ข้อคิดสำหรับการอ่าน Review
posted on 04 May 2012 01:39 by ffplanetบทความนี้คัดลอกมาจากคอลัมน์ American Games Society ในนิตยสาร MXG ฉบับที่ 21/2012 Vol.1,092 สร้างสรรค์โดยคุณ JAO GU
สีน้ำเงิน : ข้อความเดิมของคุณ JAO GU
สีเขียว : ความเห็นเพิ่มเติมของ BoN
-----------------------------------------------------------------------------------------

กลับมาที่พวกเราเหล่าเกมเมอร์กันบ้าง กับคนที่ยังชื่นชอบการหาข้อมูลโดยเฉพาะการอ่านรีวิวในหนังสือ เว็บไซต์ หรือวีดีโอรีวิวเกมตามที่ต่างๆ ซึ่งในเมืองไทยก็มีมือดีอยู่มากมายกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเว็บบอร์ดหรือนิตยสาร หรือแม้แต่คนที่ตามดูคะแนนรีวิวและคำวิจารณ์จากเมืองนอก รับรองว่าต้องเคยเจอประสบการณ์เดียวกัน ก็คือเล่นแล้วได้ความรู้สึกที่ไม่ตรงกับคำวิจารณ์ หรือคะแนนที่เขาให้กับคะแนนที่เราให้มันช่างต่างกันเหลือเกิน เช่นเกมที่ได้รับคำชื่นชมว่าดีเสียมากมาย เล่นไปไม่เห็นประทับใจอย่างที่ว่า หรือเกมที่โดยวิจารณ์สับเละ พอเล่นจริงๆ ก็เข้าท่าเหมือนกัน สำหรับคนที่เล่นเกมมานานและมีประสบการณ์มากพอ เรื่องต่อไปนี้อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ที่น่าสนใจนัก แต่สำหรับนักเล่นเกมอื่นๆ ผมคงต้องฝากไว้เลยว่าการจะเชื่อคะแนนรีวิวหรือคำวิจารณ์อะไร ขอให้พิจารณาอย่างถ้วนถี่ที่สุด หาข้อมูลให้ดีก่อนปักใจเชื่อ อย่างน้อยพิจารณาจากข้อควรระวังที่ผมจะสาธยายต่อไปนี้ดูก็ได้ครับ เพราะใครจะไปรู้ วันหนึ่งคุณอาจจะต้องให้คำแนะนำสาวสวยในดวงใจของคุณว่าเธอควรจะเล่นเกมอะไรที่เหมาะกับเธอก็ได้
แยกให้ออกระหว่างผลงานเกมที่แย่ กับทีมสร้างไม่ได้เรื่อง ในการสร้างเกมหนึ่งเกม ซึ่งเมื่อมันออกมาสู่ตลาดก็ได้รับการตอบรับประเภทว่า "เกมกาก! คิดมาได้ยังไง? มีปัญญาทำได้แค่นี้เองเหรอ? ทำไมไม่ดูชาวบ้านเขาบ้างว่าเขาทำอะไรกันไปถึงไหนแล้ว" ด้วยความที่มันเป็นส่วนหนึ่งของอาชีพผม ถ้าผมจะต้องพูดตรงๆ ว่า เฮ้ย! เกมนี้มันไม่ดีนะ ตรงนั้นตรงนี้ ผมก็คงจะต้องพูด แต่เราไม่ควรจะไปดูถูกคนทำเกม เพราะคงไม่มีใครอยากให้ผลงานตัวเองมันห่วยแตก ถึงผลงานมันไม่ดีก็สามารถพัฒนากันได้ น้อยคนจะรู้และเข้าใจจริงๆ ว่า เกมๆ หนึ่งกว่าจะเสร็จออกมาเป็นผลงานนั้นมันยาก ใช้เวลาและความคิดสร้างสรรค์มากมายขนาดไหน ทีมงานบางทีมต้องกินอยู่หลับนอนสร้างเกม 2-3 ปี ทุ่มเทแรงกายแรงใจมากมายเท่าไหร่กว่าจะออกมาเป็นเกมสักเกม เพื่อที่จะมาโดยทุกคนด่า มันก็น่าเห็นใจอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลายๆ คนอาจจะไม่รู้ว่ามีคนไทยหลายต่อหลายคนแล้วที่ไปมีส่วนร่วมในการสร้างเกมมากมาย วันหนึ่งอาจจะมีคนใกล้ตัวเราไปอยู่ในจุดนั้นก็ได้ ใครจะรู้
ผมเองไม่เห็นด้วยกับการวิจารณ์เกมแบบสาดเสียเทเสีย ดูก็รู้มาแต่ไกลว่าใช้อคติในการตัดสิน รวมทั้งการด่าพ่อล่อแม่ผู้พัฒนาเกม.... ทว่าที่ผมไม่เห็นด้วย ไม่ใช่เพราะผมเห็นใจความยากลำบากของคนพัฒนาเกมแบบคุณ JAO GU แต่เพราะผมมองว่าพฤติกรรมการวิจารณ์เหล่านั้น เป็นเรื่องที่มีแต่ผู้ด้อยวุฒิภาวะกระทำกัน
ผู้วิจารณ์เก่งๆ ที่ผมเห็นมา ล้วนสามารถติชมได้ด้วยเหตุผลที่แน่นหนาและชัดเจน อธิบายได้อย่างกระจ่าง รู้แจ้งเห็นจริง และไม่ใส่อารมณ์ส่วนตัวลงไปในคำวิจารณ์ คนเหล่านี้คือของผู้วิจารณ์ตัวจริง... ซึ่งหาได้ยากในสังคมไทย ปัจจุบันสังคมเรานั้นอุดมไปด้วยผู้วิจารณ์สมัครเล่นที่มักใช้คำวิจารณ์แรงๆ ใส่อารมณ์ส่วนตัวลงไปในคำวิจารณ์ซะเยอะ ราวกับพยายามจะอวดเก่งว่าข้านั้นมีความสามารถและประสบการณ์นักหนาถึงสามารถจับผิดหาจุดบอดของมันมาสับเละได้ แต่เหตุผลในการวิจารณ์นั่นค่อนข้างกลวง พอไปถามข้อมูลของเกมที่เขาวิจารณ์นั้นหลังไมค์ก็ตอบได้แบบผิดๆ ถูกๆ.... อันนี้คือประสบการณ์ส่วนใหญ่ที่ผมเจอ
ข้อคิดสำหรับการอ่าน Review
1. ก่อนอื่นต้องจำแนกตัวเองให้ออกว่าตนเองมีระดับความเข้มข้นของการเป็นเกมเมอร์อยู่ในระดับไหน ก่อนจะตัดสินใจให้คะแนนเกมอะไร หรือเวลามีคนมาขอความเห็นว่าจะแนะนำให้คนใกล้ตัวเราเล่นเกมหนึ่งดีหรือไม่ หรือเชื่อคะแนนเกมอะไรจากปากใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งมันไม่ได้บอกถึงความเป็นเีซียน ความเก่งกาจ หรือความแม่นยำในการให้คะแนนหรือการวิจารณ์ แต่มันเป็นตัวบ่งชี้ว่า เกมนั้นเหมาะกับเรามากน้อยแค่ไหน ผมแบ่งกลุ่มคนเล่นเกมออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ
พวกเล่นเกมมาน้อยหรือชอบเล่นเกมแบบง่ายๆ (Casual Gamer) อย่างที่บอกคือ กลุ่มนี้จะมีประสบการณ์การเล่นเกมมาน้อย หรือชอบการเล่นเกมที่ไม่ยากมาก ไม่มีรายละเอียดเยอะ หรือใช้เวลาไม่นาน อาจจะชอบอะไรฉาบฉวย นั่นหมายความว่า พวกเขาจะประทับใจกับเกมได้ง่าย เพราะอาจจะรู้จักเกมไม่เยอะ ดังนั้นอย่าไปแนะนำให้เขาเล่นเกมโหดๆ หรือมีความซับซ้อนมากเกินไป เพราะเขาจะเบื่อเอาได้ ส่วนใหญ่สาวๆ หรือพ่อแม่พี่น้องเรามักจะอยู่ในกลุ่มนี้แหละ แค่ iPad กับ Angry Bird ก็เพียงพอแล้วสำหรับพวกเขา
กลุ่มเกมเมอร์ คือเหล่านักเล่นเกมที่มีประสบการณ์การเล่นเกมมามากพอสมควร เล่นเกมมาเยอะมากพอที่จะบอกได้ว่า เกมนี้สนุก เกมนี้ดี เกมนี้แนะนำ รู้ว่าเกมมีกี่แนวและตัวเองชอบเกมแนวอะไร จะได้หาเกมคล้ายๆ กันมาเล่นได้ นักเล่นเกมส่วนใหญ่น่าจะอยู่ในระดับนี้ คือยังสามารถนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ให้ได้ เพื่อให้เขาได้ลองดูว่า ไอ้นั่นชอบมั้ย ไอ้นี่ชอบมั้ย และยังคงเปิดรับความท้าทายและของอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ อยู่ และปากจะยังไม่เสียมากนัก ดังนั้นหาเกมอะไรที่ท้าทายสักหน่อยจะดีกว่า
กลุ่มฮาร์ดคอร์ คือเหล่าเกมเมอร์ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานาวนานและโชกโชน หรือเป็นแฟนเกมใดเกมหนึ่งแบบเดนตาย มองแว่บเดียวก็ตัดสินได้ว่าเกมนี้เป็นยังไง มีลูกเล่นอะไรน่าสนใจแค่ไหน พวกนี้ด้วยความที่เจอมาเยอะ จะทำให้เกิดเป็นปมชีวิตอย่างหนึ่งว่าเล่นอะไำรก็ไม่สนุก หาเกมเล่นยาก เล่นไปก็เหมือนเดิม ต้องระวังให้ดี เพราะคำวิจารณ์ที่ออกมาจากปากพวกนี้ มักจะเป็นไปในแง่ลบเสมอ เล่นอะไรก็ไม่ประทับใจสักอย่างเพราะเห็นมาหมดแล้ว หนักเข้าก็กลายเป็นพวกขวางโลกไปเสียเลย ทำเกมอะไรออกมาไม่ถูกใจพ่อด่าเสียหมด ในทางกลับกัน ถ้าชอบก็จะปล่อยคะแนนเพ้อไม่ลืมพูดลืมตา ซึ่งนักวิจารณ์และรีวิวให้คะแนนเกมส่วนใหญ่ทั่วโลก (รวมทั้งเมืองไทยด้วย) จัดอยู่ในกลุ่มนี้ทั้งหมด
เมื่อรู้ตัวเองหรือรู้จักคนให้คะแนนแล้ว น่าจะพอเข้าใจได้บ้างว่าระดับของความน่าเชื่อถือมันจะแค่ไหน
การรู้จักรสนิยมของผู้ให้คะแนนนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เดี๋ยวนี้ผมอ่านรีวิว ก็คืออ่านเพื่อประเมินรสนิยม ทัศนคติ และวุฒิภาวะของผู้ให้คะแนน มากกว่าที่จะอ่านเอาเนื้อหาของการรีวิว ผมคิดว่าถ้าอยากจะหาผู้วิจารณ์เกมที่เชื่อถือได้ หรือให้คะแนนตรงใจเรามากที่สุด ก็ต้องลองอ่านรีวิวเยอะๆ จากหลายๆ คน หลายๆ สำนัก แล้วพิจารณาดูว่านักวิจารณ์เกมคนไหนที่มีรสนิยมการเล่นเกมใกล้เคียงกับเรามากที่สุด.... คนๆ นั้นก็น่าจะเป็นผู้วิจารณ์เกมที่ติชมได้ถูกใจเรา อย่างผมเองก็ฟังคำวิจารณ์จากพี่ Kyle เสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะรสนิยมในการเล่นเกมใกล้เคียงกัน อะไรที่เขาชอบผมก็มักจะชอบ อะไรที่เขาเกลียดผมก็มักจะเกลียด แบบนี้คำวิจารณ์ของเขาก็จะเป็นประโยชน์กับเรา
นอกจากกลุ่มคนเล่นเกม 3 กลุ่มที่คุณ JAO GU พูดถึงแล้ว ผมอยากจะพูดถึงกลุ่มที่ 4 ที่ผมตั้งขึ้นเอง
กลุ่มเกรียนเมอร์ หมายถึงกลุ่มคนเล่นเกมบางส่วนที่ยังอยู่ในวัยเรียน ไล่มาตั้งแต่มัธยมต้นถึงมหาวิทยาลัย คนกลุ่มนี้ประสบการณ์ในการเล่นเกมไม่ได้เยอะ แต่เมื่อพวกเขาเล่นเว็บบอร์ดไปเยอะๆ อ่านคำวิจารณ์ของกลุ่มฮาร์คอร์ไปนานๆ แล้ว ก็จะเกิดการเลียนแบบพฤติกรรมในการแสดงความเห็น กล่าวคือใจของพวกเขาจะอยากวางตัวให้ดูเป็นคนมีประสบการณ์ ดูฉลาด แล้วก็พลอยแสดงความเห็นในแง่ลบแบบเกินจริง แล้วก็ชอบวิจารณ์แรงๆ ชอบจับผิด ตามน้ำ และเลียนแบบพฤติกรรมของพวกพวกฮาร์ดคอร์ไปเรื่อยๆ นี่ก็เป็นอีกกลุ่มที่มีมากในสังคม
2. อย่าดูแต่คะแนนรีวิว ให้อ่านคำวิจารณ์หรือเข้าใจเนื้อหาของคำติชมด้วย ถึงการข้ามข้อมูลทุกอย่างเพื่อดูคะแนนอย่างเดียวทำให้เราเข้าถึงบทสรุปของแต่ละเกมได้ง่ายๆ แต่การสนใจดูเนื้อหาที่เขาพูดถึงเพื่อให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ถ้าดูแต่คะแนนรีวิว ก็เหมือนตัดสินหนังสือจากปก ไม่แน่เสมอไปว่าเกมคะแนนดีจะถูกใจเรา หรือเกมคะแนนแย่จะเป็นเกมไม่ดีเสมอไป ดังนั้นถ้าเขาเขียนมาให้อ่านก็อ่านสักหน่อย ถ้าเขาทำวีดีโอมาให้ดูก็ดูเนื้อหาด้วย
3. สุดท้ายแล้วทุกคนเล่นเกมเพื่อความสนุก อย่าได้ลืมจุดนี้เป็นอันขาด เพราะไม่ว่าเกมจะได้คะแนนเท่าไหร่ หรือคำวิจารณ์จะดีแค่ไหน ขอให้เราเล่นมันแล้วสนุกก็พอ ไม่ต้องไปสนใจว่าใครจะว่ายังไงบ้าง ถ้าเราเล่นแล้วสนุกก็ลุยโลด
4. บางครั้งคะแนนหรือคำวิจารณ์อาจมีเรื่องการเมืองหรือผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องอยู่เบื้องหลัง ยิ่งทำให้ความน่าเชื่อถือของคำวิจารณ์นั้นน้อยลงไปอีก เพราะใครจะรู้คะแนนรีวิวที่ดีเกินจริง หรือต่ำเกินเหตุ อาจจะเป็นกลุยทธทางการตลาด หรือเป็นเหตุผลความขัดแย้งของธุรกิจเกมก็ได้ เพราะทุกคนรู้ว่าคะแนนที่ดีหรือไม่ดี ย่อมส่งผลกระทบกับตลาดโดยตรง
สุดท้ายขอย้ำจากใจอีกครั้ง อย่าเชื่อคะแนนรีวิวครับ เอาเป็นข้อมูลทางเลือกได้ แต่อย่าให้เป็นทั้งหมดในการตัดสินใจ
สุดท้ายในส่วนของผม... อยากบอกว่าบทความวิจารณ์เกมส่วนใหญ่ที่พบเห็น มักเป็นการวิจารณ์แบบไหลไปตามน้ำตามกระแสสังคม ไม่ได้ใช้ความคิดเป็นของตนเองกัน น้อยคนนักที่จะกล้าวิจารณ์ด้วยความคิดของตนเองแล้วได้ความคิดที่ฉีกไปจากคนอื่น ก็อยากให้ลองตามหาผู้วิจารณ์ที่มีความคิดเป็นของตนเอง มีวุฒิภาวะ มีเหตุมีผลในสายตาของคุณ แล้วคุณก็จะพบบทความรีวิวที่เหมาะสมกับคุณครับ
) แต่ก็ชอบตรงที่เขาบอกได้เป็นจุดๆเลยว่าข้อเสียมันอยู่ตรงไหน ทำไมเขาถึงไม่ชอบ และต่อให้เป็นเกมส์ที่เขาติ เขายังสามารถบอกได้ว่ามีส่วนไหนที่ดี
แม้Final Fantasy XIII ให้คะแนนเยอะ
แต่เล่นไม่สนุกเท่า Persona 4
55+
ปล.Persona 4 the Golden (PSVita)
Japan: June 14, 2012
North America: October 23, 2012
#1 By Mangaka on 2012-05-04 12:56