แฟมิซือฉบับประจำวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมาได้ลงบทสัมภาษณ์คุณ เท็ตสึยะ โนมุระ ว่าด้วยเรื่องเกม Kingdom Hearts 3D เอาไว้ ซึ่งเราก็ได้แปลสรุปเนื้อหาไปบ้างแล้ว (อ้างอิง : คลิ๊ก) และคราวนี้ก็คือเนื้อหาการสัมภาษณ์แบบเต็มๆ ครับ

- ตัวเกมก็ได้วางจำหน่ายมากว่าเดือนนึงแล้ว เสียงตอบรับจากผู้เล่นเป็นไงบ้างครับ?

โนมุระ : รวมๆ แล้วเขาว่ากันว่าภาคนี้เนื้อเรื่องเข้าใจยากครับ (หัวเราะแหยงๆ)

- เรื่องคราวนี้มันค่อนข้างแตกต่างและซับซ้อนกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา ในการผจญภัยคราวนี้พวกเขาจำเป็นต้องเข้าไปยังโลกที่ติดอยู่ในการหลับใหล ทว่าท้ายที่สุด เรื่องก็ไปจบลงในดาวที่แตกต่างออกไป

โนมุระ : ยังมีดาวที่ติดอยู่ในการหลับใหลอีกนะครับ ทว่าในตอนแรกพวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปยังดาวไหนบ้าง กระทั่งเยนซิดเองก็ไม่รู้ว่าพวกเขาต้องไปยังดาวไหน ระหว่างนั้นเองพวกเขา 2 คน ก็ถูกสมาชิกของจูซังคิคังชักนำให้ไปยัง The World that Never Was

- แล้วตอนที่ริคุจับจ้องไปยังคนชุดน้ำตาล แล้วไดฟ์ไปยังอีกโลกหนึ่ง... เราสันนิษฐานได้มั้ยว่าเขาจะถูกจูงเข้าร่วมกลุ่มจูซังคิคัง?

โนมุระ : จากที่พวกเขาก็รู้ว่าริคุจะตื่นขึ้นในไม่ช้า ถ้าจะคิดแบบนั้นมันก็สมเหตุสมผล แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลแท้จริงที่จูซังคิคังชักนำเขา ในตอนแรกนั้นพวกเขาเองก็ยังไม่ได้ตัดใจจากริคุ พวกเขาก็ยังอยากเอาริคุเข้าองค์กร ทว่าริคุได้พัฒนาตนเองให้ต้านทานความมืดได้ แล้วผลที่ตามมาคือ พวกเขาก็ต้องตัดใจ

- ริคุชอบโผล่มาได้ถูกที่ถูกเวลาพอดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการต่อสู้สุดท้าย ที่พูดว่า "ยังอีกเหรอ?"

โนมุระ : เนื้อเรื่องได้ดำเนินไปถึงบทสรุปด้วยความตึงเครียด ผมเองก็ได้เพิ่มบอสที่อยู่นอกเหนือการวางแผนในตอนแรกลงไปด้วย เพราะเห็นว่าถ้าไม่มีการต่อสู้แบบนั้นมันก็คงแอนตีไคลแมกซ์แย่ ในตอนที่ผมกำลังเขียนเนื้อเรื่อง ผมได้ขอให้ทีมพัฒนาฝั่งโอซาก้าช่วยเพิ่มการต่อสู้ลงไปอีกหน่อย การต่อสู้กับชุดเกราะภายหลังการไดฟ์ครั้งสุดท้ายก็เป็นสิ่งที่พวกเขาเพิ่มเข้ามาให้ ผมว่าถ้าไม่มีการต่อสู้ตามลำดับนั้น ก็คงเข้าใจเนื้อเรื่องได้ไม่แจ้งชัดนัก

- คราวนี้ริคุมีบทมากพอดู เมื่อเทียบกับโซระแล้วเขามีสเน่ห์ในแบบดาร์คฮีโร่ คุณคิดว่าไงบ้าง?

โนมุระ : ริคุเติบโตไปพร้อมกับปัญหามากมายที่เขาต้องแบกรับไปด้วย ผมว่าเขาเหมือนกับฮีโร่ของแสควร์ในยุคก่อน  จะบอกว่าเป็นฮีโร่แบบ Final Fantasy ก็ได้ ในทางกลับกันผมก็สร้างโซระให้เป็นตัวละครที่หาไม่ได้ในเกมยุคก่อนของแสควร์

- โซระเป็นเด็กธรรมดางั้นสินะครับ ทำไมไม่ให้เขาเป็นแบบฮีโร่ผู้กล้าหาญซะล่ะ?

โนมุระ : ก็คิดกันว่าต้องให้ผู้เล่นเปรียบตัวเองได้กับโซระ ทว่าก็มีคนที่ไม่ชอบโซระอยู่เหมือนกัน (หัวเราะ) แต่ผมก็เชื่อนะว่าหัวใจที่เหมือนกับโซระนั้นได้ดำรงอยู่้ในตัวของผู้เล่นทุกคน โซระน่ะเป็น "คนธรรมดา" แล้วทุกคนก็เป็น "คนธรรมดา" ผมคิดว่าแม้ว่าเราจะเป็นคนธรรมดา แต่เพื่อสิ่งสำคัญของตน... ทุกคนก็จะสามารถแสดงพลังพิเศษออกมาได้เฉกเช่นเดียวกับโซระครับ

- ผมอยากจะถามเรื่อง The World that Never Was เพิ่มเติมอีกว่า ดาวนั้นเป็นส่วนหนึ่งของโลกแห่งความเป็นจริง หรือส่วนหนึ่งของโลกแห่งการหลับใหล?

โนมุระ : ตอนที่โลโก้ของดาวนั้นปรากฏขึ้น นั่นเป็นจุดกั้นแบ่งระหว่างความฝันกับความเป็นจริง ตอนที่โซระมาถึงดาวนั้น เขาอยู่ในความเป็นจริง แต่แล้วเขาก็ตกสู่โลกแห่งการหลับใหล ส่วนริคุนั้นเข้ามาในโลกแห่งการหลับใหล แต่พอเล่นไปจนถึงตอนที่โลโก้ดาวปรากฏขึ้นมา นั่นก็คือตอนที่เขาออกมายังความเป็นจริง

- ตอนที่ทั้งคู่อยู่ในส่วนของความเป็นจริง พวกเขากลับไม่ได้อยู่ในร่างเดิม ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ?

โนมุระ : เป็นเพราะเวทย์ของเยนซิดได้เอาร่างเดิมของพวกเขาไป ถ้าพวกเขาไม่ได้กลับไปหาเยนซิด ร่างของพวกเขาก็จะไม่กลับเป็นปกติ ส่วนชุดใหม่ของเขานั้นก็เป็นผลมาจากเวทย์ของเยนซิดอย่างที่โซระเดาไว้

- ในดาว (สุดท้าย) นั้น ริคุได้ต่อสู้กับไนท์แมร์ที่สวมชุดคลุมดำ เขาเป็นใครกันแน่?

โนมุระ : ไนท์แมร์ตัวนั้นคือรูปลักษณ์ของฝันร้ายที่โซระผจญอยู่

- แล้วเซมุนัสกับอันเซมล่ะครับ พวกเขาไม่ได้อยู่ในตัวใครสักหน่อย (เหตุที่พวกเขาปรากฎตัวขึ้นมาได้) มันเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมของโลกแห่งการหลับใหลรึเปล่าครับ?

โนมุระ : อย่างแรกเลย ตอนที่เซอานอร์ทหนุ่มได้ได้พบกับคนในชุดน้ำตาล หรือเซอานอร์ทที่เรียกตัวเองว่าอันเซม ความสามารถของเซอานอร์ทคนหลังก็ได้ถูกส่งต่อไปยังคนแรก ผลจากการที่มาสเตอร์เซอานอร์ทได้สละร่างเนื้อของตนเอง ทำให้เขามีความสามารถที่เหนือกาลเวลาได้ แล้วพลังนั้นก็คงอยู่มาจนถึงคนชุดน้ำตาล พอเซอานอร์ทหนุ่มได้พบกับเขา เขาก็ได้รับพลังนั้นมา และด้วยการครอบครองพลังนี้ เซอานอร์ทหนึ่งจึงทำหน้าที่ดั่งช่องวาร์ป (Portal) ที่เรียกเซมุนัสและอันเซมออกมา นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเซอานอร์ทหนุ่มถึงต้องอยู่ข้างพวกเขาทุกครั้งที่พวกเขาปรากฏตัวออกมา ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่โซระและริคุตกสู่โลกแห่งการหลับใหล ในเวลาเดียวกันเซอานอร์ทหนุ่มเองก็ได้เข้าไปในโลกแห่งการหลับใหลเหมือนกัน

*สรุปว่าคนที่ได้ความสามารถเหนือกาลเวลาคนแรกมา คือมาสเตอร์เซอานอร์ท... (ไอ้เราก็นึกว่าได้มาตอนทำการทดลองเรื่องฮาร์ทเลส) พอเขากลายเป็นเทอร์ร่านอร์ท กลายเป็นอันเซมตัวปลอม ความสามารถนี้ก็ยังคงอยู่เรื่อยมา แล้วอันเซมตัวปลอมก็ไปถ่ายทอดพลังนี้ให้เซอานอร์ทหนุ่มในยุคอดีต

- แล้ววานิทัศล่ะครับ?

โนมุระ : กรณีวานิทัศนั้นแตกต่างจากเซมุนัสและอันเซม เขาไม่ได้มีร่างเนื้อ เขาเพียงตอบสนองต่อเวนตุสที่อยู่ภายในตัวโซระ ดังนั้นเราเลยมองเห็นเขา

*แปลว่าไอ้ทฤษฎีที่ว่าเซอานอร์ทหนุ่มก็คือวานิทัศที่รับหัวใจของมาสเตอร์เซอานอร์ทมา ก็พับเก็บไป

- หลังจากที่เซมุนัสและอันเซมโผล่มาแล้ว ก่อนที่พวกเขาจะไปสู้กับพวกโซระ พวกเขาไปอยู่ในที่ใดสักแห่งที่อยู่เหนือกาลเวลามาใช่มั้ย?

โนมุระ : ใช่แล้วครับ

- ตอนที่ราชามิคกี้หยุดเวลา เซอานอร์ทหนุ่มกลับเคลื่อนไหวได้ เหตุที่เขาทำลายเวทย์สาปของราชาได้ เป็นเพราะเขาสามารถควบคุมกาลเวลาได้ใช่มั้ย?

โนมุระ : ตอนนั้นเซอานอร์ทหนุ่มไม่ได้ใช้พลังของเขาเองครับ เหตุที่เวทย์ของราชาถูกทำลายก็เพราะมาสเตอร์เซอานอร์ทกำลังเข้าไปร่วมกับเซอานอร์ทหนุ่ม เฉพาะ "สัญลักษณ์แห่งการนอกรีต" เท่านั้นที่ถูกเพิ่มลงไปโดยพวกจูซังคิคัง

- นั่นก็คือตอนที่ใครบางคนเริ่มปรากฏตัวขึ้นบนบัลลังค์สินะครับ

โนมุระ : ที่จริงแล้ว เวลาได้ถูกหยุดลงในตอนที่มาสเตอร์เซอานอร์ทกำลังจะปรากฏตัวขึ้นมา ดังนั้นเขาจึงย้ายจิตของเขาไปยังร่างของเซอานอร์ทหนุ่ม ดังนั้นราชามิคกี้จึงอุทานว่า "เป็นไปไม่ได้!" การที่เซอานอร์ทหนุ่มเรียกคีย์เบลดออกมาได้ทั้งที่เขาไม่น่าจะใช้ได้ ก็เพราะพลังของมาสเตอร์เซอานอร์ท ถึงแม้พวงกุญแจนั้นจะไม่เหมือนกัน ทว่าคีย์เบลดนั้นก็เป็นของมาสเตอรเซอานอร์ท

- จริงด้วย เซอานอร์ทหนุ่มในตอนนั้นยังเป็นเซอานอร์ทที่อยู่ในเกาะแห่งชะตากรรม และยังไม่สามารถใช้คีย์เบลดได้

โนมุระ : ใช่ครับ ตอนที่เขาปรากฏตัวในฐานะบอสเสริมใน Kingdom Hearts -Birth by Sleep- Final Mix เขาก็ไม่ได้ใช้คีย์เบลด

- ส่วนเรื่องที่ไบรก์ตกลงกับมาสเตอร์เซอานอร์ทในภาค BBS มันก็สมเหตุสมผลดี แล้วสุดท้ายเขาก็กลายมาเป็นร่างภาชนะร่างหนึ่ง

โนมุระ : การที่ไบร์พูดอย่างภูมิใจว่า "ฉันเอง ครึ่งหนึ่งเป็นเซอานอร์ทไปเรียบร้อยแล้ว" นั่นก็มีเหตุผลบางอย่างอยู่ ไอซะเองก็เช่นกัน ผมว่าท้ายที่สุดแล้วพวกคุณก็จะเข้าใจรายละเอียดเรื่องนี้เอง

- เกิดอะไรขึ้นกับหัวใจของคนที่โดนมาสเตอร์เซอานอร์ทถ่ายโอนหัวใจเข้าไป?

โนมุระ : พวกเขาก็จะค่อยๆ ถูกกลืนกินไปอย่างช้าๆ มาสเตอร์เซอานอร์ทตั้งใจที่ควบคุมพวกเขาเหล่านั้นอย่างสมบูรณ์ หัวใจส่วนที่ถูกถ่ายโอนลงไปนั้นต้องบอกว่าถูกครอบงำ แต่ไม่ได้หายไป

*แสดงว่าหัวใจของพวกเทอร์ร่า ไอซะ ไบรก์ ยังไม่ได้หายไป แต่โดนครอบงำไว้

- ที่สุดแล้วลีอาก็ออกมาแสดงบทบาทในแบบที่คาดไม่ถึง ผมอยากรู้ว่าคุณคิดยังไงตอนที่คุณตัดสินใจจะให้เขากลายเป็นผู้ใช้คีย์เบลด

โนมุระ : ผมคิดว่าเมื่อเขากลับเป็นคนธรรมดาแล้ว เขาคงไม่อาจช่วยพาตัวคนที่เขาต้องการกลับมาได้หากปราศจากพลังบางอย่างไป ซึ่ง (พลังบางอย่างนั่น) ไม่นับไอ้การปาจักรานั่นหรอกนะ (หัวเราะ)

- อ่าวแล้วไม่ให้เขาใช้ไฟล่ะครับ? (หัวเราะ) แล้วเขายังสามารถเดินทางผ่าน Corridor of Darkness ได้แบบช่วงก่อนหน้านั้นหรือไม่?

โนมุระ : ดิซเองก็เป็นคนธรรมดา และก็สามารถใช้ Corridor of Darkness ได้เหมือนกัน ลีอายังคงมีความทรงจำในตอนที่เขาเป็นแอ็คเซลอยู่ เขาได้เห็นข้อความที่อันเซมเขียนทิ้งไว้บนกำแพงที่ดาวสวนประกายแสง แล้วเขาก็คิดว่านั่นคือวิธีการเดียวที่จะทำให้เขาออกเดินทางได้ แน่นอนล่ะว่าการใช้ Corridor บ่อยๆ จะเป็นอันตรายได้

- หลังจากนั้น เขาก็มาหาเยนซิดด้วยความหวังว่าจะได้รับการฝึกงั้นสิครับ?

โนมุระ : ใช่แล้ว หอคอยปริศนานั้นอยู่ในตำแหน่งอันลึกลับ ซึ่งต้องเข้าผ่านดาวของราชามิคกี้ หลังจากนั้นพวกเขาก็ต้องฝึกฝนอยู่ในสถานที่ๆ กระแสเวลาเดินไม่ปกติ ซึ่งควบคุมโดยเมอร์เล่น จอมเวทย์ยิ่งใหญ่ผู้อยู่เหนือกาลเวลาเช่นกัน รวมถึงเหล่านางฟ้าเองก็ด้วย

- เขามีรู้อะไรมาก่อนบ้างมั้ยครับ?

โนมุระ : การจะใช้คีย์เบลดไ้ด้นั้น เงื่อนไขที่สำคัญคือที่สุดก็คือ "การมีจิตใจที่เข้มแข็ง" ไม่ว่าจะเป็นหัวใจที่ดีหรือหัวใจที่ชั่วร้ายก็ตามที่ ความเข้มแข็งของจิตใจนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ตอนนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ลีอาอยากได้คืนกลับมา ความปรารถนานั้นเองทำให้หัวใจของเขาเข้มแข็ง

- ทั้งที่แอ็คเซลถูกกำจัดไปแล้วใน KH2 ในตอนนั้นคุณได้คิดไว้รึเปล่าว่าจะให้เขาปรากฏตัวอีกครั้งในร่างมนุษย์ที่ชื่อว่าลีอา?

โนมุระ : ตอนนั้นผมก็คิดเรื่องนี้ไว้เยอะเลย ไม่รู้ว่าจะปล่อยเขาไว้แบบนั้นหรือจะให้เขากลับมาอีกครั้งดี ทว่าเมื่อผมคิดถึงคนที่ลีอาอยากจะพากลับมา การมีอยู่ของเขาจึงเป็นบทบาทสำคัญอย่างนิ่ง ผมว่าลีอาประสบความสำเร็จในการกลายมาเป็นตัวละครสำคัญแล้ว

- ร่างของเวนตุสอยู่ในปราสาทแห่งการหลงลืม ส่วนหัวใจของเขาอยู่กับโซระใช่มั้ย?

โนมุระ : ใช่ครับ เขามีบทนิดหน่อยในตอนจบของ KH3D เมื่อโซระถูกล้อมรอบไปด้วยเหล่าดรีมอีทเตอร์ เวนตุสยิ้มออกมาก็เพราะเหตุผลนี้แหละ

- แล้วในฉากที่อยู่กับดรีมอีทเตอร์นั้น มีเจตนาอะไรเป็นพิเศษมั้ยครับ?

โนมุระ : ฉากนั้นถูกเพิ่มเข้ามาในช่วงสุดท้ายของการพัฒนา อุตส่าห์เลี้ยงดรีมอีทเตอร์กันมาอย่างยากลำบากแล้ว ถ้าไม่มีบทสรุปให้มันก็คงไม่ดี นอกจากนี้โซระก็ได้พลังในการเปิดประตู่สู่โลกแห่งการหลับใหลมาแล้ว ผมก็เลยอยากจะโชว์ฉากที่โซระใช้พลังนั้นให้ได้เห็นกัน

- หากพูดถึงภาคก่อนๆ แล้ว ช่วงไหนกันที่คุณจะเริ่มคิดถึงภาคถัดไป?

โนมุระ : มันก็ค่อยๆ ไปทีละเล็กละน้อย ตอนพัฒนา KH ภาคแรก ผมก็มีไอเดียสำหรับ KH2 และ CoM แล้ว แล้วตอนที่กำลังพัฒนาทั้งสองภาคนั้น ผมก็เริ่มมีไอเดียสำหรับ 3 ภาคถัดไป นั่นคือ 358/2 Days, Coded และ Birth by Sleep

- งั้นคุณก็เริ่มคิดเรื่อง KH3D ในตอนที่พัฒนา 3 ภาคนั้นใช่มั้ย?

โนมุระ : KH3D นั้นเกิดขึ้นมาอย่างกระทันหัน ตอนที่ผมหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาคุยบนโต๊ะ ผมยังอยู่ในช่วงวางคอนเซปต์ให้กับเนื้อเรื่องอยู่เลย

- แล้วเรื่องฉากจบลับของ Birth by Sleep Final Mix ล่ะครับ....?

โนมุระ : อืม... (หัวเราะ) ไหนๆ ก็พูดมาแล้ว ฉากจบลับนั่นก็คือ "ข้อความอันไม่ปะติดปะต่อกัน" หมายถึงเศษเสี้ยวส่วนหนึ่งของบางอย่างที่สมบูรณ์ ซึ่งก็คือเนื้อเรื่องอันเชื่อมโยงถึง KH แต่ผมก็ไม่รู้ว่าหลังจากนี้มันจะถูกนำมาเล่าหรือไม่

- ข้อความลับและฉากจบลับของ KH3D มีเรื่องน่าสงสัยมากมาย ถึงเวลาสำหรับ KH3 แล้วหรือยัง?

โนมุระ : ผมคงปล่อยให้ทุกคนจินตนาการกันเอาเอง มันอาจจะเป็นแบบลูกโค้ง (Curve Ball) ก็ได้นะ (หัวเราะ)

- สุดท้ายนี้ มีอะไรอยากฝากถึงผู้อ่านครับ?

โนมุระ : เราตัดสินใจที่จะออกเดโมเกม KH3D ให้กับทั้งฝั่งอเมริกาเหนือและญี่ปุ่น คุณจะได้เล่นเนื้อเรื่องส่วนหนึ่งของโซระในเมืองเทรเวิร์ส ถ้าเพื่อนคนไหนยังไม่เล่น ก็ช่วยกันแนะนำให้เขาลองดู แน่นอนว่าลองเล่นมินิเกม Flick Rush แบบ Co-Op กันด้วยก็ดี ตอนนี้เราก็มีเตรียมเกมใหม่ที่ยังไม่เปิดตัวไว้แล้ว ซึ่งก็เป็นอะไรที่เบาๆ แล้วก็ยังมีเพลงใหม่ๆ สำหรับ Theatrhythm -Final Fantasy- ก็คอยติดตามกันต่อไปครับ

ที่มา : SQEX.Info