บันทึกการเล่น Final Fantasy XII
posted on 12 May 2008 21:54 by ffplanet in Ivalice-Allianceเนื่องในมหาโอกาสที่ไม่มีข่าวความเคลื่อนไหวของเกมในสังกัด Square Enix ออกมาระยะหนึ่ง ทำให้อัตราผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บ It's a Wonderful World ตกลงอย่างฮวบๆ ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาที่อาจจะนำพาไปสู่บทอวสาน จึงเป็นหน้าที่ของผู้กู้โลกที่จะหาเรื่องไร้สาระมาอัพๆ เขียนๆ ให้ท่านผู้ชมได้อ่านกันอีกครา
เรื่องที่ทำให้หลอดไฟที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของผมส่องสว่างปิ๊งป่องขึ้นมาก็คือประวัติการเล่น Final Fantasy XII ระยะหลังมานี้ผมติดใจและชอบเขียนบรรยายความคืบหน้าในการเล่นเกมต่างๆ มาก มันเหมือนเป็นอนุสรณ์แห่งความทรงจำที่เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว หากเราได้ย้อนกลับมาย่ำอ่านอนุสรณ์แห่งนี้อีกครั้ง เราก็จะรู้สึกได้ถึงความฝันและความสุขในวันวานได้เป็นอย่างดี
ค่ำคืนของวันศุกร์ที่ 10 มีนาคม 2006 เป็นหนึ่งในวันที่แฟนๆ Square Enix ต้องจดจำไว้ไม่รู้ลืม เพราะนั่นคือวันที่บิทปลอมของเกม FFXII ออกอาละวาดตามแผงบิททั่วโลก ผมจำไม่ได้ว่าไฟล์ปลอมนั้นมีขนาดประมาณเท่าไหร่บ้าง แต่ที่จำได้แม่นคือพอมีคนลองงัดแงะไฟล์ดังกล่าวออกมาดูแล้ว มันกลับเป็นไฟล์หนังกำลังภายใน... งานนี้รู้สึกจะมีคนที่เขางอกเสียเวลาโหลดกันไม่รู้กี่หมื่นกี่แสนคนทั่วโลกเลยนะเนี่ย
ต่อมาในค่ำคืนของวันอังคารที่ 14 มีนาคม 2006 นั่นเป็นช่วงเวลาที่ไฟล์ iso ของเกม Final Fantasy XII ออกอาละวาดตามแผงบิททั่วโลก ช่วงนั้นบอร์ดเกมทุกบอร์ดต่างก็คึกคักกันเป็นอย่างมาก ถึงขนาดมีกระทู้พูดคุยเรื่อง FFXII ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดซ้ำกันบอร์ดละ 3-5 กระทู้เลยทีเดียว
น่าเสียดายที่ช่วงนั้นผมยังไม่มี DVD Writer เลยต้องอดทนร้องเพลงรอคอยไปอีกหนึ่งคืน เวลาผ่านไปจนกระทั่งถึงเช้าวันพุธ ผมรีบตื่นขึ้นมาแต่เช้าและมองหารถที่จะนำพาผมไปสู่ร้านเกมเจ้าประจำซึ่งก็คือร้าน JZone ของ MBK ชั้น 7 ได้ แน่นอนว่าผมไปถึงในสภาพที่ตัวร้านยังคงปิดอยู่ ผมยืนรออยู่พักใหญ่ๆ จนกระทั่งพี่ป๊อปที่เป็นเวรดูแลร้านอยู่ก็มาเปิดร้าน แล้วเค้าก็บอกกับผมว่าเค้ากะแล้วว่าผมต้องมายืนรอร้านเปิดแน่ๆ หลังจากคุยกันอยู่พักหนึ่งก็มีคนเอากองแผ่นไรท์ของเกม FFXII มาส่งที่ร้าน แต่เป็นแผ่นเปล่าๆ ที่ยังไม่มีปกอะไร พี่เค้าบอกผมว่าต้องรออีกซักครึ่งชั่วโมงกว่าที่ปกจะมา แต่ด้วยความกระหายที่อยากจะเอาแผ่น FFXII ไปเปิดเล่นที่บ้านซะตอนนั้น ผมบอกพี่เค้าว่าไม่เป็นไร ผมเอาแค่แผ่นเปล่าๆ นี่แหละ ว่าแล้วผมก็จัดแจงจ่ายเงินแล้วก็รีบโบกรถกลับบ้านในทันที
ตลอดช่วง 5 วันของการผจญภัย ผมแทบจะตัดขาดตัวเองจากโลกโดยสมบูรณ์ จากเดิมที่วันๆ หนึ่งผมเสียเวลาไปกับการออนไลน์อยู่ในโลกไซเบอร์เป็นเวลานาน แต่ในช่วงวันดังกล่าวผมบังคับตัวเองให้ใช้เวลากับการออนไลน์ขึ้นมาเช็คข่าวไม่เกินวันละครึ่งชั่วโมง ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันการโดนสปอยล์ และก็เพื่อทุ่มเวลาให้กับการเล่นเกมแบบสปีดเพลย์อย่างเต็มที่
ในวันแรกของการเล่น ผมเปิดเกมขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น พอจบ Prologue แล้วผมก็บังคับวานออกไปวิ่งเล่นนอกเมือง ดำเนินเกมไปตามเนื้อเรื่อง ขึ้นรีเวียธานไปสู้กับจัดจ์กีสด้วยเลเวล 9....แล้วก็วิ่งฝ่าโอกุลเอนซ่าเป็นเส้นตรงไปจนถึงสุสานเรธวอลล์ด้วยเลเวล 12... ดูเหมือนตอนนั้นผมจะยังเล่นเกมไม่ค่อยเป็น ไลเซนส์ก็อัพไม่ถูก มิสนัคก็ไม่เคยคิดจะอัพ ผมลองสู้กับการูด้าที่เป็นผู้เฝ้าสุสานอยู่หลายรอบแต่ก็ไม่สามารถชนะมันได้ ว่าแล้วก็เลยตัดใจปิดเกมแล้วเข้านอนมันซะตรงนั้น
เช้าวันที่สอง ผมตื่นขึ้นมาและพาลูกทีมไปเก็บเลเวลอีกซัก 2 เลเวลก่อนที่จะกลับมาสอยการูด้าจนร่วง พอเข้าสุสานเรธวอลล์ได้แล้วผมก็วิ่งฝ่าศัตรูเข้าไปอย่างราบรื่นไม่มีปัญหา พอออกจากสุสานได้แล้วขึ้นรีเวียธานแล้วก็กลับไปยังราบานัสต้า เป้าหมายต่อไปของผมคือการไปยังนครเทพเบอร์โอมิเซส ผมวิ่งฝ่าทุ่งกิซ่าและทุ่งออสโมเน่ไปอย่างทุลักทุเล การสู้กับศัตรูแต่ละตัวนั้นลำบากมาก ผมต้องอาศัยการลากศัตรูมารุมกระทืบทีละตัว แล้วก็พยายามวิ่งลัดเลาะเพื่อหาทางไปยังฉากต่อไปให้เร็วที่สุด
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าการเล่น FF เป็นเรื่องลำบากมาก เพราะก่อนหน้านี้หากไม่นับ FFXI แล้ว ไม่เคยมี FF ภาคไหนเลยที่ทำให้หมดต้องเปลืองพลังงานสมองเพื่อหาทางคิดเอาตัวรอดเหมือนภาคนี้ ผมเล่นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปต้องไปบู๊กับเอลเดอร์ดราก้อนทั้งๆ ที่ผมพึ่งเลเวลแค่ 18 แถมยังเล่นไม่ค่อยจะเป็น ผมลองสู้กับมันอยู่ 2-3 รอบ หลังจากที่มั่นใจด้วยสภาพสมองที่ตอนนี้ต่อให้พยายามให้ตายผมก็คงชนะมันไม่ได้แน่ ผมเลยตัดใจปิดเกมซะ
ในวันที่สามผมตื่นขึ้นมาอย่างแจ่มใส แล้วก็หาทางเอาชนะเอลเดอร์ดราก้อนได้อย่างไม่ยากนัก ผมก็เล่นตามเนื้อเรื่องไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปเล่นติดอยู่ในวิหารมิเลี่ยม ผมไม่รู้ว่าตัวเกมมันให้ทำอะไรต่อ ผมลองพยายามเดินวนไปมาอยู่ 2 ชั่วโมงแต่กลับไม่มีอะไรคืบหน้า ว่าแล้วก็เลยตัดสินใจเปิดอินเตอร์เน็ตเพื่อหาความช่วยเหลือ ผมคิดว่าต้องมีคนตั้งกระทู้ทำนองว่าเล่นติดอยู่ที่ตรงนี้เหมือนผมแน่ๆ แต่ผมกลับคิดผิด เพราะในตอนนั้นทั้งเว็บ Gconsole และ Gamer-gate กลับยังไม่มีคนพูดถึงวิหารมิเลี่ยมเลย ผมมั่นใจว่าคนที่เล่นสปีดเพลย์แบบผมคงจะเล่นทะลุตรงนั้นไปแล้ว และก็คงกำลังทุ่มเวลาให้กับการเล่นแบบเต็มที่ โดยไม่สนใจที่จะมาเสียเวลานั่งโม้ว่าตัวเองเล่นไปไกลแค่ไหนเป็นแน่
ผมเห็นท่าไม่ดีเลยรีบมองหาเว็บแฟนไซท์ของชาวญี่ปุ่นที่พอจะช่วยผมได้ ผมลองเข้าหลายเว็บอยู่เหมือนกันแต่ก็ยังไม่มีเว็บไหนที่อัพข้อมูลของวิหารมิเลี่ยมแล้ว โชคดีที่มีอยู่เว็บหนึ่งที่เจ้าของเขากำลังอัพข้อมูลพอดี พอผมกดรีเฟรชไปมาจู่ๆ ไอ้ข้อมูลที่เข้าอัพล่าสุดก็ปรากฏขึ้นมา และนั่นก็มีข้อมูลการผ่านวิหารมิเลี่ยมด้วย ผมลองอ่านคร่าวๆ และเข้าใจว่าเราต้องให้ตัวละครติดเครื่องประดับศิลารุ่งอรุณแล้วค่อยไปกดสวิตซ์ถึงจะไปต่อได้ ผมเห็นปุ๊บแล้วก็รีบไปทำตาม จากนั้นผมก็เล่นผ่านวิหารมิเลี่ยม กลับเบอร์โอมิเซส มุ่งหน้าผ่านมอสฟอร่า ป่าสาลิกา หาดโฟน วังใต้ดินโซเฮน จนกระทั่งไปถึงอาร์เคเดีย แล้วผมก็ยุติการเล่นในวันที่สามไว้ที่ตรงนั้น
วันที่สี่ผมจำไม่ค่อยได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่วันนี้ผมมีเวลาเล่นไม่มากนัก จึงเล่นผ่านอาร์เคเดีย กิลเวกัน แล้วก็กลับมาเซฟที่บาฟอนไฮม์ น่าเสียดายที่วันนี้เป็นวันที่ผมเล่นไม่ไปถึงไหนเอาซะเลย
วันที่ห้าผมตื่นขึ้นมาด้วยลางสังหรณ์แปลกๆ ผมคิดว่าตัวเกมมันออกมาถึง 4 วันแล้วป่านนี้ต้องมีคนจบเกมแล้วแน่ๆ ว่าแล้วผมก็เริ่มต้นด้วยการเปิดคอมเพื่อเช็คความคืบหน้า แล้วก็พบว่าพี่ Zirius ของ Gamer-Gate ได้จบเกมเป็นคนแรกของชนชาติไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใครสนใจอยากจะเข้าไปดูกระทู้ประวัติศาสตร์ ก็คลิ๊กตามลิงค์ด้านบนไปได้เลยนะครับ
พอเห็นว่ามีคนจบแล้วผมก็รู้สึกร้อนใจอยากจะรีบไปปั่นต่อให้จบบ้าง ความรู้สึกตอนนี้มันเหมือนมีเอเวอร์เรสต์จุกอยู่ในอก ผมต้องรีบหาทางเอามันออกไปแต่โดยเร็ว เพื่อที่จะได้ไปพูดคุยกับกลุ่มคนที่จบแลวได้อย่างสบายใจไม่ต้องกลัวโดนสปอยล์ได้ซะที ว่าแล้วผมก็รีบเปิดเกม วิ่งฝ่าประภาคารฟารอส (ซึ่งตอนนั้นผู้คนเรียกกันว่าหอคอยร้อยชั้น หรือประภาคารริเดิลอาน่า) พอออกจากประภาคารได้ผมก็ขับชูตรัลบึ่งไปสู้กับบอสใหญ่ของเกมด้วยเลเวลแค่ 38...มิสนัคขั้น 1 ทุกตัว...เงินก็ไม่มี เครื่องป้องกันก็ห่วยแตก เล่นก็ไม่เป็นอีกต่างหาก แล้วผมก็...ก็... ก็โดนมันกระทืบเละไม่มีชิ้นดีเลยคร้าบบบ...
ผมคิดว่าตัวเองคนต้องเสียเวลากับการเก็บเลเวลอีกพักหนึ่งกว่าจะชนะมันได้ ผมลองไปถามพี่ Zirius เอาว่าพี่เค้าชนะบอสใหญ่ตอนเลเวลเท่าไหร่ พอได้คำตอบว่าเลเวล 45 ผมก็รีบจัดแจงเก็บเลเวลตัวละครให้ถึง 45 แล้วก็กลับเข้าไปถล่มบอสใหญ่อย่างสบายอุรา ฮูเร่ย์~
พอจบเกมแล้วเมฆหมอกที่บดบังจิตใจผมอยู่ก็สลายไป ในที่สุดภารกิจยกเอเวอร์เรสต์ออกจากอกก็เป็นอันจบสิ้นกันซักที ผมดูฉากจบของเกมที่มีเพลง Kiss Me Good-Bye บรรเลงคลอไปด้วยความซาบซึ้ง แต่บอกตามตรงว่าตอนแรกนี่ดูฉากจบไม่รู้เรื่องเลยฟ่ะ ฮ่าๆๆ ต้องไปให้คนอื่นเค้าอธิบายถึงเข้าใจว่านั่นมันแหวนของใคร แล้วบัลแฟรย์หายไปไหน มาคิดดูตอนนี้แล้วรู้สึกเสียดายที่ผมไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น ถ้าได้เห็นฉากจบเกมครั้งแรกและเข้าใจเนื้อเรื่องไปด้วยเลย ก็คงจะรู้สึกประทับใจยิ่งกว่านี้มาก
หลังจากนั้นผมก็ต้องหยุดเล่น FFXII ไป 4 วันเพราะต้องรีบปั่นรายงานส่งอาจารย์ ผมรีบหาข้อมูลแล้วก็รีบพิมพ์หน้าตั้งจนเสร็จใน 4 วัน ผมคิดว่านั่นเป็นรายงานที่ดีที่สุดตั้งแต่ผมทำมา ถึงจะรีบทำแต่ก็เป็นรายงานที่ผมตั้งใจทำมาก พอส่งงานไปแล้วก็เป็นอันว่าผมได้เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการปิดเทอมซะที หลังจากนั้นผมก็เล่น FFXII ต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งทำเควสทั้งหมดเสร็จในวันที่ 2 เมษายน
ผมคิดว่าแต่ละคนคงมีนิยามของความสมบูรณ์ในการเล่นเกมไม่เหมือนกัน สำหรับมนุษย์ทั่วไปการทำเหตุการณ์ทั้งหมดครบก็คือสมบูรณ์แล้ว สำหรับคนที่ถลำเข้าไปในโลกแห่งเกมแล้วความสมบูรณ์ของเขาอาจต้องแลกด้วยการเก็บไอเทมให้ครบหรือปั๊มสเตตัสให้เต็ม ส่วนพวกมนุษย์ต่างดาวก็คงต้องทำเงินเต็ม จำนวนชั่วโมงที่ใช้ในการเล่นเกมเต็มด้วย
สำหรับเกม FFXII นี้คนไทยคนแรกที่สังหารยัสมัทและโอเมก้าได้ก็คือคุณ Ikki แห่งบอร์ด Gamer-Gate ผมจำได้ว่าก่อนหน้านั้นคุณ Ikki เคยเอาภาพถ่ายของคนญี่ปุ่นที่กำลังสู้กับเจ้าบอสสองตัวนี้มาให้ดู โดยเฉพาะยัสจมัทนั้นคุณ Ikki บอกว่ามันมี HP ถึง 100 ล้านด้วยกัน ตอนนั้นภาพเหล่านั้นเป็นที่ฮือฮามาก มีคนเอาภาพและข่าวพวกนั้นไปบอกต่อในบอร์ดต่างๆ มากมายจนเกิดเป็นกระแสฮือฮาไปทั่ว สำหรับเรื่องพลังของยัสมัทนั้นจริงๆ แล้วมันมี HP แค่ 50 ล้านเท่านั้น แต่ด้วยระยะเวลาในการสู้กับมัน ทำให้ผมคิดว่าคงไม่มีใครคนไหนสามารถประเมินพลังของมันได้ถูกต้องแน่ๆ เรื่องตัวเลข 100 ล้านนี้คงเป็นเรื่องที่คนญี่ปุ่นซักคนที่กำจัดมันได้เป็นคนแรกนำไปพูดต่อให้คนอื่นๆ ฟังมากกว่า
แม้ว่าจะมีเว็บบอร์ดมากมายที่พูดคุยเรื่องราวต่างๆ ของ Final Fantasy XII กัน แต่เมื่อนึกถึงเว็บบอร์ดที่รวมๆ แฟนๆ รุ่นเก่าของ Final Fantasy ไว้มากที่สุดยังไงก็ต้องนึกถึง Gamer-Gate เอาไว้ก่อน เดิมทีแล้วเว็บบอร์ดนี้เป็นเว็บบอร์ดที่รวบรวมเหล่าคนไทยที่เล่น FFXI ไว้มากที่สุด พอ FFXII ออกพวกเขาก็พาตัวเองออกจากวานาดีลเพื่อมาร่วมผจญภัยในอิวาลิซ แน่นอนว่าหลังจากที่พวกเขาเล่น FFXII จบลงแล้วต่างคนต่างก็มุ่งหน้ากลับไปผจญภัยในวานาดีลตามเดิม
ทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวการเล่น Final Fantasy XII อย่างคร่าวๆ ของผม ถึงเรื่องราวจะสิ้นสุดลงที่ตรงนี้ แต่การเล่น FFXII ของผมก็ยังไม่จบลง ทุกวันนี้ผมก็ยังต้องหยิบ FFXII ภาค US มานั่งทำเควส แปลบทสนทนาที่ค้างคาอยู่ต่อไปเรื่อยๆ แต่ไม่ว่าครั้งใดที่ผมหยิบเกมนี้ขึ้นมาเล่น ผมก็จะนึกถึงวันวานแห่งความสุขที่เคยใช้เวลาร่วมกับมัน ดังนั้นผมจึงอยากที่จะเขียนบทความนี้ขึ้นมา เพื่อที่ว่าเมื่อเวลาได้ผ่านพ้นไปแล้ว ไม่ว่าจะกี่สิบปีก็ตาม หากผมได้ย้อนกลับมาอ่านมันอีกครั้ง ผมก็จะจดจำช่วงเวลาแห่งความสุขในวัยเด็กนี้ได้ตลอดไป
แหล่มมากเลยค่ะ
ถ้าภาค13ออกมาแล้วเนื้อเรื่องสุดยอดขนาดที่ถ้าเล่นครั้งแรกแล้วเข้าใจทั้งหมดจะเป็นอะไรที่ประทับใจจอร์จสุด
พี่บอนจะยอมรอเวอร์ชั่นEngป่ะคะ
#1 By taepoppuri (58.9.92.244) on 2008-05-13 07:54