ทุกคำถามไร้ซึ่งคำตอบ ทฤษฎีมั่วซั่วของ FFT -Shishi Sensou-
posted on 01 Jun 2007 19:38 by ffplanet in Ivalice-AllianceFFplanet : เอาล่ะครับทุกท่าน ขณะนี้เรากำลังอยู่ในรายการ "ทุกคำถามไร้ซึ่งคำตอบ" ซึ่งเป็นรายการสัมภาษณ์สดเกจิแห่งวงการเกมผู้ที่จะมาไขปริศนาคำถามต่างๆที่ยังค้างคาอยู่ในเกมต่างๆให้กับพวกเราฟัง ในวันนี้เราได้รับเกียรติจากอาจารย์บอน ซึ่งเขาก็ได้สละเวลาอันมีค่ามาเป็นแขกรับเชิญให้กับเราในวันนี้นะครับ ขอเสียงปรบมือให้กับอาจารย์ด้วยครับ
ผู้ชม : แปะ แปะ แปะ......
BoN : สวัสดีครับ ผมคือพี่บอนของน้องๆเองครับ ปัจจุบันนี้ผมกำลังทำอาชีพเพนๆ รับจ้างกินน้ำแข็งใสราดเฮลบลูบอยไปวันๆ ไว้ถ้าเปิดเทอมเมื่อไหร่ก็จะกลับไปเข้าศึกษาในมหาลัยเพนกวินตามปกติครับ
FFplanet : นี่ก็เป็นประวัติเล็กๆน้อยๆของอาจารย์บอนนะครับ ตอนนี้ทางเราก็ได้ข่าวว่าอาจารย์ได้เล่น FFT -Shishi Sensou- จบเรียบร้อยแล้ว อยากทราบความรู้สึกของอาจารย์หน่อยครับว่าตัวเกมภาคนี้ให้ความรู้สึกประทับใจยังไงบ้างครับ
BoN : ก็ขอบอกว่าประทับใจมากครับ....ประทับใจในความอืดอาดยืดยาดของเอฟเฟคต่างๆภายในเกม กว่าจะใช้ได้แต่ละเวทนี่ก็รอจนหลับคาเครื่องไปเลยครับ หลายๆครั้งเสียงเอฟเฟคร่ายเวทดังจนดับไปแล้ว แต่เวทมันยังไม่เริ่มร่ายเลย....ประทับใจจริงๆ เป็นประสบการณ์ที่ผมจะไม่มีวันลืมเลยทีเดียว
FFplanet : อ่า...เอ่อ...แล้วในด้านดีล่ะครับ มีความทรงจำอะไรดีๆกับเกมนี้บ้างมั้ยครับ
BoN : ด้านดีเหรอครับ คงจะเป็นเรื่องความน่ารักของน้องหนูอาเกรียสครับ.....เป็นหนึ่งในนางเอก FF ที่น่ารักที่สุดเลยทีเดียว
FFplanet : เอ่อ...จารย์ครับ สาระครับ สาระ...โปรดอย่าทำให้รายการผมต้องพังพินาศเลยครับ
BoN : อ่ะๆด้านดีนะครับ ตัวเกมมีการเพิ่มอีเวนต์ เควส เหตุการณ์ ระบบอะไรใหม่ๆเข้าไปมากมายเลยทีเดียว AI ของศัตรูก็มีการแก้ไขใหม่หมด ทำให้พวกตรรกะแปลกๆที่ศัตรูมันเคยใช้ก็ถูกลบหายไป ทำให้ศัตรูดูฉลาดขึ้นและต่อกรกับเราได้ดีขึ้นครับ แต่ว่านั่นเป็นแค่เรื่องจิ๊บๆเท่านั้น ที่ผมชอบที่สุดก็คือโหมดใหม่สองโหมด ได้แก่โหมดโคลอสเซี่ยมหรือโหมดลานประลองที่มีไว้ให้เรากับเพื่อนเข้าห้ำหั่นกัน ผมว่านี่ต้องเป็นความฝันของแฟนๆไฟนอลฯหลายๆคนเลยทีเดียวที่จะได้จัดกลุ่มตัวละครไปสู้กับเพื่อนน่ะครับ ส่วนอีกโหมดนึงคือโหมดพันธมิตรร่วม เป็นโหมดที่เรากับเพื่อนต้องจับมือกันช่วยกันฝ่าฟันศัตรูสุดโหดเพื่อตามล่าหาไอเทมใหม่ๆที่ไม่มีในภาคที่แล้วครับ
FFplanet : โหววว! มีโหมดสู้กันกับเพื่อนด้วยเหรอครับ ผมเองก็มีความฝันที่อยากจะใช้ทีมตัวละครของผมไปสู้กับเพื่อนเช่นกัน แล้วอย่างนี้ไม่ทราบว่าตอนนี้พวกตัวละครต่างๆของอาจารย์เลเวลเท่าไหร่กันบ้างครับ
BoN : ตอนนี้ในกลุ่มผมก็มีตัวละครอยู่ราวๆ 22 ตัวนะครับ ทุกตัวก็เลเวล 99 กันหมดแล้วยกเว้นบักคลาวด์ไว้หนึ่งคนที่ยังไม่มีอารมณ์เก็บเลเวลให้ ไว้ว่างๆจะพยายามไปเก็บเลเวลให้เขาครับ อย่างไรก็ตาม ภาคนี้เลเวลไม่ได้เป็นตัวบอกวัดความเก่งของตัวละครหรอกครับ ตัวเลเวล 99 แต่สเตตัสเห่ยก็มีถมไป ในทางกลับกัน ตัวเลเวลน้อยๆแต่สเตตัสสูงๆก็จะเป็นตัวละครที่เก่งกาจได้ครับ
FFplanet : ผมได้ยินมาว่าในภาคนี้มีตัวละครใหม่สองคนที่ถูกเพิ่มเข้ามานั่นก็คือ "รุสโซ" กับ "บัลแฟรย์" ทั้งคู่นั้นต่างก็มีดีกรีเป็นพระเอกของไฟนอลฯภาคอื่นๆอยู่แล้ว นั่นจึงเท่ากับว่าใน FFT ภาคนี้มีพระเอกจาก FF สุมหัวอยู่ถึง 4 คนด้วยกันนั่นก็คือ คลาวด์ รัมซ่า รุสโซ บัลแฟรย์ แล้วแบบนี้ใครคือพระเอกตัวจริงของเกมนี้กันแน่ครับ
BoN : ในประเด็นนี้ตัวเกมได้มีการเขียนบอกไว้ชัดแล้ว หากลองย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ที่เราพึ่งได้บัลแฟรย์มาเป็นพวก บัลแฟรย์จะถามรัมซ่าว่า "รู้มั้ยว่าฉันเป็นใคร!!!" "ฉันน่ะเป็นพระเอกของตำนานเรื่องนี้นะเฟ้ย!!" "แกน่ะมันเป็นแค่ตัวประกอบ!!" ทางด้านรัมซ่าที่เจอบัลแฟรย์พูดแบบนี้เข้าไปก็ใบ้กินสิครับ ได้แต่เอ่อๆ อ่าๆ ฉันเป็นตัวประกอบเหรอ เออๆ แกเป็นพระเอกก็ได้
FFplanet : การเปิดตัวด้วยคำพูดที่ว่าฉันคือพระเอกแบบนี้นี่สมกับเป็นบัลแฟรย์จริงๆเลยนะครับ แล้วอาจารย์ทราบมั้ยครับว่าทำไมบัลแฟรย์เขาถึงหลงมายังยุคของรัมซ่า ซึ่งเป็นโลกอนาคตที่เกิดขึ้นภายหลังยุคของพวกบัลแฟรย์ร่วมพันปีได้
BoN : อันนี้ผมสงสัยตั้งแต่ตอนดูฉากจบของไฟนอลฯ 12 แล้วครับ ในวันหนึ่งที่วานกับเพเนโล่กำลังจะเข้ามาตรวจเช็คสภาพความเรียบร้อยของยานชูตรัลตามปกติ เขาก็พบว่ายานชูตรัลนั้นได้ถูกบัลแฟรย์เอากลับคืนไปแล้ว ตัวบัลแฟรย์ได้ทิ้งจดหมายไว้ว่า "พบสมบัติของเกลบาดอสแล้ว จะรออยู่ที่เบอร์เวเนีย" นั่นก็น่าจะหมายความว่า ก่อนที่เขาจะมาเอาเรือเหาะกลับไปเนี่ยเขาได้ไปที่เบอร์เวเนียมาแล้ว และก็พบกับเงื่อนงำของสมบัติบางอย่างซึ่งเขายังไม่สามารถหาทางเอามันออกมาได้ ทีนี้ ปัญหามันมีอยู่ว่า...สลัดอากาศที่ปราศจากยานเหาะส่วนตัวเนี่ย เขาเดินทางไปที่เบอร์เวเนีย ซึ่งเป็นสถานที่ๆอยู่คนละทวีปกับที่สุดท้ายที่พวกวานเห็นเขาได้อย่างไร แล้วเขาจะไปที่นั่นทำไม ทำไมเขาถึงไม่มาเอาชูตรัลคืนก่อนแล้วค่อยไป...
FFplanet : ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าคิดมากทีเดียวครับ แล้วอาจารย์มีความเห็นยังไงบ้างล่ะครับ
BoN : ผมมองว่าตามปกติแล้วบัลแฟรย์น่าจะมาเอาชูตรัลคืนก่อนแล้วค่อยไปเบอร์เวเนีย แต่การที่เขาไปเบอร์เวเนียก่อนเนี่ย น่าจะเป็นเพราะเขาถูกสิ่งลึกลับพาตัวไปโดยที่เขาไม่เต็มใจ ใช่แล้วครับ! ผมอยากบอกว่าตอนที่ปราการลอยฟ้าบาฮามุทดิ่งลงปฐพีนั่น แรงระเบิดได้ทำให้เกิดช่องว่างของมิติขึ้นมา และบัลแฟรย์ก็ได้ถูกช่องว่างของมิตินั้นพาไปยังโลกอนาคต พอมาถึงโลกอนาคตแล้วเขาก็ได้เข้าร่วมกลุ่มกับพวกรัมซ่า และเริ่มออกเดินทางทั่วอิวาลิซเพื่อค้นหาสมบัติในตำนานตามสถานที่ต่างๆด้วยกัน เมื่อเขาและรัมซ่ามาถึงภูเขาไฟเบอร์เวเนีย รัมซ่าก็บอกเขาว่ายังมีสมบัติอีก 1 ชิ้นถูกฝังอยู่ใต้ผืนลาวาซึ่งรัมซ่าไม่สามารถหาวิธีเอามันออกมาได้ ตอนนี้เองบัลแฟรย์ถึงได้ปิ๊งไอเดียขึ้นมาว่า ในยุคของรัมซ่าสมบัตินั้นอาจถูกฝังอยู่ใต้ผืนลาวาลึกก็จริง แต่ในยุคของเขาเมื่อพันกว่าปีก่อน ระดับความสูงของผืนดินนั้นมันไม่ได้สูงเท่ายุคนี้ พูดให้ถูกคือสมบัติที่อยู่ใต้ดินในยุคนี้มันอาจจะเป็นสมบัติที่อยู่บนดินในยุคของบัลแฟรย์ก็ได้ เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้วบัลแฟรย์จึงออกเดินทางต่อไปด้วยความตั้งใจว่าถ้าเขากลับยุคของตัวเองได้เมื่อไหร่ เขาจะต้องไปเอาสมบัติที่เบอร์เวเนียให้ได้
FFplanet : โหววววว !!! สุดยอดเลยครับ แท้จริงแล้วทุกๆอย่างมันถูกวางพล็อตไว้ตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อนสมัยที่ FFT ภาค PS พึ่งจะวางจำหน่ายแล้วนี่เอง มิน่าล่ะเขาถึงสามารถต่อเรื่องได้อย่างแนบเนียนเช่นนี้ แล้วในตอนจบล่ะครับ บัลแฟรย์กลับไปในโลกของเขาได้อย่างไรครับ
BoN : หลังจากที่พวกบัลแฟรย์ เอ้ย! พวกรัมซ่าสามารถกำจัดบอสใหญ่ได้ด้วยท่า "มิดาเรอุจิ" ผสาน "วิชาดาบสองมือ" และ "เคออสเบลดสองเล่ม" ที่บัลแฟรย์ถืออยู่ ก็เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้น ทำให้ช่องว่างของมิติเปิดขึ้นมาอีกครั้ง และบัลแฟรย์ก็ได้อาศัยจังหวะนั้นเดินทางกลับโลกของเขาครับ
FFplanet : โอ้โห สำหรับบัลแฟรย์ก็มีฉากจบส่วนตัวของเขาแบบนี้นี่เอง แล้วสำหรับเพื่อนๆคนอื่นๆอย่างออร์ลันดู อาเกรียสล่ะครับ เขาไปไหนกันบ้าง
BoN : ออร์ลันดูเจอบัลแฟรย์กระหน่ำลูกโม่ใส่ตายกลางทาง ข้อหาพยายามแย่งบทพระเอกจากบัลแฟรย์ครับ ส่วนอาเกรียสพอเสร็จศึกแล้วก็หนีไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกับผม คลาวด์เองก็ไปเป็นนักแสดงในโดฯวายของสาวๆ รุสโซก็ออกผจญภัยต่อไป เป็นต้นน่ะครับ
FFplanet : แหม่! อาจารย์เล่นลืมตัวเอกไปแบบนี้ก็แย่สิครับ แล้วรัมซ่ากับอัลม่าล่ะครับ? พวกเขาอยู่หรือตายกันแน่? ที่โอลานพูดให้คนอื่นฟังว่ารัมซ่าและอัลม่าไม่ได้ตายในศึกครั้งนั้น เป็นเรื่องจริงรึเปล่าครับ
BoN : เรื่องที่ทั้งสองยังมีชีวิตอยู่นั้นเป็นเรื่องจริงครับ นอกจากโอลานแล้วยังมีคนเห็นทั้งสองอีกเยอะแยะนะครับ ไม่ใช่ว่าไม่มีใครเห็น เพียงแต่โอลานเขาไม่รู้เอง
FFplanet : เอ๋? คนที่เห็นรัมซ่าและอัลม่าที่ยังมีชีวิตอยู่นั่นคือใครเหรอครับ ช่วยยกตัวอย่างได้มั้ย?
BoN : ก็ผมเองแหละครับ เมื่อวานยังเห็นเขาสองคนขี่โจโคโบะเลียบริมแม่น้ำไปที่ไหนก็ไม่รู้อยู่เลย ไอ้จุดนี้ไม่ใช่เรื่องที่โอลานเล่าให้ฟังนะครับ อันนี้ผมเห็นกับตา และตอนนั้นโอลานก็ไม่ได้อยู่ด้วย
FFplanet : คำถามสุดท้ายนะครับอาจารย์ ขอถามด้วยคำถามอมตะของเกมนี้เลยละกัน ตอนจบเดลิต้าตายรึเปล่าครับ?
BoN : ผมล่ะเบื่อกับไอ้คำถามนี้จริงๆเลยครับ...
FFplanet : ทำไมล่ะครับ หรือว่าอาจารย์ก็ไม่ทราบคำตอบ
BoN : เปล่าครับ...ลองคิดดูดีๆนะครับ...เดลิต้าเลเวล 25 ที่ใส่แกรนเฮมม์และติดเกราะแมกซิมิเลี่ยน แถมยังถือเบรเซอร์และมีดเส้าหลิน กับโอเวเลียที่สวมแค่ชุดคาเมเลี่ยนและถือ Dagger อันเดียว ด้วยอาวุธและพลังโจมตีระดับโอเวเลียเนี่ย มันจะไปทำอะไรเดลิต้าได้ครับ รับประกันเลยว่าดาเมจอย่างมากไม่ก็เกิน 20 พอจบเทิร์นโอเวเลียแล้ว เมื่อเข้าสู่เทิร์นของเดลิต้าเดลิต้าเลยจ้วงกลับ ด้วยพลังอันสูงส่งและอาวุธอันขี้โกงของเขาเนี่ยมันก็แน่อยู่แล้วที่โอเวเลียจะตายในดาบเดียว หลังจากนั้นเดลิต้าก็คงกินโพชั่น 1 ขวด ตามด้วยยาแก้พิษ (กันเหนียว) อีก 1 ขวด...ยังไงๆก็ไม่ตายแน่ๆครับ (นอกจากมีดที่เอามาแทงมันจะมีสนิมจับ) ผมล่ะไม่เข้าใจจริงๆเลยว่าทำไมคนส่วนใหญ่ถึงมาสงสัยอะไรแบบนี้ ตอนเล่นเกมยังคำนวนได้ว่าใครจะตาย ใครจะรอด แล้วแค่นี้ดันคิดไม่ได้ว่าเดลิต้าไม่ตาย น่าอนาถจริงๆครับ...
FFplanet : ........................
FFplanet : ....................................................... (อาจารย์บ้าไปแล้ว)
FFplanet : และทั้งหมดนี้ก็คือทฤษฎี (ที่ไม่อิงหลักความเป็นจริงเลยซักกะอัน) ของอาจารย์บอนนะครับ สำหรับวันนี้ก็ขอขอบคุณอาจารย์มากๆเที่ให้เกียรติมาร่วมรายการและช่วยชี้แจงแถลงไขปริศนาต่างๆภายในเกม Final Fantasy Tactics -Shioshi Sensou- ให้พวกเราฟัง สำหรับวันนี้ก็ขอขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่านมากๆ และสวัสดีผู้ชมทุกท่านครับ เย้~~~
BoN : สวัสดีครับ
ผู้ชม : แปะ แปะ แปะ (จบซะที)
ผู้ชม : แปะ แปะ แปะ......
BoN : สวัสดีครับ ผมคือพี่บอนของน้องๆเองครับ ปัจจุบันนี้ผมกำลังทำอาชีพเพนๆ รับจ้างกินน้ำแข็งใสราดเฮลบลูบอยไปวันๆ ไว้ถ้าเปิดเทอมเมื่อไหร่ก็จะกลับไปเข้าศึกษาในมหาลัยเพนกวินตามปกติครับ
FFplanet : นี่ก็เป็นประวัติเล็กๆน้อยๆของอาจารย์บอนนะครับ ตอนนี้ทางเราก็ได้ข่าวว่าอาจารย์ได้เล่น FFT -Shishi Sensou- จบเรียบร้อยแล้ว อยากทราบความรู้สึกของอาจารย์หน่อยครับว่าตัวเกมภาคนี้ให้ความรู้สึกประทับใจยังไงบ้างครับ
BoN : ก็ขอบอกว่าประทับใจมากครับ....ประทับใจในความอืดอาดยืดยาดของเอฟเฟคต่างๆภายในเกม กว่าจะใช้ได้แต่ละเวทนี่ก็รอจนหลับคาเครื่องไปเลยครับ หลายๆครั้งเสียงเอฟเฟคร่ายเวทดังจนดับไปแล้ว แต่เวทมันยังไม่เริ่มร่ายเลย....ประทับใจจริงๆ เป็นประสบการณ์ที่ผมจะไม่มีวันลืมเลยทีเดียว
FFplanet : อ่า...เอ่อ...แล้วในด้านดีล่ะครับ มีความทรงจำอะไรดีๆกับเกมนี้บ้างมั้ยครับ
BoN : ด้านดีเหรอครับ คงจะเป็นเรื่องความน่ารักของน้องหนูอาเกรียสครับ.....เป็นหนึ่งในนางเอก FF ที่น่ารักที่สุดเลยทีเดียว
FFplanet : เอ่อ...จารย์ครับ สาระครับ สาระ...โปรดอย่าทำให้รายการผมต้องพังพินาศเลยครับ
BoN : อ่ะๆด้านดีนะครับ ตัวเกมมีการเพิ่มอีเวนต์ เควส เหตุการณ์ ระบบอะไรใหม่ๆเข้าไปมากมายเลยทีเดียว AI ของศัตรูก็มีการแก้ไขใหม่หมด ทำให้พวกตรรกะแปลกๆที่ศัตรูมันเคยใช้ก็ถูกลบหายไป ทำให้ศัตรูดูฉลาดขึ้นและต่อกรกับเราได้ดีขึ้นครับ แต่ว่านั่นเป็นแค่เรื่องจิ๊บๆเท่านั้น ที่ผมชอบที่สุดก็คือโหมดใหม่สองโหมด ได้แก่โหมดโคลอสเซี่ยมหรือโหมดลานประลองที่มีไว้ให้เรากับเพื่อนเข้าห้ำหั่นกัน ผมว่านี่ต้องเป็นความฝันของแฟนๆไฟนอลฯหลายๆคนเลยทีเดียวที่จะได้จัดกลุ่มตัวละครไปสู้กับเพื่อนน่ะครับ ส่วนอีกโหมดนึงคือโหมดพันธมิตรร่วม เป็นโหมดที่เรากับเพื่อนต้องจับมือกันช่วยกันฝ่าฟันศัตรูสุดโหดเพื่อตามล่าหาไอเทมใหม่ๆที่ไม่มีในภาคที่แล้วครับ
FFplanet : โหววว! มีโหมดสู้กันกับเพื่อนด้วยเหรอครับ ผมเองก็มีความฝันที่อยากจะใช้ทีมตัวละครของผมไปสู้กับเพื่อนเช่นกัน แล้วอย่างนี้ไม่ทราบว่าตอนนี้พวกตัวละครต่างๆของอาจารย์เลเวลเท่าไหร่กันบ้างครับ
BoN : ตอนนี้ในกลุ่มผมก็มีตัวละครอยู่ราวๆ 22 ตัวนะครับ ทุกตัวก็เลเวล 99 กันหมดแล้วยกเว้นบักคลาวด์ไว้หนึ่งคนที่ยังไม่มีอารมณ์เก็บเลเวลให้ ไว้ว่างๆจะพยายามไปเก็บเลเวลให้เขาครับ อย่างไรก็ตาม ภาคนี้เลเวลไม่ได้เป็นตัวบอกวัดความเก่งของตัวละครหรอกครับ ตัวเลเวล 99 แต่สเตตัสเห่ยก็มีถมไป ในทางกลับกัน ตัวเลเวลน้อยๆแต่สเตตัสสูงๆก็จะเป็นตัวละครที่เก่งกาจได้ครับ
FFplanet : ผมได้ยินมาว่าในภาคนี้มีตัวละครใหม่สองคนที่ถูกเพิ่มเข้ามานั่นก็คือ "รุสโซ" กับ "บัลแฟรย์" ทั้งคู่นั้นต่างก็มีดีกรีเป็นพระเอกของไฟนอลฯภาคอื่นๆอยู่แล้ว นั่นจึงเท่ากับว่าใน FFT ภาคนี้มีพระเอกจาก FF สุมหัวอยู่ถึง 4 คนด้วยกันนั่นก็คือ คลาวด์ รัมซ่า รุสโซ บัลแฟรย์ แล้วแบบนี้ใครคือพระเอกตัวจริงของเกมนี้กันแน่ครับ
BoN : ในประเด็นนี้ตัวเกมได้มีการเขียนบอกไว้ชัดแล้ว หากลองย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ที่เราพึ่งได้บัลแฟรย์มาเป็นพวก บัลแฟรย์จะถามรัมซ่าว่า "รู้มั้ยว่าฉันเป็นใคร!!!" "ฉันน่ะเป็นพระเอกของตำนานเรื่องนี้นะเฟ้ย!!" "แกน่ะมันเป็นแค่ตัวประกอบ!!" ทางด้านรัมซ่าที่เจอบัลแฟรย์พูดแบบนี้เข้าไปก็ใบ้กินสิครับ ได้แต่เอ่อๆ อ่าๆ ฉันเป็นตัวประกอบเหรอ เออๆ แกเป็นพระเอกก็ได้
FFplanet : การเปิดตัวด้วยคำพูดที่ว่าฉันคือพระเอกแบบนี้นี่สมกับเป็นบัลแฟรย์จริงๆเลยนะครับ แล้วอาจารย์ทราบมั้ยครับว่าทำไมบัลแฟรย์เขาถึงหลงมายังยุคของรัมซ่า ซึ่งเป็นโลกอนาคตที่เกิดขึ้นภายหลังยุคของพวกบัลแฟรย์ร่วมพันปีได้
BoN : อันนี้ผมสงสัยตั้งแต่ตอนดูฉากจบของไฟนอลฯ 12 แล้วครับ ในวันหนึ่งที่วานกับเพเนโล่กำลังจะเข้ามาตรวจเช็คสภาพความเรียบร้อยของยานชูตรัลตามปกติ เขาก็พบว่ายานชูตรัลนั้นได้ถูกบัลแฟรย์เอากลับคืนไปแล้ว ตัวบัลแฟรย์ได้ทิ้งจดหมายไว้ว่า "พบสมบัติของเกลบาดอสแล้ว จะรออยู่ที่เบอร์เวเนีย" นั่นก็น่าจะหมายความว่า ก่อนที่เขาจะมาเอาเรือเหาะกลับไปเนี่ยเขาได้ไปที่เบอร์เวเนียมาแล้ว และก็พบกับเงื่อนงำของสมบัติบางอย่างซึ่งเขายังไม่สามารถหาทางเอามันออกมาได้ ทีนี้ ปัญหามันมีอยู่ว่า...สลัดอากาศที่ปราศจากยานเหาะส่วนตัวเนี่ย เขาเดินทางไปที่เบอร์เวเนีย ซึ่งเป็นสถานที่ๆอยู่คนละทวีปกับที่สุดท้ายที่พวกวานเห็นเขาได้อย่างไร แล้วเขาจะไปที่นั่นทำไม ทำไมเขาถึงไม่มาเอาชูตรัลคืนก่อนแล้วค่อยไป...
FFplanet : ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าคิดมากทีเดียวครับ แล้วอาจารย์มีความเห็นยังไงบ้างล่ะครับ
BoN : ผมมองว่าตามปกติแล้วบัลแฟรย์น่าจะมาเอาชูตรัลคืนก่อนแล้วค่อยไปเบอร์เวเนีย แต่การที่เขาไปเบอร์เวเนียก่อนเนี่ย น่าจะเป็นเพราะเขาถูกสิ่งลึกลับพาตัวไปโดยที่เขาไม่เต็มใจ ใช่แล้วครับ! ผมอยากบอกว่าตอนที่ปราการลอยฟ้าบาฮามุทดิ่งลงปฐพีนั่น แรงระเบิดได้ทำให้เกิดช่องว่างของมิติขึ้นมา และบัลแฟรย์ก็ได้ถูกช่องว่างของมิตินั้นพาไปยังโลกอนาคต พอมาถึงโลกอนาคตแล้วเขาก็ได้เข้าร่วมกลุ่มกับพวกรัมซ่า และเริ่มออกเดินทางทั่วอิวาลิซเพื่อค้นหาสมบัติในตำนานตามสถานที่ต่างๆด้วยกัน เมื่อเขาและรัมซ่ามาถึงภูเขาไฟเบอร์เวเนีย รัมซ่าก็บอกเขาว่ายังมีสมบัติอีก 1 ชิ้นถูกฝังอยู่ใต้ผืนลาวาซึ่งรัมซ่าไม่สามารถหาวิธีเอามันออกมาได้ ตอนนี้เองบัลแฟรย์ถึงได้ปิ๊งไอเดียขึ้นมาว่า ในยุคของรัมซ่าสมบัตินั้นอาจถูกฝังอยู่ใต้ผืนลาวาลึกก็จริง แต่ในยุคของเขาเมื่อพันกว่าปีก่อน ระดับความสูงของผืนดินนั้นมันไม่ได้สูงเท่ายุคนี้ พูดให้ถูกคือสมบัติที่อยู่ใต้ดินในยุคนี้มันอาจจะเป็นสมบัติที่อยู่บนดินในยุคของบัลแฟรย์ก็ได้ เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้วบัลแฟรย์จึงออกเดินทางต่อไปด้วยความตั้งใจว่าถ้าเขากลับยุคของตัวเองได้เมื่อไหร่ เขาจะต้องไปเอาสมบัติที่เบอร์เวเนียให้ได้
FFplanet : โหววววว !!! สุดยอดเลยครับ แท้จริงแล้วทุกๆอย่างมันถูกวางพล็อตไว้ตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อนสมัยที่ FFT ภาค PS พึ่งจะวางจำหน่ายแล้วนี่เอง มิน่าล่ะเขาถึงสามารถต่อเรื่องได้อย่างแนบเนียนเช่นนี้ แล้วในตอนจบล่ะครับ บัลแฟรย์กลับไปในโลกของเขาได้อย่างไรครับ
BoN : หลังจากที่พวกบัลแฟรย์ เอ้ย! พวกรัมซ่าสามารถกำจัดบอสใหญ่ได้ด้วยท่า "มิดาเรอุจิ" ผสาน "วิชาดาบสองมือ" และ "เคออสเบลดสองเล่ม" ที่บัลแฟรย์ถืออยู่ ก็เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้น ทำให้ช่องว่างของมิติเปิดขึ้นมาอีกครั้ง และบัลแฟรย์ก็ได้อาศัยจังหวะนั้นเดินทางกลับโลกของเขาครับ
FFplanet : โอ้โห สำหรับบัลแฟรย์ก็มีฉากจบส่วนตัวของเขาแบบนี้นี่เอง แล้วสำหรับเพื่อนๆคนอื่นๆอย่างออร์ลันดู อาเกรียสล่ะครับ เขาไปไหนกันบ้าง
BoN : ออร์ลันดูเจอบัลแฟรย์กระหน่ำลูกโม่ใส่ตายกลางทาง ข้อหาพยายามแย่งบทพระเอกจากบัลแฟรย์ครับ ส่วนอาเกรียสพอเสร็จศึกแล้วก็หนีไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกับผม คลาวด์เองก็ไปเป็นนักแสดงในโดฯวายของสาวๆ รุสโซก็ออกผจญภัยต่อไป เป็นต้นน่ะครับ
FFplanet : แหม่! อาจารย์เล่นลืมตัวเอกไปแบบนี้ก็แย่สิครับ แล้วรัมซ่ากับอัลม่าล่ะครับ? พวกเขาอยู่หรือตายกันแน่? ที่โอลานพูดให้คนอื่นฟังว่ารัมซ่าและอัลม่าไม่ได้ตายในศึกครั้งนั้น เป็นเรื่องจริงรึเปล่าครับ
BoN : เรื่องที่ทั้งสองยังมีชีวิตอยู่นั้นเป็นเรื่องจริงครับ นอกจากโอลานแล้วยังมีคนเห็นทั้งสองอีกเยอะแยะนะครับ ไม่ใช่ว่าไม่มีใครเห็น เพียงแต่โอลานเขาไม่รู้เอง
FFplanet : เอ๋? คนที่เห็นรัมซ่าและอัลม่าที่ยังมีชีวิตอยู่นั่นคือใครเหรอครับ ช่วยยกตัวอย่างได้มั้ย?
BoN : ก็ผมเองแหละครับ เมื่อวานยังเห็นเขาสองคนขี่โจโคโบะเลียบริมแม่น้ำไปที่ไหนก็ไม่รู้อยู่เลย ไอ้จุดนี้ไม่ใช่เรื่องที่โอลานเล่าให้ฟังนะครับ อันนี้ผมเห็นกับตา และตอนนั้นโอลานก็ไม่ได้อยู่ด้วย
FFplanet : คำถามสุดท้ายนะครับอาจารย์ ขอถามด้วยคำถามอมตะของเกมนี้เลยละกัน ตอนจบเดลิต้าตายรึเปล่าครับ?
BoN : ผมล่ะเบื่อกับไอ้คำถามนี้จริงๆเลยครับ...
FFplanet : ทำไมล่ะครับ หรือว่าอาจารย์ก็ไม่ทราบคำตอบ
BoN : เปล่าครับ...ลองคิดดูดีๆนะครับ...เดลิต้าเลเวล 25 ที่ใส่แกรนเฮมม์และติดเกราะแมกซิมิเลี่ยน แถมยังถือเบรเซอร์และมีดเส้าหลิน กับโอเวเลียที่สวมแค่ชุดคาเมเลี่ยนและถือ Dagger อันเดียว ด้วยอาวุธและพลังโจมตีระดับโอเวเลียเนี่ย มันจะไปทำอะไรเดลิต้าได้ครับ รับประกันเลยว่าดาเมจอย่างมากไม่ก็เกิน 20 พอจบเทิร์นโอเวเลียแล้ว เมื่อเข้าสู่เทิร์นของเดลิต้าเดลิต้าเลยจ้วงกลับ ด้วยพลังอันสูงส่งและอาวุธอันขี้โกงของเขาเนี่ยมันก็แน่อยู่แล้วที่โอเวเลียจะตายในดาบเดียว หลังจากนั้นเดลิต้าก็คงกินโพชั่น 1 ขวด ตามด้วยยาแก้พิษ (กันเหนียว) อีก 1 ขวด...ยังไงๆก็ไม่ตายแน่ๆครับ (นอกจากมีดที่เอามาแทงมันจะมีสนิมจับ) ผมล่ะไม่เข้าใจจริงๆเลยว่าทำไมคนส่วนใหญ่ถึงมาสงสัยอะไรแบบนี้ ตอนเล่นเกมยังคำนวนได้ว่าใครจะตาย ใครจะรอด แล้วแค่นี้ดันคิดไม่ได้ว่าเดลิต้าไม่ตาย น่าอนาถจริงๆครับ...
FFplanet : ........................
FFplanet : ....................................................... (อาจารย์บ้าไปแล้ว)
FFplanet : และทั้งหมดนี้ก็คือทฤษฎี (ที่ไม่อิงหลักความเป็นจริงเลยซักกะอัน) ของอาจารย์บอนนะครับ สำหรับวันนี้ก็ขอขอบคุณอาจารย์มากๆเที่ให้เกียรติมาร่วมรายการและช่วยชี้แจงแถลงไขปริศนาต่างๆภายในเกม Final Fantasy Tactics -Shioshi Sensou- ให้พวกเราฟัง สำหรับวันนี้ก็ขอขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่านมากๆ และสวัสดีผู้ชมทุกท่านครับ เย้~~~
BoN : สวัสดีครับ
ผู้ชม : แปะ แปะ แปะ (จบซะที)

#1 By Zy Fair ทายาทวีรบุรุษในตำนาน on 2007-06-01 20:05