่ระหว่างการวางแผนมาให้ดู คนสัมภาษณ์ก็เตะตาอยู่ชุดหนึ่ง และบอกว่าขอเอามาโชว์ได้มั้ย? ทั้งสองก็อนุญาต ปรากฏว่าเป็นไลท์นิ่งในชุดยูน่าจาก FFX ตามภาพด้านล่างนี้ ทั้งสองบอกว่ากำลังพัฒนาชุดนี้มา เพื่อให้เกิดความรู้สึกรำลึกถึงนั่นเอง