หนังสือการ์ตูน Final Fantasy XII เล่ม 2 ฉบับภาษาไทยได้วางจำหน่ายในสยามประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ภาพแรกได้อาเช่มาเป็นดาราหน้าปกไปแล้ว ในเล่มสองนี้ก็ได้พระเอกอย่างวานมาเป็นหน้าปกเช่นกัน ก็อย่างที่หลายๆ ท่านทราบกันดีว่าเนื้อหาเล่มแรกนั้นเป็นการท้าวความถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างรัฐต่างๆ ในอิวาลิซ โดยนำเสนอผ่านมุมมองของนางเอกอย่างอาเช่ มาในเล่มสองนี้ก็จะเป็นการเริ่มต้นเนื้อเรื่องของ Final Fantasy XII อย่างจริงๆ จังๆ ผ่านมุมมองของพระเอกอย่างวานกันเสียที

เนื้อหาทั้งหมดในเล่มนี้จะแบ่งออกเป็น 4 ตอนด้วยกันซึ่งสรุปเนื้อหาย่อๆ ได้ดังนี้

ตอนที่ 4

เปิดฉากด้วยบทสนทนาระหว่างเวย์นและกาบรัส โดยเวย์นได้ออกคำสั่งพร้อมทั้งอธิบายเหตุผลให้กาบรัสฟังอย่างละเอียดว่าทำไมต้องให้กาบรัสปลอมตัวเป็นบาชเข้าไปลอบปลงพระชนม์กษัตริย์รามินาส ในส่วนนี้ตัวเนื้อเรื่องทำการอธิบายออกมาได้ดีมากๆ จริงๆ แล้วตัวเกมเองก็มีการพูดถึงเรื่องนี้อย่างๆ ย่อๆ ไว้แล้ว แต่มันไม่พอที่จะทำให้คนที่เล่นเกมแบบผ่านๆ เข้าใจเหตุผลในเรื่องนี้ได้ ในส่วนนี้ภาคการ์ตูนก็เลยให้เวย์นทำการสาธยายเบื้องหลังของเรื่องนี้ออกมาแบบหมดเปลือกให้เราฟัง ซึ่งก็ถือเป็นเซอร์วิสกับคนที่ยังไม่เข้าใจเหตุผลของเรื่องนี้ไป

ต่อจากนั้นก็จะเป็นฉากเปิดเกม Final Fantasy XII เริ่มต้นด้วยการทำความรู้จักกันระหว่างบาชกับเร็คส์ โดยบาชเห็นเร็คส์แล้วก็นึกถึงโนอา ก็เลยเล่าเรื่องอดีตในตอนนี้ตนออกจากแลนดิสให้ฟัง บาชบอกว่าตอนนั้นตนเองทิ้งแม่ที่ป่วยกับน้องชายเอาไว้ที่บ้าน แล้วก็เดินทางออกจากแลนดิสเพื่อเข้าร่วมกับกองกำลังโค่นล้มจักรวรรดิที่อยู่นอกแลนดิส แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ แลนดิสจึงล่มสลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของอาร์เคเดียไป บาชก็หนีมาอาศัยอยู่ที่ดัลมัสก้า ส่วนโนอาที่ยังอยู่ในแลนดิสก็ได้กลายมาเป็นจัดจ์มาสเตอร์กาบรัสไป

จากนั้นก็เป็นเหตุการณ์ตามเนื้อเรื่องที่กาบรัสสวมบทบาทเป็นบาชเข้าไปสังหารเหล่าบริวารของกษัตริย์ ก่อนที่กาบรัสจะสังหารกษัตริย์รามินาสได้บาชก็ปรากฏตัวขึ้นมาขวางไว้ ทั้งสองคนได้ต่อสู้กันแต่แล้วบาชก็เสียท่าให้กับกาบรัส จนได้รับรอยบากบริเวณเหนือคิ้วด้านซ้ายมา จากนั้นบาชที่แพ้พ่ายก็ถูกจับตัว และกาบรัสก็ได้เข้าไปปลิดชีพกษัตริย์รามินาส

จากนั้นกาบรัสก็ได้ทำร้ายเร็คส์จนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ยังไม่ตาย เร็คส์และบริวารผู้อยู่ในเหตุการณ์ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ถูกทหารอาร์เคเดียจับไป และโดนทรมานด้วยวิธีต่างๆ นานาเพื่อให้สารภาพเรื่องที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด ขณะเดียวกันก็เป็นการบังคับให้สารภาพว่าบาชเป็นคนสังหารกษัตริย์รามินาสด้วย (ในเกมถึงได้มีคนพูดว่า "หรือว่าที่เร็คส์พูดเป็นแค่เรื่องโกหก?")

ตอนที่ 5

เริ่มต้นด้วยการปราศรัยหาเสียงของเวย์น แล้วต่อด้วยการเปิดตัววานที่ใฝ่ฝันอยากเป็นสลัดอากาศ วานแสดงท่าทีออกมาอย่างชัดเจนว่าแม้ตัวเขาเองจะเกลียดจักวรรดิมากเท่าไร่ แต่สิ่งที่เขารังเกียจที่สุดก็คือความอ่อนแอในตัวเขาเอง

จากนั้นก็จะมีบทสนทนาเล็กๆ ระหว่างเวย์นกับกาบรัสที่อธิบายถึงกับดักที่จะใช้ล่อพวกกลุ่มต่อต้านให้ออกมา จริงๆ แล้วตัวเกมบัลแฟรย์จะอธิบายเรื่องนี้ให้ฟังสั้นๆ แต่ในการ์ตูนเวย์นจะช่วยอธิบายอย่างละเอียดให้ฟัง...แหม่... เป็นการขยายเนื้อเรื่องที่ดีทีเดียว

ต่อมาวานก็จะลอบเข้าไปในวังเพื่อขโมยสมบัติออกมา ในจุดนี้จะมีการเพิ่มเนื้อเรื่องขึ้นคือวานได้เห็นวิญญาณของเร็คส์ที่ปรากฏตัวขึ้นในวัง จึงได้เดินตามวิญญาณของเร็คส์เข้าไปจนได้พบกับห้องสมบัติ และได้พบกับ Dusk Shard นั่นเอง... ในช่วงนี้ยังไม่มีการอธิบายว่าทำไมวิญญาณของเร็คส์ถึงปรากฏตัวขึ้นมา แต่เหตุผลจริงๆ ก็คือโอควิเลียมีความประสงค์ที่จะให้วานเอาศิลาอาถรรพ์ไปใช้เพื่อให้มันเกิดเรื่องขึ้นนั่นเอง ดังนั้นจึงใช้มิสท์สร้างเร็คส์มายาขึ้นมาชักจูงวานให้คล้อยตาม แล้วด้วยการนำทางดังกล่าวก็ทำให้วานได้ Dusk Shard ไว้ในครอบครอง ทว่าจังหวะนั้นเองบัลแฟรย์ก็ปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมกับคำพูดที่ว่าชั้นคือบัลแฟรย์ พระเอกของเรื่อง

ตอนที่ 6

เนื้อเรื่องเดิมคือวานเห็นท่าไม่ดีเลยรีบหนีจากพวกบัลแฟรย์ออกมา แต่ในการ์ตูนนี้วานจะต้องประมือกับฟรานอยู่นิดนึง พอรู้ว่าสู้ไม่ได้แล้ววานเลยต้องจำยอมมอบศิลาอาถรรพ์ให้ ทว่าระหว่างที่กำลังจะส่งศิลาให้อุบัติเหตุก็เกิดขึ้น เรือเหาะอิฟรีทได้บินเข้ามาอยู่ในบริเวณเหนือวังและเริ่มโจมตีใส่กลุ่มต่อต้าน ทำให้พื้นที่บางส่วนรวมทั้งห้องสมบัติเกิดการถล่มลงมา วานเลยหนีจากบัลแฟรย์ออกมาได้

วานที่หนีออกมาก็ไปจ๊ะเอ๋เข้ากับเวย์นและกาบรัสที่กำลังพูดเรื่องชั่วๆ กันอยู่ วินาทีนั้นวานสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลที่เกิดจากศิลาอาถรรพ์เทียมที่ฝังอยู่ในร่างกายของเวย์น ซึ่งมันมีอำนาจมากพอที่จะข่มขู่ให้วานต้องยอมคุกเข่าจำนนอยู่ต่อหน้าเวย์นเลยทีเดียว ทว่าด้วยการที่เวย์นพูดดูถูกเร็คส์ให้ฟัง วานจึงเลือดขึ้นหน้า เขาบอกตัวเองว่าเขาเกลียดตัวเองที่อ่อนแอและเขาต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ว่าแล้ววานก็ลุกขึ้นวิ่งเข้าไปเพื่อจะต่อยหน้าเวย์น ทว่ากาบรัสกลับเข้ามารับหมัดของวานเอาไว้ได้และชกสวนกลับไปแทน จากนั้นเวย์นก็สั่งให้พวกจัดจ์เอาวานไปฆ่าทิ้ง

ระหว่างที่วานกำลังจะโดนฆ่าบัลแฟรย์ก็ปรากฏตัวออกมาช่วยวานเอาไว้ บัลแฟรย์เปิดเผยตัวว่าตัวเองเป็นสลัดอากาศ และก็พยายามจะพาวานหนีจากการจับกุมของจัดจ์

(วานบอกกับตัวเองว่าถึงวันนี้หมัดของเขาจะส่งไปไม่ถึง แต่ซักวันเขาจะต้องส่งหมัดของเขาไปอัดหน้าเวย์นให้ได้)

ตอนที่ 7

ฟรานขี่ยานมาช่วยบัลแฟรย์และวานที่โดดลงมาจากที่สูง ทว่าศิลาอาถรรพ์ที่วานพกอยู่มันดันดูดพลังเวทมนต์ของศิลาเวหาที่อยู่ในยานไป ทำให้ยานไม่เหลือพลังขับเคลื่อนและตกลงไปในทางน้ำการัมไซส์ในที่สุด

ทางด้านกลุ่มต่อต้านเองก็กำลังสู้กับกองกำลังจักวรรดิอย่างเต็มที่ แต่กำลังทั้งสองฝ่ายนั้นต่างกันมากจนวอสเลอร์ไม่เห็นหนทางที่จะชนะได้ วอสเลอร์อยากให้กลุ่มต่อต้านถอยทัพ แต่อาเช่ที่พกไฟแค้นมาเต็มอกกลับสั่งให้วอสเลอร์และกลุ่มต่อต้านทั้งหมดสู้ต่อไป วอสเลอร์จึงทำอะไรไม่ได้นอกจากบอกให้คนช่วยคุ้มกันอาเช่ไปยังที่ปลอดภัย ส่วนเขาจะพยายามสู้ให้ถึงที่สุด

อาเช่ถูกคนคุ้มกันพาเข้ามาในทางน้ำการัมไซส์ แต่ก็เจอพวกทหารจักรวรรดิดักรอล้อมหน้าล้อมหลังเต็มไปหมด พวกผู้คุ้มกันเปิดเผยว่าแท้จริงแล้วพวกเขาเป็นกบฎที่ขายข่าวให้กับเวย์น การที่แผนจู่โจมของกลุ่มต่อต้านถูกเวย์นสกัดกั้นไว้ได้ก็เพราะพวกเขาให้ข้อมูลกับเวย์นไปก่อน ดังนั้นเวย์นจึงให้กองกำลังซ่อนตัวอยู่ในที่ลับหูและยังเรียกอิฟรีทมาช่วยเสริมกำลังรบด้วย พออาเช่ได้ยินก็โกรธแล้วชักดาบขึ้นมาสู้กับพวกทหารทั้งหมด เธอก็สู้ไปพลางหนีไปพลาง แต่แล้วก็ถูกต้อนไปจนเจอทางขาด แม้อาเช่จะเก่งกล้าด้านเพลงดาบเพียงใด แต่หลังจากที่เธอได้ใช้ดาบฟาดฟันใส่ทหารคนแล้วคนเล่า เธอก็เริ่มรู้ได้ว่ากำลังของสตรีตัวเล็กๆ อย่างเธอไม่มากพอที่จะสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้กับเหล่าทหารที่ถูกฝึกมาอย่างโชกโชนได้ เธอจึงรู้สึกโกรธแค้นในความอ่อนแอของตนที่ไม่สามารถทำอะไรได้ (ซึ่งในจุดนี้จะเห็นว่าอาเช่กับวานได้มีความรู้สึกโกรธแค้นต่อความอ่อนแอของตัวเองเหมือนกันเด๊ะ)

ขณะที่อาเช่หมดแรงและกำลังจะเสียท่าให้กับพวกจักรวรรดินั้นเอง วานก็ปรากฏตัวขึ้นและบอกให้อาเช่โดดลงมา พอเห็นทางรอดอยู่รำไรแม่คุณเลยไม่รีรอที่จะกระโดดลงจากทางขาดเพื่อหนีเข้าไปสู้อ้อมอกของวาน อาเช่มองหน้าวานด้วยความเขินอาย ขณะที่วานก็แสยะยิ้มตามปกติของเขาออกมา ในที่สุดตัวปัญหา เอ๊ย.. พระเอกและนางเอกของเรื่องก็ได้โคจรมาพบกัน และด้วยการพบพานของสองคนนี้ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของอิวาลิซก็กำลังจะเกิดขึ้นนั่นเอง

ประโยคแรกที่วานทักทายอาเช่ที่อยู่ในอ้อมแขนก็คือ "อื้อหือ...หนักโคตรร!!!" ฮ่าๆๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เอ๊ะ ของค่ายอะไรเหรอท่าน ไม่เคยเห็น จะได้หวด
ใช่ของ Ant รึเปล่า~ ยังงี้ต้องรีบไปสอย!!

#2 By 俺がガンダム だ!!! on 2008-09-25 01:50

รอดูว่ามันจะออกครบไหม ไม่ใช่ซื้อๆไปโดนลิขสิทธิ์=-=''
อ๊ากกก อย่าอ่านจังค่ะ เล่ม1ยังไม่ได้อ่านเลย
/หาซื้อในจังหวัดไม่ได้
เวอร์ไทยเล่มแรกยังไม่ได้ซื้อเลย 555
ออกเร็วจังอะค่ะ ขยันจริง ๆ

#5 By BeeJang on 2008-09-25 09:41

ของ Ant ครับ big smile

#6 By -The Producer- on 2008-09-25 13:01

อ้าว...ออกแล้วหรอนี่ - - เมื่อวานอุส่าห์ไปดูที่เดอะมอลล์บางกะปิไม่ยักกะมี โธ่...พลาดซะแล้ว ออกไปซื้อดีกว่า

#7 By :: ~Amigo~ :: on 2008-09-25 15:02

อยากอ่านดูคร่าาาาา ตจว.หาซื้อไม่ได้อ่าา
............เช่นกัน หาซื้อหลังเขาไม่ได้เลย~

#9 By Train Heartnet (117.47.41.243) on 2008-10-04 12:45