เนื้อเรื่องล่าสุดที่ผมพึ่งจะเล่นจบไปเมื่อคืนก่อนก็คือเนื้อเรื่องของคลาวด์ กับธีมหลักที่มีหัวข้อว่า "เหตุผล"

ซึ่งเนื้อเรื่องของคลาวด์นี้ดูเผินๆ เหมือนมันจะไม่มีอะไร แต่จริงๆ แล้วเนื้อเรื่องนี้มันแอบทิ้ง "จิ๊กซอว์แห่งความจริง" เอาไว้ให้นักวิจัยเก็บเอาไปวินิจฉัยกันต่อ ฉะนั้นเพื่อไม่ให้ผู้อ่านมึนกับ "ความจริง" เบื้องหลังโลกของดิสซิเดียที่ผมจะกล่าวต่อไปในอนาคต ผมจะขอติวเนื้อหาของคลาวด์แบบละเอียดยิบให้ผู้อ่านได้ทราบโดยทั่วกันดังนี้

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นจากบทสนทนาของจักรพรรดิอุบโบ้ว ที่เล่าให้เคฟก้าฟังว่าอยู่ดีๆ เจ้าเซฟิรอธมันก็ฆ่าตัวตายต่อหน้าต่อตาเขา ว่าแล้วทั้งสองก็เริ่มซุบซิบนินทาถึงเจ้าวีรบุรุษผมยาวผู้โปรดปรานการสระผมด้วยยาสระผมกลิ่นวานิลลาและกลิ่นกุหลาบว่า หมอนั่นต้องเป็นพวกซาดิสม์และอารมณ์รุนแรงแน่ๆ ไม่รู้มันจะฆ่าตัวตายไปทำแมวน้ำอะไร อย่าไปยุ่งกับมันเลยดีกว่า

เรื่องของเซฟิรอธก็ช่างมันไปก่อน เป็นอันว่าเฮียแกโดนดูดเข้ามาในโลกนี้ แล้วก็ฆ่าตัวตายไปเรียบร้อยแล้ว มาดูทางด้านของคลาวด์กันบ้าง เพื่อนๆ ในกลุ่มของคลาวด์ซึ่งประกอบด้วยฟรีโอนีล ทีดัส และเซซิล กำลังคุยกันว่าทำยังไงถึงจะได้คริสตัลมานะ ใครซักคนในกลุ่มก็โพล่งขึ้นมาว่าสู้ๆ ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ได้คริสตัลเองแหละ

พลันนั้นคลาวด์ที่มักสงบนิ่งอยู่เสมอก็พูดขึ้นมาว่าการสู้ไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง คงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ๆ คนเราทุกคนใช่ว่าจะชนะได้เสมอไป ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องไปสู้หรอก พอทุกคนได้ยินดังนั้นก็หันมามองคลาวด์เป็นทางเดียวกัน ในขณะที่อีก 3 คนพร้อมรบ แต่คลาวด์เป็นคนเดียวที่ยังดูเฉยเมย พวกเขาเลยตกลงกันว่างั้นตอนนี้พวกเราพักกันก่อนแล้วกัน

หลังจากที่พักผ่อนกันพอทุกคนก็ออกเดินทางด้วยกันต่อ เมื่อสู้กับศัตรูไปได้ซักพัก ทีดัสที่เห็นว่าคลาวด์สู้ได้ไม่เลวนี่ ก็เริ่มคันไม้คันมือและขอคลาวด์ประลองด้วยซักยก แต่คลาวด์ก็ขอปฏิเสธไป ในทางตรงกันข้ามคลาวด์กับถามทุกคนขึ้นมาแทนว่าพวกเราจะสู้กันไปทำไม?

เพื่อนพ้องทั้งสามต่างให้คำตอบง่ายๆ กับคลาวด์ว่าก็สู้เพื่อตามหาคริสตัลมารักษาความสงบสุขให้กับโลกน่ะสิ น้องโบะเลยย้อนถามไปว่าคอสมอสพูดแบบนั้นก็จริง แต่เอาจริงๆ แล้วมีใครรับประกันได้มั้ยล่ะว่าได้คริสตัลมาแล้วจะปกป้องโลกได้...

ความเงียบเข้าปกคลุมชายหนุ่มทั้ง 4 อยู่พักหนึ่ง ก่อนที่คนที่ดำที่สุดจะโพล่งขึ้นมาอีกรอบว่า "พวกเราต้องศรัทธา!!" คนอื่นก็ช่วยเสริมว่าพวกเราก็สู้ๆ ไปเหอะ ไม่จำเป็นต้องรู้ให้มากนักหรอก ทว่าคลาวด์กลับบอกว่าไม่ได้หรอก เขาไม่อยากเห็นตัวเขาเองต้องต่อสู้โดยไม่มีเหตุผล

ว่าแล้วน้องโบะก็ถามทุกคนต่อว่าถ้าทุกคนมีเหตุผลใดที่ต้องต่อสู้ก็ลองบอกเขามาสิ เขาอยากจะฟัง เซซิลได้ยินแบบนั้นเข้าไปก็อึ้งๆ และบอกว่าตัวเขาไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลย ขณะที่ทีดัสก็ยกมือแล้วโพล่งขึ้นมาอีกรอบว่าเขาสู้เพราะอยากไปกระทืบเตี่ย.... แต่นั่นมันก็เหตุผลส่วนตัว ช่างมันเถอะนะ ว่าแล้วก็เอามือเกาหัวแกรกๆ

คลาวด์เองได้ยินดังนั้นก็บอกกับทีดัสว่านั่นก็เป็นเหตุผลที่ดีแล้วล่ะ ว่าแล้วน้องโบะก็หันไปมองฟรีโอนีลต่อเพราะเหลือหมอนี่ยังไม่ได้ตอบอยู่คนเดียว ฟรีโอนีลเลยบอกว่าตอนนี้เค้ายังไม่มีคำตอบให้ แต่ไว้หาเหตุผลได้แล้วเขาจะมาบอกคลาวด์อีกรอบละกัน

ทุกคนเดินทางกันต่อไปจนได้มาเจอกับเจ้า Magic Pot .... หม้อนรกพูดขึ้นมาทันทีว่าส่ง Elixir มาให้ซะดีๆ แต่คลาวด์ก็ปฏิเสธไปว่าไม่มีอ่ะ น้องหม้อเลยบอกว่าถ้างั้นเค้าจะตามหลอกหลอนคลาวด์ไปเรื่อยๆ จนกว่าคลาวด์จะมีไอเทมดังกล่าวให้เขา

เมื่อเดินทางต่อไปได้อีกซักระยะจนถึงเวลาพัก ฟรีโอนีลก็มาบอกกับคลาวด์ว่าเขารู้เหตุผลที่เขาต้องต่อสู้แล้ว นั่นก็เพราะเขามีความฝัน ความฝันที่จะฉาบโลกนี้ให้เต็มไปด้วยดงกุหลาบ พอคลาวด์ได้ยินดังนั้นก็เลยขอท้าสู้กับฟรีโอนีล โดยให้เหตุผลว่าเขาอยากรู้ว่าความฝันที่ว่าน่ะมันแข็งแกร่งซักแค่ไหนกัน...?

ภายหลังการต่อสู้ คลาวด์บอกกับฟรีโอนีลว่านายทำได้ดีแล้ว ตัวเขาเองลองถามตัวเองดูแล้ว แต่ก็ไม่พบว่าตัวเองจะมีความฝันอะไร ดูเหมือนว่าเหตุผลที่เขาต้องต่อสู้ จะไม่ใช่เรื่องของการทำตามความฝันว่างั้นเถอะ ว่าแล้วคลาวด์ก็ยังถามตัวเองต่อว่าแล้วตรูสู้ไปทำไมฟระ

กลับมายังอีกด้านหนึ่ง.... แปลกใจมั้ยครับว่าทำไมคนที่ตายไปหลายรอบแล้วถึงยังฟื้นกลับมาได้...?

เซฟิรอธที่คืนชีพขึ้นมาอีกครั้งถามการ์แลนด์ว่าจำเรื่องราวก่อนที่จะฟื้นขึ้นมายังโลกใบนี้ได้มั้ย ก่อนที่ตัวเขาเองจะฟื้นขึ้นมา ในนิมิตนั้น... เขาเห็นมังกรตนหนึ่งที่เปล่งแสงเรืองรองออกมา มันคืออะไรกันแน่? การ์แลนด์ที่ได้ยินดังนั้นก็ถามเซฟิรอธกลับว่าทำไมถึงคิดว่าเขาถึงรู้เรื่องนี้ล่ะ... ว่าแล้วฉากก็ตัดไปโดยไม่เผยให้เห็นว่าการ์แลนด์ยอมตอบคำถามของเซฟิรอธหรือไม่

กลับมาที่ด้านของคลาวด์อีกครั้ง ทุกคนกำลังสาปส่งคลาวด์ที่ทำตัวมีปัญหาว่าเอ็งจะไปที่ไหนก็ไป เซซิลบอกกับคลาวด์ว่าตัวเขาเองคงให้คำตอบไม่ได้ว่าคลาวด์สู้ไปทำไม แต่บางทีอาจจะมีใครซักคนที่ให้คำตอบกับคลาวด์ได้ ดังนั้นคลาวด์จึงน่าจะเดินทางตามหาๆ คนๆ นั้น คลาวด์เองก็เลยแยกออกจากกลุ่มไป โดยให้สัญญากับทุกคนไว้ว่าเมื่อใดที่เขาได้คำตอบของเหตุผลที่เขาต้องสู้แล้ว เขาจะเอาคำตอบนั้นมาฝากให้ทุกคนแน่นอน

คลาวด์เดินทางไปอีท่าไหนก็ไม่รู้ จนไปเจอกับเซฟิรอธได้ แต่แม้เซฟิรอธจะชักดาบขึ้นมาเตรียมหวดเต็มที่ แต่คลาวด์กับยืนสงบนิ่งทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ถ้าเดินผ่านไปได้มันก็คงจะเดินผ่านไปเลย คลาวด์บอกว่าเขาไม่อยากต่อสู้โดยไม่มีเหตุผล เซฟิรอธได้ยินดังนั้นก็ขำแล้วก็โชว์กุหลาบที่แย่งมาจากฟรีโอนีลให้ดู เขาบอกคลาวด์ว่าถ้าอยากช่วยเพื่อนก็จงตามมา แล้วเซฟิรอธก็หนีไป

คลาวด์ที่โดนยั่วยุก็รีบตามเซฟิรอธไปทันที พอเจอศัตรูขวางทางคลาวด์ก็มีน้ำโหแล้วบอกให้หลีกไป เมื่อตามเซฟิรอธทันแล้วพี่เซฟก็เริ่มจิกว่าแกเนี่ยจะทำอะไรตามที่คนอื่นเค้าชักจูงตลอด แกมาที่นี่ก็เพราะถูกฉันชักนำมา คลาวด์ได้ยินก็ปฏิเสธว่าเขามาที่นี่ก็เพราะความต้องการของเขาเอง

เซฟิรอธยังคงยืนยันว่าคลาวด์มันก็เป็นแค่ตุ๊กตา ที่คอยไปถามคนอื่นว่าคนอื่นมีเหตุผลอะไรที่ต้องต่อสู้ นั่นก็เพราะคลาวด์อยากได้เหตุผลของคนอื่นมาเป็นเหตุผลของตัวเองน่ะสิ ถ้าแกไม่มีเหตุผลที่จะต่อสู้ก็บอกมาเลย เดี๋ยววันหลังพี่เซฟคนนี้จะจัดหาเหตุผลให้แกเอง... ว่าแล้วคลาวด์ก็ปฏิเสธว่ากูมาของกูเอง ไม่ได้โดนใครลากมา แต่พี่เซฟก็ยังคงเกรียนต่อไปว่าคลาวด์มาที่นี่เพราะโดนชักนำ เมื่อคุยกันด้วยปากไม่รู้เรื่อง ก็ต้องตัดสินกันด้วยกำลังตามธรรมเนียมของแอคชั่นที่ไม่เหมาะสมต่อเด็กและเยาวชนของชาติ..

เมื่อคลาวด์ชนะแล้วเขาก็ได้รับคริสตัลมาไว้ในกำมือ ก่อนที่เซฟิรอธจะสลายไปก็ยังคงเกรียนให้ฟังว่าที่คลาวด์ได้คริสตัลมาก็เพราะการชักนำของเขา ว่าแล้วพี่เซฟก็หายไป คลาวด์เองก็ได้แต่บ่นอยู่กับตนเองเพียงลำพังว่าชีวิตของเขาก็ขึ้นอยู่กับเขา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเซฟิรอธ

และถึงตอนนี้คลาวด์จะยังหาคำตอบของคำถามที่ว่าทำไมตัวเขาต้องต่อสู้ไม่พบ แต่คลาวด์ก็จะขอสู้ต่อไป จนกว่าจะถึงวันที่เขาได้พบกับคำตอบนั้น และเมื่อใดที่เขาพบคำตอบนั้นแล้ว เขาจะนำเหตุผลดังกล่าวนั้นไปบอกกับเพื่อนพ้องของเขาตามที่ได้สัญญากันไว้อย่างแน่นอน...

แล้วการเดินทางต่อสู้ เพื่อค้นหาเหตุผลของการต่อสู้ก็ยังคงดำเนินต่อไป

ฟังดูก็คล้ายๆ กับพี่แสงที่สู้เพื่อยุติการต่อสู้...

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

ย้อนรอยเบื้องหลัง Dissidia -Final Fantasy-

ล่าสุดผมได้อ่านคอสมอสและเคออสรีพอร์ทฉบับภาษาไทยที่แปลโดยคุณน้อง คริฟ เรียบร้อยแล้ว พออ่านแล้วก็ได้พบความจริงเบื้องหลังเรื่องนี้หลายประการด้วยกัน ส่วนตัวแล้วผมยังไม่อยากจะมาเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังว่ามันมีความเป็นมาอย่างไร และจะเป็นไปอย่างไร ก็กะว่าเอาไว้เล่นจบครบทุกเนื้อเรื่อง ได้ย้อนดูทุกคัตซีนอีกซักรอบนึงก่อน จึงจะค่อยมาสรุปเป็นอีกหนึ่ง Entry ยาวๆ ให้ฟังว่าเหตุการณ์ทั้งหมดมันเริ่มต้นขึ้นจากตรงไหน และจบลงที่ไหนครับ

สำหรับตอนนี้ ขอให้ท่านทั้งหลายรู้ไว้โดยทั่วกันก่อนละกันว่าพี่แสงเป็นเด็กที่เกิดจากการทดลอง มีพลังมากมาย เป็นวีรุบุรษของประเทศ เคยก่อวีรกรรมด้วยการพิชิตสัตว์อสูรมายาและโอเมก้ามาแล้ว แต่ว่าพี่แสงในตอนนั้นยังเป็นแค่เด็กธรรมดาที่มีความโกรธแค้นเกลียดชังอยู่เต็มหัวใจ อยู่มาวันหนึ่งพี่แสงโดนจับตัวไปทรมาน แม่เลี้ยงและพ่อเลี้ยงของพี่แสงที่มีชื่อว่าซิดก็ตามมาช่วย แต่คุณแม่ก็โดนยิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

เหตุการณ์นี้ทำให้พี่แสงที่พึ่งโดนทรมานมาจนซูบเซียวโกรธจนกลายเป็นซูเปอร์ไซย่า มิติเวลาเบื้องหน้าของพี่แสงเกิดการบิดผันและเกิดช่องแยกของมิติและกาลเวลาขึ้น ทำให้พี่แสงและซิดผู้เป็นพ่อเลี้ยงโดนสูบไปยังโลกของ Dissidia

ส่วนแม่เลี้ยงที่ไม่ได้โดนสูบไปไหน ก็ลืมตาตื่นขึ้นมาในโลกของ FF1 ตามเดิม เธอที่สูญเสียสามีและลูกเลี้ยงไปก็เดินทางกลับบ้านเกิดซึ่งก็คือเมืองลูเฟน และนำเรื่องนี้ไปเล่าให้กับโหรหรือนักประวัติศาสตร์ที่ชือว่าลูคาห์นได้ฟัง ซึ่งลูคาห์นคนนี้ก็ได้ทำนายว่าในอนาคตเมื่อหายนะมาเยือนโลก นักรบแห่งแสงคนนั้นจะปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อกู้โลกใบนี้ พร้อมกับคริสตัลที่กำอยู่ในอุ้งมือของเขา

ทางด้านพี่แสงที่โดนสูบไปยังโลกของ Dissidia ก็ค่อยๆ เติบโตขึ้นจนถูกพลังแห่งแสงล้างสมองเข้าไป จึงได้กำเนิดใหม่ในนามของนักรบแห่งแสง นักรบผู้สูญเสียความทรงจำ ไม่รู้ที่มา ไม่รู้ที่ไป ไม่รู้ชื่อของตนเอง

ส่วนซิดที่โดนสูบมายังโลกของ Dissidia เช่นกัน ก็เสียใจกับเรื่องที่ต้องแยกจากภรรยาของตนมา ซิดต้องการพลังแห่งความขัดแย้งหรือพลังของเคออสไปใช้ในการล้างแค้น แต่การที่เคออสจะเกิดขึ้นมาได้ก็ต้องอาศัยความขัดแย้งหรือการต่อสู้นับครั้งไม่ถ้วน ดังนั้นในวันหนึ่งที่ซิดได้มีโอกาสพบกับชินริวในช่องว่างของกาลเวลา เขาจึงใช้ร่างเนื้อของตัวเองเป็นข้อแลกเปลี่ยนในการขอพรกับชินริวว่า ยามใดที่สงครามระหว่างสองเทพได้สิ้นสุดลง ขอให้เทพซึ่งเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ได้คืนชีพกลับมาใหม่พร้อมกับตัวหมากชุดใหม่ เพื่อที่สงครามและความขัดแย้งครั้งใหม่จะได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

จากนั้นมาซิดที่สูญเสียร่างเนื้อก็ได้กลายเป็นอีกหนึ่งจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่ที่คอยจับตาดูกาลต่อสู้ในแต่ละยุคแต่ละสมัย (ของโลกในมิติอื่นๆ) เรื่อยมา ซิดได้เห็นการต่อสู้ระหว่างชายหนุ่มคนหนึ่งการ์แลนด์ ซึ่งเมื่อการ์แลนด์ผู้เต็มไปด้วยความเคียดแค้นตายไปแล้ว การ์แลนด์ก็ยินยอมที่จะพันธนาการตัวเองให้จมขังอยู่ในวัฏจักรแห่งกาลเวลา เขายอมรับชะตากรรมที่ต้องอยู่กับความขัดแย้งที่ไม่มีวันสิ้นสุด และยังต้องต่อสู้ไปเรื่อยๆ เพื่อแลกกับการได้รับฟังและได้รับรู้ความจริงทั้งหมด ซึ่งเมื่อตัวหมากของฝ่ายเคออสแพ้พ่าย ชินริวก็มาล้างกระดานให้ใหม่ และช่วยชุบชีวิตผู้แพ้ขึ้นมาพร้อมกันจัดเรียงกระดานใหม่ให้ เพื่อที่การต่อสู้ระหว่างเทพสองฝ่ายจะได้ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ

สำหรับซิดแล้วพลังของเหล่านักรบที่พยายามต่อสู้เพื่อยุติความขัดแย้งนั้นไม่มีความหมายอะไรเลย ตราบใดที่ไม่รู้ความจริงว่าทำไมถึงเกิดความขัดแย้งขึ้น การสู้ไปเรื่อยๆ ก็ไม่ได้ช่วยให้เกิดผลใดๆ ขึ้นมา แม้ว่านักรบฝ่ายคอสมอสจะเอาชนะฝ่ายเคออสได้ถึง 12 ครั้ง แต่วัฏจักรก็จะยังดำรงอยู่ต่อไป ตราบใดที่พวกนั้นยังไม่รู้จักระแคะระคายความจริงเสียที

แต่แล้ว การต่อสู้ครั้งที่ 13 ก็เริ่มต้นขึ้นในโลกของดิสซิเดีย เมื่อคอสมอสทำการเรียกตัวหมากของตนจากมิติต่างๆ มารวมกัน ขณะที่ตัวหมากของเคออสก็ได้รับการชุบชีวิตจากชินริวขึ้นมาโดยถ้วนหน้าเช่นกัน

ในจุดนี้เราจะเห็นความแตกต่างระหว่างทั้งสองฝ่ายโดยสิ้นเชิง นักรบฝ่ายคอสมอสนั้นเอาแต่ทำตามคำสั่งของคอสมอสอย่างโง่ๆ โดยไม่คิดแม้แต่จะสงสัยอะไร พี่แสงก็เอาแต่พร่ำบ่นว่าจะสู้เพื่อยุติการต่อสู้ แต่ก็ไม่ได้รับรู้ความจริงอะไรกับเค้าเลย ทีดัสก็บอกแค่ว่าเราต้องศรัทธา... ดังนั้นการต่อสู้ของพี่แสงและผองพวกจึงสูญเปล่าและไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา เพราะพวกนั้นแก้ปัญหาไม่ตรงประเด็น

ผิดกับฝ่ายเคออสที่แต่ละคนยึดมั่นในความปราดเปรื่องของตนและจะไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือของใครง่ายๆ กรณีของการ์แลนด์อาจจะยินดีตกอยู่ในวัฏจักรแห่งการต่อสู้อยู่แล้ว แต่คนอื่นๆ ก็พยายามที่จะค้นหาความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้น ต่างคนก็ต่างมีแผนการของตัวเอง ส่วนเซฟิรอธที่โดนชินริวชุบชีวิตขึ้นมานั้นก็ถึงกับเอาดาบทิ่มตัวเองให้ตายไปอีกซักรอบ เพราะอยากรู้ว่าใครชุบชีวิตตัวเองขึ้นมา ชุบมาทำไม ตัวเองจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้งรึเปล่า ใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้กันแน่ และมันมีจุดประสงค์อะไรกันแน่.. ทั้งหมดนี้ก็เพราะฝ่ายตัวหมากของฝ่ายเคออส ไม่มีใครยอมใครง่ายๆ นั่นเอง

ซิด...ที่ว่าเฝ้าดูการต่อสู้มานาน สุดท้ายแล้วก็ไม่เหลืออะไรให้เสียใจ ไม่มีความต้องการพลังแห่งความขัดแย้ง ไม่ต้องการล้างแค้นอีกต่อไป การต่อสู้ระหว่างหมากทั้งสองฝ่ายของเทพทั้งสอง ค่อยๆ ชำระล้างบาดแผลที่ฝังอยู่ในใจของซิดไป ท้ายที่สุดซิดก็คอยจับตาดูว่าบทสรุปของการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นอย่างไร ซึ่งเขาหวังว่าสิ่งที่เหลืออยู่จะเป็นอนาคตที่สงบสุข

อย่างไรก็ตาม เมื่อการต่อสู้จบลงแล้ว... ถึงเคออสจะตาย คอสมอสจะตาย แต่ตราบใดที่ชินริวยังอยู่ กระดานก็จะถูกล้างใหม่ และเกมการต่อสู้ครั้งใหม่ก็จะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง คอสมอสได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาและได้คุยปรึกษากับซิด ซึ่งซิดก็ยอมรับว่าตราบใดที่โลกนี้ยังคงอยู่ รากเหง้าแห่งความขัดแย้งจะเกิดขึ้นใหม่ได้เสมอ ทั้งนี้ก็เพราะความปรองดรองและความขัดแย้งนั้นต่างเกิดจากความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ เมื่อมีมนุษย์ก็ย่อมมีทั้งสองสิ่งนี้เคียงข้างร่ำไป ดั่งแสงสว่างและความมืดมิดอยู่ข้างเคียงกันชั่วนิรันดร์ คอสมอสถามซิดว่าแล้วไม่มีวิธีไหนที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้เลยเหรอ ซึ่งซิดก็ยอมรับแต่โดยดีว่าพลังความรู้ของชาวลูเฟนก็ยังแก้ปัญหานี้ไม่ได้หรอก ว่าแล้วก็บอกให้คอสมอสกลับไปทำหน้าที่ของตนเองตามเดิม ในฐานะเทพธิดาผู้ถูกเลือก จงกลับไปดูแลวัฏจักรที่ฟื้นฟูกลับมาให้ดำเนินไปจนกว่าจะถึงความเพ้อฝันครั้งสุดท้าย... นั่นเอง...

ส่วนทางด้านพี่แสงที่โดนดูดมายังโลกของ Dissidia ตั้งแต่เด็ก ในตอนจบเกมพี่แกก็ได้กลับไปยังโลกของ FF1 ซึ่งเป็นโลกที่ตัวเองจากมา ว่าแล้วพี่แสงที่ดันทะลึ่งพกคริสตัลมาด้วยก็ถูกเรียกว่าเป็นนักรบแห่งแสงตามคำทำนายของลูคาห์น จากนั้นพี่แกก็ได้รับการไหว้วานให้ออกไปช่วยองค์หญิงเซร่าห์แห่งอาณาจักรคอร์เนเลียที่โดนนักรบผู้หนึ่งจับตัวไป ซึ่งเมื่อพี่แสงได้พบกับนักรบผู้นั้นพี่แสงก็ได้แต่ตกตะลึง!! ก่อนที่จะอุทานออกมาว่า "การ์แลนด์" !!

(ขณะที่การ์แลนด์ผู้บ้องแบ้วก็ได้แต่ทำหน้างงๆ แล้วพูดออกมาว่า ใครวะ?)

หลังจากการ์แลนด์ในโลกนี้เสียชีวิตลง เขาได้ทำสัญญากับมารร้ายทั้ง 4 ตนเพื่อรับพลังอันยิ่งใหญ่จนกลายเป็นชีวิตใหม่ในนามของเคออส เทพแห่งความขัดแย้งที่มีชีวิตอยู่ในโลก 2,000 ปีก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ใน FF1 แต่หลังจากที่โดนพี่แสงซึ่งขี่ไทม์แมชชีนย้อนเวลามาตามล้างตามเช็ดจนซี้ม่องเซ็กไปอีกรอบ ในไม่ช้าชินริวก็เข้ามามอบชีวิตใหม่ให้กับเขา พร้อมกับพาตัวไปยังโลกแห่งความขัดแย้งของ Dissidia และแล้ววัฏจักรแห่งการต่อสู้ก็ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เมื่อใดก็ตามที่เหล่าผู้บริโภคอย่างเราๆ สามารถหลุดพ้นจากวัฏจักรการทำมาหากินของ Square Enix ได้ เมื่อนั้นวัฏจักรแห่งการต่อสู้ระหว่างสองเทพก็จะสิ้นสุดลง และเมื่อนั้นความฝันของพี่แสงก็จะเป็นความจริงเสียที....

ป.ล. คิดไปคิดมาไม่เขียนใหม่แล้วดีกว่า แค่นี้ก็น่าจะละเอียดพอแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า~

ป.ล.2 เนื้อหาเบื้องหลังนี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นมาได้ ถ้าคุณน้อง คริฟ ไม่ถึกแปลรีพอร์ทมาให้ ขอขอบคุณมาก : )

ป.ล.3 ดูฉากจบลับแล้วอยากจะร้องไห้ โคตรสงสารพี่แสงเลย... สู้แทบตาย ไม่ได้อะไรขึ้นมา....

ป.ล.4 พล็อตเรื่องไทม์ลูป+ทำลายความฝันแบบนี้ผมก็ชอบนะครับ แต่มันกวนตีนไปหน่อย...= ='

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

นั่งเขียนเนี่ย ไม่เหนื่อยบ้างเรอะิคะ -*-"
เหนื่อยครับ แต่ถ้าผมไม่ทำ... ผมก็อาจจะไม่ได้เห็นเนื้อเรื่อง Dissidia ภาษาไทยปรากฏในประเทศนี้ ถ้าเขียนแล้วมันทำให้คนอื่นๆ คุยเรื่องเนื้อเรื่องกันมากขึ้น เข้าใจเนื้อเรื่องกันมากขึ้น คุยวิเคราะห์กันแบบใกล้เคียงความจริงกันมากขึ้น มันก็คุ้มที่จะเขียนครับ

#2 By -The Producer- on 2009-08-27 02:20

เนื้อเรื่องดราม่ามากเลยค่ะ

เป็นคอนฟลิคที่แบบว่าไม่น่าเชื่อว่า SQEN จะคิดขึ้นมาเลยเนาะ

^^" ฝั่งคอสมอสก็จะเรียกว่าก็คงไม่ได้หรอกเนาะ

ก็พวกนี้มัน"พระเอก" นินา ฮาาาา

ตอนนี้เลเวล 100 8 ตัวแล้วค่า >w<

นั่งปั้มกะโกสท์พี่แสงโดนพี่แสง Shield จนตายบ่อยมากกกก ฮาาาาาา แต่คุ้มดีค่ะ

พูดถึงว่าของแรร์ดรอปยากมากเลยค่ะ พยายามเพิ่มลัคเยอะๆแล้วนะคะ

#3 By BassYoncE on 2009-08-27 03:18

ตรงตัวหนังสือสีแดงตอนหลังเขียนได้ตรงใจมากครับ

ถ้าเป็นงั้นจริง ความฝันของพี่แสงคงไม่อาจเป็นจริง (เพราะไม่รู้ว่าจะหลุดจากวังวนการหากินของ SQEX ได้มั้ย)confused smile

แสดงว่าที่คาออสฝันว่าเคยปกครองโลกนี้กับคอสมอสอย่างมีความสุขนี่คงเป็นจริงสินะ

#4 By (124.122.142.50) on 2009-08-27 09:54

อ่านแล้ว อืม.......... มันวางแผนไว้อย่างดีเลยนิ(ดีจริงๆ ให้เสียตังค์เล่น(เกมส์)กันเนี้ย)

พี่แสงตราบใดที่ยังมีพวกเราเล่นกัอยู่ คิดว่าพี่คงไม่หลุดพ้นวัฎจักรนี้เสียทีหรอก สู้ต่อไปแสงสว่างจะอยู่ข้างพี่เสมอล่ะ(555+)

#5 By (124.121.224.43) on 2009-08-27 11:25

ละเอียดมากนับถือๆ อยากอ่านรีพอร์ตแปลไทยบ้าง

เนื่อเรื่องของคลาวในDFFนี่น่าจะเป็นช่วงก่อน
FFVII ใช่มั้ย (เหมือนยังมีอาการค้าวอยู่)
เวลาดูคลาวกะเซฟิรอธเถียงกันนี่มันฮาดีจริงๆ
ฝ่ายนึงเก๊กเสียงเข้มไซโค อีกฝ่ายก็ตอบกลับแบบหน้ามึนๆไป

จะว่าไปพระเอกฝ่ายคอสมอสซื่อเกินไปสินะ
มุกอย่างเป็นตามชะตากรรมว่านอนสอนง่ายตามพระเจ้าSQ

ดังนั้นพี่แสงคงไม่สมหวังเพราะพระเจ้าSQแต่ละคนหา
งานให้ตลอดเอิ๊กๆๆsad smile

#6 By nangoing on 2009-08-27 12:56

อาการค้าวของคลาวด์ทำให้เกิดคำถามที่จะดึงไปหาคำตอบของการต่อสู้ได้ ( อืม มีประโยชน์เหมือนกันแหะ )

แอบขำตัวแดงที่เน้นไว้ หมายความว่าถ้าจะหยุดลูปนี้ พี่แสงต้องไปจัดการกับSQEX เลยใช่ไหม ถึงจะพ้นการลูปซักที 55555confused smile confused smile

#7 By taki on 2009-08-27 15:33

ตอนเล่นสตอรี่ ผมก็ไม่รู้ว่าชินริวคืออะไร ก็เลยทำให้ตกเรื่องเนื้อเรื่องไปพอสมควร

มาอ่านเสร็จก็..... อืม เก็ทละ

แต่ที่โรงเรียน ก็ยังมีพวกกดข้ามๆ ไม่ดูเนื้อเรื่องอยู่เต็มไปหมด เมื่อวานก็เพิ่งโดนโวยไปว่า "เนื้อเรื่องไม่สำคัญหรอก เกมส์ไรเน้นเนื้อเรื่องแมร่งกากทังนั้น" มา = ="
(ตรูทำไรผิดฟระ)

ตอนนี้ Destiny Odessey จบ 100% หมดทุกอันแล้ว

#8 By •JaMeZ• on 2009-08-27 18:16

เข้ามาขอบคุณ ปรบมือ และเป็นกำลังใจให้ครับ

บอนบอน สู้ๆ

#9 By sensaisensai (58.137.94.181) on 2009-08-27 19:59

คนแต่งแต่งได้สุดๆมากเลยค่ะ นั่งอ่านไปหลายรอบกว่าจะเข้าใจ เค้าแต่งดีแต่เรามัน...ช้า

#10 By dark_lady on 2009-08-27 20:07

อยากอ่านเนื้อเรื่องของทีดัสจังงับ

ลุงบอนจัดให้ทีสิ confused smile

#11 By Antharus (58.8.36.141) on 2009-08-27 22:25

โฮก..... ลึกซึ้งเป็นที่ยิ่ง =[]="

#12 By noei1984 on 2009-08-28 16:14

เนื้อเรื่องสุดยอดมาก
อ่านแล้วมีไฟอยากลุกขึ้นมาสู้กับอะไรสักอย่าง

#13 By yuuii on 2009-08-31 03:55

คนจิงกระทิงแดงผมชอบเนื้อเรื่องของ FF มากเลยคนแต่งมานได้ใจจังซี่ๆ ไม่รู้ว่าคิดได้ไงที่สามารถรับประทานเราได้มาเป็นสิบปี หรือว่าสิบปีที่แล้วมันก็คิดไว้แล้วว่ากูจะทำถึงภาคนี้แหละ ผมว่าเดี๋ยวอีกซักปีสองปีมันต้องออกภาคใหม่เอาเนื้อเรื่องมาผูกกับภาคนี้ต่อแน่ๆ แบบว่าอยากให้การต่อสู้ดำเนินต่อไปอะไรทำนองนั้นอ่า แต่ยังไงซะก็ทำให้เราติดเกมนี้งอมแงม ขอคารวะ Sqaure Enix และ Hironobu Sakaguchi ผู้คิดริเริ่ม FF รวมทั้งทีมผู้แต่งด้วย หุหุ ยาวๆ ไป

#14 By (58.8.50.109) on 2009-10-04 13:12