สรุปเนื้อเรื่อง FFXII -Revenant Wings- Chapter 1
posted on 30 Nov 2007 20:13 by ffplanet in Ivalice-AllianceChapter 1 – The Derelict
นครหลวงแห่งราบานัสต้า
พลันใดที่เรือเหาะลำยักษ์บินกลับคืนสู่ที่หมายอย่างสวัสดิภาพ เหล่าลูกเรือทั้งหลายก็พากันเดินออกยานและแยกย้ายกันไปพักผ่อน แต่แม้ว่าตอนนี้หนึ่งในสมบัติแห่งเกลบาดอสจะได้มาอยู่ในมือของวานแล้ว แต่วานก็ยังคงไม่พอใจ หลังจากวันนั้นมาเขาก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องสมบัติใดๆ อีก หากแต่คอยพร่ำเพ้อว่าเขาอยากจะได้เรือเหาะลำใหม่...เรือเหาะของเขาเอง
วานรู้สึกเบื่อแล้วที่ต้องทำตัวราวกับเป็นลูกศิษย์ของบัลแฟรย์ ในตอนนี้เขาคิดว่าเขาโตพอแล้วที่จะรู้จักใช้ชีวิตอย่างสลัดอากาศด้วยแขนขาของตัวเอง เขาไม่อยากจะอยู่ใต้ร่มเงาของบัลแฟรย์อีกต่อไป หากยังไม่คิดที่จะยืนด้วยตนเอง เดินด้วยตนเอง บัลแฟรย์ก็คงพูดกับเขาอย่างกับว่าเขาเป็นเด็กอีกแน่
เรื่องราวต่างๆ มากมายได้ผ่านพ้นไปในแต่ละวัน หลายสิ่งหลายอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา จนกระทั่งวันแห่งชะตากรรมได้ดำเนินมาถึง
ที่ชุมชนใต้ดินแห่งเมืองราบานัสต้า โทมัจ ไคท์ ฟิโล่ เหล่าเพื่อนพ้องของวานกำลังพูดคุยกันอย่างออกรสถึงเรื่องความฝันของตน แม้ว่าไคท์กับฟิโล่จะยังเป็นเพียงแค่เด็กตัวเล็กๆ แต่ทั้งสองก็มีความฝันที่จะได้ออกผจญภัยไปในฟ้ากว้าง ซักวันหนึ่งเมื่อพวกเขาได้ยืนอยู่บนเรือเหาะและได้มองต่ำลงมาเห็นบ้านเมืองต่างๆ เห็นผู้คนตัวเล็กเท่ามด เมื่อนั้นแหละความฝันของทั้งคู่ถึงจะเป็นจริง
ระหว่างที่กำลังเคลิ้มอยู่กับการบรรยายความฝันอยู่นั้นเอง เพเนโล่ก็พูดขัดทั้งสองขึ้นมาว่าชีวิตของคนเราน่ะมันไม่ได้มีแต่เรื่องของการผจญภัยและการไล่ล่าสมบัติเท่านั้น ความสงบสุขก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน ในช่วงนี้เองวานก็วิ่งปรี่เข้ามาแทรกกลางวงสนทนาทันที ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้ถามอะไรวานก็พูดขึ้นมาทันทีว่าเขามีเรื่องสำคัญจะมาบอกทุกคน
ประโยคๆ นี้ทำให้ทุกสายตาจับจ้องมายังวาน วานพูดต่อไปอย่างไม่รีรอว่าเขาเห็นเรือเหาะลำหนึ่งกำลังมุ่งตรงมาที่เมืองนี้ แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรือเหาะธรรมดาๆ มันเก่าแก่เกินกว่าเรือเหาะใดๆ ที่เขาเคยพบเห็น
วานหันไปถามเด็กทั้งสองว่าพวกเขาจำเรื่องราวของตำนานแห่งทวีปลอยฟ้าที่ล่มสลายไปแล้วได้มั้ย ทั้งสองยืนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ฟิโล่จะทำท่าเหมือนฉุกใจคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เด็กสาวตอบมาว่าวานกำลังหมายถึง Purvama (ภาษาของชาวบิวเจอร์บา) ดินแดนลอยฟ้าใช่มั้ย ส่วนไคท์เองก็รีบเสริมต่อทันทีว่าวานกำลังจะบอกว่าเรือเหาะลำนี้เป็นลอยเหาะที่มาจากนครแห่งตำนานนั่นสินะ
สลัดอากาศมือใหม่อย่างวานที่กำลังหัดเก็กอยู่ไม่ได้ตอบอะไรออกไปในทันที เขาส่ายหัวอยู่สองวินาทีก่อนตอบกลับมาว่า “ทางเดียวที่จะรู้ก็คือเราต้องไปดูเอง”
หลังจากโชว์บทพระเอกหัดเก็กให้ทุกคนเห็นแล้ว วานก็รีบออกจากชุมชนใต้ดินเพื่อกลับขึ้นมาดูเรือเหาะที่กำลังบินตรงมาที่เมืองทันที แน่นอนว่าคนอื่นๆ ก็ไม่รอช้าที่จะวิ่งตามวานมาเช่นกัน
ยิ่งเรือเหาะเข้าใกล้เมืองมากขึ้นเท่าไหร่ ผู้คนในเมืองก็ยิ่งมายืนออกันเพื่อชมสิ่งมหัศจรรย์นี้มากขึ้นเท่านั้น ภาพที่ทุกคนได้เห็นในตอนนั้นคือเรือเหาะผีสิงที่ปล่อยควันดำโขมงออกมา ทว่าในขณะที่สายตาทุกคู่ของคนทั้งเมืองกำลังจับจ้องไปยังเรือเหาะปริศนา เพเนโล่เองกลับกำลังจ้องมองสีหน้าของวานที่เต็มไปด้วยความตื้นตัน
Chapter 1-1 Eve of Adventure
ค่ำคืนแห่งราบานัสต้า
ในยามดึกของวันนั้น เมื่อเรือเหาะปริศนาได้ถลาลงมาจอดอยู่ข้างเมืองราบานัสต้า ทหารในสังกัดราบานัสต้าส่วนหนึ่งก็ได้รับคำสั่งให้มาสำรวจตรวจตราเรือเหาะปริศนา
อีกทางด้านหนึ่ง วานได้ปลุกไคท์กับฟิโล่ขึ้นมากลางดึกแล้วก็เรียกให้ทั้งสองเดินตามมาเรื่อยๆ ขณะที่กำลังจะผ่านจัตุรัสกลางเมืองไคท์ก็ถามขึ้นมาว่าทำไมวานถึงไม่ปลุกเพเนโล่ขึ้นมาด้วย วานไม่ยอมตอบคำถามหากแต่ยกนิ้วชี้ขี้นมาและบอกว่าจุ๊ๆๆ อยากรู้เดินตามมาก็ละกัน ซึ่งคำพูดนี้ก็ทำให้เด็กทั้งสองยิ่งงงเข้าไปใหญ่ แน่นอนว่าคำตอบแบบนี้คงไม่ใช่คำตอบที่ใครๆ จะพอใจได้ หลังจากที่เดินตามวานมาได้อีกซักพักไคท์ก็ตัดสินจจะเข้าไปถามเหตุผลจากวานอีกที เขาหวังว่าคราวนี้เขาอาจจะได้รับคำตอบที่ดีขึ้น
ทันทีที่ไคท์สะกิดตัวของวาน มอนสเตอร์ที่ไคท์ไม่เคยเห็นมาก่อนก็ปรากฏตัวขึ้นร้อมลอบพวกเขา ยังไม่ทันที่ไคท์จะถามอะไรวานก็พูดขึ้นมาว่าทั้งสองอยากจะผจญภัยมากใช่มั้ย นี่ก็ถึงเวลาแล้วล่ะ ว่าแล้วทั้งสามก็รวมพลังกันกำจัดศัตรูที่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า
Chapter 1-2 Coveted Derelict
ประตูเมืองทางใต้ของราบานัสต้า
วานพาไคท์กับฟิโล่เขาไปใกล้บริเวณจุดที่เรือเหาะปริศนาตกลงมา และพบว่าบริเวณนั้นมีทหารคอยอารักขายานอยู่ส่วนหนึ่ง วานเห็นทหารยามสองนายที่เฝ้าทางเข้ายานอยู่กำลังพูดคุยอะไรบางอย่างกันอยู่พักใหญ่ ด้วยความสงสัยเขาจึงขอให้ฟิโล่ที่สามารถสปีดตัวหนีได้เร็วที่สุดในกลุ่มช่วยขี่แอร์บอร์ดซึ่งเป็นพาหนะคู่กายของเธอ เข้าไปแอบฟังเรื่องที่ทหารทั้งสองกำลังคุยกัน
ไม่นานนักหลังจากที่ฟิโล่เข้าไปดักฟังสิ่งที่ทหารทั้งสองพูดคุยกัน ฟิโล่ก็ขี่แอร์บอร์ดของเธอกลับมาและบอกว่าพวกยามคุยกันว่ามีโจรแอบขึ้นไปบนเรือเหาะได้แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงต้องรีบตามไปจัดการ ว่าแล้วทั้งสองก็รีบวิ่งขึ้นไปบนยานด้วยกัน
เมื่อยามเฝ้าเรือเหาะไม่อยู่แล้วจึงเป็นโอกาสดีที่พวกของวานจะได้แอบเข้าไปสำรวจในเรือเหาะกับเขาบ้าง วานบอกว่าเขาจะขโมยเรือเหาะลำนี้มาเป็นของเขาเองให้ได้ก่อนใครหน้าไหน เพราะเขาถือเอาเองแล้วว่ามันคือยานของพวกเขาทั้งสาม นอกจากนี้เขายังเสริมต่อไปถึงเหตุผลที่เขาต้องทำแบบนี้ วานบอกว่าทางเดียวที่เขาจะค้นหาได้ว่าเรือเหาะปริศนาลำนี้บินมาจากที่ใด ก่อนอื่นเขาก็ต้องยึดมันมาเป็นของตัวเองให้ได้ก่อน แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะยึดมันไว้ตลอดไป เขาคงจะดูแลมันไปเรื่อยๆ จนกว่าเจ้าของตัวจริงจะมาทวงคืน
ไคท์ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่กับสิ่งที่วานคิด การที่อยู่ดีๆ จะไปยึดเรือเหาะของใครก็ไม่รู้มาใช้มันคงไม่ใช่เรื่องที่เพเนโล่จะพอใจนัก ไคท์เตือนวานว่าเพเนโล่ต้องโกรธแน่ที่วานทำแบบนี้ วานเลยตอบกลับมาว่าก็อย่าไปบอกเพเนโล่ซะสิ!
สิ้นเสียงของวาน ทั้งสามก็ก้าวเข้าไปในตัวเรือเหาะอย่างพร้อมเพรียงกัน...
สงสารพันเนโล่ขึ้นมาตะหงิดๆ=w="
#1 By -shinya- on 2007-12-01 23:42