บันทึกของเล็วล์ [13]
posted on 08 Mar 2010 18:15 by ffplanetพอฉันโดดเข้าไปในยานรบของจูกรันได้ เจ้าบ้านั่นก็เปลี่ยนใจหันปากกระบอกปืนใหญ่ไปทางคริสตัลของเผ่าลิลตี้ที่ลอยอยู่บนฟ้าแทน ว่าแล้วมันก็เริ่มชาร์จพลังให้กับปืนใหญ่... แต่อ่าวเฮ่ย!! ขืนมันยิงเลเซอร์ใส่คริสตัลจนคริสตัลประจำเผ่าลิลตี้แตกกระจาย ชาวลิลตี้ทั้งหมดบนโลกรวมทั้งตัวมันเองด้วยก็ต้องหายไปสิ! มันคิดบ้าอะไรของมันเนี่ย
ซิดที่เห็นท่าไม่ดีก็ไม่รอช้า เขารีบขับยานเหาะของเขาไปยืนขวางทางปืนเอาไว้ พอจูกรันยิงปืนใหญ่ออกมา กระสุนเลเซอร์ของมันจึงวิ่งเข้าไปบดขยี้ยานเหาะของซิดจะกระจุย เกิดระเบิดควันโขมงขึ้นกลางท้องฟ้า ฉันในตอนนั้นได้แต่ตะโกนร้อง ซิดดดดดดดดดดดดดดด!!! ดังๆ ด้วยความห่วงใย แต่ควันยังไม่ทันจะจาง ฉันก็เห็นซิดนั่งยานฉุกเฉินลำเล็กๆ หนีออกมาจากกลุ่มควันนั้นได้... ฉันเห็นแล้วแล้วก็หัวเราะ เพราะภาพที่เห็นนั้นมันเหมือนภาพด็อคเตอร์ไวลี่ที่หนีการตามจับของร็อคแมนเลย!
เมื่อเห็นว่าซิดคงปลอดภัยดีแล้ว ฉันที่อยู่บนยานรบของอีกฝ่ายแล้วจึงรีบมุ่ฝหน้าเข้าไปหาจูกรันทันที ซึ่งเจ้านั่นก็ออกมาจากห้องบังคับยาน และชี้ให้ฉันเห็นถึงเจ้าหญิงอัลแธที่ถูกมัดเอาไว้กับเสาของยานเหาะ จูกรันเล่าให้ฉันฟังว่ายัยองค์หญิงนี่หลอกพวกเรามาตลอด ทั้งฉัน ทั้งมัน ทั้งไคส์ ทั้งสภา พวกเราถูกยัยนี่หรอกใช้อย่างไร้ค่า แท้จริงแล้วยัยนี่ก็เป็นคริสตัลแบร์เรอร์เหมือนกัน!
แต่ฉันก็ตอบจูกรันกลับไปทันทีว่า "เคยแคร์ที่ไหน" ฉันไม่ได้กะมาช่วยอัลแธอยู่แล้ว! เป้าหมายของฉันมีเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือการโค่นแกทิ้งซะ! (จริงๆ ก็กะมาช่วยด้วยน่ะแหละ แต่ต้องทำเป็นไม่ยี่หระกับสิ่งที่มันขู่ไว้ก่อน)
หลังจากนั้นจูกรันถึงได้เผยความในใจให้ฉันฟังว่าเขาอุตส่าห์มีพลังในการสร้างคริสตัลขึ้นมาเป็นพลังงาน แต่พระองค์และองค์หญิงต่างก็ไม่เข้าใจ มันจึงอยากทำลายราชวงศ์นี้ทิ้ง และเข้าปกครองอาณาจักรนี้เสียเอง (ไม่ใช่ว่าแกคิดจะทำแบบนั้นแต่แรกแล้วรึไง!?) แต่พอมันได้เห็นคริสตัลที่ฝังอยู่ในตัวองค์หญิง มันถึงได้เข้าใจว่ายังมีพลังอันยิ่งใหญ่กว่าอยู่ในโลกใบนี้ คริสตัลนั้นสามารถให้กำเนิดครัสตัลแบร์เรอร์และสร้างสัจธรรมแห่งคริสตัลขึ้นมาได้ แต่ตัวจูกรันกลับมีพลังที่จะให้กำเนิดสิ่งที่ยิ่งใหญ่อย่างคริสตัลขึ้นมาอีกที มันจึงใช้เรื่องนี้อ้างว่ามันอยู่เหนือคริสตัลแบร์เรอร์ทุกคน ในเมื่อมันสามารถให้กำเนิดครัสตัลได้ มันย่อมมีพลังที่จะสร้างสัจธรรมแห่งคริสตัลขึ้นมาใหม่ได้ มันจะเป็นพระเจ้า พระเจ้าของโลกใหม่นี้...
ก่อนที่มันจะเพ้อไปไกล ฉันเลยรีบเตือนสติมันว่าทั้งฉันทั้งแก มันก็แค่มนุษย์ตัวจ้อยธรรมดาที่มีพลังอยู่น้อยนิด เลิกทำอะไรบ้าๆ ได้แล้ว แต่ก็ไม่ได้ผล มันยังคงเพ้อว่ามันคือผู้ถูกเลือก มันจะแสดงพลังของพระเจ้าให้ดู และจะเริ่มลองต้นด้วยการทำความฝันของชาวยูคให้เป็นจริง มันจะอนุญาตให้เผ่ายูคคืนชีพขึ้นมาก็ได้ ในฐานะประสงค์ของเหล่าทวยเทพไงล่ะ ว่าแล้วมันก็ปล่อยอัลแธที่ถูกมัดอยู่กับเสาให้ร่วงลงไปจากยานรบ ซึ่งคริสตัลไอดอลของเธอก็ตกลงไปพร้อมๆ กันด้วย เพื่อจะช่วยชีวิตอัลแธ ฉันย่อมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกระโดดออกจากยานรบแล้วพุ่งตามลงไป ฉันใช้แรงดูดคว้าอัลแธเอาไว้ได้กลางอากาศ ขณะที่จ้องมองคริสตัลไอดอลที่มีพลังเต็มเปี่ยมกำลังตกลงไปยังพื้นเบื้องล่าง
ทั้งๆ ที่กำลังตกลงสู่พื้นด้วยความเร็วสูงอยู่นั้นเอง ฉันก็รีบตะโกนเรียกอัลแธที่อยู่ในอ้อมแขนให้ได้สติ และบอกเธอว่าในไม่ช้าคริสตัลไอดอลที่ตกลงไปที่พื้นจะทำให้คริสตัลของเผ่ายูคจะคืนชีพกลับมา ชาวยูคทั้งหมดจะกลับมาอยู่บนโลกนี้อีกครั้งแล้วนะ พอองค์หญิงได้ยินเธอก็บอกว่าจะปล่อยไว้แบบนั้นไม่ได้ เธอจะปล่อยให้เวทปแห่งความตายทำงานไม่ได้ เธอจะปกป้องคริสตัลของเผ่าลิลตี้ให้ได้แม้ต้องแลกด้วยชีวิต ว่าแล้วฉันก็ปล่อยเธอลงบนนกซูที่บินผ่านมาแถวนั้น ให้เธอขี่มันไปยังตำแหน่งที่ตั้งของคริสตัลประจำเผ่าลิลตี้ที่ลอยอยู่บนฟ้า ด้วยความหวังว่าพลังคริสตัลของเธออาจจะสามารถยับยั้งเวทแห่งความตายนั้นเอาไว้ได้
ส่วนตัวฉันเองก็ใช้แรงดูดส่งตัวเองกลับขึ้นไปบนยานรบของจูกรันอีกครั้ง ฉันเข้าไปต่อว่าจูกรันว่าถ้าคริสตัลของเผ่าลิลตี้ตาย นายก็ต้องหายไปด้วยไม่ใช่เหรอ? แต่จูกรันก็ตอบกลับมาว่าเขาแค่สร้างคริสตัลขึ้นมาใหม่ คริสตัลสำหรับการดำรงอยู่ของตัวเขาเองมันก็จบ องค์หญิงทำได้แค่ยื้อเวลาออกไปเรื่อยๆ เท่านั้นแหละ แต่ยังไงแผนของมันก็ต้องสำเร็จ ว่าแล้วจูกรันก็ใช้หมัดของมันต่อยลงไปบนพื้นยานรบ แล้วใช้พลังคริสตัลหลอมตัวมันเองเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับยานรบ ฉันที่ตกใจก็เลยรีบกระโดดถอยออกมา แล้วก็จ้องดูร่างของจูกรันที่แปรสภาพกลายเป็นยานรบสีแดงขนาดใหญ่
อย่างที่รู้กันว่าเตาปฏิกรณ์คริสตัลจะช่วยให้คริสตัลแบร์เรอร์เอาพลังคริสตัลในร่างกายออกมาใช้ได้อย่างทรงประสิทธิภาพมากขึ้น จูกรันในตอนนี้จึงมีพลังเพิ่มขึ้นมาก มันตะโกนอย่างบ้าคลั่ง ดังกึกก้องไปทั่วฟ้าว่าคิดจะหยุดพลังของมันได้เหรอ!!
แต่วินาทีต่อมา จูกรันที่กลายเป็นยานรบยักษ์ก็ต้องหน้าถอดสี เมื่อมันได้เห็นฉันที่กลายร่างเพราะพลังที่เพิ่มพูดขึ้นมาจากเตาปฏิกรณ์คริสตัลเช่นเดียวกัน ฉันชี้นิ้วไปที่หน้าของมันแล้วบอกว่าข่าวร้ายว่ะ! ไม่ใช่แกคนเดียวที่พลังเพิ่มขึ้นซักหน่อย!! พอมันได้ยินก็โต้ตอบกลับมาว่าฉันนี่มันเกะกะขวางหูขวางตามาตั้งแต่ต้นเรื่องจริงๆ
ฉันก็เลยตะโกนด่ามันกลับไปว่า "ก็แกจ้างฉันมาเองไม่ใช่เหรอ!!!"
(จ้างให้มาคุ้มครองยานน่ะ)
จูกรันในร่างยานรบยักษ์ ต่อสู้กับฉันในร่างของเทวดาปีกเดียวที่สามารถโบยบินทั่วฟ้าได้อย่างเสรี ฉันร่อนไปมารอบๆ เพื่อหลบกระสุนทั้งหมดของมัน แล้วใช้พลังคริสตัลทำลายเกราะและชิ้นส่วนต่างๆ ของยาน จนกระทั่งฉันมองเห็นแกนกลางซึ่งเปรียบเหมือนกระดูกสันหลังของยาน ว่าแล้วก็จัดการพุ่งทะลวงผ่านแกนกลางนั้น ทำให้จูกรันในร่างยานรบระเบิดตูมกลางอากาศ...
เมื่อยานรบหายไปแล้ว เตาปฏิกรณ์คริสตัลที่เป็นต้นกำเนิดพลังสุดเทพให้กับฉันและจูกรันก็หายไปด้วย ทั้งฉันและมันต่างก็กลับสู่ร่างปกติ ตัวฉันเองนั้นไม่เป็นไร แต่เจ้าจูกรันนั้นหอบฮั่กซะไม่เหลือมาดนายพล ดูท่าสัจธรรมเพี้ยนๆ ของมันจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ซะแล้ว... แบบนี้ชัยชนะก็ตกเป็นของเผ่ายูค... แต่เดี๋ยวก่อน!! ป่านนี้คริสตัลของเผ่าลิลตี้เป็นยังไงบ้างเนี่ย!?
ฉันหันไปดูอัลแธที่ขี่นกซูและกำลังใช้พลังคริสตัลช่วยคริสตัลของเผ่าลิลตี้อยู่ พลังของอัลแธคือการสร้างบาร์เรียร์ป้องกันการโจมตีทุกอย่างนี่เอง เธอพยายามใช้บาร์เรียร์ของเธอป้องกันเวทแห่งความตายเอาไว้ แต่ดูเหมือนเธอจะต้านมันไม่ไหว แม้ว่าจะพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่อัลแธก็ทำไม่ไหว แล้วเธอก็สลบไป
ฉันเฝ้าดูภาพที่เกิดขึ้นอย่างตื่นเต้นในฐานะสักขีพยานที่ได้เห็นจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์ที่จะนำไปสู่โลกใบใหม่ โชคดีที่ฉันไม่ใช่้เผ่าลิลตี้ โชคดีที่เบลล์และไำคส์ก็ไม่ใช่เผ่าลิลตี้ ไม่งั้นป่านนี้ฉันคงหัวใจวายตายไปแล้ว แต่ขืนเป็นแบบนี้ทั้งซิดและอัลแธก็ต้องหายไปจากโลกน่ะสิ!!!
ในไม่ช้าคริสตัลของเผ่ายูคก็คืนชีพกลับมาอย่างสมบูรณ์ ชาวยูคทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในโลกต่างมิติก็ปรากฏตัวขึ้นมาบนโลกใบนี้อย่างพร้อมเพรียงกัน เวทมนต์แห่งความตายที่เคยถูกระงับเอาไว้ก็เดินหน้าทำงานอีกครั้ง มันพุ่งตรงเข้าไปหมายจะบดทำลายคริสตัลของเผ่าลิลตี้ให้มลายสิ้น แต่แล้ว....
พวกยูคทั้งหมดที่คืนชีพขึ้นมา ต่างพร้อมใจหันหน้าไปทางเดียวกัน นั่นก็คือทางที่คริสตัลของเผ่าลิลตี้ตั้งอยู๋ (การลอยอยู่บนฟ้ามันทำให้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างชัดเจนแบบนี้นี่เอง) พวกเขาทุกคนช่วยกันร่ายเวทคลายสะกดเวทแห่งความตายเพื่อให้เวทนั้นหายไปอย่างเร็วที่สุด พลังเวทอันมหาศาลจากชนเผ่าในตำนานที่ได้ชื่อว่าเข้มขลังด้านพลังเวทมากที่สุดได้ีรวมตัวกัน และคลายมนต์แห่งความตายที่สาปอยู่บนคริสตัลของเผ่าลิลตี้กว่าพันปีให้หลุดหายไปได้ ว่าแล้วพวกชาวยูคที่มองเห็นฉันพอดี ก็หันมาโบกมือทักทายให้กับฉันที่เคยไปเยี่ยมหมู่บ้านของพวกเขาอยู่ครั้งนึง
"นี่คือวิธีที่เธอพูดเอาไว้สินะ...อามิ..." ฉันพูดโดยไม่รู้ว่าตัวเองหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
กำลังเคลิ้มได้ที่อยู่แท้ๆ จูกรันมันก็พุ่งเข้ามาล็อคคอฉันไว้กลางอา่กาศ ฉันบอกมันว่าบัดนี้คริสตัลของเผ่าทั้ง 4 ได้ยืนหยัดร่วมกันอย่างที่มันควรจะเป็นแล้ว โลกนี้ไม่มีที่ว่างให้กับสัจธรรมบ้าๆ บอๆ ของแกแล้ว แต่เจ้านั่นมันก็ดันไม่ยอมปล่อยมือจากคอฉัน แล้วดันบอกอีกว่่าโลกใหม่นี้ไม่มีทางว่างให้กับฉันเช่นกัน ฉะนั้นเรามาโหม่งโลกตายไปพร้อมๆ กันดีกว่านะ.......
เฮ่ยย..... ไม่เอาด้วยหรอกเฟ้ยยยยยย....!!!!
"ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"
เสียงตะโกนของฉัน กึกก้องดังไปทั่วฟ้า ฉันรีดพลังคริสตัลทั้งหมดที่เหลืออยู่ออกมา เพื่อจะสลัดหลุดไปให้ได้