เห็นสื่ออื่นเค้าจัดอันดับเกมยอดเยี่ยมแห่งปีกันอย่างโครมครามแล้วไอ้การที่เราจะอยู่เฉยๆ ก็คงจะไม่ใช่เรื่อง ด้วยเหตุนี้ผมก็มีความคิดที่เก็บซ่อนไว้ในใจนานแล้วว่าพอถึงสิ้นปีเมื่อไหร่ ผมจะจัดอันดับเกมยอดเยี่ยมแห่งปีประจำสถาบัน FFplanet เหมือนสื่ออื่นๆ เค้าบ้าง แต่จะพูดไปแล้ว จริงๆ แล้วมันก็เป็นแค่อันดับเกมยอดเยี่ยมแบบตามใจผมเท่านั้นแหละนะ

ปีนี้เป็นอีกปีที่มีเกมเด่นๆ ทยอยออกมาสร้างกระแสกันเป็นจำนวนมาก นักเรียนนักศึกษาหลายๆ ท่านที่อุตริเรียกตัวเองว่าเกมเมอร์ก็คงกระเป๋าฉีกกันไปตามๆ กัน แต่นั่นก็คุ้มค่ากับการที่เราได้เล่นเกมดีๆ มากเป็นพิเศษ ผมก็หวังว่าปีหน้าและปีต่อๆ ไป ค่ายเกมทั้งหลายจะแข่งกันผลิตเกมที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมออกมาอย่างต่อเนื่อง ดังเช่นที่เป็นมาต่อไปนะครับ เอาล่ะพล่ามมาได้ 2 ย่อหน้าแล้ว ไปดูกันดีกว่าว่า 5 เกมยอดเยี่ยมแห่งปีประจำสถาบันแห่งนี้ จะมีเกมอะไรกันบ้าง

The World Ends with You
เครื่อง : Nintendo DS
ทีมพัฒนา : Jupiter (Square Enix)
วางจำหน่าย : 21 เมษายน 2008 ในอเมริกาเหนือ

คะแนนความประทับใจ
งานเพลง : 10
งานศิลป์และการกำกับ : 9
เนื้อเรื่อง : 10
ฉากจบ : 10
เกมเพลย์ : 10
ความคุ้มค่าและระยะเวลาในการเล่นจนเบื่อ : 10

The World Ends with You เป็นเกมที่วางจำหน่ายมาตั้งแต่ช่วงต้นปี และตั้งแต่ที่ผมเล่นเกมนี้จบเป็นครั้งแรก ผมก็บอกกับตัวเองทันทีว่านี่แหละคือเกมที่ดีที่สุดตั้งแต่ที่ผมเคยเล่นมา และผมตั้งใจจะให้เกมนี้เป็นเกมยอดเยี่ยมประจำปีตั้งแต่แรกแล้ว

จุดเด่นของเกมนี้คืองานเพลงที่รวบรวมเอาศิลปินเกือบ 20 คนมาช่วยกันร้องเพลงประกอบให้กับเกม ซึ่งก็มีเพลงที่โดนใจผมมากมายด้วยกันถึง 6 เพลง นับว่าเป็นเกมที่มีเพลงที่ถูกใจผมมากที่สุด เพราะตั้งแต่ผมเล่นเกมมาไม่เคยมีเกมไหนที่ทำเพลงให้ติดหูผมได้เกิน 3 เพลงเลย พึ่งจะมีเกมนี้เป็นเกมแรกเนี่ยแหละ นอกจากนี้จุดเด่นอีกอย่างของเรื่องคือเกมเพลย์ ซึ่งผู้เล่นไม่มีสิทธิบ่นว่าเกมมันยากไปหรือง่ายไป เพราะคุณสามารถปรับความยากง่ายของเกม ปรับเลเวล ปรับอัตราการดรอปของได้ตลอดเวลา ถ้าอยากจะเล่นให้สนุกก็จงปรับตัวเกมให้อยู่ในระดับที่ตัวเองจะเล่นได้อย่างสนุก ในส่วนของระบบต่อสู้นั้นก็เป็นอะไรที่แปลกใหม่มากๆ เราต้องคอยบังคับตัวละครสองตัวไปพร้อมๆ กัน ต้องแบ่งแยกประสาทมือซ้ายขวา จ้องมองจอล่างและจอบนไปพร้อมๆ กัน การจะเล่นเกมนี้ให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบจึงจำเป็นที่จะต้องเค้นพลังสมองมาใช้อย่างเต็มที่ การสู้กับบอสในช่วงท้ายของเกมเราจะได้พบความมันส์ระห่ำอย่างที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ ไหนมือขวาจะต้องขยับมือตวัดปากกาอย่างว่องไวที่สุด มือซ้ายก็ต้องกดปุ่มบังคับตัวละครอีกตัว สมองก็ต้องทำงานอย่างสุดความสามารถอยู่ตลอดเวลา และในสถานการณ์แบบนั้นเมื่อได้เพลงร็อคมันส์ๆ บรรเลงเสริมเข้าไป ก็ยิ่งทำให้อารมณ์คนเล่นพุ่งพวยถึงจุดสุดยอดไปอย่างง่ายดาย

Metal Gear Solid 4 : Guns of the Patriots
เครื่อง : Playstation3
ทีมพัฒนา : Kojima Productions (Konami)
วางจำหน่าย : 12 มิถุนายน 2008 ทั่วโลก

คะแนนความประทับใจ
งานเพลง : 9
งานศิลป์และการกำกับ : 9.5
เนื้อเรื่อง : 9.5
ฉากจบ : 10
เกมเพลย์ : 10
ความคุ้มค่าและระยะเวลาในการเล่นจนเบื่อ : 9

บทสุดท้ายของเรื่องราวชีวิตของสายลับในตำนานอย่าง 'โซลิด สเนค' ได้ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์ในเกมภาคนี้ ตัวเกมมีจุดเด่นทั้งด้านระบบที่อนุญาตให้ผู้เล่นมีอิสระที่จะเล่นเกมในรูปแบบใดก็ได้ ไม่ว่าจะเล่นแบบหลบๆ ซ่อนๆ คลานๆ กระดึ๊บๆ ไม่ให้ใครจับได้ หรือจะแบกปืนวิ่งหน้าตั้งเข้าไปบู๊ล้างผลาญก็ไม่มีใครว่า ทั้งปืนทั้งกระสุนแบบต่างๆ ก็มีให้เลือกใช้อย่างมากมาย และก็ให้ผลที่ไม่ทับซ้อนกันเองด้วย นอกจากนี้ในเกมก็ยังมีมุกที่ทั้งล้อทั้งเสียดสีอะไรต่อมิอะไรอยู่หลายอย่าง เป็นเกมที่เล่นไปแล้วทำให้ผู้เล่นยิ้มไปและต้องอุทานออกมาว่าเฮียแกคิดได้ไงจริงๆ

ว่าไปแล้วตัวเกมของ MGS4 นั้นเป็นอะไรที่สั้นมากๆ เวลาส่วนใหญ่ที่ใช้ในการเล่นเกมนี้รอบแรกจะหมดไปกับการดูคัตซีนมากกว่า เพราะคัตซีนทั้งหมดในเกมนี้ก็มีความยาวรวมกันประมาณ 15 ชั่วโมงได้ เล่นจบแล้วหลายคนคงนึกสงสัยว่าตกลงนี่เราซื้อหนังมาดูหรือซื้อเกมมาเล่นกันแน่ แต่จะไปว่าเขาก็ไม่ได้ เพราะถึงส่วนเกมเพลย์จะสั้นแต่งานของเขาก็สนุกจริงๆ ขณะที่ทางด้านคัตซีนที่เป็นสิ่งที่อธิบายความเป็นไปของเนื้อเรื่องในเกมนั้นก็ทำได้ดีมากๆ มีหลายๆ ฉากที่ดูแล้วกระฉากอารมณ์ ให้ความรู้สึกประทับใจ ถ้าเป็นเกมอื่นนี่ผมคงอยากจะกดข้ามคัตซีนยาวๆ ไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่กลับ MGS4 ที่ไม่ได้ผูกพันอะไรกันมาก่อน มันกลับมีพลังลึกลับบางอย่างที่ดึงดูดให้ผมต้องคล้อยดูไปจนจบ ฉากที่ผมชอบมากๆ คือฉากที่ไรเดนเข้ามาช่วยปกป้องสเนคจากการโจมตีของเรือยักษ์ ตัวเกมเล่นขึ้นภาพรำลึกความหลังของไรเดน เล่นเอาผมเคลิ้มรู้สึกอิน ทั้งสงสารและเศร้าใจกับชีวิตที่แสนโหดร้ายของไรเดนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก วินาทีนั้นผมคิดในใจว่าไรเดนต้องซี๊ม่องเซ็กแน่ๆ ไม่รอดแน่ๆ แล้วคราวนี้ แต่ที่ไหนได้ พอเปิดเกมขึ้นมาเองครั้งมันก็ยังอยู่ดีมีสุข ไอ้ที่อุตส่าห์เอาฉากรำลึกความหลังขึ้นมาฉายนี่ก็เพื่อบิ้วอารมณ์คนเล่นให้เคลิ้มตามไปเท่านั้นสินะ ร้ายๆ จริงครับโคจิม่า

ฉากจบเกมนี้เท่มากมายครับ โดยเฉพาะประโยคเด็ดที่สเนคคุยกับโอตาค่อนในตอนสุดท้าย ผมว่าการที่ฉากนั้นมีแต่เสียงอย่างเดียวไม่มีภาพ เป็นวิธีการกำกับที่ทำให้บทสนทนามันดูมีพลังมากขึ้นไปอีกขั้น และท้ายที่สุดตัวเกมก็ได้ปิดฉากลงไปอย่างสมบูรณ์จริงๆ

Grand Theft Auto IV
เครื่อง : Playstation 3 และ Xbox360
ทีมพัฒนา : Rockstar
วางจำหน่าย : 29 เมษายน 2008 ในอเมริกาเหนือ

คะแนนความประทับใจ
งานเพลง : 8
งานศิลป์และการกำกับ : 8.5
เนื้อเรื่อง : 7
ฉากจบ : 7
เกมเพลย์ : 9.5
ความคุ้มค่าและระยะเวลาในการเล่นจนเบื่อ : 9.5

เล่นเกมนี้ไม่ต้องคิดอะไรมากครับ เพลงก็งั้นๆ การกำกับก็งั้นๆ เนื้อเรื่องก็แทบจะไม่มีอะไรเลย แต่เกมเพลย์ของมันสนุกจริงๆ

Grand Theft Auto IV เป็นเกมแนวโลกอิสระที่เราจะเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนจริง และเราสามารถจะทำอะไรในโลกแห่งนั้นก็ได้ ไม่ว่าจะไปเล่นโบว์ลิ่ง ตู้เกม ปาลูกดอก แทงพูล ช๊อปปิ้ง หลีสาว เข้าผับ ดูระบำล่อนจ้อน หรือแม้แต่การร่วมเพศก็ยังมี.... จุดเด่นของเกมคงเป็นการจำลองบรรยากาศเมืองออกมาให้ได้ความสมจริงมากที่สุด ตัวเกมมีแบ่งกลางวันกลางคืน พฤติกรรมของผู้คนก็จะแตกต่างกันออกไป กลางวันคนก็จะคับคั่ง มีรถติดอยู่บ่อยๆ เย็นๆ เราก็อาจจะเจอคนบ้าเดินตะโกนไปตะโกนมาอยู่ริมถนน เราได้เห็นคนเดินคุยโทรศัพท์อ่านหนังสือพิมพ์อยู่ตามที่ทั่วๆ ไป ได้เห็นคนทำความสะอาด คนค้าคนขาย และผู้คนเหล่านั้นก็ตอบสนองกับการกระทำของเราอย่างสมจริง ตัวอย่างนึงที่ผมชอบมากคือการที่เราไปเดินชนคนอื่น แล้วเค้าเผลอพูดขอโทษเราออกมา ซึ่งในชีวิตจริงเวลาเราเดินชนกับคนอื่น บางคนก็จะพูดขอโทษออกมาก่อนเช่นกัน คือไม่รู้ว่าใครไปชนใครก่อน แต่เราขอโทษไว้ก่อนเป็นดี ในเกมมันก็ได้สะท้อนพฤติกรรมมนุษย์ในจุดนั้นออกมา

ในส่วนของเนื้อเรื่องเกมเราก็ต้องก่ออาชญากรรมประเภทต่างๆ ได้เรียนรู้ได้ลองวางแผน ลอบสังหาร สืบหาข้อมูล ไล่กวดรถคนอื่น หรือแม้แต่ขับรถหนีซะเอง ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจมากๆ และสามารถสร้างความบันเทิงให้กับผู้เล่นได้อย่างแท้จริง ถึงเล่นเกมจบไปแล้วเราก็ยังสามารถเดินไปเดินมา หาเรื่องเอาขีปนาวุธยิ่งใส่คอปเตอร์ เล่นไล่จับกับตำรวจทั้งเมือง รวมทั้งสู้กับหน่วยคอมมานโด การไล่ล่ากันไปมานี่เป็นอะไรที่ตื่นเต้นเร้าใจมาก ตัวเมืองเองก็มีความกว้างขวางสุดๆ ถ้าเบื่อเล่นกับคอมแล้ว จะไปเล่นออนไลน์ยิงกับคนอื่น ก็ยอดไปเลย

Rockman 9
เครื่อง : Wii, Playstation3, X360
ทีมพัฒนา : Inti (Capcom)
วางจำหน่าย : 22 กันยายน 2008 ในอเมริกาเหนือ

คะแนนความประทับใจ
งานเพลง : 7
งานศิลป์และการกำกับ : 5
เนื้อเรื่อง : 5
ฉากจบ : 7
เกมเพลย์ : 8.5
ความคุ้มค่าและระยะเวลาในการเล่นจนเบื่อ : 8.5

นอกจากเกมยอดเยี่ยมแล้ว ผมขอมอบตำแหน่งเกมช่างกล้าแห่งปีให้กับ Rockman 9 ในยุคที่การแข่งขันทางด้านกราฟฟิคพุ่งขึ้นสูงอย่างมาก แต่ Rockman ของเรากลับกล้าหวนกลับไปใช้กราฟฟิคจำลองแบบ 8 บิทซะงั้น ผลที่ออกมาคือเพลงมันก็เพราะเป็นเพลงๆ บางเพลงอย่างเพลงจบนี่ผมก็รู้สึกชอบนะ ทางด้านเนื้อเรื่องก็ดันกลับกลายเป็นเนื้อเรื่องแบบ 8 บิท คือมันไม่มีอะไรเลย จุดเด่นของเกมคงเป็นเกมเพลย์ที่สนุก มีสมดุลไม่ยากและไม่ง่ายเกินไป ส่วนใหญ่จุดยากๆ ในเกมจะเป็นมุกกวนประสาทที่ใช้ได้ผลแค่ครั้งเดียวเสียมากกว่า คือถ้าโดนไปครั้งนึงแล้วคุณก็จะไม่ตายเพราะมุกโง่ๆ แบบนั้นอีกแล้ว

ใครที่เล่น Rockman มาตั้งแต่ภาคแรกๆ คงจะรู้สึกชื่นชอบ Rockman ภาคนี้มากๆ มันให้ความรู้สึกเหมือนเราได้กลับมาพบพานกับเพื่อนรักในวัยเด็กที่ห่างหายกันไปนาน ถึงแม้จะเป็นเวลาเพียงช่วงเล็กๆ แต่นั่นก็เป็นประสบการณ์ที่ประเมินค่ามิได้ อยากจะขอบคุณ Capcom จริงๆ ที่ช่วยมอบความทรงจำดีๆ เหล่านี้ให้กับแฟนๆ Rockman อีกครั้ง

Dissidia -Final Fantasy-
เครื่อง : Playstation Portable
ทีมพัฒนา : Square Enix
วางจำหน่าย : 18 ธันวาคม 2008 ในญี่ปุ่น

คะแนนความประทับใจ
งานเพลง : 8.5
งานศิลป์และการกำกับ : 9
เนื้อเรื่อง : 8
ฉากจบ : 9
เกมเพลย์ : 9
ความคุ้มค่าและระยะเวลาในการเล่นจนเบื่อ : 10

เกมแอคชั่นฉลองครบรอบ 20 ปีของ Final Fantasy ที่ดันวางจำหน่ายในวันครบรอบ 21 ปีเพราะดันทำไม่ทันซะงั้น... เกมนี้เป็นหลักฐานในการเติบโตของ Square Enix ยุคใหม่ที่ไม่ได้ทำเป็นแต่เกม RPG อีกต่อไป นับจากที่ Kingdom Hearts II วางจำหน่ายผมก็คิดเรื่อยมาว่าจริงๆ แล้วค่ายนี้ก็ทำเกม Action ได้ดีไม่แพ้ค่ายไหนเหมือนกัน ติดแค่ว่า Kingdom Hearts II มันเป็น Action RPG ดังนั้นมันจึงไม่ได้รับการยอมรับในด้าน Action ของเกมเท่าที่ควร

มาถึงตอนนี้ Dissidia -Final Fantasy- ซึ่งเป็นเกม Action จริงๆ จังๆ ไม่มีส่วนผสมของ RPG แล้วก็ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม จากที่ฟังความคิดเห็นของหลายๆ คนที่ไม่ได้มีอคติกับ FF และเล่นเกมนี้เป็นโดยไม่มีความติดขัดด้านภาษาเป็นอุปสรรค ก็พบว่าทุกคนต่างล้วนชอบในระบบของเกมกันทั้งนั้น แม้เนื้อเรื่องหลักๆ ของเกมจะเป็นเส้นตรงแด่ว ผู้กล้ารวมตัวปราบจอมมาร ปราบได้ก็แยกย้ายทางใครทางมัน แต่ด้วยเพลงประกอบที่ไพเราะ งานกำกับที่เยี่ยมยอด และระบบเกมที่เจ๋งไม่เบา ทำให้การฉลองครบรอบ 21 ปีของ Final Fantasy เต็มไปด้วยความครึกครื้น กระแสตัวละครเก่าๆ ก็กลับมาฟีเวอร์ขึ้นอีกครั้ง

การจะเล่นเกมนี้ให้สมบูรณ์ คงต้องใช้เวลาเล่นประมาณ 200 ชั่วโมง แต่ใครจะแคร์ล่ะ ก็ในเมื่อเกมมันเล่นได้เรื่อยๆ ไม่มีเบื่อขนาดนั้น และถึงแม้จะมีเวลาเล่นเพียงแค่ 10-20 นาที เช่นเวลานั่งรถเมลล์ เราก็สามารถหยิบเกมนี้ขึ้นมาฆ่าเวลาที่แสนหน้าเบื่อเหล่านั้นทิ้งลงไปได้

.......................................................................................................................

ตำแหน่งพิเศษที่เหลือ

เพลงประกอบเกมยอดเยี่ยม - Lullaby for You (The World Ends with You)
เพลงสู้บอสยอดเยี่ยม - The One Star (The World Ends with You)
คาแรคเตอร์ยอดเยี่ยม - Old Snake (Metal Gear Solid 4)
คาแรคเตอร์สุดแนว - Minamimoto Sho (The World Ends with You)
สาวแว่นแห่งปี - Konishi Mitsuki (The World Ends with You)
ฉากจบยอดเยี่ยม - Metal Gear Solid 4 และ The World Ends with You
บุคคลยอดเยี่ยมแห่งวงการ - Hideo Kojima
สร้างผลกระทบต่อสังคมได้มากที่สุด - Grand Theft Auto IV
ช่างกล้ายอดเยี่ยม - Rockman 9
เสียใจด้วยที่ไม่มีอันดับให้เอ็งยอดเยี่ยม - Crisis Core -Final Fantasy-, Tales of Vesperia
Game Archive ยอดเยี่ยม - Saga Frontier
ผิดหวังยอดเยี่ยม - Little Big Planet

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น่าเล่นทุกเกมเลยครับ เสียดายไม่มีเครื่อง

#1 By Chonz on 2008-12-28 20:47

นั่งขำไอ้อันสุดท้ายเนี่ยแหละ ตำแหน่งพิเศษที่เหลือ หลายๆอันคิดเหมือนกันเลยอ่ะค่ะ จะสงสารไอ้นี่ดีมั้ย? เสียใจด้วยที่ไม่มีอันดับยอดเยี่ยมให้เอ็งwink

แต่คาแรคเตอร์สุดแนวนี่ยอมรับจริงๆ cry รักโชจังกริ๊บกริ้ววววว

#2 By 0Naoki0 on 2008-12-28 21:03

ทุกอัน
อยากเล่นเกมแรกสุด โอ้ยยยยยยยยย
จ๋านไม่มีดีเอสง่า แง ดิซซิเดีย.............
(ยังคงอดเล่นต่อไป)
ปลื้มมม

Subarashiki kono sekai

กวาดเกือบหมด อ๊างงง ชอบสุดๆ เกมนี้ cry

#5 By r e d t e a * on 2008-12-28 22:12

แต่สร้างผลกระทบต่อสังคมได้มากที่สุด...มัน...มันไม่ใช่นะ...

มันไม่ใช่ผลดีอ๊า ไม่น่าให้รางวัลค่ะ (เชอะ)

แต่ลัลลาบาย ฟอร์ ยู เพราะจริงๆ

ฟังตอนดูฉากจบนี่ร้องไห้กันเลย

#6 By renile on 2008-12-28 22:13

อยากมีเวลาเล่นจัง

#7 By LostOfCTRL on 2008-12-28 22:32

KHไม่ติดเลยเร้อ=[]=!!
ม้ายจริงงงง
นึกว่าดิสซีเดียจะได้ที่1ซะอีก
ปีนี้ไม่มี KH ออกนิครับ
แล้วด้านบนนั่นก็ไม่ได้เรียงตามอันดับนะครับ ผมเรียงมั่วๆ ตามลำดับการนึกออกก่อนหลังน่ะ

#9 By -The Producer- on 2008-12-28 23:22

เสียใจด้วยที่ไม่มีอันดับให้เอ็งยอดเยี่ยม - Crisis Core -Final Fantasy

อ่านข้อนี้แล้วแอบก๊ากค่า เอิ้กก โถแซ๊กคุง... sad smile

#10 By noei1984 on 2008-12-29 00:00

ฮาไอ้อันหลังนี่แหละ
เสียใจด้วยที่ไม่มีอันดับให้เอ็งยอดเยี่ยม
น่าสงสาร แซ๊ค เอิ้กๆ
ทีแรกนึกว่าจะมีติดอันดับซะอีก
wewy เล่นได้นิดนึง ก็สนุกดี
ไม่มีเครื่อง 55
ตอนนี้หนักใจยิ่งกว่า psp โดนขโมย

#11 By พ ั ด จ ั ง on 2008-12-29 00:30

Grand Theft Auto IV นี่ Game Trailer ให้ best story sad smile sad smile

#12 By plynoi แว่วศรี on 2008-12-29 07:19

มีผิดหวังยอดเยี่มด้วยเหรอพี่ 55
สำหรับผมอันดับ 1 คือ (ปีนี้เล่นเกมค่อนข้างน้อย)
1.Persona 4
2.Persona 3 : Fes
3.God of War:Chain of Olympis
4.Crisis Core
5.Dissidia

#13 By MehKung on 2008-12-29 10:24

Dissidia ตอนนี้เล่น Shantotto อยู่ ตัวเล็กๆน่ารักดี open-mounthed smile

#14 By mastermune on 2008-12-29 13:53

เล่น wewy กะ dff แฮะ

ขำ ccff 555+

#15 By ชาร์ป (124.121.191.55) on 2008-12-30 01:57

สาวแว่นแห่งปี...sad smile

#16 By Lowfailer on 2008-12-31 21:45

ขอบคุณค่ะ

#17 By โหลดเพลงฟรี (117.47.178.6) on 2009-10-28 13:35