ร้านไหนมาก่อน ก็จะรอร้านนี้.... [17]
posted on 13 Jun 2012 14:48 by ffplanet in Fabula-Nova-Crystallis, Final-Fantasy-XIII-2ย้ำเหมือนเดิมว่า ผมเขียนให้ตัวเองอ่านรู้เรื่องคนเดียว ถ้าคนอื่นอ่านรู้เรื่องด้วย ก็โชคดีไปนะครับ
Chapter 5 (3)
- ภายในความฝันของโนเอล เซร่าห์ยังคงไล่ตามโนเอลไปจนพบเขาอยู่กับไคอัส
ไคอัส : นึกอยากฆ่าข้าขึ้นมาบ้างแล้วรึ?
โนเอล : ฆ่านาย? นี่มันวันเกิดของยูลนะ ฉะนั้นเลิกพูดเรื่องบ้าๆ แบบนั้นได้แล้ว! ฉันไม่ได้อยากจะฆ่านาย แต่อยากจะเอาชนะนายก็เท่านั้น พรุ่งนี้ก็ล้างคอรอไว้ซะ ฉันจะเอาชนะนาย รับมอบพลังของข้ารับใช้ แล้วฉันกับนายก็จะช่วยกันปกป้องยูลไปด้วยกันตลอดการเดินทาง
ไคอัส : เดินทาง? การเดินทางอะไร?
โนเอล : เราจะตามหาคนอื่นๆ ไง! ต้องมีผู้คนอีกมาก ที่ยังมีชีวิตรอดอยู่ในที่ไหนสักที่อย่างแน่นอน! ถ้าเราพบผู้รอดชีวิตพวกนั้นแล้ว ยูลก็จะไม่ต้องเหงาอีกต่อไป
ไคอัส : นั่นมันก็เป็นได้แค่ความเพ้อฝัน เจ้าก็รู้ดีไม่ต่างจากข้า
โนเอล : ชิ.... ไม่มีอะไรที่พวกเราพอจะทำได้เลยรึไง?
ไคอัส : มีอยู่อย่างหนึ่ง ฆ่าข้าไง
โนเอล : พูดแบบนี้อีกแล้วเหรอ?
ไคอัส : ในทรวงอกของข้ามี "หัวใจแห่งเคออส" ของเทพธิดาเอโทรเต้นอยู่ เมื่อหัวใจนี้หยุดเต้น เทพธิดาก็จะถึงแก่ความตาย เมื่อเทพธิดาตาย เคออสในวาลฮัลล่าก็จะถูกปลดปล่อย นั่นคือพลังที่จะทำให้กาลเวลาบิดผัน และทลาย "อดีต" ให้เป็นเสี่ยงๆ
โนเอล : นายพูดอะไรอยู่กัน ฉันไม่เห็นจะเข้าใจ ต่อให้นายบอกให้ฉันฆ่านาย ฉันก็ไม่มีวันทำแบบนั้น!
ไคอัส : หากเจ้าไม่ทำ... คนที่จะตายก็คือเจ้า
- หลังจากนั้นไคอัสกับโนเอลก็สู้กัน ซึ่งโนเอลแพ้อย่างไม่อาจสู้ได้
ไคอัส : ดูท่าเจ้าในตอนนี้คงไม่มีทางชนะข้าได้
โนเอล : ฆ่านาย... กาลเวลาบิดผัน... ฉันไม่รู้ว่านายพูดเรื่องอะไร แต่ขืนทำแบบนั้น... มีแต่จะทำให้ยูลต้องเสียใจ
ไคอัส : แม้มันจะทำให้เธอต้องเสียใจ แต่มันก็จะช่วยเธอได้
โนเอล : นายจะไปไหน? คิดจะทิ้งยูลไว้รึไง?
ไคอัส : ข้าจะไปวาลฮัลล่า ข้าจะสังหารเทพธิดาด้วยมือของข้าเอง แล้วปลดปล่อยยูล
โนเอล : หลังจากนั้นไคอัสก็จากพวกเราไป มนุษย์ที่ยังเหลือรอดอยู่จึงมีเพียงยูลและฉัน
- หลังจากนั้นเซร่าห์ก็ไล่ตามโนเอลไป จนเจอยูลคุกเข่าต่อหน้าแท่นบูชาในที่แห่งหนึ่ง
โนเอล : หลังจากไคอัสจากไป ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนจบสิ้นลงอย่างรวดเร็ว
โนเอล : ยูลลลลล! นี่ ยูลลลลลลล!
ยูล : โนเอล... ฉันรู้อยู่แล้วว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้ แต่ฉันไม่กล้าที่จะพูดคำว่าลาก่อน ฉันอยากให้พวกเราได้อยู่ด้วยกันนานกว่านี้ อย่าร้องไห้ไปเลยนะ... เราจะต้องได้พบกันอีกครั้งแน่
- หลังจากนั้นยูลก็ตายจากไป
โนเอล : ยูลจากไปแล้ว นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันได้รู้ความจริงของมิโกะผู้เป็นโหร ทุกครั้งที่มิโกะจับจ้องไปยังอนาคตอายุขัยของเธอก็จะสั้นลง พวกเขาทุกคนจึงเสียชีวิตทั้งที่ยังเยาว์วัย นั่นคือสิ่งที่แลกมาซึ่งพลังของเทพธิดาเอโทร ฉันไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลย ดังนั้นฉันจึงไม่อาจให้อภัยไคอัสได้ ทั้งที่เขารู้เรื่องชะตากรรมของยูลดี แต่เขากลับไม่ปริปากออกมาเลย
เซร่าห์ : ....โนเอล....
โนเอล : ฉันจึงออกเดินทาง หากฉันกลายเป็นนักรบแห่งเอโทรเช่นเดียวกับไคอัส ฉันหวังที่จะได้รับพลังที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของฉันได้ เพราะฉะนั้นฉันจึงอยากไปยังวาลฮัลล่า ที่ซึ่งเล่าขานว่าเทพธิดาอาศัยอยู่ ฉันออกตามหาวาลฮัลล่า ฉันร่อนเร่ไปที่นั่นที่แน่ แล้วก็คิดทบทวนสิ่งที่ทำลงไป ขอเพียงแค่ยูลมีความสุข ฉันไม่สนว่าตัวฉันเองจะเป็นยังไง ต่อให้ฉันต้องหายไป นั่นก็ไม่สำคัญ บางที ณ มุมใดมุมหนึ่งในหัวใจ ตัวฉันเองก็คงอยากที่จะหายไปจากโลกใบนี้ แนวเขาสีดำตระหง่านที่สูงเหนือฟ้า ทะเลทรายสีขาวที่กว้างใหญ่กว่าโลกทั้งใบ ฉันไม่รู้ว่าตัวเองร่อนเร่ไปไกลแค่ไหน แต่ฉันก็ไม่พบใครสักคน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักเท่าไหร่ เทพธิดาก็ไม่เปิดประตูให้กับฉัน
- หลังจากนั้นโนเอลก็ยังคงเดินทางไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาล้มลง
โนเอล : เอโทร...
โนเอล : ท้ายที่สุดฉันก็เดินต่อไปไม่ไหว ร่างกายของฉันค่อยๆ เย็นขึ้นเรื่อยๆ แล้วฉันก็ได้รู้ว่าความตายมันเป็นยังไง แต่แล้วมันก็เกิดขึ้น
- แต่แล้วก็มีลำแสงเฮ้ากวงฉายลงมาจากฟ้า ทำให้ร่างของโนเอลค่อยๆ ลอยขึ้นไป (หยั่งกะโดนเอเลี่ยนลักพาตัว) ทว่าตอนนั้นเองเซร่าห์ก็โผเข้าไปคว้ามือของโนเอลเอาไว้ เธอตะโกนเรียกชื่อของเขา ร่างของโนเอลยังคงถูกดูดเข้าไปในแสง แล้วเซร่าห์ก็โดนลากเข้าไปด้วย ตอนนั้นเองโนเอลก็ลืมตาขึ้นแล้วหันมาเห็นคนที่คว้าแขนของเขาเอาไว้
โนเอล : เทพธิดา....?
เซร่าห์ : ลืมฉันไปแล้วรึไง?
โนเอล : ...เซร่าห์!?
เซร่าห์ : โนเอล เธอหลับฝันมาตลอดเลยนะ ความฝันอันไม่สิ้นสุดที่เกิดจากความทรงจำที่เธอโหยหา แต่ฉันเป็นคนทำลายมันเอง ขอโทษนะ...
โนเอล : ไม่ช้าก็เร็ว.... พวกเราก็จะต้องตื่นขึ้นมา เธอมาที่นี่เพื่อจะบอกฉันอย่างนั้นใช่มั้ย?
- พวกเขาปล่อยมือกันและกัน แล้วเริ่มที่จะตกลงมา... ว่าแล้วเจ้ายักษ์กาลเวลาที่ปรากฏตัวช่วงต้นเกมก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกเขาอีกครั้ง คราวนี้โผล่มาทั้งตัว ไม่ได้มีแค่แขนกับหัวอย่างเดิมแล้ว
เซร่าห์ : พวกเรามีแต่ต้องก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ไม่มีใครแทนที่เธอได้หรอกนะ โนเอล!
โนเอล : เราเห็นความฝันเดียวกัน ท่องไปในช่วงเวลาเดียวกัน...
"เพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคต!"
- หลังจากปราบเจ้ายักษ์กาลเวลาได้ บริเวณโดยรอบก็สว่างไสวขึ้นมา
เซร่าห์ : ไปกันเถอะ เรายังต้องเปลี่ยนแปลงอนาคต!
โนเอล : ...แย่ล่ะสิ
เซร่าห์ : หา?
โนเอล : เซร่าห์ ฟังนะ... ในความฝันแห่งนี้ ฉันได้รับความทรงจำทั้งหมดกลับคืนมา พลังของโหรนั้นเปรียบได้กับคำสาป ยูลเสียชีวิตด้วยอายุเพียง 15 ปี การมองกาลเวลาทำให้อายุขัยของคนเราสั้นลง ตัวเซร่าห์เองก็สามารถมองเห็นอนาคตได้เหมือนกัน
เซร่าห์ : ในไม่ช้า.... ฉันเองก็ต้องตายเหมือนกันเหรอ?
โนเอล : ไม่ เธอต้องไม่เป็นไร เธอแตกต่างจากยูล เธอไม่อาจเห็นสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในกาลเวลาที่ไกลออกไปได้ แต่... ฉันไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถ้าเราเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ เธอก็จะเห็นอนาคตที่เปลี่ยนไป ต่อให้เธอไม่อยากเห็น เธอก็จะได้เห็น ถ้าการกระทำของพวกเราได้ทำให้ประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงไปครั้งใหญ่เธอก็จะเห็นอนาคตที่ไกลออกไป แล้วนั่นก็จะทำให้เธอถึงแก่ชีวิตได้
- แยกข้อมูลสำึคัญจากบรรทัดนี้
1. พลังในการมองอนาคตของยูลเหนือกว่าเซร่าห์ กล่าวคือยูลมองได้ทะลวงแจ้งกว่า พอมองไปยังอนาคตไกลๆ เรื่อยๆ ก็จะซี้ม่องเซ็กได้ ในอดีตโหรก็ต้องใช้พลังในการมองอนาคต เพื่อชี้นำผู้อยู่ใต้ปกครองให้ดำเนินไปในทางที่ควร ดังนั้นก็เลยต้องมองอนาคตเรื่อยๆ แล้วก็อายุสั้นในที่สุด
2. การเปลี่ยนประวัติศาสตร์ ทำให้โหรได้เห็นอนาคตใหม่แม้ไม่ได้อยากจะเห็น อายุจึงสั้นลง ดังนั้นทุกครั้งที่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ ทั้งเซร่าห์และยูลก็จะเห็นสายเวลา (Timeline) ที่เปลี่ยนแปลงไปมาก ยิ่งเห็นสายเวลามากเท่าไหร่ อายุขัยก็ยิ่งสั้นลงมาก.... ถ้าเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์เล็กน้อย ก็จะเห็นสายเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปนิดเดียว ก็จะส่งผลต่ออายุขัยไม่มากเท่าไหร่
โนเอล : ฉันจำได้ว่าฉันไม่อาจปกป้องยูลไว้ได้ แต่พอจะนึกให้ชัดว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันก็เหมือนกับว่าความทรงจำส่วนนั้นถูกลบทิ้งไป เหลือเพียงแต่พื้นที่ว่างสีขาวๆ ในหัวของฉัน ฉันน่าจะรู้สึกตัวเร็วกว่านี้แท้ๆ....
- พลังแห่งการมองกาลเวลา ทำให้ทุกครั้งที่แปรเปลี่ยนอนาคต อายุขัยของเซร่าห์ก็จะสั้นลงไป เธอจะตอบกับโนเอลว่าอย่างไรดี?
ก. รับผิดชอบอะไรบ้างสิ!
ข. ต่อให้เป็นแบบนั้น ฉันก็ยังอยากจะเปลี่ยนแปลงอนาคตอยู่ดี
ค. ไคอัสรู้เรื่องนี้รึเปล่า?
ง. ถ้าฉันตายไปแล้วจะเป็นยังไง?
- ตามบทแล้วต้องตอบข้อ ข.
เซร่าห์ : ...เข้าใจ แต่ถึงกระนั้น ฉันก็อยากจะเปลี่ยนแปลงอนาคต ด้วยความตั้งใจของตัวเอง
โนเอล : เซร่าห์...
เซร่าห์ : พี่สาวก็ต้องการให้เป็นแบบนั้น เธอรอพวกเราอยู่ที่วาลฮัลล่า ดังนั้นเรามาช่วยเปลี่ยนแปลงอนาคตด้วยกันเถอะ ถ้าพวกเรารีบ ฉันมั่นใจว่าจะต้องทันเวลาแน่นอน บางทีหากเราทำได้สำเร็จ ฉันก็อาจไม่ได้เห็นนิมิตอีกเลยก็เป็นได้นี่นา? แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้น ฉันอยากให้เชือว่าเราจะไปถึงวาลฮัลล่าได้แน่นอน ตกลงนะ? เราเลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะ
โนเอล : ...........เข้าใจล่ะ ฉันจะพาเธอไปถึงทีแ่ห่งนั้นอย่างปลอดภัยให้ได้
- เมื่อทั้งสองกลับมารวมกลุ่มกันได้แล้ว ก็คุยกันว่าจะทำอะไรต่อไป จะออกไปจากโลกนี้ได้อย่างไร แล้วโนเอลก็บอกว่าเขาอยากกลับไปยังที่ๆ เจอยูลอีกครั้ง ซึ่งพอไปถึงแล้วทั้งสองก็ได้เจอกับตำราพยากรณ์
- เซร่าห์เปิดการทำงานของตำราพยากรณ์ แล้วทั้งสองก็ได้เห็นเหตุการณ์แบบเดียวกับฉากเปิดเกมอีกครั้ง รวมถึงภาพการกระทำของโนเอลตลอดทั้งเกมที่ผ่านมา ซึ่งเซร่าห์ก็สรุปว่ายูลน่ะ เห็นอนาคตที่โนเอลปกป้องเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว เธอเชื่อว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้พบกันโนเอลอีกครั้ง
ยูล : อย่าร้องไห้เลยนะ... แล้วเราจะได้พบกันใหม่
- แล้วเราก็ได้เห็นภาพอนาคตที่โนเอล และยูลโผเข้ากอดกันกลางทุ่งหญ้า... โนเอลเห็นดังนั้นก็ตบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติให้กลับมา
โนเอล : ฉันเคยคิดว่าถ้าเราไม่ได้มาเจอกันก็คงจะดี ยูล... แต่ฉันจะไม่คิดแบบนั้นอีกต่อไป ฉันจะมุ่งไปยังที่ๆ เขาคนนั้นอยู่
เซร่าห์ : ใช่แล้วล่ะ
โนเอล : ไปกันเถอะเซร่าห์ เรายังต้องไปเปลี่ยนแปลงอนาคต
เซร่าห์ : ใช่!
- ทันใดนั้น ตำราพยากรณ์ก็ส่องแสงสว่างวาบขึ้น แล้วม็อคก็บินโผล่ออกมา
ม็อค : คุโปะ!
เซร่าห์ : เธอกลับมาแล้ว!
โนเอล : คงไม่ได้กลัวจนหนีไปแอบมาใช่มั้ย?
- ม็อคบินไปมารอบๆ แล้วพยายามจะเอาคทาอันจ้อยของมันตีโนเอล เซร่าห์ก็หัวเราะ
เซร่าห์ : วิญญาณของม็อคได้ติดอยู่ในช่องแยกกาลเวลา เขาเห็นพวกเราตลอดเวลา แต่ไม่สามารถปรากฏตัวออกมาได้ พี่สาวช่วยเขาไว้แล้วในที่สุดเขาก็กลับมาหาพวกเราได้ ม็อคยังมีข้อความจากพี่สาวฝากมาถึงพวกเราด้วย เรื่องร่างที่แท้จริงของไคอัส
เซร่าห์ : ม็อค บอกพวกเรามาหน่อยสิ?
ม็อค : คุโปะ! ก็เรื่องของไคอัส คุโปะ เดิมที่แล้วเขาเป็น 'ข้ารับใช้ปฏิญาณ' ลูซิที่มีภารกิจอันเป็นการปกป้องมิโกะผู้เป็นโหร คุโปะ
โนเอล : ลูซิ.... ข้ารับใช้ของฟัลซิงั้นเหรอ? ไคอัสก็เป็นลูซิเหมือนกันเหรอ?
ม็อค : ไม่ได้เป็นแล้วคุโปะ เทพธิดาช่วยไคอัสเอาไว้ ตอนนี้เขาจึงไม่ใช่ลูซิแล้ว คุโปะ
เซร่าห์ : เทพธิดาช่วยเอาไว้... ทำให้ไม่ได้เป็นลูซิอีกต่อไปแล้ว? เหมือนพี่สาวกับฉันเลย
ม็อค : คุโปะ! ขณะเดียวกัน ไคอัสก็ไม่มีวันตายคุโปะ เขาเฝ้าปกป้องโหรมานานหลายร้อยปี เป็นข้ารับใช้ปฏิญาณผู้เป็นอมตะ คุโปะ
โนเอล : เขาได้ยินเรื่องราวต่างๆ จากมิโกะ ก็เลยรู้เรื่องของอนาคตอันไกลโพ้นอย่างงั้นเหรอ? ถ้าเอาความทรงจำเรื่องอนาคตกับความเป็นอมตะของเขามาใช้ เขาก็จะสามารถบิดผันกระแสเวลาในหลากยุคสมัยได้สินะ
ม็อค : คุโปะ!
เซร่าห์ : หลายรอยปีเลยเหรอ...
โนเอล : ใช่ เรื่องราวทั้งหมดนี้ล้วนเป็นไปตามแผนของเขา เราต้องไปสะสางกับเขาให้จบสิ้น
- เซร่าห์ถามม็อคว่าหลังจากที่พี่สาวช่วยม็อคแล้ว พี่สาวไปไหน? ม็อคบอกว่าพี่สาวไปยังจุดจบของโลก แล้วรอพวกเธออยู่ที่นั่น โนเอลถามว่านั่นคือจุดจบของความฝันงั้นเหรอ? แต่เซร่าห์บอกว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของอนาคตต่างหาก
เซร่าห์ : เราท่องไปในโลกแห่งความฝันจนได้รู้ความจริงหลายๆ อย่าง พี่สาวคะ ไม่ว่ามันจะยากลำบากเพียงไร หนูจะไม่มีวันละสายตาไปจากเป้าหมายเป็นอันขาด นั่นแหละคือความหวังที่หนูพบท่ามกลางความสิ้นหวัง
- ทั้งสองข้ามกาลเวลามายังอีกฟากหนึ่ง แล้วก็ได้พบซากเมืองเนโอโบดัมที่ล่มสลายไปแล้ว
เซร่าห์ : นี่คือ... หมู่บ้านของฉัน?
โนเอล : ดูท่าจะเป็นยุคเดียวกับที่ฉันเกิดนะ
เซร่าห์ : ที่นี่ไม่มีใครอยู่เลยเหรอ?
โนเอล : ลองไปหาดูกัน
- ที่นี่คือเมืองเนโอโบดัมในปี AF700 โนเอลยืนยันว่าที่นี่คือสภาพอนาคตของหมู่บ้านของเซร่าห์ในยุคที่ผู้คนล้มตายกันเกือบหมดแล้ว ระหว่างอยู่ที่นั่นทั้งสองก็ได้พบกับช่องแยกกาลเวลาแล้ว ไลท์นิ่งก็เดินออกมาจากช่องแยกนั้น
เซร่าห์ : พะ... พี่สาว... พี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?
ไลท์นิ่ง : ที่นี่คืออนาคตที่พี่ไม่อาจปกป้องไว้ได้
เซร่าห์ : คุณคือ... พี่สาวจริงๆ ใช่มั้ย?
ไลท์นิ่ง : ไม่เชื่อกันเหรอ? ....หึ ไม่เป็นไร ท่าทางเธอจะรู้จักระวังตัวมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนนะ
เซร่าห์ : พี่จริงๆ ใช่มั้ยคะ? หนูตามหาพี่มาตลอดเลย! พี่หายไปไหนมาคะ? ความฝันนั้นคืออะไรกัน? ทำไมพี่ถึงให้หนูออกเดินทาง?
- ไลท์นิ่งยกมือออกมาบอกให้เซร่าห์หยุดยิงคำถามก่อน
ไลท์นิ่ง : เซร่าห์ ฟังนะ ฉันจะเล่าทุกอย่างให้เธอฟัง ทั้งเรื่องที่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉันในห้วงประวัติศาสตร์.. และเรื่องของคนที่กำลังคุกคามอนาคต ในวันที่โคคูนตกลงมา ปาฏิหาริย์มากมายได้บังเกิดขึ้น แฟงก์และโคคูนได้สละชีวิตเพื่อค้ำจุนโคคูนเอาไว้ แล้วพอพวกเราตื่นจากสภาพคริสตัล ตราสัญลักษณ์ของพวกเราก็หายไป ทั้งหมดนั้นคือพรจากเทพธิดาเอโทร ฉันได้ข้ามผ่านประตูที่เชื่อมไปยังโลกที่มองไม่เห็น แล้วเทพธิดาก็ได้มอบพลังให้กับฉัน
- (ระหว่างนี้เราก็ได้ดูภาพย้อนอดีตฉากจบของ FFXIII แบบที่มีเนื้อหาเพิ่มขึ้นจากเดิม)
ซัสซ์ : รู้ใช่มั้ยว่าข้างบนนั้นคืออะไร แดจซ์? นั่นคือบ้านของลูกไง โคคูนน่ะเอง นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกได้เห็นมันจากด้านนอกสินะ
แดจซ์ : ใช่แล้วครับพ่อ
สโนว : ดีจังเลยนะที่เธอปลอดภัย เซร่าห์
- โฮปกับไลท์นิ่งเดินข้างกันอยู่รั้งท้ายของกลุ่ม แล้วไลท์นิ่งก็คิด
ไลท์นิ่ง : ความคิดมากมายวนเวียนอยู่ในหัวของฉัน ความสุขอันมากล้น... ความโล่งใจ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันกังวลก็คือแฟงก์และวานิลล์ ในโลกที่การต่อสู้พึ่งจบลงนี้ ด้วยเหตุผลบางอย่าง ฉัน... ฉันกลับรู้สึกว่ามันพึ่งเริ่มต้นขึ้น
- ทันใดนั้น แสงสว่างจากฟากฟ้าเบื้องหลังโคคูนก็ลับหายไป แล้วเสียงระฆังก็ดังกึกก้องขึ้น ไลท์นิ่งหันไปมองรอบๆ ก่อนที่เธอจะพบว่ากาลเวลารอบๆ ตัวเธอได้เกิดการบิดผันขึ้น
ไลท์นิ่ง : อะไรกันเนี่ย...?
- เธอหันไปมองคนอื่นๆ แต่กลับพบเพื่อนๆ ที่ยืนนิ่งแล้วก็สลายไปอย่างน่าขนลุก
ไลท์นิ่ง : ระวัง!!
- แผ่นดินที่สั่นไหวทำให้เธอล้มลงไป แต่เธอก็รีบลุกขึ้นแล้วออกวิ่งอย่างสุดชีวิต เพื่อหนีผืนดินรอบๆ ตัวเธอที่กำลัง ถล่มลงไป
ไลท์นิ่ง : ในวันนั้น ประตูสู่ต่างโลกได้เปิดออกมา
- แล้วไลท์นิ่งก็ตกลงไปในโพรงกลางพื้น ความมืดได้ห่อหุ้มแล้วพาเธอเข้าไปยัง Historia Crux
ไลท์นิ่ง : ปล่อยฉันนน!!
ไลท์นิ่ง : ความมืดที่ไม่น่าจะมีอยู่ในโลกนี้ได้ออกมาจากจากประตูนั้น แล้วดึงฉันข้ามกาลเวลา เสียงกรีดร้องของผู้ตายได้เปิดมันออกมา ประตูที่เชื่อมไปยังภพของเทพธิดาเอโทร จากประตูนั้น เทพธิดาได้มอบของขวัญอันเป็นปาฏิหาริย์มากมายให้แก่พวกเรา ทว่าตอนนี้ความมืดจากประตูนั้นกลับปรากฏขึ้น ความมืดที่พยายามจะกลินกินโลกทั้งใบ เทพธิดาได้ปิดประตูให้ แต่กาลเวลาก็ได้เกิดการบิดผันไปแล้ว กาลเวลาได้ถูกเขียนขึ้นใหม่ และความมืดก็กำลังปฏิเสธสรรพชีวิต ฉันติดอยู่ในความมืด ถูกลบหายไปจากโลก
- หลังจากนั้นไลท์นิ่งก็ฟื้นขึ้นที่ชายฝั่งของวาลฮัลล่า เธอค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วมองไปรอบๆ
ไลท์นิ่ง : ฉันอยู่ที่ไหน...?
ไลท์นิ่ง : วาลฮัลล่า ช่ิองแยกกาลเวลาซึ่งอยู่ระหว่างความเป็นตาย โลกที่ความมืดอันชั่วร้ายนั่นไหลเวียนอยู่อย่างต่อเนื่อง อาณาจักรแห่งเอโทร เทพธิดาแห่งเคออส ใครเป็นคนเรียกฉันมาที่นี่กันนะ...?
- ในช่องแยกกาลเวลานั้น ไลท์นิ่งได้มาถึงบัลลังค์คริสตัล แล้วเธอก็ยื่นมือออกไปทางบัลลังค์
ไลท์นิ่ง : จากวาลฮัลล่า เราสามารถมองเห็นกาลเวลาทั้งหมดได้ ฉันเห็นอนาคตของโลก และรู้สึกได้ถึงความปรารถนาของเทพธิดาเอโทร
- แล้วเทพธิดาเอโทรก็มอบชุดเกราะให้ไลท์นิ่ง
ไลท์นิ่ง : เอโทรกำลังจะดับสูญ หากเทพธิดาหายไป ความหวังของโลกก็จะจบสิ้น ดังนั้นฉันจึงต้องสู้ ไคอัส บัลลาด ชายผู้ปฏิเสธความปรารถนาทั้งหมดและบัดนี้กำลังคุกคามโลก มันอาจจะเป็นการต่อสู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด แต่ฉันจะยอมแพ้ไม่ได้ ขณะที่เทพธิดากำลังจะหายไป ท่านก็ได้มอบของขวัญแห่งอนาคตเอาไว้
- กลับมายังปัจจุบันอีกครั้ง
โนเอล : งั้นสาเหตุที่พาราด็อกซ์ปรากฏขึ้นกับการที่เกทเปิดออก ก็เพราะ "บางสิ่ง" ที่มาจากวาลฮัลล่างั้นเหรอ?
เซร่าห์ : ตอนนั้นพี่เห็นอะไรบ้างล่ะคะ?
ไลท์นิ่ง : ไม่รู้เหมือนกัน ความโกลาหลในแบบที่ไม่น่าจะมีอยู่ในโลกนี้ได้ล่ะมั้ง บางสิ่งบางอย่างที่ทรงพลังมาก ฉันพยายามจะยับยั้งมันด้วยพลังของเอโทร แต่หากเทพธิดาหายไป ก็จะไม่มีใครสามารถหยุดมันได้อีก นั่นแหละคือเป้าหมายของไคอัส เขาต้องการพิฆาตเอโทรที่หลับใหลอยู่ในวาลฮัลล่า แล้วปลดปล่อยสิ่งนั้นให้เป็นอิสระ หากเคออสนั้นถูกปลดปล่อย มันจะทะลักเข้ามายังโลกของเราผ่านประตูที่มองไม่เห็น
เซร่าห์ : ประตู?
ไลท์นิ่ง : ยามที่คนเราตาย วิญญาณจะเดินทางไปยังอีกโลกหนึ่ง ประตูจะเปิดออกในเวลาแบบนั้นเพื่อให้วิญญาณไหลผ่านเข้าไป
ไลท์นิ่ง : หากมีคนตายพร้อมกันจำนวนมาก ประตูก็จะเปิดกว้างออกมากเป็นพิเศษเพื่อรองรับ
โนเอล : อย่างเช่นในกรณีที่โคคูนร่วงลงมาจากฟ้าสินะ
ไลท์นิ่ง : ใช่ นั่นจะทำให้ได้ประตูที่ใหญ่มาก พลังงานก็จะหลั่งไหลเข้ามาและกลืนกินโลก แล้วก็จะไม่มีใครหยุดยั้งมันได้
โนเอล : หากเป็นแบบนั้นแล้ว โลกจะเป็นยังไงล่ะ?
ไลท์นิ่ง : โลกแห่งความโกลาหลก็จะบังเกิดขึ้น ชีวิต ความตาย หรือกระทั่งกาลเวลาเองก็จะสิ้นความหมายไป
เซร่าห์ : ชีวิตและความตาย... เหมือนกับในวาลฮัลล่าเลย... อ๊ะ! นี่คือแผนของไคอัสสินะ!? เพื่อให้โคคูนตกลงมา เพื่อให้คนจำนวนมากเสียชีวิต... เพื่อใช้พลังแห่งเคออสเปลี่ยนโลกนี้ให้กลายเป็นวาลฮัลล่า?
ไลท์นิ่ง : ใช่แล้ว ไคอัสต้องการโลกที่ไร้ซึ่งกาลเวลา หากกาลเวลาหายไปจากโลกนี้แล้ว...
โนเอล : ยูลก็จะ....
โนเอล : ไม่สิ มิโกะโหรทั้งหมดในอดีตก็จะได้รับการปลดปล่อยจากชีวิตต้องสาป เขาตั้งใจจะสละโคคูนทิ้งแล้วสร้างโลกขึ้นมาใหม่เพื่อช่วยยูลงั้นเหรอ?
เซร่าห์ : พี่เคยสู้กับเขาในวาลฮัลล่า ตอนที่เขาพยายามจะสังหารเอโทรใช่มั้ยคะ?
ไลท์นิ่ง : ทั้งในวาลฮัลล่า... และในโลกแห่งความจริง ตราบใดที่เรายังสะสางปัญหาทั้งสองฝั่งไม่ได้ เราจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตได้ ลำพังตัวฉันในตอนนี้ทำไม่ได้
เซร่าห์ : พี่สาวเล่าเรื่องโคคูนในอนาคตให้ฟัง ในปี AF500 เสาคริสตัลจะถึงขีดจำกัดของมัน แล้วโคคูนเก่าก็จะตกลงมาแตกสลาย โคคูนใหม่ที่โฮปสร้างขึ้นมาก็จะเสร็จสมบูรณ์พอดี แต่ด้วยการแทรกแซงของไคอัส โคคูนเก่าจะทำให้โคคูนใหม่ล้มลงมาและก็พินาศไปด้วยกันทั้งคู่ เราต้องไปหยุดยั้งไคอัสในปี AF500
โนเอล : หากเราพลิกคำทำนายได้ ประวัติศาสตร์ก็น่าจะกลับไปเป็นอย่างที่มันควรจะเป็นใช่มั้ย?
ไลท์นิ่ง : ใช่ ฉันขอฝากพวกเธอด้วย ฉันจะหยุดไคอัสในวาลฮัลล่า แล้วพวกเธอล่ะไหวมั้ย?
โนเอล : แน่นอนอยู่แล้ว สัญญาเลย
ไลท์นิ่ง : งั้นก็ลุยเลย เครื่องรางของพวกเธอจะนำทางให้เอง
ม็อค : คุโปะ!! วางใจได้เลย คุโปะ!
- แล้วม็อคก็บินไปเปิดเกทใหม่ให้ ส่วนไลท์นิ่งก็ทำท่าจะเดินจากไป
เซร่าห์ : นี่ พี่สาว... เมื่อเรื่องทั้งหมดจบลงแล้ว เราจะได้อยู่ด้วยกันอีกครั้งใช่มั้ย?
ไลท์นิ่ง : ....ก็รอดูกันต่อไปละกัน
- แล้วไลท์นิ่งก็เดินหายเข้าไปในกาลเวลาที่บิดผัน ปล่อยพวกเซร่าห์ให้แก้ปัญหาทางโลกกันต่อไป
เซร่าห์ : ฉันอยากจะหยุดพี่เอาไว้... เราพึ่งจะได้พบกันอีกครั้งแท้ๆ และฉันก็กลัวที่จะต้องแยกจากพี่อีกครั้ง แต่ฉันคงไม่อาจหวังจะให้พี่หันมาดูแลฉันได้ ฉันเก็บซ่อนความกังวลเอาไว้ และพยายามจะปฏิเสธลางร้ายที่ฉันรู้สึก
- หลังจากนั้นทั้งสองก็ได้รับโอพารทซ์ที่ปรากฏขึ้น จากนั้นโนเอลก็เปิดหีบสมบัติและได้แฟรคเมนต์ที่เป็นข้อความจากโฮป
เซร่าห์ : อะไรน่ะ.... จดหมายเหรอ?
โฮป : เซร่าห์ซังที่กำลังเดินทางอยู่ในอนาคต ได้ยินเสียงผมมั้ย? นี่คือรหัสปลดล็อคอุปกรณ์เสริม : ในวันที่การต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับศัตรูแห่งชะตากรรมได้มาถึง ผมมั่นใจว่าคุณจะได้ใช้มัน
เซร่าห์ : โฮป... เขาก็กำลังต่อสู้อยู่เคียงข้างพวกเรา
โนเอล : เขาฝากความหวังของเขาต่อไปยังอนาคต
- จากนั้นทั้งสองก็เอาโอพารทซ์ไปเปิดเกทใหม่
เซร่าห์ : การต่อสู้ครั้งสุดท้ายงั้นเหรอ?
โนเอล : โอกาสแก้ตัวจากเทพธิดาไง
เซร่าห์ : ฉันจะปกป้องโคคูนใหม่ของโฮปไว้ให้ได้
โนเอล : เราจะปกป้องอนาคต!
ม็อค : คุโปะ!!
โนเอล : ไคอัส นายต้องการสังเวยโลกทั้งใบเพื่อช่วยยูล หากนายปิดกั้นอนาคตของโลกได้ ยูลก็จะมองไม่เห็นอนาคตและไม่ต้องทรมานอีกต่อไป แต่นายไม่เข้าใจอะไรเลย ยูลไม่เคยต้องการความพินาศ เธอไม่เคยสิ้นหวัง จวบจนวาระสุดท้ายเธอก็ยังคงเฝ้ามองอนาคตด้วยความหวัง... ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า ไคอัส บัลลาด ฉันจะพิชิตนาย... เพื่ออนาคตที่ยูลเฝ้ารอ
- แล้วทั้งสองก็กลับมายัง Historia Crux เพื่อเดินทางไปยังเมืองอเคเดเมียปี AF500
----------------------------------------------------------------------------------------------------
จากที่ไลท์นิ่งพูดว่าในตอนจบของ Final Fantasy XIII ช่วงที่โคคูนตกลงมา มีผู้คนล้มตายจำนวนมาก ทำให้ประตูสู่โลกที่มองไม่เห็นเปิดออก แสดงว่าแผนเปิดประตูของบาร์ธานเดลุสและออฟานดำเนินไปจนสำเร็จในวินาทีสุดท้าย ทว่าผลลัพธ์ของการเปิดประตูนั้นกลับไม่เป็นอย่างที่พวกเขาหวังไว้ (The Maker ไม่ได้มาช่วยฟื้นฟูโลกแต่อย่างใด) เพราะมวลเคออสในวาลฮัลล่าก็ทะลักผ่านประตูนั้นออกมายังโลกได้เหมือนกัน ทำให้กาลเวลาเกิดการบิดผันขึ้น เกิดเป็นพาราด็อกซ์ขึ้นมา แม้เอโทรจะช่วยปิดประตูไว้ได้ทัน แต่เทพธิดาก็ไม่อาจแก้ไขกาลเวลาที่ยุ่งเหยิงไปแล้วได้.....
ไคอัสเคยพูดว่าตอนที่เทพธิดาได้ถอนคำสาปลูซิให้พวกเซร่าห์ สำหรับเซร่าห์แล้วนั่นคือปาฏิหาริย์ แต่สำหรับยูลแล้วนั่นคือโศกนาฏกรรม (ภาค US ใช้คำว่าประกาศิตแห่งความตาย) ผมฟังแล้วคิดไปว่าไคอัสจะสื่อว่าการถอนคำสาปลูซิเป็นต้นเหตุของพาราด็อกซ์.... และคิดว่าไคอัสโทษเทพธิดาจากเหตุนั้น
ทว่าตอนนี้เรารู้แล้วว่าพาราด็อกซ์เกิดจากกาลเวลาบิดผัน แล้วมันบิดผันก็เพราะมวลเคออสไหลผ่านประตูวิญญาณ แล้วประตูก็เปิดเพราะโคคูนตกลงมา โคคูนตกลงมาเพราะบาร์ธานเดลุสและออฟาน....
ด้วยเหตุนี้ผมเลยคิดว่าประโยคที่ไคอัสพูดไว้ด้านบนนั้น ไม่ได้แปลว่าการที่เทพธิดาช่วยพวกไลท์นิ่งแล้วทำให้กาลเวลาบิดผัน (ก็แค่จะสื่อในวันที่พวกเซร่าห์แฮปปี้ ตัวยูลนั้นชีช้ำ) หากเขาจะโกรธเทพธิดา ก็โกรธเพราะดันมอบความสามารถที่เป็นดาบสองคมให้ยูล ไม่ยอมช่วยยูล และการที่เทพธิดาช่วยพวกไลท์นิ่งนั้นอาจจะทำให้สายเวลาในประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงไปมาก ส่งผลให้อายุขัยของยูลสั้นลงมาก
ทว่าหากไคอัสจะแค้นใครสักคน ผมว่าจำเลยที่น่าถูกแค้นเคืองมากกว่าก็ควรจะเป็นบาร์ธจัง
ปัญหาของผมคือ.... ในเมื่อไคอัสเป็นอมตะ มีชีวิตมานาน ได้รู้ประวัติศาสตร์ยุคต่างๆ จากยูล
แล้วทำไม... เขาไม่ไปจัดการบาร์ธานเดลุสเองตั้งแต่ทีแรก ปัญหาทั้งหมดจะได้ไม่เกิดขึ้น -____-"
-------------------------------------------
[6 ก.ค. 2012] - ขีดฆ่า 3 บรรทัดด้านบนทิ้ง เพราะข้อมูลใน Ultimania Omega บ่งชี้ว่ายูลไม่ได้อายุสั้นเพราะพาราด็อกซ์ แต่เธออายุสั้นเพราะสภาพปกติที่มีความเป็นไปได้ในอนาคตอันมากมายอยู่แล้ว ในทางกลับกัน พาราด็อกซ์ต่างหากที่ทำให้ความเป็นไปได้ในอนาคตลดลง ไคอัสจึงต้องการพาราด็อกซ์ และต้องขอบคุณบาร์ธานเดลุสที่เป็นต้นเหตุของการเกิดพาราด็อกซ์ แม้ว่าบาร์ธจังจะไม่ได้ตั้งใจก็ตามที
ความเข้าใจที่ว่าไคอัสโกรธเทพธิดาเพราะเทพธิดาเป็นต้นเหตุของพาราด็อกซ์ ไคอัสไม่ต้องการพาราด็อกซ์เพราะทำให้ยูลเห็นอนาคตนับล้าน จึงอายุขัยสั้นลง ทั้งหมดนี้เป็นความเข้าใจที่ผิด
ไคอัสโกรธเทพธิดาที่ไม่ยอมช่วยยูล ไม่เห็นใจยูล แถมการที่เทพธิดายื่นมือเข้ามาช่วยพวกไลท์นิ่ง ทำให้สายเวลาเปลี่ยนแปลงไปมาก อายุขัยของยูลจึงสั้นลง ไคอัสต้องการพาราด็อกซ์เพราะทำให้ความเป็นไปได้ในอนาคตลดน้อยลง ....โอกาสที่อายุขัยของยูลจะถูกการเปลี่ยนแปลงอนาคตลดทอน ก็จะยิ่งน้อยลง



#1 By Nurinaki on 2012-06-13 16:06