ย้ำเหมือนเดิมว่า ผมเขียนให้ตัวเองอ่านรู้เรื่องคนเดียว ถ้าคนอื่นอ่านรู้เรื่องด้วย ก็โชคดีไปนะครับ

บทสรุปแบบพาราด็อกซ์ที่ 1 : การพักผ่อนชั่วนิรันดร์

นี่คือฉากจบแบบที่เซร่าห์ตัดสินใจอยู่ในโลกแห่งความฝันไปชั่วนิรันดร์

ไลท์นิ่ง : ไปกันเถอะ เซร่าห์

เซร่าห์ : การได้อยู่ร่วมกับพี่สาวอีกครั้งทำให้ความสุขเอ่อล้นขึ้นมาเต็มอกของฉัน แต่ฉันกลับรู้สึกว่าความหวั่งทั้งหมดที่ฉันยึดมั่นมาถึงตอนนี้ได้จางหายไป ตอนแรกมันรู้สึกเปล่าเปลี่ยวแย่มาก ทว่าความรู้สึกเปล่าเปลี่ยวนั้นก็ค่อยๆ หายไป ตอนนี้ทุกๆ วันของฉันล้วนเต็มไปด้วยความสุข พี่สาวอยู่ที่นี่ สโนวอยู่ที่นี่ เลโบร ยูจ กาโด มาควีก็ด้วยเหมือนกัน บางครั้งซัสซ์ก็พาแดจซ์มาหา อ๊ะใช่ แล้วเขาก็เอาเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ไปบอกโฮปด้วย บางทีเขาอาจจะช่วยแฟงก์และวานิลจากสภาพคริสตัลก็ได้ ฉันรู้สึกอิ่มเอมแล้วจริงๆ... ทว่ายังมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันเป็นกังวล มีใครบางคนที่ไม่ว่าฉันจะพยายามสักเท่าไหร่ ฉันก็นึกไม่ออก ฉันจำได้ว่าเราเป็นเพื่อนกัน บางครั้งฉันก็รู้สึกเปล่าเปลี่ยวที่ขาดเขาไป แต่ฉันไม่อาจจำหน้าหรือชื่อของเขาได้ กระทั่งเสียงของเขาก็ด้วย เขาเป็นใครกันนะ...?

เซร่าห์ : ในห้องของฉัน มีกระจกที่ฉันไม่เคยใช้อยู่ มันค่อนข้างน่ากลัว... อีกฟากหนึ่งของกระจกนั้นมีโลกอีกใบอยู่ หากฉันมองเข้าไปในนั้น ฉันคงจะไม่ได้กลับมายังที่แห่งนี้อีก ฉันรู้สึกแบบนั้น พอฉันเอาเรื่องนี้ไปบอกสโนว เขาก็หัวเราะและบอกว่าฉันขี้ขลาด... แต่ฉันไม่รังเกียจที่จะต้องเป็นคนขี้ขลาด เพราะฉันต้องการชีวิตที่มีความสุขอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแบบนี้ ความสุขที่จะยั่งยืนตลอดไปไม่มีวันแปรเปลี่ยน ตอนนี้ฉันได้มาอยู่ที่นี่แล้ว และัจะไม่ไปไหนทั้งนั้น

บทสรุปแบบพาราด็อกซ์ที่ 2 : ฝันถึงการไถ่บาป

เซร่าห์ : เราตื่นขึ้นมาอีกครั้งในโอลบา หลายร้อยปีก่อนที่ฉันจะเกิด ในยุคที่สงครามล่วงล้ำพึ่งจบลงได้ไม่นาน ผู้คนทั้งหมดได้ตายจากไป เหลือเพียงแต่ซีธที่ร่อนเร่อยู่ในที่แห่งนี้ พวกเขาคือผู้คนที่ถูกช่วงชิงความเป็นมนุษย์ ไม่อาจตายได้ และกำลังเตร็ดเตร่อยู่ทั่วโบราณสถาน ฉันว่าฉันได้ยินเสียงกระซิบอันแผ่วเบา มันอาจจะเป็นความคิดของใครสักคนที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่เมื่อนานแสนนานมาแล้ว...

วานิลล์ : สงครามกับโคคูนได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว กองกำลังของแกรนพัลส์ทั้งหมดถูกโค่นลงด้วยพลังของฟัลซิ ชีวิตมากมายได้ดับสูญไป แต่ถึงกระนั้น ฉันก็ไม่อาจต่อสู้เพื่อปกป้องพวกพ้องของฉันได้ ภารกิจอะไรกัน ต้องชิงชิง ต้องทำร้าย และฆ่าฟัน...มันน่ากลัวและน่าเศร้ามากเหลือเกิน ดังนั้นฉันจึงหนี ฉันทิ้งความวุ่นวายทั้งหมดไว้ให้กับแฟงก์ แม้ฉันจะสาบานว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอด แต่ฉันก็ไม่อาจรักษาสัญญาไว้ได้ แฟงก์สละเลือดเนื้อทั้งหมด แบกรับบาปจากการกลายร่างเป็นอสูรกายแร็คนาร็อคเอาไว้ ทั้งหมดนั่นก็เพราะฉันอ่อนแอ เพราะฉันวิ่งหนี แฟงก์... เธออยู่ที่ไหนกัน? หากฉันไม่ได้พบกับเธออีก...

เซร่าห์ : วานิลล์... นั่นเธอเหรอ?

โนเอล : งั้นเสียงที่เรียกเธอมายังที่แห่งนี้ก็....

ม็อค : วานิลล์จากอดีตอันห่างไกล คุโปะ

เซร่าห์ : วานิลล์ ฉันเข้าใจแล้ว แม้จะอยู่ในสภาพคริสตัล แต่หัวใจของเธอก็ยังคงมีชีวิตอยู่ แม้เธอกำลังหลับใหล แต่เธอก็ยังเต็มไปด้วยความคิดคำนึงต่างๆ ฉันเองก็เหมือนกัน รู้สึกเจ็บปวด... โศกเศร้า... เปล่าเปลี่ยว... เสียใจ... และคิดว่าเธอเองก็อยากจะบอกคนสำคัญของเธอเช่นกัน รออยู่ที่นี่นะ วานิลล์ สักวันฉันจะพาแฟงก์มาหาเธอที่นี่ เธอจะได้บอกความคิดทั้งหมดของเธอให้แฟงก์ฟังได้ด้วยตัวเธอเอง

วานิลล์ : ขอบใจนะ สักวันหนึ่งฉันจะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แล้วฉันจะได้เริ่มต้นชดใช้บาปได้ นั่นคือกฎของกาลเวลา กฎของกาลเวลาก็เรียกเธอมายังที่แห่งนี้ด้วยเช่นกัน เส้นทางทั้งหมดได้เชื่อมถึงกันแล้ว ฉันจะรอคอยเวลาแห่งการไถ่บาป เวลาที่ชีวิตมากมายจะได้รับการช่วยเหลือ ในวันที่จุดจบของโลกได้เริ่มต้นขึ้น

บทสรุปแบบพาราด็อกซ์ที่ 3 : สู้ปูริน ด้วยปูริน

ม็อค : กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วในป่าอันกว้างใหญ่ คุโปะ! เหล่ามอนสเตอร์ได้อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างอิสระในป่าอันแสนชุ่มชื้น คุโปะ!  แม้มอนสเตอร์เหล่านั้นจะถือหลักปลาใหญ่กินปลาเล็กกันบ้าง แต่โดยรวมแล้วพวกเขาก็อยู่ด้วยกันอย่างสันติ คุโปะ! วันหนึ่ง ปูรินได้ปรากฏตัวขึ้นในป่า และบอกมอนสเตอร์ตัวอื่นๆ ว่าจากนี้ไปมันคือราชาคุโปะ! เนื่องจากปูรินนั้นตัวสูงเสียดฟ้า ก็เลยไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งมัน แล้วราชาปูรินก็สั่งให้มอนสเตอร์ทั้งหมดในป่าเอาของขวัญมามอบให้มันแทนค่าคุ้มครอง คุโปะ! ถ้าทำตามนั้น ปูรินก็สัญญาว่ามันจะขับไล่มนุษย์ทั้งหมดออกไปและสร้างอาณาจักรสำหรับมอนสเตอร์ขึ้นมาแทน คุโปะ!

โคจูโนเอล : เฮ่ย... นี่เราปลอมตัวเนียนรึยังเนี่ยเซร่าห์? ฉันเหมือนมอนสเตอร์แล้วใช่มั้ย?
ปูรินเซร่าห์ : เวทย์แปลงกายของพวกเรานี่สมบูรณ์แบบแล้ว! อย่าแสดงพิรุธนะโนเอล! ...แล้วม็อค ช่วยพวกเราตามหาน้ำผึ้งแห่งปาฏิหาริย์ให้หน่อยสิ
ม็อค : คุโปะ!

ม็อค : ถ้าปูรินยักษ์ถูกกำจัด ราชาปูรินที่ตัวใหญ่กว่าก็จะปรากฏตัวขึ้นมาแทนคุโปะ เราไม่มีทางชนะได้เลย ดังนั้นเราจึงต้องคิดหาหนทางอื่น คุโปะ เซร่าห์กับโนเอลจึงแปลงเป็นมอนสเตอร์เพื่อเนียนผ่านยามของราชาปูรินเข้าไป แล้วพวกเขาก็ทำปูรินอร่อยๆ ไปเลี้ยงด้วยคุโปะ เมื่อราชาปูรินบอกว่า... อร่อยเหอะ! เมื่อนั้นสถานการณ์ก็จะพลิกผันคุโปะ พวกเขาจะเอาปูรินใส่ยาพิษไปเสิร์ฟเพื่อปลิดชีพราชาปูรินคุโปะ และทั้งหมดนี้ก็คือแผนพิชิตปูรินด้วยปูริน!

โคจูโนเอล : รีบไปรวบรวมวัตถุดิบเข้าเร็ว! นอกจากน้ำผึ้งแห่งปาฏิหาริย์นั่นแล้ว เรายังต้องใช้สมุนไพรลวงตา กับน้ำตาลชั้นเลิศอีกด้วย! เอ้ย แล้วอย่าลืม ชีสเน่าด้วยล่ะ!

ม็อค : ใช้กันเยี่ยงผ้าขี้ริ้วเลยนะ คุโปะ... เจ้าโนเอล ไว้จบเรื่องนี้เมื่อไหร่ ฉันจะให้นายได้ชิมปูรินพิษนั่นแน่ คุโปะ!!

บทสรุปแบบพาราด็อกซ์ที่ 4 : สองผู้ออกเดินทาง

ยาม 1 : ไม่มีเวลาแล้ว! จะทันมั้ยเนี่ย?
ยาม 2 :
ต้องไปให้ทันสิ!
ยาม 3 :
พอแค่นี้แหละ! จับกุมเธอไว้!

อลิซซ่า : เฮ้ย ปล่อยนะ--!
สโนว : ผู้ดูแลกาลเวลา ...หรืออะไรสักอย่างเทือกๆ นั้นแหละ มาเยี่ยมแล้ว!
เซร่าห์ & โนเอล : สโนว!
สโนว : ยอมรับมาดีกว่านะ เราได้ตรวจสอบจนพบว่ามีกับดักซ่อนอยู่ในโอพารทซ์อันนั้น คนที่มอบมันให้กับเธอก็คือ... ไคอัสใช่มั้ย?
อลิซซ่า : ถ้าใช่แล้วจะทำไมล่ะ?
โฮป : สโนว... นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
สโนว : ว่าไง! ไคอัสเริ่มเคลื่อนไหวแล้วนะ เขากำลังก่อเรื่องเลวร้ายมากมายขึ้นทั้งในอดีตและอนาคต นี่เซร่าห์ มาช่วยฉันหน่อยสิ!
โฮป : พูดให้มันรู้เรื่องหน่อยสิ นายคิดเองเออเองคนเดียว แล้วก็ปล่อยให้พวกเรางง ไม่เปลี่ยนเลยนะ
สโนว : ฮาๆ โทษทีนะ! ยอมรับเถอะว่านายโล่งอกที่เห็นฉันไม่เปลี่ยนไปเลย

เซร่าห์ : สโนวอธิบายเรื่องทั้งหมดให้พวกเราฟังว่าอลิซซ่ากับไคอัสได้ร่วมมือกัน ถ้าฉันรับโอพารทซ์นั่นไปตอนนี้ โนเอลกับฉันก็ติดกับ ไคอัสต้องการจะแก้ไขประวัติศาสตร์ใหม่ สาเหตุที่สโนวเร่งรีบขนาดนี้ก็เพราะไคอัสแต่ละคนจากทุกยุคสมัย ทั้งในอดีตและอนาคตได้เริ่มต้นลงมืออย่างพร้อมเพรียงกัน

สโนว : เจ้าไคอัสนั่นประกาศสงครามแล้ว ต่อให้ฉันเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ เจ้านั่นก็จะเปลี่ยนมันกลับมาอีกครั้ง เพราะอย่างงี้ฉันเลยทำอะไรไม่ได้
โนเอล : แล้วไลท์นิ่งทำอะัไรอยู่ล่ะ
สโนว :
เธอเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ซัสซ์กับแดจซ์ก็เหมือนกัน
โฮป : แล้วผมจะช่วยอะไรได้บ้างล่ะครับ?
สโนว : มีชีวิตอยู่ไง ใจเย็นๆ แล้วฟังฉัน ตกลงมั้ย? ในอีก 3 วันข้างหน้านายจะถูกผู้ก่อการร้ายลอบสังหาร
โฮป : ผม!?
สโนว : หากนายตายไป ประวัติศาสตร์จะไม่สามารถกลับมาเป็นดังเดิมได้ หากความหวังของพวกเราหายไป อนาคตของพวกเราก็จะไม่มีวันมาถึง ดังนั้นตอนนี้นายต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุด โฮป โนเอล นายจะช่วยคุ้มครองโฮปให้ฉันได้มั้ย?
โนเอล : แล้วนายจะทำอะไรล่ะ?
สโนว : ไปเล่นงานเจ้าไคอัสนั่นในอนาคต แต่ก่อนหน้านั้นฉันต้องบึ่งไปยัง 13 ยุคสมัยเพื่อรวบรวมคริสตัล 13 ชิ้น
โนเอล : 13 ยุึค? งานหนักเลยนะนั่น
สโนว : เซร่าห์ ไปด้วยกันสิ
เซร่าห์ : อื้อ!
โนเอล : ดูเหมือนนายจะได้งานน่าสนใจกว่าฉันนะ
สโนว :  ไว้กลับมาแล้ว ฉันจะเล่าทุกอย่างให้ฟังน่า ดังนั้นอย่าตายล่ะ!
โฮป : ตกลงว่าจะไปหยุดไคอัสใช่มั้ย? งั้นก็ดูแลตัวเองล่ะครับ
เซร่าห์ : เราขับศิวะไปได้เหรอ?
สโนว : ไปยกเครื่องมาใหม่เรียบร้อยแล้วน่ะ!

เซร่าห์ : แล้วเรื่องราวบทใหม่ของฉันกับสโนวก็เริ่มต้นขึ้น ไม่มีใครรู้ว่าบทสรุปของการผจญภัยข้ามกาลเวลาของพวกเราเป็นอย่างไร แต่ตราบใดที่กาลเวลายังคงดำรงอยู่ อนาคตจะนำพาการผจญภัยครั้งใหม่มาสู่พวกเราเสมอ

บทสรุปแบบพาราด็อกซ์ที่ 5 : มหาสงครามยักษา

ยูล : มหาสงครามครั้งใหญ่ได้อุบัติขึ้น ต้นเหตุของสงครามก็คือการที่เสาคริสตัลที่ค้ำจุนโคคูนไว้เริ่มที่จะสั่นไหวโซเซไปมา ผู้คนบางส่วนเห็นว่าควรจะคืนชีพฟัลซิขึ้นเพื่อป้องกันการล่มสลายของโคคูน มนุษย์ควรที่จะพึงพิงพลังของฟัลซิอีกครั้ง ทว่าก็ยังมีคนอีกจำนวนมากที่หวั่นเกรงพลังของฟัลซิ มนุษย์ได้แบ่งความคิดออกเป็นสองฝ่าย แล้วท้ายที่สุดการเผชิญหน้ากันระหว่างสองฝ่ายก็นำไปสู่สงคราม ไม่นานนัก ทหารยักษ์ก็ถูกมนุษย์สร้างขึ้นเพื่อเป็นกองกำลังให้กับฝ่ายหนึ่ง ต่อมาฝ่ายตรงข้ามก็ได้ทำการสร้างยักษ์แบบเดียวกันขึ้นมา และได้ปล่อยมันลงสู่สมรภูมิ สงครามที่เริ่มต้นด้วยน้ำมือของมนุษย์ได้ยกระดับเป็นสงครามระหว่างหมู่ยักษา มนุษย์ไม่อาจหยุดยั้งการต่อสู้ระหว่างยักษ์ได้ แล้วพัลส์ก็ถูกแผดเผาไปด้วยเพลิงสงคราม ท้ายที่สุดโคคูนก็ถล่มลงมาไม่เหลืออะไร

โนเอล : นี่คือประวัติศาสตร์ที่ถูกบอกต่อกันมายังยุคของฉัน สำหรับฉันแล้วเรื่องเหล่านี้เป็นเพียงอดีตอันห่างไกล แต่สำหรับเซร่าห์แล้ว สงครามที่ว่านี้คืออนาคตอันไกลโพ้น ยักษ์จำนวนมากมายได้ปรากฏกายขึ้นทั่วโคคูน... ว่ากันว่าความพินาศของโลกเริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่ยักษ์ได้ทำให้โคคูนถล่มลงจากฟากฟ้า หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ...

เซร่าห์ : ...ถ้าพวกเรากำจัดยักษ์ทั้งหมดได้ อนาคตก็จะกลับมาเข้าที่เข้าทางอีกครั้งอย่างแน่นอน ...ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันก็จะขออยู่ในยุคนี้ด้วยเหมือยกัน  มาฟันฝ่าชะตากรรมแห่งความพินาศนั้นด้วยกันเถอะ

โนเอล : ขอบใจนะ

โนเอล : เสาที่ค้ำจุนโคคูนไว้ได้เริ่มสั่นไหวแล้ว เราไม่มีเวลามากนัก แต่ถึงกระนั้นเราก็จะไม่ยอมแพ้ ฉันรู้ดีว่าโลกหลังจากที่โคคูนถล่มลงมาแล้วเป็นอย่างไร ฉันรู้จักโลกนั้นมามากพอแล้ว ดินแดนอันเน่าเปื่อย ผืนน้ำที่แห้งแล้ง กระทั่งสายลมก็หายไป โลกทั้งใบค่อยๆ ตายลงอย่างช้าๆ ยุคที่อนาคตและความหวังได้หลุดลอยไป นั่นคือยุคที่ฉันเกิดมา

บทสรุปแบบพาราด็อกซ์ที่ 6 : ท้องฟ้าในวันสิ้นโลก

เซร่าห์ : ...ฉันอยู่ที่ไหน?
ไคอัส : นี่คือโลกที่เธอเลือก หากเธอยอมรับความพ่ายแพ้อย่างว่านอนสอนง่าย เธอก็จะได้เห็นโลกแห่งความฝันอันน่าพิศมัยแทนแท้ๆ
โนเอล : เซร่าห์!
เซร่าห์ : นี่มันไม่เหมือนตอนนั้น...
โนเอล : การกำจัดไคอัสไม่ใช่หนทางที่ถูกต้อง! ทางออกทุกทางหายไปแล้ว พวกเราติดอยู่ที่นี่ ในวันสิ้นโลกนี้
ม็อค : คุโปะ...
เซร่าห์ : ออกตามหากันเถอะ ตราบใดที่เรายังไม่ละทิ้งความหวัง เทพธิดาก็จะยิ้มให้พวกเราเสมอ เธอเป็นคนสอนฉันแบบนี้เองนะ โนเอล
โนเอล : ใช่ พูดถูกแล้ว เราจะเป็นฝ่ายที่ทำให้เทพธิดาต้องแปลกใจเอง
เซร่าห์ : อื้อ! ...อ๊ะ นั่นใครน่ะ?

ม็อค : หลังจากได้พบโนเอลและยูล เราก็ใช้เวลาหลายวันหลายคืนอยู่ร่วมกับพวกเขา คุโปะ กุญแจที่จะใช้คลี่คลายพาราด็อกซ์ได้หายไปพร้อมกับไคอัสแล้ว คุโปะ เราไม่มีทางเลือกนอกจากอาศัยอยู่ในโลกนี้ร่วมกับยูล คุโปะ

โนเอล : ยูลไม่เห็นอนาคตอีกต่อไปแล้ว ประวัติศาสตร์ได้หยุดนิ่ง... เธอพูดแบบนั้น ดูท่าพวกเราคงไม่มีหนทางที่จะเปลี่ยนแปลงกาลเวลาอีกแล้ว แต่พวกเราก็ยังเดินทางต่อไป เพื่อตามหาเกทที่จะใช้ข้ามกาลเวลาอีกครั้ง เซร่าห์ยังไม่ยอมแพ้ กระทั่งตอนนี้เธอก็ยังมองไปข้างหน้า เธอเชื่อว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้พบไลท์นิ่ง สโนว และคนอื่นๆ อีกครั้ง

เซร่าห์ : ท้องฟ้าที่ปราศจากโคคูน... ท้องฟ้าอับแสงที่ฉันมองไม่เห็นความหวัง แต่ถึงกระนั้น ฉันก็ยังก้าวเดินต่อไป... จนกว่าท้องฟ้าจะกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง.. จนกว่ารอยยิ้มของผู้คนที่ไม่อาจหาใครมาแทนที่ได้ จะกลับมาหาฉันอีกครั้งหนึ่ง

โนเอล : ....ไปกันเถอะ!

บทสรุปแบบพาราด็อกซ์ที่ 7 : วิญญาณจำลอง

เดมิฟัลซิ อดัม : รายงานเรื่องร่างทดลองหมายเลข 1 และหมายเลข 2 การคำนวณมิติกาลเวลาเสร็จสิ้นแล้ว ร่างทดลองได้แสดงความสามารถในการต่อสู้อันร้ายกาจให้เห็น เรามองเห็นภาพแห่งชัยชนะของโนเอล ไครส์ และเซร่าห์ ฟาร์รอน ร่างกายที่แท้จริงของพวกเขาถูกแปลงเป็นข้อมูล และบัดนี้ก็ถูกแยกออกไปในมิติกาลเวลาแล้ว ความทรงจำของร่างทดลองหมายเลข 1 และหมายเลข 2 จะถูกลบทิ้งชั่วคราว และจะจัดทำร่างจำลองขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลการต่อสู้

เดมิฟัลซิ อดัม : การทดสอบความสามารถในการต่อสู้กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เป้าหมายของพวกคุณคือการกำจัดไวรัสประเภทมอนสเตอร์ ที่บุกเข้ามายังเครือข่าย
โนเอลจำลอง : รับทราบแล้ว
เซร่าห์จำลอง : เข้าใจแล้ว
ม็อคจำลอง : คุโปะ 

เดมิฟัลซิ อดัม : ภารกิจเสร็จสิ้น กลับคืนสู่ฐานได้
เซร่าห์จำลอง : ฉันอยากรู้... ว่าฉันจะได้พบพวกเขามั้ย
โนเอลจำลอง : เซร่าห์?
เซร่าห์จำลอง : ฉันพยายามจะพบใครสักคน ใครสักคนที่สำคัญมาก...
โนเอลจำลอง : ฉันเองก็มีสัญญาไว้เหมือนกัน สัญญากับคนสำคัญคนหนึ่ง....

เดมิฟัลซิ อดัม : โปรดฟังอีกครั้ง หมายเลข 1 หมายเลข 2 กลับคืนสู่ฐานได้ ร่างทดลองหมายเลข 1 และหมายเลข 2 ได้เสร็จสิ้นภารกิจและดำเนินไปตาม แผนโครงสร้างเอเดนขึ้นใหม่จะดำเนินไปอย่างไม่มีความล่าช้า ในกรณีที่มีพลเมืองก่อจลาจลขึ้นมา เราก็เตรียมที่จะส่งหมายเลข 1 และหมายเลข 2 ไปปราบพวกเขา นอกจากนี้ ผลกระทบจากภาวะความทรงจำบิดเบือนชั่วคราวของร่างทดลองได้ถูกตรวจสอบและจัดสร้างข้อมูลบุคลิกภาพขึ้นใหม่แล้ว อีกทั้งยังมีการตรวจพบการบิดเบือนของมิติกาลเวลาที่คล้ายคลึงกับพาราด็อกซ์ การบิดเบือนนี่คล้ายคลึงกับลักษณะของเคออสในโลกที่มองไม่เห็น และเป็นไปได้ว่าการบิดเบือนอาจจะเป็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของ "วิญญาณ" เป็นไปได้ว่ามนุษย์นั้นดำรงอยู่ในฐานะชีวิตที่ปกคลุมด้วยพาราด็อกซ์แห่งหัวใจ

อธิบาย

  • ในโลกของ FFXIII นั้น มนุษย์ทุกคนมีเคออสอยู่ในตัว ซึ่งมนุษย์เรียกเคออสในตัวว่าหัวใจ
  • เคออสมีคุณสมบัติในการก่อความโกลาหล สร้างความไม่แน่นอน ดังนั้นเมื่อมันหลุดจากวาลฮัลล่าเข้ามายังโลก มันจึงทำให้มิติกาลเวลายุ่งเหยิง บิดเบือน เกิดเป็นพาราด็อกซ์
  • ขณะเดียวกัน เคออสในตัวมนุษย์ ก็ทำให้มนุษย์มีอารมณ์บิดพลิ้ว ขึ้นๆ ลงๆ มีสุข มีทุกข์ มีโกรธ มีเศร้า เป็นความไม่แน่นอน เป็นได้ทั้งความอ่อนแอ และพลังที่จะขับเคลื่อนคนเราต่อไป
  • เมื่อเดมิฟัลซิ อดัม แปลงมนุษย์เป็นข้อมูล นั่นแปลว่ามันได้แปลงหัวใจ/เคออส เป็นข้อมูลด้วย เมื่อตรวจสอบข้อมูลเหล่านั้น มันจึงพบพาราด็อกซ์ และกล่าวว่ามนุษย์คือชีวิตที่มีพาราด็อกซ์แห่งหัวใจ

บทสรุปแบบพาราด็อกซ์ที่ 8 : ผู้สืบทอดแห่งเคออส

โนเอล : วินาทีที่ไคอัสพ่ายแพ้ พลัง "หัวใจแห่งเคออส" ของเขาก็ใหลเข้าสู่ตัวฉัน และเปลี่ยนฉันให้กลายเป็นข้ารับใช้ปฏิญาณ ทันใดนั้น ฉันก็ได้เห็นความทรงจำในอดีตของไคอัสทั้งหมด นับแต่วันที่เขาฆ่าข้ารับใช้ปฏิญาณคนก่อน และกลายเป็นลูซิที่มีภารกิจในการปกป้องโหร มหาสงครามที่ทำให้ทั้งแกรนพัลส์สั่นสะเทือน การต่อสู้กับศัตรูนับพันที่ทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษผู้สามารถคุ้มครองโหรไว้ได้อย่างปลอดภัย สิ่งที่ไคอัสต้องการมีเพียงความสุขของยูล บางทีอาจเป็นเพราะเอโทรสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของเขา จึงมอบหัวใจของเธอให้แก่เขา มอบชีวิตอันเป็นนิรันดร์ให้ เพื่อที่ไคอัสจะได้กลับมาพบวิญญาณของยูลอีกครั้ง นั่นคือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่ดำเนินไปนิรันดร

โนเอล : ฉันได้รับรู้ความทรงจำทั้งหมดของไคอัส แล้วฉันก็ได้รับความเป็นนิรันดร์ที่ฉันไม่เคยต้องการ เซร่าห์เองก็เหมือนยูล ต้องแบกรับชะตากรรมของการเป็นโหร ไคอัสได้ส่งมอบความฝันของเขาต่อให้ฉัน แม้ว่าฉันเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถหยุดยั้งหัวใจต้องสาปของเขาได้ แต่ฉันก็ไม่เข้มแข็งพอที่จะแบกรับอะไรแบบนั้น ฉันได้รับพลังของหัวใจนั้นมา แล้วก็ติดอยู่ในวัฏจักรอันไม่มีวันจบสิ้น ท้ายที่สุดแล้ว แสงสว่างก็ส่องประกายขึ้น ฉันไม่รู้หรอกว่าอีกฟากหนึ่งของแสงสว่างนั้นเป็นอย่างไร จะเป็นยุคไหน หรือเป็นโลกแบบไหน... ฉันรู้เพียงว่านับจากนี้ฉันต้องมาแทนที่ไคอัส ถูกพันธนาการไว้ด้วยชีวิตที่ไม่มีวันตาย ฝันร้ายที่ไม่มีวันจบสิ้นของฉันได้เริ่มต้นขึ้นนับจากนี้ ไม่ว่ายุคไหน ไม่ว่าโลกใด... ฉันจะช่วยยูลไว้ได้รึเปล่านะ? แล้วการช่วยเซร่าห์ล่ะ? ฉันได้รับชีวิตที่ไร้ขีดจำกัด แต่ก็ได้รับรู้ความโหดร้ายของความหวัง... และความสิ้นหวังของชีวิตที่โอบอุ้มด้วยความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง มนุษย์ผู้ไม่มีวันตายต้องแบกรับความทรมานนั้นไปตลอดกาล ชะตากรรมของไคอัสเป็นหนึ่งในความหวังที่ไม่มีวันบรรลุได้ ยังมีความสิ้นหวังอื่นรอคอยฉันอยู่รึเปล่านะ? หรือว่ามันจะมีเพียงความเดียวดายชั่วนิรันดร์?

ฉากจบลับปกติ

ไคอัส : ทดลองความเป็นไปได้ทุกรูปแบบมาจนครบแล้วสินะ ผลลัพธ์ทั้งหมดก็ได้ปรากฏออกมาแล้ว ยังไงซะเทพธิดาเอโทรก็ได้หายไปแล้ว บัดนี้ไม่มีใครที่จะแก้ไขความจริงที่ว่าเทพธิดาตายไปแล้วได้ แม้พวกเขาจะไม่รู้เรื่องเหล่านี้เลย พวกเขาก็ดำเนินไปตามการคาดการณ์ของข้า ในท้ายที่สุดของการเดินทางเพื่อกอบกู้โลก พวกเขาก็ได้หยุดยั้งหัวใจของเทพธิดาลง มาเริ่มต้นกันเถอะ ยูล เริ่มต้นโลกใหม่ที่ปลอดจากคำสาปอันเป็นนิรันดร์ โลกที่ปราศจากเทพธิดา

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry หัวใจ   ขันน้ำ
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry หัวใจ

Tweet