เมื่อคืนเล่นเนื้อเรื่องของทีดัสครับ ซึ่งเนื้อเรื่องของพี่แกก็ออกแนวสนุกสนาน ใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบแสดงให้เห็นการกระทำของตัวละครต่างๆ ก่อนรอบนึง ก่อนจะวกกลับมาดูความในใจว่าทีดัสคิดยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้นอีกรอบนึง ซึ่งนี่เป็นเสน่ห์ในการเล่าเรื่องของ Final Fantasy X ที่ผู้เล่นจะได้รับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านการเล่าเรื่องของทีดัส และทำให้เราเข้าใจความรู้สึกที่แท้จริง อารมณ์ในแต่ละขณะของตัวละครต่างๆ ไปด้วย ซึ่งส่วนตัวแล้วผมชอบการเล่าเรื่องแบบนี้ครับ

จริงๆ แล้วในตอนจบของภาค IX ก็ใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบนี้ และนั่นก็สร้างความประทับใจให้กับคนที่เล่นเกมภาคนี้จบได้อย่างล้นหลาม จนกลายเป็นฉากจบ FF ที่ดีที่สุดตลอดกาล พอมาถึงภาค X ทีนี้พี่เหลี่ยมเขาเลยเอาวิธีการเล่าเรื่องแบบนี้มาใช้ทั้งเกมบ้าง จุดเด่นของภาคนี้จึงเป็นการเล่าเรื่องอย่างเหนือชั้นนั่นเอง

สำหรับเนื้อเรื่องของทีดัสนั้นก็มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจหลายอย่าง ดังที่จะกล่าวต่อไปนี้

1. เป็นเหตุการณ์ที่มาเทอุสชักชวนเจคท์ให้ร่วมมือทำตามแผนของตน โดยมาเทอุสบอกว่าถ้าทำให้คอสมอสตายไปอย่างถาวรได้ (ไม่ถูกชินริวชุบชีวิตขึ้นมา) วัฏจักรก็จะถูกทลายลง และโลกทั้งหมดจะตกเป็นของพวกเรา เจคท์ได้ยินแล้วก็ไม่เข้าใจอะไรหรอกครับ เค้าก็ถามไปว่าทำแบบนั้นแล้วโลกจะกลับเป็นเหมือนเดิมมั้ย และเขากับลูกจะได้กลับบ้านหรือไม่? ซึ่งมาเทอุสก็บอกเจคท์ว่าใช่แล้ว...

จากตรงนี้จะเห็นได้ชัดเจนว่าถึงเจคท์จะชอบกัดจิกลูกยังไง แต่แท้จริงแล้วเค้าก็เป็นแค่คุณพ่อขี้เหงาที่ปากไม่ค่อยตรงกับใจเท่านั้นเอง ถึงจะด่าจะบลัฟลูกยังไง แต่ลับหลังแล้วเจคท์ก็คือพ่อที่เป็นห่วงทีดัสอยู่เสมอ

2. เป็นเหตุการณ์ที่ทีดัสเห็นเซซิลเพ้อถึงพี่ชายบ่อยๆ ทีดัสเลยแอบบอกให้เซซิลไปตามหากอลเบซ่าและสะสางเรื่องให้มันจบๆ เหอะ ซึ่งเซซิลก็ทำตามที่ทีดัสบอก ตอนหลังฟรีโอนีลมาถามทีดัสว่าเซซิลหายไปไหนทีดัสก็ยอมรับไปตามตรงว่าเขาบอกให้เซซิลออกจากกลุ่มไปเอง เขาบอกว่าเขาพยายามพูดแก้ตัวไปมากมาย และก็หัวเราะกลบเกลื่อนทำดูเหมือนมันเป็นเรื่องตลก ซึ่งนั่นก็คือวิธีเอาตัวรอดของน้องดำเค้า

จุดนี้แสดงว่าบางทีไอ้ที่เราเห็นทีดัสเค้าตลกบริโภคไปเรื่อยๆ เนี่ย มันไม่ใช่ว่าเค้าจะคิดแบบนั้นจริงๆ บ่อยครั้งเค้าก็ตลกบริโภคไปเพื่อกลบเกลื่อนความคิดบางอย่าง ความกังวลบางอย่างในใจเค้า แอบเนียนนะเนี่ย

3. หลังจากทีดัสเห็นเจคทืเรียกมาเทอุสว่า "นายท่าน" แถมยังเชื่อฟังคำสั่งของมาเทอุสอีก ทีดัสก็บอกว่าเค้าเกลียดพ่อก็จริง แต่ืที่เค้าไม่พอใจที่สุดในตอนนี้ก็คือการเห็นเจคท์ทำตามคำสั่งคนอื่น เขาไม่อยากเห็นพ่อที่ชอบในตัวอยู่เหนือทุกคนตลอด ในสภาพที่ยอมรับฟังคำสั่งของใครอย่างนอบน้อมแบบนั้น มันทำให้ลูกแบบเขารู้สึกอึดอัดไปด้วย

4. เจคท์บอกกอลบี้ว่าที่เขาร่วมมือกับมาเทอุสก็เพราะคิดว่าหากทำแบบนั้นแล้วโลกจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่กอลบี้กับเตือนว่าจะเชื่อฟังสิ่งที่มาเทอุสพูดไปเรื่อยๆ จนโดนหมอนั่นทรยศใส่งั้นเหรอ เจคท์ก็เลย "เฮ่ย!?"

5. เจคท์ไปบอกมาเทอุสว่าไม่อยากเสียเหงื่อให้แผนของแกอีกแล้ว ทั้งสองก็เลยตบตีกัน แล้วเจคท์ก็ชนะ

6. ทีดัสบอกฟรีโอนีลว่าขอตัวไปสะสางเรื่องของตนกับเตี่ย ฟรีโอนีลเลยบอกว่าแกนี่พูดเห็นแก่ตัวดีจังนะ ทีดัสก็ยอมรับว่าเค้าเห็นแก่ตัว แต่เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดนี่ก็คือเรื่องราวของเขาแหละนะ...

7. การเผชิญหน้ากันระหว่างทีดัสกับเจคท์ ก่อนจะวางมวยกันก็ต้องมีการลับฝีปากกันเล็กน้อย

หลังจากน้องดำด่าพ่อพอเป็นพิธีแล้วก็หันมาชมว่า พ่อคือคนที่แกร่งที่สุดในโลก และเป็นคนที่เขาอยากเอาชนะ

หลังจากน้องดำชนะพ่อได้แล้ว น้องดำก็ยอมรับต่อพ่อที่หมดสภาพว่า ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่ออยากให้พ่อยอมรับ

ยอมพูดกับเขาว่าเขาเติบโตแข็งแกร่งขึ้นแล้ว

เจคท์ได้ยินก็ตอบไปตามประสาพ่อทีดีว่า "ชาติหน้าเอ็งก็ไม่รู้จักโต"

"ร้องไห้ซะสิเมิง" (ประชด)

กุยอมบอกก็ได้ว่า "เมิงเติบโตขึ้นแล้ว" เอ้า! ได้ยินแล้วก็ร้องไห้ขี้มูกโป่งซะสิ กรั่กๆๆๆๆ ว่าแล้วก็สลายไป

สรุปแล้วไอ้พ่อลูกคู่นี้ก็เป็นแค่พวกขี้เหงา ปากไม่ตรงกับใจ ขี้บลัฟ ขี้อวด ขี้แกล้ง ทำอะไรไม่รู้จักคิด

ทีดัสก็แค่คนที่ได้เห็นแผ่นหลังอันยิ่งใหญ่ของพระบิดามาตั้งแต่เด็ก เขาพยายามไล่ตามเงาของพ่อมาตลอด เขารักพ่อ อยากจะเป็นอย่างพ่อ และมีความฝันคือการทำให้พ่อที่ตัวเองเทิดทูนยอมรับตน แต่การจะอยู่กับพ่อที่คอยคุยอวดทับถมเค้าตลอดเวลา เขาจะคอยทำตัวหงิมๆ ไม่ได้ไม่งั้นก็จะถูกพ่อพูดล้อเรื่อยไป ด้วยนิสัยของพ่อที่เป็นแบบนี้ และด้วยการเลี้ยงดูแบบบลัฟๆ แบบนี้ การที่ลูกจะอยู่กับพ่อได้อย่างไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นลูกไล่ของเจคท์ เด็กน้อยจึงต้องสร้างเกราะกำบังจิตใจตัวเองด้วยการสวมหน้ากากตลอดเวลา ซึ่งนั่นก็คือหน้ากากแห่งการเสแสร้งว่าตรูแน่ ตรูเหนือ ตรูเกลียดพ่อ ตรูอยากเตะเตี่ย

ทั้งที่แท้จริงแล้ว ณ ก้นบึ้งแห่งจิตใจของทีดัส กลับมีภาพแผ่นหลังอันยิ่งใหญ่ของเจคท์ฝังอยู่อย่างไม่มีวันลบเลือน

เสียดายตอนเขียนหนังสือตำนานไฟนอลฯ ผมลืมนึกถึงประเด็นที่ว่าทำไมทีดัสถึงอยากเตะเตี่ยลงไปด้วย ตอนนั้นผมนึกได้แต่ประเด็นที่ว่าทำไมเด็กอ่อนแออย่างทีดัสถึงกล้าจับดาบกล้าสู้จนกลายเป็นฮีโร่แบบนั้น ถ้าตอนนั้นนึกถึงประเด็นนี้ออก ก็คงจะเขียนเรื่องของทีดัสลงไปแทนเรื่องของเซฟิรอธ ซึ่งก็เชื่อว่าเรื่องของทีดัสมันจะมีอะไรให้่พูดกันถึงแบบฮาๆ ได้เยอะกว่าเรื่องของเซฟิรอธอย่างแน่นอน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อุโบ้ววววว
.... ผมชอบภาคสิบก็ตรงที่เตี่ยมันซึนๆเนี้ยแหละ...
แต่พี่กลับลืมนึกถึงประเด็นนี้เนี่ยนะ.... angry smile

#2 By [K]riff on 2009-08-31 01:39

โดยส่วนตัวแล้ว ชอบรูปแบบการนำเสนอ (ในเชิงบทบรรยายผ่านมุมมองทีดัส)แล้วก็บรรยากาศแบบเอเซียๆของภาค 10 มากเป็นพิเศษ

แต่ประเด็นเรื่องของพ่อลูกคู่นี้ ก็มีอะไรให้พูดถึงได้เยอะมากเหมือนกัน

เจคท์เองเป็นถึงคนดังระดับซุเปอร์สตาร์ แต่ไม่ใช่ธรรมชาติเลย ที่จะให้สวมบทคุณพ่อ มาแสดงความรักอย่างละเอียดอ่อน...ก็เลยเลือกที่จะใช้บทหยาบ(ที่น่าจะเข้าทางความถนัดของตัวเองมากกว่า) คอยบลัฟ คอยข่มลูกชายเสมอมา เพราะหวังจะให้ลูกเปลี่ยนความรู้สึกต่อต้านตรงนี้ มาเป็นแรงผลักดันให้เข้มแข็ง

คงต้องบอกว่า ความตั้งใจของคุณพ่อประสบความสำเร็จ เพราะนายทีดัสเองก็มุมานะมากจนประสบความสำเร็จในรูปแบบของตัวเอง เพียงเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า เขาทำได้ เขามีความสามารถ

ลึกๆแล้ว ตัวทีดก็รัก และเข้าใจความปรารถนาซ่อนเร้นของเสด็จเตี่ย แต่เพราะต่างคนต่างปากหนัก กำหนดกรอบความสัมพันธ์ไว้แบบนั้นตั้งแต่ต้น ไอ้จะให้มากอดขอบอกขอบใจกันทั้งน้ำตา พ่อครับผมทำได้แล้ว ลูกรักทำได้ดีมาก อะไรแบบนี้ ก็คงเป็นไปไม่ได้

บทสรุปสุดท้าย ที่ทั้งสองคาดหวังไว้ก่อนแล้ว ก็กลายมาเป็นการปะทะกันซึ่งๆหน้า ตั๊นกันหมัดต่อหมัด แสดงความรู้สึกออกมาแบบแมนๆ ให้อีกฝ่ายรับรู้ และยอมรับเป็นประโยคปิดท้ายนั่นเอง

'ผมมาถึงตรงจุดนี้แล้วนะ คุณพ่อ'

'ไม่เสียแรงเป็นลูกชั้น ไอ้หนูขี้แย'

...เชื่อว่าสาส์นสำคัญนี่ คงส่งต่อไปได้สำเร็จ ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายนี่เอง big smile

#3 By Zieghart on 2009-08-31 01:40

ลืมบอกไป เล่นบททีดัสนี่ ชอบสุดก็ไดอาล็อคซีนสุดท้ายนี่แหล่ะ ^^ แปลงมาจากเรื่องหลักได้ดี แล้วก็เข้าแก๊ปกับเนื้อหาในส่วนของ Dissidia ได้ไม่เลวเลย

#4 By Zieghart on 2009-08-31 01:42

อาเตียซึนก็บอกมาเหอะ open-mounthed smile

เป็นพ่อลูกที่น่ารักจริงๆเล้ย open-mounthed smile

#5 By อิหมาฮารุ on 2009-08-31 01:47

ตอนเล่นก็ชอบเนื้อเรื่องทีดัสค่ะ รู้สึกว่าพ่อลูกคู่นี้น่ารักดี
แล้วก็ชอบตอนที่ทีดัสแอบเคืองที่พ่อเอาแต่ทำตามคำสั่งคนอื่น วุ้ย แอบรักพ่อนี่นา ไอ้ขี้แย~

#6 By BeeJang on 2009-08-31 08:22

จริงๆป๋าแกก็อยากจะกลับไปหาลูกใจจะขาดนะ
ป๋าถึงยอมไปเป็นเบ้ให้ชาวบ้านเขานินทา

สมัยเล่นภาค10 ตอนทีดัสเจอป๋านี่เศร้ามาก
แต่ป๋ายังอุตส่าแอบซึนใส่ลูกชายอีกนิcry

เจคเองน่าจะเป็นพ่อประเภทไม่รู้ว่าจะแสดงออกอย่างไง
แต่ด้วยเพราะความที่เป็นคนห่ามๆ
เลยออกแนวเลี้ยงลูกด้วยลำแข้งsad smile แต่บักทิดก็ยัง
ได้ดิบได้ดีเจริญตามรอยป๋ามันเปี๊ยบ
เราว่านอกจากแรงกดดันจากพ่อยังมีแรงกดดันจากคน
รอบข้างมากด้วย เพราะเจ๊คหายตัวไปตั้งแต่ทีดัสยังเด็ก
ความคาดหวังของแฟนกีฬาบลีชบอลว่าเป็นลูกของเจ๊ค
ก็เลยมาลงที่ตัวทีดัสด้วยหรือเปล่า

#7 By nangoing on 2009-08-31 12:31

ภาค 10 อยากจะบอกว่ายังไม่เคยเล่นครับ (Ps2 พี่ยึดไปแล้ว T^T)

โดยส่วนตัว ในดิสสิเดีย เนื้อเรื่องโอเคครับ คุณพ่อแสนซึนกับคุณลูกสมองเบา =w="

#8 By •JaMeZ• on 2009-08-31 19:15

พอเล่นบทนี้ ไม่ชอบมาเทอุสเอาซะเลย แบบว่าหลอกใช้อ่ะ ยิ่งเล่นไปในบท เชด อินพลัสจะรู้เลยว่า ไอ้พารามี แกมั้งช่าง

แต่สมเป็นพ่อลูกัน ซึนทั้งพ่อทั้งลูก confused smile

#9 By taki on 2009-08-31 21:07

ชอบการเล่าเรื่องของภาคนี้ค่ะ...
แต่ที่ชอบที่สุดก็คือ...มันซึนกันทั้งพ่อทั้งลูกเลย...น่ารักดี 55+

#10 By kanompang (202.28.180.202) on 2009-09-01 22:34

คนปากแข็ง ห่ามๆ ใจดี มีเยอะนะ ฮ่าๆๆๆ ไอแอมเดอะวัน หละ

#11 By Nick (58.8.50.109) on 2009-10-04 13:54