ย้ำเหมือนเดิมว่า ผมเขียนให้ตัวเองอ่านรู้เรื่องคนเดียว ถ้าคนอื่นอ่านรู้เรื่องด้วย ก็โชคดีไปนะครับ

Chapter 4 (1)

  • เดินทางกันต่อจนมาถึงเมืองอเคเดเมียในปี AF400 ซึ่งด้วยระยะเวลาที่ผ่านไปมากขนาดนี้ บ้านเมืองและเทคโนโลยีต่างๆ จึงพัฒนาขึ้นมาก มีทั้งรถลอยฟ้า แสงสีที่โฉบเฉี่ยวไปมาทั่วทุกหนแห่ง

โนเอล : พวกเขาสร้างเมืองแบบนี้ขึ้นมาได้ยังไงเนี่ย??

  • ปัญหาคือ คุณโนเอลมาจากยุค AF700 ไม่ใช่เหรอครับ!! แล้วคุณน้องมาอึ้งอะไรกับยุคนี้!?

เซร่าห์ : ฉันว่ากว่าที่พวกเขาจะสร้างเมืองมาได้แบบนี้ คงต้องใช้ระยะเวลากันนานมาก ผู้คนมากมายคงร่วมมือกันเป็นเวลานานนับทศวรรษ... หรืออาจจะเป็นศตวรรษเลย เมืองถึงได้เสร็จสมบูรณ์แบบนี้
โนเอล : ผู้คนที่วาดฝันถึงอนาคต ต่างหลอมรวมความฝันเหล่านั้นเป็นหนึ่งเดียวกันงั้นสินะ? ...นี่เซร่าห์ ฉันเคยคิดว่าการที่เราจะสร้างอนาคตขึ้นมาได้ เราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง ทว่ามันก็ยังมีอีกวิธีหนึ่งซึ่งเป็นการ "ต่อยอด" อะไรบางอย่าง พวกเขาเหล่านั้นไม่เคยสิ้นหวัง ถึงแม้มันจะไม่มีทางเสร็จสมบูรณ์ภายในยุคของเขา ทว่าคนรุ่นถัดไปก็จะเป็นคนสานต่อความฝันของพวกเขาเอง
เซร่าห์ : พูดอย่างกับเป็นโฮปเลยนะเธอเนี่ย?
โนเอล : ฉันอยากให้เธอคนนั้นได้มาเห็นเมืองๆ นี้จัง
เซร่าห์ : ยูลน่ะเหรอ?
โนเอล : อื้อ
เซร่าห์ : เค้าเป็นคนพิเศษของเธอใช่มั้ย?
โนเอล : ใช่แล้วแหละ และฉันก็ไม่อาจปกป้องเค้าไว้ได้

  • เม็ดฝนโปรยปรายร่วงหล่นมา ทว่ามันก็ไม่อาจกลบเกลื่อนน้ำตาที่ไหลอาบอยู่บนแก้มของโนเอลได้
  • ในตอนนั้นเอง จู่ๆ รูปปั้นขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่ายอยู่ท้ายเมือง ก็ทำการสแกนมายังตัวเซร่าห์และโฟกัสไปที่แขนของเธอ ซึ่งมันตรวจพบว่าเซร่าห์เคยเป็นลูซิมาก่อน โนเอลหันไปสังเกตที่ที่รูปปั้นนั้น จังหวะเดียวกับที่มันฉายแสงใส่ชาวเมืองที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร ทำให้คนทั่วไปกลายร่างเป็น Cie'th ซากศพเดินได้กันอย่างกะทันหัน ด้วยความตกใจอย่างมาก เซร่าห์ตะโกนเรียกชื่อโนเอลออกมา ซึ่งโนเอลก็รีบวิ่งเข้าไปขวางกลางระหว่างเซร่าห์กับเหล่าซีธทันที
  • ทั้งสองอยู่ในเมืองที่ชุกชุมไปด้วยเหล่าซีธ โนเอลสงสัยว่านี่เป็นฝีมือของใครกัน? ด้านเซร่าห์เสนอว่าน่าจะเป็นฝีมือของฟัลซิ... ณ จุดนั้นสายฝนที่ร่วงหล่นลงมาประกอบกับแสงไฟนีออน ถูกสะท้อนเป็นประกายออกมาบนแอ่งน้ำขังเหนือพื้นคอนกรีต ....การต่อสู้กับซีธไม่ใช่เรื่องยากนัก แต่การที่พวกมันบุกกันเข้ามาไม่หยุดหย่อนก็เป็นเรื่องกวนใจพอสมควร 
  • ต่อมาก็มีประกาศดังไปทั่วเมืองว่าตอนนี้มีภยันตรายที่น่าสะพรึงกำลังคุกคามเมืองอเคเดเมียอยู่ โนเอลสงสัยว่าภยันตรายที่ว่าหมายถึงพวกเขารึเปล่า? แต่เซร่าห์บอกว่ามันน่าจะหมายถึงพวกซีธที่กำลังอาละวาดสังหารผู้คนและทำลายเครื่องจักรในเมืองสิ
  • ทั้งสองเดินไปจนถึงจุดหนึ่งก็พบว่าพวกเขาถูกล้อมไปด้วยเหล่าซีธ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะถูกล่อให้มาติดกับดัก โนเอลจึงเก็บอาวุธและยกมือขึ้น

โนเอล : เรายอมแพ้! ถึงต้านไปก็คงไร้ผลดังนั้นพวกเราจะหยุด แล้วก็โผล่หัวของแกมาได้แล้ว

  • ใครบางคนที่สะกดรอยตามมาตลอดกำลังเดินเข้ามาพาพวกเขา เมื่อเซร่าห์และโนเอลหันไป ก็ต้องแปลกใจที่พบว่าคนที่ตามพวกเขามาก็คือไคอัสนั่นเอง

ไคอัส : ทำเป็นยอมแพ้เพื่อจะถ่วงเวลาไว้... ลูกไม้ตื้นๆ โดยแท้
โนเอล : ถึงเราสู้กันอีกก็คงไม่มีประโยชน์ ไม่ใช่เหรอ?
ไคอัส : ผิดแล้ว พวกแกคือศัตรู พวกแกคือความขัดแย้งของกาลเวลา และฉันต้องขจัดการมีอยู่ของพวกแกออกไป 200 ปีก่อนพวกแกเข้าไปสืบจนรู้เรื่องความลับของประวัติศาสตร์ที่ถูกซ่อนไว้ในหอคอยแห่งนั้น แล้วตอนนี้พวกแกก็ปรากฏตัวขึ้นมาต่อหน้าฉันอีกครั้ง จะบอกว่ามันไม่ใช่พาราด็อกซ์รึไง?
เซร่าห์ : หอคอย... ความลับของประวัติศาสตร์... คุณพูดเรื่องอะไร? หมายถึงเรื่องที่พวกเรายังไม่ได้ลงมือทำรึเลยเปล่า?
โนเอล : เป็นไปได้ เราอาจจะได้เจอไคอัสอีกครั้งในช่วงเวลานั้น หลังจากที่พวกเราหลุดไปจากที่นี่ได้แล้ว แต่ว่าเราไม่อยากฆ่าแกหรือฆ่าใครทั้งนั้นนะ ไคอัส
ไคอัส : ไม่ผิดแน่ พาราด็อกซ์ที่เกิดขึ้นจากกาลเวลา ก็คือพวกแกทั้งสองคน
โนเอล : ไม่สมเป็นนายเลย ถ้าพวกเราขัดแข้งขัดขานายอยู่ ก็หาทางจัดการเองสิ
ไคอัส : หากการเสียสละนั้นมากเกินไป พวกแกก็ต้องลิ้มรสความร้ายแรงของบาป เพราะฉะนั้นฉันถึงได้ยืมพลังของสิ่งนั้นมา

  • ไคอัสชี้ไปยังรูปปั้นที่ฉายแสงเปลี่ยนผู้คนเป็นซีธ ว่าแล้วมันก็ส่งซีธมาล้อมรอบโนเอลและเซร่าห์มากขึ้นเรื่อยๆ แล้วไคอัสก็เดินจากไปโดยปล่อยให้ทั้งสองคนนั้นโดนเหล่าซีธมะรุมมะตุ้ม
  • ทว่าหลังจากทั้งสองฝ่าด่านพวกซีธไปได้ไม่นาน ไคอัสก็กลับมาหาอีกครั้ง

ไคอัส : การมีอยู่ของพวกแกทำให้กาลเวลาบิดเบือน นำมาซึ่งการเสียสละ
โนเอล : ท่าทางเธอกับฉันจะโดนตราหน้าว่าเป็นพาราด็อกซ์แล้วล่ะ เซร่าห์
ไคอัส : ใช่แล้ว ไม่มีหนทางอื่นที่จะยุติโศกนาฏกรรมนี้นอกจากการหายไปของพวกแก

  • หลังจากนั้นเราก็ไล่ตามไคอัสไปเรื่อย มันก็ยืมพลังฟัลซิด้วยการส่งพวกซีธมาระรานเราไปเรื่อย

ไคอัส : พวกเจ้ารู้ประวัติศาสตร์ที่แท้จริงแล้ว ไม่มีทางหนีไปได้หรอก
โนเอล : ประวัติศาสตร์ที่แท้จริง? อะไรกันฟะ?
เซร่าห์ : บางทีอาจเกิดอะไรขึ้นกับอดีตของโลกนี้ พวกเขาเลยคิดว่าเราเป็นศัตรู?

  • โนเอลคิดว่า คงต้องลองหาเกทในโลกนี้เพื่อไปดูหอคอยอะไรสักอย่างเมื่อ 200 ปีก่อน ทว่าก่อนที่จะทำแบบนั้นได้ พวกเขาก็ต้องคุยกับไคอัสในโลกนี้ให้รู้เรื่องกันเสียก่อน โนเอลตะโกนเรียกไคอัสว่าอย่าหนีไป แต่ให้ออกมาสู้กันก่อน
  • วิ่งฝ่าดงซีธไปอีกสักพัก ทั้งสองก็เจอยูลที่กำลังเดินมาหาพวกเขา ทว่ายูลนั้นกลับโดนพวกซีธล้อมไว้ โนเอลจึงรีบเข้าไปช่วย หลังปราบพวกซีธที่จ้องทำลายเธอหมดแล้วโนเอลก็เข้าไปถามเธอด้วยความห่วงใย เขาจับมือเธอไว้ แล้วทั้งโนเอลและยูลก็ส่งยิ้มให้กันและกัน ทว่าเธอกลับโดนคลื่นพลังงานสีเหลืองโจมตีเข้าจากด้านหลัง หลังจากนั้นก็มีเส้นหนวดโผล่ออกมาจับตัวยูลไป สิ่งที่จับตัวยูลไปก็คือซีธระดับ Undying ที่มีชื่อว่าเซโนเบีย
  • (ซีธระดับ Undying คือซีธที่ตอนเป็นมนุษย์โดนฟัลซิสาปให้เป็นลูซิโดยไม่เต็มใจ แล้วก็พาลโกรธฟัลซิ เกลียดชังทุกสิ่งทุกอย่าง พอกลายเป็นซีธก็เลยเก่งกว่าซีธทั่วๆ ไป เพราะมีความคลั่งแค้นอยู่เยอะกว่า)
  • หลังจากนั้นล้มเซโนเบียได้ โนเอลก็รีบเข้าไปหายูล... ทว่าเซโนเบียที่ยังไม่ตายก็ใช้พลังเฮือกสุดท้ายโจมตีใส่โนเอล แม้คุณน้องโนเอลจะหลบได้สบายๆ ก็จริง ทว่าคนที่รับไปเต็มๆ คือ ยูล...
  • โนเอลรีบวิ่งเข้าไปประคองแล้วอุ้มยูลไว้ นาทีนั้นน้ำตาของเขาเริ่มไหลออกมาอีกแล้ว

โนเอล : ทำไมกัน....?
ยูล : ฉันเห็นความตาย ถ้าฉันมีชีวิตต่อไป นั่นจะเป็นความขัดแย้งของกาลเวลาเหมือนกัน
โนเอล : ดังนั้นเธอเลยทำแบบนี้เหรอ!?
เซร่าห์ : พวกเราผิดเหรอ...? เป็นอย่างที่ไคอัสพูดไว้เลย... เพราะพวกเราก่อพาราด็อกซ์ขึ้นมา ตอนนี้ยูลก็เลย...
ยูล : ไคอัส....? เข้าไม่ได้อยู่ที่นี่สักหน่อย....
เซร่าห์ : หา? เขาไม่อยู่ในเมืองนี้เหรอ?
ยูล : ถึงฉันไม่ใช่ยูลที่เธอรู้จัก แต่ก็... ขอบใจนะ
โนเอล : ไม่นะ.... อย่ามาพูดว่าขอบใจนะเซ่!

  • โนเอลอุ้มร่างที่สิ้นลมหายใจของยูลขึ้น เขาเงยหน้าขึ้นฟ้าราวกับจะกรีดร้อง... แม้สายฝนที่ตกลงมาหนักก็ไม่อาจปิดบังน้ำตาแห่งความเสียใจที่ไหลออกมาจากดวงตาของเขาได้ เซร่าห์บอกว่ายูลได้นำทางพวกเธอมาจนถึงที่นี่แล้ว พวกเธอก็ต้องมุ่งหน้าต่อไป
  • แล้วทั้งสองก็เจอเกทที่จะพาไปยังหอคอยเมื่อ 200 ปีก่อน ทว่าก่อนจะออกเดินทางกัน...

โนเอล : ยูล... เธอเห็นมัน เธอเห็นว่าตัวเองกำลังจะตายที่นี่... วันนี้ เธอรู้มาตลอด
เซร่าห์ : ทั้งที่รู้... แต่เธอกลับเผชิญหน้ามันโดยไม่ถอยหนี
โนเอล : มันเป็นกฎอย่างหนึ่งของโหร การเปลี่ยนแปลงเวลาเพื่อช่วยใครสักคนนั้นเป็นเรื่องต้องห้าม เพราะมันจะทำให้ชะตากรรมของคนหมู่มากแย่ลงไปกว่าเดิม... นั่นคือความจริงที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าแล้ว

เซร่าห์ : โหรมีกฎที่โหดร้ายอยู่แบบนี้เอง... แปลว่ามันจะเป็นจะต้องมีใครบางคนเป็นผู้เสียสละอยู่เสมอสินะ พี่สาว มันไม่มีหนทางที่เราจะช่วยทุกๆ คนได้เลยเหรอ? ฉันเชื่อในพลังที่พวกเราจะข้ามผ่านเกทและแปรเปลี่ยนอนาคต... ทว่าอีกมุมหนึ่งของหัวใจ คำพูดของยูลยังข้องก้องอยู่ในใจฉัน ไคอัสไม่ได้อยู่ที่เมืองนี้แต่แรกแล้วเหรอ? ถ้างั้นคนที่พวกเราเจอที่นี่เป็นใครกัน?

  • เกทล่าสุดนี้ได้พาทั้งสองไปสู่หอคอยออกัสเทียในปี AF200 ยุคที่มนุษย์ได้พยายามสร้างฟัลซิเทียมขึ้นด้วยวิทยาศาสตร์

เซร่าห์ : นี่คือที่ๆ ยูลนำทางพวกเรามางั้นเหรอ?
โนเอล : ดูเหมือนเกทมันจะพาไปยังยุคที่เชื่อมโยงกันนะ ไคอัสเองก็พูดถึงประวัติศาสตร์ลับ... ยังไงซะ มันก็น่าจะอยู่ที่นี่น่ะแหละ
เซร่าห์ : นี่คือหอคอยที่เขาพูดถึงอย่างงั้นเหรอ?
โนเอล : ก่อนอื่นนะ ลองไปตรวจสอบดูก่อนว่าพวกเราอยู่ที่ไหน 

  • แต่แล้วจู่ๆ เครื่องคอมพิวเตอร์ข้างเคียงก็บอกว่าขณะนี้กำลังเกิดพาราด็อกซ์ขึ้น ทำให้พื้นที่รอบๆ นี้ถูกปิดล็อคลงอย่างฉุกเฉิน จากนั้นทั้งสองก็ลองหาข้อมูลดูแล้วพบว่าฟัลซิเทียมนั้นเป็นโครงการที่อเคเดเมียเริ่มต้นขึ้นมาตั้งแต่ปี AF013 เพื่อใช้เป็นหนทางป้องกันการตกลงมาของโคคูน คนที่เป็นต้นคิดของโครงการนี้ก็คืออลิซซ่า โดยมีโฮปเป็นผู้รับผิดชอบ

เซร่าห์ : หา? โฮปเป็นคนสร้างฟัลซิให้อเคเดเมียเหรอเนี่ย?

  • ดูเหมือนว่าสิ่งที่คล้ายรูปปั้นยักษ์ที่เราเห็นในอเคเดเมีย AF400 น่าจะเป็นฟัลซิเทียมนั่นเอง ซึ่งท้ายที่สุดแล้วเจ้าฟัลซิเทียมนั่นกลับสามารถเสกมนุษย์ให้กลายเป็นซีธได้ แต่ทำไมโฮปถึงสร้างของแบบนี้ขึ้นมากัน?

โนเอล : เขาสร้างมันขึ้นมาเพื่อรักษาโคคูนให้ลอยอยู่กลางอากาศได้สินะ?
เซร่าห์ : เขาเองก็คงอยากช่วยวานิลและแฟงก์ด้วยเหมือนกัน
โนเอล : แล้วฟัลซิที่มนุษย์สร้างขึ้นก็ถูกไคอัสยึดไป? แต่เขาทำแบบนั้นไปทำไม?

  • หลังจากปลดล็อคพื้นที่ต่างๆ ได้ เซร่าห์และโนเอลก็ออกสำรวจหอคอยแห่งนี้ พอเขาเจอผู้คนที่เป็นสมาชิกของอเคเดเมีย ผู้คนเหล่านั้นต่างก็มีท่าทีแปลกๆ อย่างเช่นพอวิ่งเข้าไปใกล้ พวกนั้นก็พูดว่า "ผมจะรีบหลบให้เดี๋ยวนี้ล่ะคร้าบ~" จนกระทั่งเซร่าห์เองยังรู้สึกแปลกใจ

เซร่าห์ : ฉันขอถามอะไรแปลกๆ หน่อยสิ? ... เธอมองเห็นพวกคนเหล่านี้มั้ย?
โนเอล : เห็นสิ เธอถามทำไมเหรอ?
เซร่าห์ : ฉันไม่รู้สึกถึงตัวตนของพวกเขาเลย ราวกับว่าพวกเขาไม่มีชีวิตด้วยซ้ำ
โนเอล : นั่นสิ ฉันเองก็กำลังคิดเหมือนกัน

  • ทั้งสองเข้าไปสำรวจคอมพิวเตอร์ในห้องต่อไป ซึ่งคอมพิวเตอร์นั้นฉายภาพโนเอลและเซร่าห์ที่อยู่ในอเคเดเมีย AF400 ออกมา.... (ฉายภาพซึ่งเป็นอนาคตของยุคนี้ ในปี 200 ปีข้างหน้า แต่เป็นภาพในอดีตของโนเอลและเซร่าห์ที่มาสำรวจคอมพิวเตอร์เครื่องนี้)

เซร่าห์ : เฮ้นั่น... นั่นมันที่ๆ เราพึ่งไปมานี่นา นี่มันภาพจากอีกยุคหนึ่ง
โนเอล : เจ้านั่น... แอบดูเราจากที่นี่อย่างงั้นรึ?
เซร่าห์ : เจ้านั่นที่ว่า... หมายถึงไคอัสเหรอ?
โนเอล : ไม่แน่นะ... ไคอัสที่เราเห็นที่อเคเดเมียก็เหมือนกัน ฉันไม่คิดว่าเขาเป็นตัวจริงน่ะ
เซร่าห์ : รู้ได้ยังไงน่ะ?
โนเอล : เราเคยอาศัยอยู่ด้วยกัน เราต่างเป็น "ผู้พิทักษ์" ...เหล่าทหารผู้ปกป้องมิโกะ... แต่แล้วทหารหลายคนกลับหนีไป ไคอัสและฉันเป็นสองคนสุดท้ายที่อยู่ปกป้องยูลไว้ ทว่าวันหนึ่งเขากลับหายตัวไป ลำพังตัวฉันคนเดียวไม่อาจปกป้องยูลไว้ได้... สุดท้ายฉันก็เหลือตัวคนเดียว แล้วเมื่อเกทปรากฏขึ้น พอฉันรู้สึกตัวอีกที ฉันก็มาอยู่ในวาลฮัลล่าแล้ว
เซร่าห์ : แล้วเธอก็เจอพวกเขา? ทั้งพี่สาว... และไคอัส?
โนเอล : ทำไมฉันถึงไปเจอไคอัสในที่แบบนั้น ถึงตอนนี้ฉันเองก็ยังไม่รู้ แต่ว่าเขาไม่มีทางยอมเสียมิโกะไป เขาไม่มีวันทำร้ายยูลแน่ ฉันมั่นใจ

  • โนเอลจะสื่อว่า ยูลที่ตายในอเคเดเมีย AF400 น่ะเป็นยูลตัวจริง แต่ไคอัสที่เห็นในยุคนั้นเป็นของปลอม เพราะไคอัสตัวจริงไม่มีทางทิ้งยูลไว้คนเดียวจนโดนซีธเล่นงานแบบนั้น

เซร่าห์ : เราต้องตรวจสอบดูว่าเรื่องมันเป็นมายังไงสินะ? เพื่อยูลที่อุตส่าห์นำทางเรามาที่นี่
โนเอล : ใช่..... แต่ว่ามีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นอีกแล้ว
เซร่าห์ : ว่าไงเหรอ?
โนเอล : ฉันจำเรื่องต่อจากนี้ไม่ได้ หลังจากไคอัสจากไปแล้ว... ยูลตายยังไง ฉันจำใบหน้าที่เปล่าเปลี่ยวในช่วงวาระสุดท้ายของเธอได้ได้ดี แต่ฉันกลับจำอะไรนอกจากนั้นไม่ได้....

  • ทั้งสองออกสำรวจหอคอยไฮเทคนี้ต่อ แล้วก็พบไคอัสเดินเตร่ไปเตร่มาแว็บๆ เป็นระยะๆ โนเอลพยายามไล่ตามไปเพื่อดูว่านี่เป็นไคอัสตัวจริงหรือไม่? แต่เซร่าห์ก็บอกให้ระวังตัวไว้ มันอาจเป็นกับดักก็ได้
  • การจะไปยังส่วนอื่นของหอคอยได้มันจำเป็นต้องใช้บัตรผ่าน ซึ่งม็อคและเซร่าห์ก็เสนอว่าให้ไปยังเมืองอื่นยุึคอื่น แล้วหาเกทที่จะเชื่อมไปยังหอคอยนี้ในช่วงเวลาอื่นกัน หลังจากนั้นเราจะต้องออกไปตามหาเกท โดยก่อนอื่นเมื่อลองกลับไปยังเนโอโบดัม ก็จะเจอกาโดที่มาเดินเตร่อยู่แถวเกท

กาโด : โอ้ กลับมาแล้วเหรอ? เราพึ่งเห็นเธอออกไปได้ไม่ถึงครึ่งวันเองนี่... แต่ว่ามันไม่ใช่แบบนั้นใช่มั้ย? พวกเธอดูราวกับว่าผ่านการผจญภัยกันมานาน แสดงว่าการเดินทางข้ามกาลเวลาไม่ใช่เรื่องโกหกสินะ งั้น... ช่วยอะไรฉันหน่อยได้มั้ย? อย่าเอาเรื่องเหล่านี้ไปบอกคนอื่นล่ะ ขืนพูดอะไรออกไป คงเกิดความวุ่นวายกันน่าดู เก็บมันเป็นความลับไว้ แล้วระหว่างที่ยังอยู่ที่นี่ก็พักผ่อนให้เต็มที่ล่ะ

  • หลังสำรวจดูก็พบว่าไม่พบเกทเพิ่ม แต่ก็มีพื้นที่ใหม่ให้เดินเข้าไปเก็บแฟรคเมนท์
  • จากนั้นให้ลองไปยังซากโบราณสถานบิลจ์ AF005 เราจะสามารถใช้สกิลปาม็อคหากุญแจลงไปยังชั้นใต้ดินได้ ซึ่งเกทนั้นจะพาไปยังซากโบราณสถานบิลจ์ในปี AF300 ม็อคบอกว่าในยุคนี้มีพาราด็อกซ์ปรากฏขึ้นในที่แห่วนี้มากมาย มอนสเตอร์เองก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนกองทัพรับมือไม่ไหว รัฐบาลได้ข้อความร่วมมือให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวช่วยกันปราบปรามมอนสเตอร์ด้วย ทำให้พวกเขาต้องพร้อมจับอาวุธสู้อยู่ตลอด หากคลี่คลายสถานการณ์นี้ได้เมื่อไหร่ พวกเขาก็จะได้รับรางวัลจากทางรัฐบาล
  • โนเอลมั่นใจว่าสิ่งที่รัฐบาลให้เป็นรางวัลจะต้องเป็นเงินจำนวนมากแน่ แต่พวกเขาจะเอาเงินไปทำอะไรล่ะ? พอลองถามม็อค ม็อคก็บอกว่าไว้มีเงินแล้วค่อยคิดดีกว่าน่า
  • ทั้งสองเดินไปตามซากโบราณสถานที่เจอพายุหิมะถาโถมใส่ จนกระทั่งม็อครู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นอยู่แถวนี้ พอม็อคลองร่ายมนต์ดูก็พบคนที่หลงอยู่ในห้วงเวลา ซึ่งม็อคก็ช่วยทำให้เขากลับมายังกาลเวลาในยุคนี้ได้ พอลองคุยกับเขาดูก็พบว่าตัวเขาเองไม่รู้ตัวเลยว่าเขาได้หลงเข้าไปในห้วงเวลามา เขาเพียงบอกพวกเซร่าห์ว่าเขากำลังทำวิจัยมอนสเตอร์อยู่
  • จากนั้นพอลองไปยังภูเขายายัสในปี AF01X จะพบเกทอีกอันที่ยังไม่เปิด ซึ่งมันจะพาเราไปยังหอคอยออกัสเทียในปี AF300 พอเข้าไปถึง เครื่องคอมพิวเตอร์ที่นั่นก็แจ้งว่ามันตรวจพบว่ามีสิ่งที่มาจากช่วงเวลาอื่น และต้องทำการวิเคราะห์เพื่อหาว่าเป็นพาราด็อกซ์หรือไม่

โนเอล : ฉันไม่เห็นรู้เรื่องพวกจักรกลนี่เลย! นี่มันอะไรกันเนี่ย?
เซร่าห์ : ดูเหมือนระบบของที่แห่งนี้จะถูกเจาะจากภายนอกนะ ใครบางคนจากที่ไหนสักที่ กำลังใช้เน็ตเวิร์คหาทางล้มระบบของที่แห่งนี้
โนเอล : หมายความว่า.. มีคนร้ายลอบเข้ามายึดระบบของหอคอยงั้นเหรอ? งั้นก็ไปจับมันกัน!
เซร่าห์ : ระบบรักษาความปลอดภัยถูกเปลี่ยนไปแล้ว ดูเหมือนคนร้ายจะไม่ได้อยู่ที่นี่ น่าจะไม่ได้อยู่ในยุคนี้ด้วยซ้ำ เขาน่าจะใช้การข้ามกาลเวลา เจาะระบบจากอนาคตน่ะ 
โนเอล : การแทรกแซงจากอนาคตเหรอ? เราก็แก้ได้แต่พาราด็อกซ์ล่ะนะ

  • ระหว่างเดินสำรวจ ม็อคกับโนเอลก็คุยกัน

ม็อค : รู้สึกว่ากุญแจที่ใช้กับหอคอยในปี AF200 น่าจะอยู่แถวนี้นะ คุโปะ!
โนเอล : ถ้าไม่มีล่ะก้อ ฉันเล่นงานนายแน่นะ ม็อค
ม็อค : คุโปะ คุโป๊ะ!?
โนเอล : ล้อเล่นหรอกน่า เราจะไปวาลฮัลล่าด้วยกัน ทั้งสามคน

  • จากนั้นทั้งสาม ก็ขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นบนเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดที่ระบบบอกว่าต้องใช้กุญแจ Type 13 ถึงจะไปต่อได้ ซึ่งเจ้ากุญแจนี้มันหายไปแล้ว (ดังนั้นการจะไปหากุญแจนี้มาเปิดได้ ก็ต้องย้อนกลับไปอดีตในช่วงที่กุญแจมันยังไม่หายไป -ซึ่งก็คือ AF200- แต่เมื่อเราไปฉกกุญแจมาจากอดีตแล้ว นั่นก็แปลว่าสาเหตุที่กุญแจมันหายไป ก็เพราะโดนพวกเซร่าห์จากยุคอื่นฉกไปน่ะเอง)
  • เท่ากับว่าการจะหากุญแจที่ใช้กับหอคอยปี AF200 ต้องมาหาที่ AF300 และการจะหากุญแจที่ใช้ใน AF300 ก็ต้องไปหาใน AF200....
  • หลังจากนั้นลองเปิดเกทไปยังภูเขายาจัส AF100 แล้วก็พบว่าพวกนักสำรวจที่ควรจะทำการวิจัยอยู่ดันหายไป แต่มีลูกบอลทรงกลมสีแดงมาแทน ม็อคบอกว่ามันเป็นคริมสันสเฟียร์แห่งความเศร้า ซึ่งรวบรวมความนึกคิดของผู้คนที่เสียชีวิตไปเพราะผลกระทบจากพาราด็อกซ์ทั้งหลาย เมื่อเราเข้าไปสำรวจ ก็จะเจอเหตุการณ์ที่สเฟียร์มันถ่ายทอดคำพูดเข้าสู่หัวใจของพวกเซร่าห์โดยตรง ซึ่งหนึ่งในเหยื่อของพาราด็อกซ์ที่กลายเป็นเพียงสะเก็ดความคิดภายในก้อนสเฟียร์ ก็จะขอร้องพวกเซร่าห์ให้ไปทำอะไรบางอย่าง... แต่วันนี้ก็พอแค่นี้ละกัน

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

งงดีเหมือนกันนะเนี่ย... =_=;;;sad smile

#1 By Merticulous Mealstrom on 2012-02-09 19:20

ไม่เห็นแปลกเลย ยุคเจ็ดร้อยที่โนเอลมามันไม่เหลือเทคโนโลยีอะไรแล้ว อารมณ์เหมือนคนป่ามาเข้ากรุง.

#2 By taepoppuri on 2012-02-09 19:45

กำลังเล่นถึงแถวๆนี้พอดีเลยครับ sad smile

#3 By Nil on 2012-02-09 19:51