เรื่องของชิกิ

posted on 17 Apr 2008 16:00 by ffplanet  in Subasekai

เนื่องในวาระที่ The World Ends With You หรือ Subarashiki Kono Sekai เวอร์ชั่นยุโรปได้ถูกจับมาวางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในฐานะเว็บไซท์ Final Fantasy ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกก็ย่อมมีน่าที่ๆ จะต้องไปขุดคุ้ยเรื่องราวที่น่าสนใจของเกมนี้มาให้อ่านกัน

หลายคนอาจสงสัยว่า The World Ends With You มันไปเกี่ยวกับ Final Fantasy ได้ยังไง....นั่นสิครับ ผมก็ไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวกันตรงไหนเหมือนกัน ลองพยายามนึกหาเหตุผลเพื่ออ้างความชอบธรรมให้กับตัวเองอยู่นานสองนานก็นึกไม่ออก เอาเป็นว่าเกมนี้มันทำโดยทีม Jupiter ที่สร้างเกม Kingdom Hearts -Chain of Memories- ก็ต้องถือว่ามันเป็นญาติกับ Kingdom Hearts

เมื่อเราถือว่า Final Fantasy เป็นพี่น้องกับ Kingdom Hearts แล้ว งั้นเราก็ต้องถือว่า The World Ends With You ก็เป็นญาติกับ Final Fantasy เหมือนกัน เย้~!!! (...ปวดสีข้าง...)

เรื่องที่จะนำมาพูดถึงในวันนี้เป็นเรื่องของนางเอกของเกมที่มีชื่อว่า Shiki หรือที่ผมชอบอ่านแบบตามใจฉันว่าชิกิ ลักษณะของการเล่าเรื่องในคราวนี้ จะขอเล่าในเชิงอธิบายให้คนที่เคยเล่นภาคญี่ปุ่นมาแล้ว แต่ยังไม่เข้าใจเนื้อเรื่องได้เข้าใจกันนะครับ สำหรับคนที่ไม่เคยเล่นเกมนี้มาก่อนก็อาจจะอ่านเอาเพลินๆ ได้ แต่ถ้าอยากให้สนุกก็ต้องไปลองหาเกมนี้มาเล่นดูเอง! รับประกันความว่าจะได้อารมณ์ซึ้งๆ เน่าๆ ไม่แพ้ KH1 เลยเอ้า!

มาเข้าเรื่องของเรากันซักที หลังจากที่เกมยมทูตซึ่งเป็นเกมที่ "คนตาย" ต้องจ่ายค่าเข้าร่วมเพื่อทดสอบว่าจะมีคุณสมบัติที่จะได้รับโอกาสให้มีชีวิตใหม่หรือไม่ ได้เริ่มดำเนินขึ้นแล้ว โชคชะตาก็ชักพาให้ชิกิและเนกุได้มาเจอกันใน UG (Under Ground) ซึ่งเป็นโลกในอีกโซนที่ทับซ้อนอยู่กับโลกแห่งความเป็นจริง ณ ที่แห่งนี้ชิกิได้ชักชวนให้เนกุมาทำสัญญาเป็นคู่หูของกันและกัน เพื่อช่วยกันแก้ไขปริศนาและเอาชนะเกมยมทูตให้ได้

ตลอดเวลา 4 วันแรกของการแข่งขัน เนกุได้เห็นชิกิที่เป็นคนร่าเริง มีชีวิตชีวา เอาแต่พูดเรื่องมิตรภาพ เพื่อนฝูง และความเป็นห่วงเป็นใยผู้อื่นมาตลอด ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เนกุขาดไป และเนกุก็เริ่มรำคาญที่ชิกิเอาแต่พูดเรื่องแบบนี้ เนกุคิดว่านั่นคือตัวตนที่แท้จริงของชิกิ แต่แท้จริงแล้วมันไม่ได้เป็นแบบนั้น

 

ในวันที่ 5 ของการแข่งขัน โยได ฮิกาชิซาวะ ซึ่งเป็นผู้แทน Game Master ได้มาหาชิกิและเนกุ เขาบอกว่าที่เขามาก็เพื่อมาดูถ่านดำๆ ที่เปรียบเหมือนความริษยาภายใต้จิตใจที่โคตรเอ็กไซท์เหมือนบาร์บีคิวย่างของชิกิ (นึกภาพจิตใจของชิกิเป็นเตาบาร์บีคิวที่มีบาร์บีคิวย่างอยู่ มันเปรียบว่าถ่านที่อยู่ในเตาก็เหมือนความริษยาในจิตใจของชิกินั่นเอง)

โยไดบอกว่าชิกิน่ะเอาแต่พูดถึงเรื่องมิตรภาพ ความเป็นเพื่อนมาตลอด แต่จริงๆ แล้วชิกิน่ะเอาแต่อิจฉาคนอื่นที่ดีกว่าตัวเอง ชิกิเกลียดตัวเองมากๆ แต่ว่าตอนนี้ชิกิได้สิ่งที่ต้องการมาแล้วนี่!? ยังไม่พอใจอีกใช่มั้ย...ไม่มีใครรักเธอหรอก และเธอก็ไม่เคยรักตัวเอง เธอก็แค่คนที่ถูกความอิจฉาเข้าครอบงำ มิตรภาพน่ะไม่ได้ช่วยเยียวยาความเห็นแก่ตัวในจิตใจของเธอ เธอคิดว่าตัวเองสำคัญกว่าใคร แล้วก็เริ่มริษยาคนอื่นที่ได้ดีกว่าไปตน ถึงคืนชีพไปก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่ว่ายังไงเธอก็จะยังเป็นเธอเหมือนเดิม!

พอพุดมาถึงตรงนี้เนกุก็จะงงว่าคืนชีพหมายถึงอะไร โยไดก็เลยช่วยชี้แจงเรื่องที่เนกุคับข้องใจมานานว่าจริงๆ แล้วเนกุน่ะเป็นคนที่ตายไปแล้ว ผู้เล่นทุกคนที่เข้าร่วมเกมก็ด้วย เกมยมทูตก็คือการทดสอบว่าใครมีค่าควรที่จะได้รับโอกาสให้มีชีวิตใหม่นั่นเอง

ในการแข่งขันวันที่ 6 ชิกิจะเอาแต่เศร้าซึม ไม่ยอมเป็นชิกิที่พูดมากเหมือนทุกที ชิกิเข้ามาสารภาพกับเนกุว่าจริงๆ แล้วเธอเป็นคนไม่น่ารัก เธออยากเป็นคนแบบเอริที่เป็นเพื่อนของเธอ เธอคิดว่าถ้าเธอได้มีชีวิตใหม่อะไรๆ มันก็คงจะดีขึ้น แต่ในเมื่อยมทูตบอกว่าถึงจะมีชีวิตใหม่แล้วชิกิก็จะยังเป็นชิกิคนเดียว เธอก็เลยเสียใจ

ระหว่างที่กำลังคุยกันอยู่เนกุก็ตกใจว่าทำไมผู้หญิงที่เดินมาจากด้านข้างถึงมีหน้าตาเหมือนชิกิเลย ซึ่งชิกิก็จะพูดต่อว่าสิ่งที่เธอใช้เป็นค่าเข้าร่วมเกมยมทูตก็คือการมีอยู่ของตัวเธอเอง ฉันทิ้งตัวฉันเองมา และร่างที่เนกุเห็นอยู่นี้ก็คือร่างของเอริ ผู้หญิงที่เดินมานั่นก็คือเอริตัวจริง

ตอนที่ชิกิเข้ามาใน UG ครั้งแรกและเห็นว่าร่างของเธอกลายเป็นร่างของเอริ เธอรู้สึกดีใจจนแทบบ้าเพราะการได้มีตัวตนใหม่ก็คือสิ่งที่ชิกิใฝ่ฝันตลอด

เนกุบอกว่าไม่ใช่แบบนั้นหรอก ลองคิดดูสิว่าทำไมยมทูตถึงเอาร่างของชิกิไป ในเมื่อพวกนั้นต้องการสิ่งที่สำคัญที่สุดของเธอเป็นค่าเข้าร่วมไม่ใช่รึ แต่เธอกลับบอกว่าเธอเกลียดตัวเธอเอง ถ้าเธอเกลียดตัวเองยมทูตก็คงไม่เอาร่างของเธอไป

ชิกิบอกว่าเธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่เธอก็ดีใจที่ได้กลายเป็นเอริ หลังจากที่เกมเริ่มขึ้นเธอก็เริ่มทำตัวร่าเริง ทำตัวเป็นค่าน่ารักแบบเอริ แต่นั่นมันก็แค่การเสแสร้ง ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าแท้จริงแล้วเธอก็คือเธอ เธอเข้าใจแล้วว่าตัวเองไม่สามารถเป็นเอริได้ ลึกๆ แล้วเธอคงไม่ได้อยากที่จะเป็นเอริ เธอก็แค่อิจฉา...เอริมีทั้งรูปร่างที่ดี มีทั้งหัวสมอง เซนส์ในการออกแบบ มีเพื่อนเยอะแยะมากมาย...

ดังนั้นการที่ชิกิได้เอาร่างของเอริใช้ ถึงแวบแรกที่ชิกิเห็นตัวเองในกระจอกชิกิจะดีใจ แต่ลึกๆ แล้วเธอกลับยิ่งรู้สึกเจ็บปวด และเธอก็เริ่มเก็บความรู้สึกที่ว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับเธอก็คือตัวเธอเองไว้ในก้นบึ้งของจิตใจ

เนกุที่ได้ยินคำสารภาพของชิกิก็เริ่มเข้าใจว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ชิกิก็สับสนในเรื่องราวต่างๆ ไม่ต่างไปจากเขา จริงๆ แล้วชิกิก็แค่กลัว แต่พยายามจะพูดเหมือนกล้า... เธอกลัวการกลับไปมีชีวิตใหม่ และไม่อยากกลับไปมีชีวิตที่ต้องทนอิจฉาเอริอีกแล้ว

แต่แล้วเนกุก็พูดคำพูดนึงที่ทำให้ผมต้องแคะหูของตัวเองอยู่สองสามรอบเพื่อเช็คให้แน่ใจ นั่นก็คือ "แต่ฉันก็ชอบชิกิในแบบที่ชิกิเป็นนะ" เนกุพูดพลางเบือนหน้าลงต่ำ....ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเนกุพูดแบบนี้เพราะอะไร ไม่รู้ว่าเพราะลึกๆ แล้วเนกุก็เริ่มมีใจให้ชิกิขึ้นมา หรือเพราะเนกุรำคาญความอ่อนแอของเอริกันแน่

ในจุดนี้เนกุเป็นคนที่ต่างจากชิกิโดยสิ้นเชิง ขณะที่ชิกิอ่อนแอและเอาแต่อิจฉาคนอื่น แต่เนกุคิดว่าตรูข้าเนี่ยแหละประเสริฐที่สุดในโลก ในแผ่นดินนี้มีข้าคนเดียวก็พอแล้ว พอคิดได้แบบนี้เนกุก็เลยไม่เคยอิจฉาใคร แล้วก็พาลรู้สึกไม่อยากปล่อยให้ชิกิเป็นคนที่อ่อนแอแบบนี้ต่อไปด้วย

เสียดายที่พอเนกุพูดจบประโยคก็ดันมีคนเข้ามาขัดจังหวะพอดี ไม่งั้นคงได้เห็นอะไรดีๆ กว่านี้ ฮึ่ม!!

หลังจากนั้นทั้งสองจะเข้าไปฟังการสนทนาระหว่างเอริกับเพื่อน เอริบอกว่าช่วงนี้เธอไม่ได้ดีไซน์อะไรเพิ่มเลย และเธอคิดจะเลิกทำมันแล้ว เอริบอกว่าทั้งหมดนี้ก็เพราะชิกิ...

พอชิกิได้ยินถึงตรงนี้ก็วิ่งหนีไป เนกุก็รีบวิ่งตามไปดูว่าชิกิเป็นอะไร เธอบอกว่าเธอไม่อยากฟังสิ่งที่เอริพูดถึงเธออีกแล้ว เธอรู้สึกกลัว...เอริได้เคยพูดกับเธอว่าเธอน่ะไม่เหมาะที่จะเป็นดีไซเนอร์หรอกนะ ชิกิได้ยินก็เลยคิดว่าเอริคงเบื่อชิกิแล้ว แต่เนกุก็พยายามปลอบว่าชิกิก็คือชิกิ เธอไม่ใช่เอริ และจะไม่มีวันเป็นเอริ... เธอก็คือเธอ เธอต้องมีชีวิตของเธอเอง ถ้าเขาทำได้เธอก็ต้องทำได้ สิ่งที่สำคัญคือชิกิต้องรู้จัก "พยายาม" จะคิดว่าตัวเองโชคดี หรือจะคิดว่าคนอื่นช่างน่าอิจฉา เธอเท่านั้นที่เป็นคนเลือกเอง

=[]=.........................................!!

(ฟังมาถึงตรงนี้แล้วอยากอุทาน แม่จ้าวววว เนกุมันพูดอะไรแบบนี้ได้ด้วย นึกว่าจะพูดเป็นแต่หนวกหู! หุบปาก!!)

หลังจากนั้นทั้งสองก็จะเข้าไปฟังสิ่งที่เอริพูดต่อ เอริบอกว่าชิกิได้ตายไปแล้วเมื่อวันก่อน ชิกิเคยอุทิศชีวิตให้การทำชุดของเอริเป็นจริง แต่พอชิกิตายไปแล้วตอนนี้ไม่มีใครที่จะช่วยเอริทำชุดได้อีกแล้ว  ชิกิเป็นคนพิเศษ เป็นคนที่แคร์คนอื่น และยังมีความช่างสังเกต ถ้าเธอดีไซน์ตรงไหนพลาดไป ชิกิคือคนเดียวที่สามารถเตือนเอริได้ จำตุ๊กจาแมวของชิกิได้มั้ย เอริเองยังไม่รู้เลยว่าชิกิเริ่มทำมันขึ้นมาได้ยังไง ชิกิต้องเป็นคนที่มีสายตาที่แหลมคม มีทักษะการใช้มือที่ยอดเยี่ยม ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เอริขาดไป

วันก่อนจะเกิดอุบัติเหตุ เอริได้เข้าไปพูดอะไรบางอย่างกับชิกิที่ทำให้เอริต้องรู้สึกเสียใจไปตลอด ตอนนั้เอริเห็นว่าชิกิกำลังไม่สบายใจเพราะคิดว่าตัวเองคงเป็นดีไซเนอร์ไม่ได้ เอริอยากเข้าไปให้กำลังใจเธอ เลยเข้าไปพูดว่าเธอไม่เหมาะที่จะเป็นดีไซเนอร์หรอก จริงๆ แล้วเอริก็แค่หมายถึงชิกิเหมาะที่จะเป็นช่างเย็บผ้ามากกว่า คำพูดนี้คงทำให้ชิกิเจ็บปวดมาก เอริคิดจะขอโทษชิกิในวันต่อไป แต่เธอกลับไม่มีทางได้พบกับชิกิอีกแล้ว

กระทั่งถึงตอนนี้ชิกิก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเอริ เอริอยากให้ชิกิ กลับมา เพื่อที่จะได้ขอโทษเธอ และทั้งสองจะได้ทำงานร่วมกันอีกครั้ง

 

พอได้ยินมาถึงตรงนี้ก็ไม่รู้ว่าต่อมความซึ้งของเนกุมันแตกออกมารึไง เนกุถึงบอกไปว่าพวกเธอต้องการกันและกันไม่ใช่เหรอ ในชิบุยะก็มีคนอยู่มากมายหลายประเภทน่ะแหละ แต่จะมีใครอีกที่ทำตุ๊กตาหมูแบบนี้ได้นอกจากเธอ (...นั่นมันแมวนะพ่อคุณ..) ชิกิได้ยินก็หันหน้ามาหาเนกุและก็เริ่มยิ้มออกมา เธอบอกว่าอยากจะเจอเอริอีกครั้ง แล้วเราจะได้ทำงานร่วมกันอีก ฉันพร้อมที่จะมีชีวิตใหม่แล้ว เนกุก็พูดส่งท้ายว่างั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จงชนะ จงมีชีวิตอยู่ เหลืออีกแค่วันเดียวเท่านั้น

พอถึงวันที่ 7 ก่อนจะเข้าไปสู้กับโยได ชิกิจะพูดเพื่อเตรียมบอกลากับเนกุก่อนว่าเธอเริ่มรู้สึกว่าเธอช่างโชคดี ที่ได้ใช้ชีวิตแต่ละวันในการตื่นไปคุยกับเอริที่โรงเรียน ได้กลับบ้านมาดูทีวี กิน แล้วก็นอน มันอาจฟังดูเหมือนเรื่องธรรมดา แต่เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่านี่ล่ะคือการมีชีวิตอยู่ หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ในที่สุดเธอก็เข้าใจเรื่องเหล่านี้แล้ว เธอรู้สึกว่าเธอมีชีวิตขึ้นมามากกว่าตอนที่ยังไม่ตายซักอีก ชิกิขอบคุณเนกุและชมเนกุว่าเป็นคู่หูที่บรรเจิดมาก เนกุจะหันหลังแล้วก็พูดแบบอายๆ ว่าเก็บคำพูดนั้นไว้พูดตอนที่ชนะเกมแล้วดีกว่า OK นะ?

หลังจากที่วันที่ 7 จบลงแล้วทั้งสองก็จะสัญญาว่าไว้คืนชีพแล้วให้ไปเจอกันที่รูปปั้นฮาจิโกะ ซึ่งเป็นที่ๆ ทั้งสองคนได้เจอกันเป็นครั้งแรก เนกุถามว่าไปเดทกันใช่ม้า~! หลังจากนั้น Conductor ของเกมก็ปรากฏตัวออกมา เขาบอกว่า Composer สั่งมาว่าผู้ที่จะได้รับสิทธิในการมีชีวิตใหม่สำหรับรอบนี้มีแค่คนเดียว นั่นก็คือคนที่ทำคะแนนได้สูงสุดในเกมซึ่งก็คือชิกิ ตอนแรกชิกิก็งอแงบอกว่าเธอจะไม่กลับไปคนเดียว ยังไงก็ต้องมีเนกุไปด้วย แต่เนกุบอกว่าชิกิกลับไปก่อนเถอะ ชิกิมีเป้าหมายที่จะต้องกลับไปให้ได้ ในขณะที่เนกุยังไม่รู้เลยว่าตัวเองตายได้ยังไง และจะกลับไปเพื่ออะไร เมื่อได้ยินแบบนั้นชิกิก็เลยทำใจและก็ขอตัวกลับไปก่อน ซักพักนึงร่างของชิกิก็สลายไป...เนกุหวังว่าชิกิจะมีชีวิตใหม่ที่ดี

เรื่องของชิกิดูเหมือนจะจบแล้วแต่จริงๆ แล้วมันยังไม่จบ เนกุขอเข้าร่วมเกมใหม่อีกครั้งเพื่อแย่งชิงสิทธิในการได้รับชีวิตใหม่ ซึ่ง Conductor บอกว่างั้นเขาก็จะขอรับสิ่งที่สำคัญที่สุดของเนกุในตอนนี้ไปเป็นค่าเข้าร่วม ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดของเนกุในตอนนี้ก็คือ "ชิกิ" ว่าแล้วแทนที่ชิกิจะได้กลับไปมีชีวิตใหม่ก็ต้องถูกพวกยมทูตกักตัวไว้แทน เนกุต้องเริ่มเกมใหม่อีกครั้งโดยคราวนี้เขามีชีวิตของเขา และชีวิตของชิกิเป็นเดิมพัน

"ฉันต้องชนะเกมนี้ให้ได้ เพื่อเธอ และเพื่อตัวฉันเอง"

โปรดติดตามไตต่อปอน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โอ้วพระเจ้าช่วยกล้วยย่าง สรุปว่าเกมส์นี้มันเป้นเด็กมีปัญหากันทุกคนใช่มั๊ยยย~@@@ = [] =


อย่างเล่นเวอรืไทยจัง~ เมื่อไหรจะเสร็จนะ~@@

ปล.รออ่านเนื้อเรื่องของบีท เพราะเรารักไลม์~ >///< มีบีทต้องมีไลม์~~@@

ปล.พระเจ้าโนมุระนี่กะระบายความติสของตัวเองในเกมสืนี้สินะ..
>>แต่เนกุคิดว่าตรูข้าเนี่ยแหละประเสริฐที่สุดในโลก

เล่นใชคำซะเห็นภาพเลย 555+++
เห็นภาพเนกุเป็นซึนเดเระ อุรุไจ๊ อุรุไจ๊ อุรุไจ๊ เหอเหอ
บ้้าไปแล้ว

#2 By ป่อม~~สุกี้ on 2008-04-17 20:50

ดิ้นแด่วๆ...
ยังเล่นไปไม่ถึงไหนเลย เมื่อวานโดนแฮงค์ค้างใส่ไปทีนึงอีกต่างหาก หมดอารมณ์เล่นต่อเลยค่ะ
สงสัยต้องหยุดอ่านบล๊อกนี้สักพัก กันสปอลย์ double wink

เอ เหมือนว่าพอแปลเป็นอังกฤษแล้วความรู้สึกจะต่างกันหน่อยรึเปล่าคะเนี่ย?
คุ้นๆว่าของญี่ปุ่น มันพูดว่า สิ่งที่ชิกิแลกไปคือ ความงาม (คงหมายถึงรูปลักษณ์ของตัวเอง แต่ญี่ปุ่นใช้คำว่าความงามเลย) แล้วเลยทำให้ชิกิรู้สึกตัวได้ทีหลังว่า ที่ของแลกเป็นรูปร่างหน้าตาของตัวเอง เป็นเพราะว่าความอิจฉาของชิกิเกิดมาจากความที่ชิกิรักแต่ตัวเอง อยากให้ตัวเองดีเด่นกว่าใคร ประมาณนั้นอ่ะค่ะ

#3 By wassery_harp on 2008-04-17 23:43