Photo Review : Final Fantasy XIII Ultimania Omega

posted on 14 Oct 2010 02:52 by ffplanet  in Fabula-Nova-Crystallis

ก่อนจะเข้าเรื่องเข้าราวของเรียนให้ทราบกันก่อนว่ารีวิวนี้คือการแจกแจงว่าเนื้อหาทั้งหมดในหนังสือเล่มดังกล่าวนั้นประกอบด้วยหัวข้อใดๆ บ้าง โดยตัวหนังสือนั้นสามารถได้ที่ร้านคิโนะคุนิยะที่เซนทรัลเวิร์ลฝั่งอิเซตัน สนนราคา 985 บาท... ใครมีบัตรลดก็จะซื้อได้ในมูลค่า 866.50 บาทนั่นเอง

จบอารัมภบทแล้วเราก็มาเปิดหนังสือดูกันดีกว่า ซึ่งเมื่อพลิกมาหน้าแรกเราก็จะพบ...

สตอรี่บอร์ดของเกม ที่วาดโดยคุณโยชิโนริ คานาดะ ซึ่งภาพที่ผมเอามาลงนี้เป็นฉากที่ไลท์นิ่งตะโกนไล่โฮปว่าถ้าอยากเข้มแข็งขึ้น ก็ทำให้ได้ด้วยตัวเองสิ เธอไม่มีเวลาว่างมานั่งเลี้ยงเด็กหรอก!! ก่อนที่เทพธิดาเอโทรจะส่งสัตว์อสูรโอดินลงมาระงับดราม่านี่เอง

ที่ทีมงานนำสตอรี่บอร์ดนี้มาใส่พร้อมกับข้อความThis book is dedicate to Yoshinori Kanadaก็เพื่อเป็นการบอกว่าขออุทิศหนังสือเล่มนี้ให้กับคุณคานาดะซึ่งเป็นผู้อาวุโสในทีมงานและก็เป็นหัวเรือใหญ่ในการออกแบบงานศิลป์และการเขียนสตอรี่บอร์ด ซึ่งคุณคานาดะก็ได้เสียชีวิตลงในระหว่างที่เกมนี้ยังพัฒนาอยู่เมื่อวันที่ 21กรกฏาคม2009 ด้วยโรคหัวใจ น่าเสียดายที่ต้องเสียคนเก่งจากวงการอนิเมชั่นญี่ปุ่นไปอีกหนึ่งคน ขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

หมดจากหน้าเปิดเล่ม ก็จะเจอสารบัญซึ่งอธิบายว่าหนังสือเล่มนี้ประกอบด้วยหัวข้อใหญ่ๆ 3 หัวข้อคือ

1. Scenario - Invitation to Fabula Nova Crystallis (เนื้อเรื่อง)

2. The Art of FFXIII (แกลลอรี่)

3. Omega no Akashi (อื่นๆ )

พอพลิกมาหน้าต่อมา ก็จะเจอหน้าเปิดของหัวข้อ Scenario

ซึ่งเริ่มต้นด้วยแผนผังอธิบายความสัมพันธ์ของตัวละครต่างๆ ในเรื่อง

ถัดจากแผนผังก็จะเข้าสู่ช่วงเนื้อเรื่องเต็มตัว โดยในส่วนนี้จะลงสคริปต์บทสนทนาทั้งหมดในเกม พร้อมภาพประกอบเอาไว้ ตั้งแต่ Prologue ยัน Epilogue ประโยคไหนสำคัญ ประโยคไหนมีความนัยที่ต้องอธิบายก็จะมีขีดเส้นใต้เอาไว้ พร้อมกับโน้ตอธิบายให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำพูดดังกล่าวนั้น

ถ่ายไอ้หน้าด้านบนนี้มา เพราะอยากให้เห็นหน้าของลุงบาร์ธานเดลุส ตอนปลอมเป็นเซร่าห์เนี่ยแหละ

สายตาช่างจริตได้ใจจริงๆ ฮาๆ

หลังจบช่วงสคริปต์แล้ว หน้าถัดมาจะเป็นเนื้อหาของ Analect ทั้ง 13 อัน โดยด้านข้างนั้นจะมีการเขียนอธิบายกำกับว่า Analect ที่เขียนเป็นภาษาโบราณบ้าง เป็นกลอนบ้างนั้น แท้จริงแล้วมีความหมายว่าอย่างไร

ถัดมาก็เป็นหน้าแนะนำศัพท์เฉพาะในตำนานคริสตัล เริ่มต้นด้วยการแนะนำเทพสองฝั่งซึ่งก็คือพัลส์และลินด์เซย์ ต่อด้วยการแนะนำเทพธิดาเอโทร พร้อมคำยืนยันว่าในฉากสุดท้ายที่ทุกคนเห็นภาพนิมิตแห่งอนาคตที่แสนสงบสุขนั้น เป็นฝีมือของเอโทรนี่เอง

ถัดมาก็คือส่วนของ Timeline ที่แท้จริงของเกมนี้ ซึ่งก็เล่าตั้งแต่เทพพัลส์มาถึงโลก สร้างฟัลซิเอาไว้ และให้สร้างอาร์คเอาไว้ จากนั้นก็เป็นคิวของลินด์เซย์ที่มาก่อนกวน สร้างฟัลซิฝั่งตนทีนำโดยบาร์ธานเดลุสเอาไว้ แล้วก็บลาๆ ไล่ไปตามเรื่องตามราวของมัน

หน้าต่อมาก็คือส่วนอธิบายแผนการณ์ของบาร์ธานเดลุส ลำดับเหตุการณ์พร้อมเงื่อนไขที่ทำให้เซร่าห์กลายเป็นคริสตัล รวมทั้งกรณีของซิดด้วย น่าเสียดายที่ผมอ่านไม่ออกเลยไม่ทราบว่าเหตุผลที่แท้จริงของเรื่องดังกล่าวนั้นเป็นอย่างไร

ถัดมาเป็นเนื้อเพลง Ragnarok ซึ่งเป็นภาษาลาติน และมีคำแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นกำกับไว้

ต่อมาคือลำดับการแปรสภาพของตราสัญลักษณ์ลูซิ ซึ่งมีทั้งหมด 13 ขั้น โดยแรกเริ่มเมื่อมนุษย์สาปเป็นลูซิ ก็จะเกิดสัญลักษณ์แบบที่ 1 ขึ้น หลังจากนั้นสัญลักษณ์จะค่อยๆ แปรสภาพทีละขั้นๆ จนเมื่อถึงขั้นที่ 13 แล้ว หากยังไม่สามารทำภารกิจได้สำเร็จ มนุษย์ผู้นั้นก็จะกลายเป็น Cie'th

ผมจะขอเล่าลำดับการแปรสภาพของแต่ละคนคร่าวๆ ละกันว่า

ไลท์นิ่ง - แปรเป็นขั้น 2 ตอนดราม่ากับโฮปจนโอดินปรากฏตัว จากนั้นเปลี่ยนเป็นขั้น 3 ตามกาลเวลเมื่ออยู่ในยานลินด์บลัม พอเจอบาร์ธานเดลุสปั่นหัวก็เครียดจนกลายเป็นขั้น 4 พอไปฝึกในอาร์คก็กลายเป็นขั้น 8 มาถึงแกรนพัลส์กลายเป็นขั้น 9 แล้วตอนฟางค์อาละวาดโจมตีใส่ทุกคนก็กลายเป็นขั้น 13

สโนว - กลายเป็นขั้น 3 ตอนกำลังจะช่วยขุดร่างเซร่าห์ออกมา ทว่าทหาร PSICOM กลับโผล่มารุมล้อม สโนวเลยเครียดจนเอโทรต้องส่งสัตว์อสูรมาช่วย จากนั้นก็แปรเป็นขั้น 4 ตอนที่โดนโฮปไล่ต้อนจนตกตึก แล้วก็แปลงเป็นขั้น 6 ตอนโดนบาร์ธานเดลุสปั่นหัว สโนวที่รู้ว่าภารกิจของพวกเขาคือการทำลายโคคูน จิตใจเลยไม่อยู่กะร่องกะรอย จากนั้นก็ฝึกในอาร์คจนกลายเป็นขั้น 8 พอเครียดกับคำพูดของซิดก็กลายเป็นขั้น 9 ตอนถึงแกรนพัลส์ก็กลายเป็นขั้น 10 แล้วตอนฟางค์อาละวาดก็กลายเป็นขั้น 13 ทันที

เซร่าห์ - กลายเป็นขั้น 4 ตอนสารภาพเรื่องเป็นลูซิให้สโนวฟังแล้วสโนวดันทรุด แล้วก็กลายเป็นขั้น 5 ตอนหนีออกจากบ้านเพราะไลท์นิ่งไม่ฟังเรื่องที่เธอกลายเป็นลูซิ จากนั้นก็กลายเป็นขั้น 12 ตอนที่อ่อนแรงแล้วไลท์นิ่งกับสโนวมาช่วยพอดี

แล้วก็จบจากส่วนของเนื้อเรื่อง มาเข้าสู่ส่วนของงานภาพ ซึ่งหน้าแรกก็แนะนำทีมอาร์ทของภาคนี้

ดีไซน์ของโคคูน

ภาพฟัลซิฟินิกซ์ (Fal'Cie Phoenix)

แฮงก์เอดจ์ (Hanging Egde) จะเห็นได้ว่าวาดไว้ทุกซอกทุกมุมจริงๆ

โบราณสถานจากโลกเบื้องล่าง

เกทที่เซร่าห์เข้าไป และชิลด์ฟัลซิของลินด์เซย์

เมืองโบดัม (Bodhum) บ้านของของไลท์นิ่ง สวยสุดยอดมากๆ

ในเล่มได้ลงภาพรายละเอียดทุกส่วนในเมืองไว้ ร้านต่างๆ ทั้งหมด ทำให้รู้เลยว่าทีมงานออกแบบอะไรไว้เยอะมากๆ น่าเีสียดายที่เนื้อหาหลายส่วนต้องตัดออกไป เพราะมันไม่มีเหตุการณ์ในเกมที่เราจะได้กลับไปในที่ดังกล่าว เลยไม่รู้จะใส่ลงไปทำไม

ด้านล่างนี้คือสวนสาํธารณะ ที่เซร่าห์เรียกสโนวมาบอกเลิกครับ.... บรรยากาศดีแบบนี้มันควรจะบอกรักสิเฟ้ย!!

ที่สวนมีรูปปั้นของฟัลซิไซเรนด้วย

บ้านของไลท์นิ่ง (Lightning's house) ที่ดีไซน์ได้ล้ำยุคมากๆ

ด้านล่างนี้เป็นภาพห้องนั่งเล่น แล้วก็ดีไซน์ของต่างๆ ที่วางบนโต๊ะครับ

ทะเลสาบบิลจ์ (Lake Bresha)

อาร์ทเวิร์คของไวล์พีคส์ (Vile Peaks) หุบเขาขยะ

ป่าขาวกาปรา (Gapra Whitewood)

ลุ่มน้ำซันเรธ (Sunleth Waterscape)

กระทั่งโรงงานในเอวรีด (Euride Gorge) ก็ออกแบบไว้ทุกซอกทุกมุม

เมืองนอวติลุส (Nautilus)

สัตว์อสูรต่างๆ Carbuncle Siren Ifrit และ Ramuh

ฟิฟธ์อาร์ค (Fifth Ark)

นครหลวงเอเดน (Eden)

กรังปรีซ์เรซในเอเดน (Grand Prix Circuit) สนามแข่งรถน่ะแหละ

อันนี้คือเรซควีนครับ รูปร่างเธอช่างเย้ายวนชวนทรมานใจชายเหลือเกิน

ออร์ฟานเครเดิล (Orphan's Cradle) รายละเอียดบานประตู และสเตนกลาสที่ไม่ไ้ด้ทำขึ้นชุ่ยๆ นะคร้าบ~

นอกจากนี้ยังมีภาพที่อธิบายว่ารูปปั้นหน้าของบาร์ธานเดลุสนั้น ก็คือรูปปั้นของลินด์เซย์น่ะเอง

ต่อมาก็ภาพของแกรนพัลส์ (Gran Pulse)

หมู่บ้านโอลบา (Oerba)

ถัดจากอาร์ทเวิร์คสถานที่แล้ว ก็เป็นอาร์ทเวิร์คของเครื่องจักรต่างๆ ยานต่างๆ แล้วก็พวกตัวละครรอง

ซึ่งผมถ่ายมาแต่จิล จิล และจิลเท่านั้นครับ ฮา~

สังเกตว่าที่ขาแว่นของจิล มีเขียนเป็นภาษาโคคูนว่า JN ด้วย

ถัดจากตัวละครรองแล้วก็เป็นอาร์ทเวิร์คของมนต์อสูร ซึ่งนอกจากร่างของอสูรแล้ว ยังมีอาร์ทเวิร์คคริสตัลของพวกมันด้วย โดยคริสตัลเหล่านั้นจะมีตัวอักษรภาษาเอโทรล้อมรอบอยู่ แล้วในเล่มนี้ก็อธิบายว่ามันเขียนว่าอะไร แปลเป็นภาษาลาตินได้ว่าอะไร แปลงเป็นภาษาอังกฤษและญี่ปุ่นอีกทอดได้ว่าไง

มาดูเต่ากันหน่อย

ภาพอาร์ทเวิร์คของซิด (Cid) ฟัลซิอนิม่า (Fal'Cie Anima) และฟัลซิเนเมซิส(Fal'Cie Nemesis) ที่ไม่ได้ปรากฏตัว

อาร์ทเวิร์คร่างฟัลซิของบาร์ธานเดลุส (Fal'Cie Barthandelus)

ภาพออร์ฟานทั้ง 3 ร่าง เห็นได้ว่าตัวออร์ฟานร่างแรกมีลักษณะคล้ายดาบ ตัวดาบมีภาษาโคคูนสลักไว้ ในเล่มก็เขียนและแปลให้เราแล้ว

ภาพตอนออกแบบอาวุธของไลท์นิ่ง(Lightning's weapon concept design) ซึ่งสุดท้ายก็ไม่ได้ใช้ โดยดีไซน์นี้จะกำหนดให้อาวุธของไลท์นิ่งแปลงร่างได้ 3 โหมด คือเกรเนดโหมด-Grenade mode (ยิงระเบิด) วีปโหมด-Wipe mode (เป็นเบ็ดเป็นแส้) และซอร์ดโหมด-Sword mode (เป็นปืนและดาบ)

แร็คนาร็อค (Ragnarok)

อิลลัสของฉากสุดท้าย

อาร์ทเวิร์คร่างคริสตัลของแต่ละคน เริ่มจาก วานิลลา เซร่าห์ ดอจซ์ ซิด

ตามด้วยไลท์นิ่ง โฮป..... ส่วนไอ้สองคนหลัง... ช่างหัวมันเถอะ.. Orz

ต่อมาก็เป็นภาพ 3 ฟัลซิที่ไม่ได้ใช้ (Unuse Fal'Cie design) ได้แก่ฟัลซิลามู (Fal'Cie Ramuh) ฟัลซิกิลกาแมช (Fal'Cie Gilgamesh) และฟัลซิปลาหมึก (ไม่มีชื่อ)

รวมภาพอิลลัสฯ ที่ถูกใช้ทำเป็น CGI สำหรับโปรโมทในเวลาต่อมา

ภาพอาร์ทเวิร์คของอามาโนะ ระหว่างสโนวกับเซร่าห์

จบจากส่วนของอาร์ทแลว ก็เข้าสู่ส่วนเรื่องเบ็ดเตล็ดทั่วๆ ไป เริ่มจากสัมภาษณ์นักพากย์ต่างๆ (Voice actor  interview)

Lightning กับ Serah

Vanille กับ Fang

Sazh กับ Hope

Snow

สัมภาษณ์ทีมงาน

คลังหน้า NPC ทั้งหมดในเกม

สัมภาษณ์คุณซึจิดะ

วิธีเซตตัวละครให้ปราบพญาเต่าลองกุยได้ในเวลา 1 นาที 22 วินาที

(Defeat Long'Gui in 1.22 minute method)

รวมอักษรทั้ง 3 ภาษา(3 alphabet types) ได้แก่ภาษาโคคูน-Cocoon ภาษาพัลส์-Pulse และภาษาเอโทร-Etro 

 

นิยาย (Bonus short story) จากเบนนี่ มัตสึยามะเจ้าเก่า

ปิดท้ายด้วยบทสัมภาษณ์สองแกนนำ คุณคิตาเสะ และคุณโทริยามะ

ทั้งสองเล่าเรื่องของอาร์คที่ 7 ซึ่งมีภาพตัวอย่างสถานที่ รวมทั้งตัวอย่างคัตซีนที่สโนวกับวานิลลาคุยกันในที่แห่งนั้นให้ดู แต่สุดท้ายแผนการสร้างอาร์คที่ 7 (7th Ark) เป็น DLC ก็ต้องพับลง เพราะไม่สามารถพัฒนาให้ได้คุณภาพตามเป้าที่วางไว้

ปิดท้ายด้วยภาพเครดิตจ้า~

โดยรวมแล้วผมเห็นว่าอัลติมาเนียเล่มนี้ เป็นเล่มที่คุ้มที่สุดตั้งแต่ที่ผมซื้ออัลติมาเนียมาเลยทีเดียว เนื่องจากตัวเล่มมันต้องการขายภาพอาร์ทเวิร์คต่างๆ เป็นหลัก ทำให้คนที่อ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ค่อยออกแบบผมก็สามารถเสพสุขไปกับภาพอาร์ทเวิร์คต่างๆ ได้ ถึงแม้ตัวภาพนั้นจะเล็กไปหน่อย แต่ปริมาณภาพที่ใส่ไว้ก็เยอะจุใจจริงๆ ทำให้ได้รู้เลยว่ากว่าจะมาเป็นเกมๆ นึงนี่ ทีมงานต้องออกแบบอะไรไว้เยอะมากมายขนาดไหน ซึ่งทีมอาร์ทของภาคนี้ก็ทำงานศิลป์ออกมาได้ดีมากๆ สมแล้วที่ผมให้คะแนนการกำกับศิลป์เต็ม 10 ก็อยากให้แฟนๆ ภาคนี้ลองซื้อเก็บกันครับ ถึงอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก ก็ขอรับรองว่าคุ้มจริงๆ

ขอบคุณเต้ซังที่ช่วยเป็นธุระซื้อหนังสือมาให้ ^^

ขอบคุณน้องพาธที่ช่วยกางและจับหนังสือไว้ให้

ขอบคุณมือและกล้องของผมเอง ที่อุตส่าห์ขยันถ่ายมาได้

แล้วไว้เจอกันใหม่ครับ~

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry หัวใจ   ขันน้ำ
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry หัวใจ

Tweet

ละเอียดยิบย่อยจนเห็นรูแว่นตา....
อยากได้มากกกก!

#1 By Suzakuchan on 2010-10-14 08:35

โอ้...น้องพาธเป็นคนกางหนังสือเองหรอ ไอ้เราก็นึกว่าใคร เห็นสองมือจับหนังสือไว้ ไม่น่าใช่เฮียบอน เพราะเฮียบอนต้องเป็นคนถ่ายอยู่แล้ว <<< พล่ามมาเยอะทำไมเนี่ย = ="

ส่วนหนังสือ...น่าสนแหะ แต่ตั้งเกือบพัน TT^TT อดอยู่แล้วแหละ ช่างน่าเศร้านัก

แต่ก็ขอบคุณเฮียบอนที่เอามาให้ชมนะคะ

ปล.ร่างคริสตัลสองคนหลังเฮียบอนรับไม่ได้สินะ หุหุ

#2 By K_A_N (125.25.143.23) on 2010-10-14 08:50

ละเอียดมากมาย พึ่งรู้ว่า คริสตัล ของแต่ละคนจะมีท่าเฉพาะตัวด้วย ซึ่ง ซัว กับ สโนว เหมือนจะโชว์กล้ามท้อง.
... แต่ผู้หญิงจะเป็นการทำท่าอ่อนแอ...

#3 By dfg (124.122.81.114) on 2010-10-14 10:04

มะ มันละเอียดมากกก ตอนแรกคิดว่าไม่ค่อยอยากได้เท่าไหร่ แต่เหนแบบนี้แล้วมัน เอิ่มมมม
จะมีภาคแปลเปนอิงไม๊คะ TvT?

#4 By Ravee on 2010-10-14 10:27

ไม่มีแน่นอนค่ะ 555 เสียดายเหมือนกัน
แต่ขอบอกว่าเล่มนี้คุ้มสุดๆ

#5 By TAEPOPPURI~ on 2010-10-14 10:49

review ได้ละเอียดมากครับเห็นงี้แล้วน่าซื้อมาเก็บบ้าง
เทียบกับเล่ม Ultimania Battle ที่ผมมีแล้วคนละเรื่องเลย เล่มนี้คุ้มจริงๆ art work สวยๆเพียบเลย

#6 By Xekluf (114.137.200.51) on 2010-10-14 12:00

น่าเสียดายในส่วนที่ตัดออก

#7 By mastermune on 2010-10-14 12:44

อยากรู้ว่ามีเนื้อเรื่องหลังตอนจบมั้ย? ถ้ามีอย่าลืมเอามาแปลเล่าสู่กันฟังนะครับopen-mounthed smile

ปล.ฟิลซิน่าจะเริ่มนโยบายแช่แข็งทั้งเสื้อผ้าได้แล้วนะ...ภาพไอ้สองตัวล่างมันช่าง....O Olll

#8 By Starheart on 2010-10-14 13:50

ดูคนพากษ์โฮปสิ...
ผมบอกแล้ว FF XIII-2 โฮปจะโตเป็นหนุ่มหล่อ
และขอไลท์นิ่งให้เป็นแม่ศรีเรือน

#9 By A.K.Thathap (61.7.241.30) on 2010-10-14 14:03

ภาคนี้คนพากษ์มีเค้า
เหมือนตัวละครที่ตัวเองพากษ์นะ

FF VII คนพากษ์เซฟิรอธหน้าตาเหมือนหม่ำทุกประการ
เห็นแล้วอึ้งเพราะเหมือนจริงๆนะ

#10 By A.K.Thathap (61.7.241.30) on 2010-10-14 14:41

อยากได้สุดๆเลย~~cry สุดยอดจิงๆ

#11 By ZEN on 2010-10-14 16:32

กี่หน้าครับ
ผมก็สั่งไปแล้วเหมือนกัน
ถึงแม้จะอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออกก็ตาม

#12 By A.K.Thathap (61.7.241.30) on 2010-10-14 17:23

คุ้มค่าจริง ๆ ค่ะ ละเอียดดีมาก ๆๆ ช่วงนี้ค่าเงินบาทแข็งด้วย ใครเป็นแฟนนี่น่าสอยมาก ๆ

#13 By Daughter Of Sparda on 2010-10-14 18:48

อยากทราบว่าตอนนี้ยังมีอยู่ที่ร้านป่าวอะครับอยากได้

#14 By peet (124.121.223.19) on 2010-10-14 19:00

ออกแบบกันไว้ละเอียดยิบๆ จริงๆ ถึงไม่เคยเล่นภาคนี้ก็ประทับใจกับรายละเอียดมากๆ

#15 By ::Naoki-kun:: on 2010-10-14 21:03

คิโนะตอนนี้อาจจะหมดค่ะ ไม่แน่ใจ แต่เค้าก็เอาเข้ามาเรื่อยๆค่ะ
หรือถ้าจะให้ชัวร์ก็โทรไปจองได้ค่ะ

#16 By Tae & BoN on 2010-10-14 21:23

สุโก้ย ~

#17 By sensaisensai (58.137.94.181) on 2010-10-15 10:31

ถึงอย่างไรราคาก็ถูกกว่าแผ่นนะครับ

#18 By A.K.Thathap (61.7.241.30) on 2010-10-15 16:37

แล้วแต่คนนะว่าคุ้มหรือป่าว

#19 By kirari (202.44.8.100) on 2010-10-19 11:48

เห็นแล้วอยากได้บ้างจัง

cry

#23 By Snow Silver on 2011-08-13 23:46