มาต่อกันกับบทแปลนิยาย Final Fantasy XIII : Episode Zero -Promise- ตอนที่ 2-2 ที่เผยแพร่อยู่ในเว็บไซต์หลักของตัวเกม เนื้อหาดังกล่าวได้รับการแปลภาษาอังกฤษโดย http://mushinoko.livejournal.com/ และงวดนี้คนที่รับหน้าที่แปลเป็นภาษาไทยอีกต่อก็คือ BoN.... (น้องเต้ตกเป็นทาสอารยธรรม Uncharted อยู่ ผมเลยต้องลงแรงแทน...)

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

ตอนที่ 2 มุมมองของโฮป

"หุบเขาเอวรีด" นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก โรงพลังงานที่ตั้งอยู่ที่นั่นมีเส้นทางที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้ผู้เยี่ยมชมเดินทางเข้าไปได้สะดวก ว่ากันว่าทิวทัศน์โดยรอบบริเวณนั้น ถือเป็นหนึ่งในที่ๆ สวยงามที่สุดในโคคูนเลยทีเดียว

คุณสามารถพบกับฟัลซิ "คุจาตา" ได้ที่นั่น เขาเป็นฟัลซิที่รับผิดชอบดูแลโรงพลังงาน และไม่ทำร้ายผู้ใด เหล่าฟัลซินั้นมีความสำคัญมาก เพราะพวกเขาคือพวกช่วยธำรงหนทางในการมีชีวิตอยู่ของคนในโคคูน แต่ก็ไม่บ่อยนักหรอกที่คนทั่วไปจะเห็นพวกเขาได้ในระยะประชิด

เหตุผลที่ทำให้คนที่ไปเยี่ยมชมเมืองท่าของโบดัม มักจะแวะเข้าไปเยียมหุบเขาเอวรีดด้วยก็คือ คุณจะได้เห็นอุปกรณ์ล้ำสมัยภายในโรงงาน เริงร่ากับทิวทัศน์อันงดงาม และยังได้พบกับฟัลซิ สามสิ่งนี้คือปัจจัยที่ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดี

ที่ข้างโรงงานนั่น ก็มีตลาดนัดที่เป็นแหล่งรวมร้านขายของที่ระลึกรอคอยนักท่องเที่ยวอยู่ เด็กนักเรียนที่ไปทัศนศึกษากันมักจะไปรวมตัวกันอยู่แถวนั้นบ่อยๆ และคุณก็จะได้ยินเสียงโหวกเหวกอันแสนตื่นเต้นของพวกเขา นี่แหละคือหุบเขาเอวรีดที่ทุกคนรู้จัก ทว่าในวันนี้ทุกอย่างมันกลับไม่เหมือนเดิมซะแล้ว

"ไม่เหมือนกับที่เห็นในวีดีโอเลยซักกะนิด..." โฮปบ่นพึมพำหลังจากที่พวกเขาได้มาถึงเอวรีด ในสภาพที่ร้านค้าทั้งหมดปิดอยู่ และยังมีเส้นกั้นขวางหน้าทางเข้า ทหารในชุดเกราะยืนอารักขากันให้ว่อน ไม่มีน้ำดื่มและของกินขาย ลูกโป่งยิ่งไม่ต้องฝัน

"เป็นอุบัติเหตุครั้งใหญ่ทีเดียว ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะได้เห็นทหารเยอะกว่านักท่องเที่ยวในที่แบบนี้"

แม่ของเขาดูท่าทางสนุกสนาน ไม่ได้เบื่ออะไรกับสิ่งที่เห็น แต่เธอก็ไม่อาจเก็บซ่อนความแปลกใจที่ได้พบกับทหารจำนวนมากเฝ้ายามอยู่ในที่แห่งนี้ได้

"คงเป็นงานหนักที่เดียวสำหรับทหารจากโบดัม ทั้งที่พวกเขาต้องวุ่นกับงานเทศกาลดอกไม้ไฟอยู่แล้วแท้ๆ"

"เปล่า นั่นไม่ใช่ชุดยูนิฟอร์มของทหารหรอกครับ แต่เป็น PSICOM ต่างหากล่ะ... ผมคิดว่านะ แต่คนทางด้านโน้นคงเป็นทหารธรรมดา"

"จริงเหรอ?"

"คิดว่างั้นครับ ครั้งหนึ่งผมเคยเห็นจากภาพที่ไคเอามาโชว์ให้ดูน่ะ"

ไคเป็นเด็กที่มีความฝันว่าในยามที่เขาโตขึ้น เขาจะได้เป็นนักบินของกองทัพ ดังนั้นเขาจึงรู้เรื่องของกองทัพอยู่มาก ถ้าไคอยู่ที่นี่ด้วยเขาคงอธิบายได้ว่าทหารแต่ละคนถือปืนชนิดใดอยู่บ้าง ตัวโฮปนั้นไม่ได้พบไคมา 3 ปีแล้ว เพราะตัวไคเองต้องย้ายบ้านตามที่ทำงานของพ่อแม่ไป แม้ว่าจะแค่ย้ายไปเมืองที่อยู่ถัดกันออกไป แต่เมื่อพวกเขาต้องอยู่กันคนละโรงเรียน ก็เลยไม่ได้พูดกันซักเท่าไหร่ แม้ว่าตอนแรกพวกเขาจะโทรหาและส่งเมลล์ติดต่อกันอยู่เรื่อยๆ แต่มันก็ค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ

"นี่ คิดว่านั่นคือร้านขายสัตว์แบบเดียวกับที่เราพบในโบดัมรึเปล่า?"

โฮปหยุดความคิดของเขาไว้เพื่อมองไปยังตำแหน่งที่แม่เขาชี้ไป เขาเห็นโลโก้ที่คุ้นตาแปะอยู่หน้าชัตเตอร์ของร้านๆ หนึ่งที่ปิดอยู่

"นี่เป็นที่ขายลูกนกโจโคโบะด้วยเหรอเนี่ย?"

"ใช่ครับ ว่ากันว่าร้านสาขาที่เอวรีดน่ะมักจะขาดตลาดอยู่เป็นประจำ... ไม่น่าเชื่อเลยว่ากระทั่งที่นี่ก็ยังเป็นแบบนี้"

ในวันที่พวกเขามาถึงโบดัม หลังจากเช็คอินเข้าไปในคอนโดแล้ว แม่ของเขาก็พูดขึ้นว่าอยากจะไปเดินร่อนรอบๆ ย่านร้านค้าแถวนั้น ใครจะไปคิดล่ะว่าหลังจากนั้นจะเกิดอุบัติขึ้นที่เอวรีด

ต่อมา...เด็กกลุ่มหนึ่งวิ่งผ่านหน้าโฮปไป ในทีแรกเขาคิดว่าเด็กพวกนั้นคงมาทัศนศึกษากัน แต่คิดไปคิดมาก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่นี่นา ก็ตอนนี้มันเป็นช่วงปิดเทอมกันหมด บางทีเด็กพวกนั้นคงมากันเองล่ะมั้ง

"เร็วเข้าสิ!! เห็นมั้ย เราสายแล้วนะ!"

ไม่ว่าห้องเรียนไหนๆ ก็มักมีผู้หญิงแบบนี้อยู่เป็นประจำ ผู้หญิงที่พยายามทำให้ทุกคนเชื่อฟังคำสั่งของเธอ ที่ห้องเรียนของโฮปก็มีอยู่คน และในที่ตรงนี้ก็มีอยู่คน คงเป็นไปไม่ได้ที่ห้องเรียนจะขาดคนแบบนี้ไป ก็เหมือนกับโคคูนที่ขาดฟัลซิ มันก็เป็นไปไม่ได้เหมือนกัน

".....รู้มั้ยว่าฉันเคยไปทริปมาด้วยนะ"

"หมายถึงไปที่ซันเรสน่ะเหรอ?"

"อื้อ ใช่แล้ว"

เด็กหญิงคนนั้นตอบอย่างภาคภูมิใจ โฮปคิดว่าเธอคงกำลังพูดถึงการเดินทางสำรวจธรรมชาติของทางรัฐบาลศักดิ์สิทธิ์ ก็ลุ่มแม่น้ำซันเรสน่ะเป็นหนึ่งในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่มีอยู่น้อยนิดในโคคูน ดังนั้นเพื่อรักษาให้ระบบนิเวศน์คงอยู่ ประชาชนทั่วไปจึงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป ปกติแล้วจะเข้าไปได้ก็เฉพาะตอนที่รัฐบาลจัดทริปสำรวจเท่านั้น ปีหนึ่งก็มีจัดทริปอยู่หลายครั้งเหมือนกัน แต่ก็มักจะให้พวกกลุ่มโรงเรียนต่างๆ ไปร่วมสำรวจด้วยเท่านั้น ถึงสมัครเข้าร่วมทริปไปก็ใช่ว่าจะถูกเลือกหรอกนะ เพราะปกติเค้าจะใช้วิธีจับฉลากหาผู้โชคดีเอา

สรุปคือเฉพาะเด็กที่โชคดีเท่านั้นแหละถึงจะได้ไปยังซันเรส ดังนั้นผู้หญิงคนนี้กำลังโอ้อวดเรื่องของเธออยู่นั่นเอง ไคเองก็อาจจะกำลังอวดเรื่องนี้ให้เพื่อนๆ ที่โรงเรียนใหม่ได้ฟัง อวดว่าเขาเคยไปทริปนี้ตอนอยู่โรงเรียนเก่ามาแล้ว

"มีอะไรเหรอโฮป?"

แม่ของเขาเดินนำหน้าห่างจากเขาไปได้ระยะหนึ่ง เธอจึงหยุดและหันกลับมามองด้านหลัง

"เปล่าครับ พอดีพวกเด็กที่พึ่งวิ่งผ่านไปด้านหลังเค้าคุยกันถึงเรื่องซันเรส ผมก็เลยคิดถึงเรื่องนี้อยู่เท่านั้น"

"อ่าใช่ โรงเรียนของลูกเคยถูกสลากจนได้ไปที่นั่นใช่มั้ย? ประมาณ 5 ปีก่อนรึเปล่า?"

"6 ครับ"

ในตอนนั้นรอบกายเขาจะมีไคและเอริดะอยู่เคียงข้างด้วยเสมอ พวกเขาทั้งสามมักจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ตอนที่ไปซันเรสพวกเขาก็จับกลุ่มอยู่ด้วยกัน โฮปยังจำได้ดีถึงตอนที่เขาวิ่งไล่สองคนนั้นไปตามเส้นทาง ว่าแล้วเขาก็เริ่มสงสัยว่าเพื่อนๆ ของเขาจะยังจดจำการเดินทางไปยังที่แห่งนั้นได้รึเปล่านะ...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คุจาตา นี่มัน ซัมมอนของภาค 7 นิ

#1 By Benz (61.90.252.6) on 2009-10-27 23:33