*ข้อมูลทั้งหมดแปลและเขียนโดย shinya ซังนะครับ ส่วนผมแค่รวบรวมมาเรียบเรียงขึ้นใหม่*

----------------------------------------------------------------------------------------------

เนื้อหาภาคนิยาย แบ่งออกเป็น 2 เล่มคือ

1. Final Fantasy Type-0 Change The World -The Answer-
2. Final Fantasy Type-0 Change The World -The Penultimate Truth-

โดยภาคนี้ยายเรื่องราวของโลกโอเรียนซ์ลูปที่ 600,104,970

*หลังจบเนื้อเรื่องภาคเกม อเรเซียบอกว่าจะสร้างลูปใหม่เป็นลูปที่ 600,104,972 แสดงว่าลูปในเกมคือลูปที่ 600,104,971 ส่วนลูปในภาคนิยายคือลูปก่อนหน้านั้น 1 ลูป จึงเป็นลูปที่ 600,104,970 นั่นเอง

----------------------------------------------------------------------------------------------

สารพันเรื่องราวที่เกิดขึ้นในลูปนี้
(ในส่วนอดีตของตัวละครต่างๆ ก็เกิดขึ้นซ้ำแบบเดียวกันในลูปอื่นด้วย)

- การที่โลกโอเรียนซ์มีสงครามเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดำเนินมาจนเป็นเวลาถึง 1,000 ปี นั่นเป็นเพราะคริสตัลทั้ง 4 ที่ประจำแต่ละอาณาจักรซึ่งสร้างโดยอเรเซีย เป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง เพื่อสร้างสถานการณ์อันเป็นบททดสอบในการให้กำเนิดอากิโตะในยามที่ช่วงเวลาที่เรียกว่า “ฟินิส” ได้มาถึง

- ซิดรู้ว่าเป็นผู้คริสตัลอยู่เบื้องหลัง คอยเสี้ยมและชักใยให้เกิดสงคราม ในตอนหนุ่มซิดจึงผลักดันจนเบียกโคกับเก็นบุจะจับเข่าเป็นพันธมิตรเพื่อร่วมมือกันด้านเสบียงอาหาร (ทั้งสองชาติต่างประสบปัญหาแห้งแล้งทั้งคู่) แต่พอจัดการประชุมร่วมระหว่างสองชาติ จู่ๆ ลูซินิมบัสก็โผล่มาฆ่าคณะผู้แทนจากเก็นบุตายยกแผง เบียกโคกับเก็นบุจึงเข้าหน้ากันไม่ได้นับแต่นั้นมา (คริสตัลไม่อยากให้ทั้งสองชาติร่วมมือกันได้ จึงให้ลูซินิมบัสทำแบบนั้น) หลังจากนั้นซิดจึงมุ่งมั่นจะจบสงครามโดยการกำราบดินแดนทั้ง 3 โดยไม่เลือกวิธีการ

- เรื่องราวของกลุ่มคลาส 0 นั้นดำเนินมาหลายรุ่น หลายยุคสมัย ซึ่งในรุ่นของพวกเอซนั้น พวกเขาคือกลุ่มเด็กกำพร้าที่ไม่มีที่ไป แต่พวกเขามีพรสวรรค์อันสูงส่งในการใช้เวทมนต์ อเรเซียได้คอยจับตาดูพวกเขาอยู่ห่างๆ พอพวกเขาสูญเสียพ่อแม่ไปไม่นาน อเรเซียก็มารับตัว (อาจเป็นไปได้ว่าอเรเซียมีส่วนทำให้พ่อแม่ของพวกเขาตาย)

- ลำดับการเข้ามาในบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าของอเรเซีย

  • 1-2 : เซเว่น , คิง (เป็นพี่ใหญ่นิสัยเงียบๆ ทั้งคู่ แต่ต่างกันตรงที่เซเว่นเป็นคนขี้กังวล)
  • 3-4 : เอซ , ควีน
  • 5 : ไนน์ (ชอบแกล้งควีนจนร้องไห้ประจำ)
  • 6-7 : เอธ , เคท (เข้ามาใกล้กันเลยสนิทกันที่สุด ช่วงนี้ควีนก็เข้มแข็งขึ้น และกลายเป็นคนจัดการเรื่องต่างๆ ให้ จนเซเว่นกับคิงสบายขึ้นเยอะ)
  • 8 : แจ็ค (เซเว่นกับคิงเป็นห่วงว่าแจ็คแสร้งยิ้มทั้งๆ ที่มีอดีตอันเจ็บปวด จึงเฝ้าดูแจ็คอยู่ห่างๆ)
  • 9 : ดิวซ์ (ขี้แย แต่ได้แจ็คช่วยทำให้ร่าเริงขึ้น)
  • 10 : ไซส์ (เก็บตัวอยู่คนเดียว ไม่ไว้ใจใคร)
  • 11 : เทรย์ (ชอบนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ คนเดียว ตอนแรกทำไปเพราะอยากหาข้ออ้างเข้าไปห้องมาเซอร์ แต่ตอนหลังดันรักการอ่านขึ้นมาจริงๆ)
  • 12 : ซิงค์ (ขี้กลัวคน)

- พ่อแม่ของไซส์โดนฆ่าไปตั้งแต่เธอยังเด็ก หลังจากนั้นเธอก็ไปเข้ากลุ่มกับพวกแก็งค์ลักเล็กขโมยน้อยเพื่อให้มีชีวิตรอด แม้จะได้รับส่วนแบ่งน้อยนิดแต่เธอก็คิดว่าถ้าอยู่กับแก็งค์นี้ เธอคงจะผ่านพ้นความเหงาและหิวโหยไปได้ แต่สุดท้ายเธอก็โดนทรยศ ตอนที่ถูกจับได้ พวกเขาผลักไสใช้เธอเป็นตัวถ่วงเวลาให้พวกเขาหนี แต่แล้วอเรเซียก็ได้มาช่วยไซส์เอาไว้ และมอบซุปอุ่นๆ ให้เธอทาน ไซส์จึงตัดสินใจที่จะทำตามคำสั่งอเรเซียทุกอย่าง และเธอตั้งใจที่จะไม่เชื่อใจใครอื่นอีก เนื่องจากเธอเป็นคนที่มีอดีตอันโหดร้ายที่สุด เธอจึงไม่เปิดใจเล่าเรื่องในอดีตให้ใครฟัง ในขณะที่คลาส 0 คนอื่นๆ ในวัยเด็กต่างเล่าเรื่องในอดีตของกันและกัน เพื่อปลอบโยนกันให้ผ่านพ้นคอร์สฝึกฝนการต่อสู้อันเข้มงวดไปให้ได้

- แจ็คเป็นคนที่คอยสร้างรอยยิ้มให้คนอื่นๆ ในคลาส 0 เสมอ (พักหลังก็ลามไปสร้างให้นักเรียนคนอื่นๆ ด้วย) แต่ตัวแจ็คเองกลับไม่เคยยิ้มออกมาจากใจจริงเลยสักครั้ง เขาต่อสู้เพื่อให้สงครามจบลง เพื่อที่สักวันหนึ่งรอยยิ้มจอมปลอมจะกลายมาเป็นรอยยิ้มที่แท้จริงได้ ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เขาสอนดิวซ์จอมขี้แยว่า ให้ยิ้มเข้าไว้แม้จะกำลังลำบากแค่ไหน

- พ่อแม่ของซิงค์ป่วยตายด้วยโรคบางอย่าง ส่วนตัวซิงค์เองก็เป็นโรคเดียวกันมาตั้งแต่ครั้งยังเป็นทารก ทว่าอเรเซียก๋มาช่วยรักษาให้หายได้ทันเฉียดฉิว และพาตัวซิงค์มายังบ้านเด็กกำพร้า (ซึ่งจริงๆ มันก็คือสถานวิจัยเวทย์นอกเมืองหลวง) ตอนแรกซิงค์ก็หวาดกลัวคนอื่นนอกจากอเรเซีย เพราะเธอไม่รู้ว่าควรจะเชื่อใจคนอื่นดีมั้ย แต่สุดท้ายเธอก็รู้สึกว่าเธออยู่กับคนอื่นๆ ในคลาส 0 แล้วสบายใจ

- มาคิน่าและเรม เป็นเพื่อนบ้านกันมาตั้งแต่เด็ก หมู่บ้านของทั้งคู่ตั้งอยู่ริมชายแดนระหว่างสุซาขุกับเบียกโค วันหนึ่งหมู่บ้านนั้นก็โดนลูกหลวงจากการวิจัยเรื่องอาวุธชีวภาพของเบียกโค ทหารเบียกโคเลยฆ่าทำลายทั้งหมู่บ้านเพื่อปิดข่าว โชคดีที่มาคิน่ากับเรมนั้นมีภูมิคุ้มกันอยู่แล้วจึงไม่ติดโรค และได้ไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ต่อมาเรมมีพ่อแม่บุญธรรมมารับไปเลี้ยง ส่วนมาคิน่าไปอยู่กับพี่ชายที่เข้าไปเป็นทหารในกองทัพ (อิซานะสอบเป็นนักเรียนเตรียมอากิโตะไม่ผ่าน) เมื่อเรมกลับมายังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็ไม่เจอมาคิน่า แต่แล้วทั้งคู่ก็ได้มาเจอกันในสถาบันเวทย์สุซาคุ โดยเดินสวนกันมาไปถึง 2 เดือน กว่าจะมาเจอกันเพราะเรียนพละร่วมกัน

- ในลูปนี้พวกคลาส 0 กับมาคิน่าและเรมสนิทสนมกันมาก แต่อเรเซียไม่พอใจ เพราะคิดว่ามาคิน่าจะทำให้พวกคลาส 0 จิตใจอ่อนแอลง จนทำให้พวกคลาส 0 ไม่สามารถเป็นอากิโตะได้

-  ช่วงที่พวกคลาส 0 โดนกล่าวหาว่าลอบสังหารราชินีอันโดเรียแห่งโซวริว พวกเขาโดนลูกน้องของคุนมิไล่ต้อนจนตายกันเกือบยกทีม เหลือแค่ดิวซ์ มาคิน่าและเรม โชคดีที่อเรเซียนั่งเรือเหาะบินผ่าน เจ้าป้าเลยโชว์เทพร่ายมนต์ชุบชีวิตจากบนเรือเหาะ แต่เนื่องจากทหารเบียกโคยังคงไล่ตามมา พวกคลาส 0 เลยต้องหาทางกลับกันเอาเอง  ภายหลังคุราซาเมะก็ส่งเรือเหาะมารับแบบที่เห็นในภาคเกม

- เซ็ตสึนะเป็นลูซิมา 500 ปีแล้ว ส่วนซูยุก็เป็นมา 100 ปี แต่เดิมซูยุเป็นคลาส 0 รุ่นสุดท้ายก่อนรุ่นของพวกเอซ ชุดที่เขาใส่ก็คือชุดของนักเรียนคลาส 0 ในยุคนั้น นี่เป็นเหตุผลที่เขาสวมผ้าคลุมสีแดงเอาไว้

- ซูยุอยากปกป้องบ้านเกิดตัวเองเลยเลือกเป็นลูซิ แต่กลายเป็นว่าหลังจากนั้นเขาไม่สามารถออกมาสู้รบเพื่อปกป้องสุซาขุได้หากคริสตัลไม่ต้องการ ช่วงแรกๆ หลังจากที่พึ่งกลายเป็นลูซิใหม่ๆ ซูยุยังคงมีสติในฐานะมนุษย์อยู่เลยจดบันทึกเอาไว้ (สอดคล้องกับข้อมูลที่ทางค่ายนำเสนอก่อนเกมออกว่า หลังจากกลายเป็นลูซิแล้วซูยุก็ค่อยๆ สูญเสียสติของมนุษย์ไปเรื่อยๆ) แล้วเทรย์กับซิงค์ก็ไปเจอบันทึกนั้นในคริสตัลเลียม ทั้งสองจึงได้รู้ความลับของคริสตัล และได้นำไปบอกต่อแก่เพื่อนๆ ในคลาส 0

- ปัจจุบันเทรย์เห็นว่าซูยุคงไม่เหลือสติในฐานะมนุษย์อีกแล้ว แต่ซิงค์กลับรู้สึกว่าการที่ซูยุยังคงใส่ชุดนักเรียนอยู่ แสดงว่าซูยุยังไม่ลืมตัวตนของเขา (ทางค่ายให้ข้อมูลไว้ว่าการที่ซูยุยังคงใส่ชุดนักเรียนเรื่อยมา ก็เพื่อเป็นการช่วยเตือนสติตัวเองว่าเขาเป็นใครมาจากไหน) แล้วซูยุก็ยังคงเสียใจกับการที่พอเขากลายเป็นลูซิได้สักพักแล้ว ตัวเขามองการตายของเพื่อนๆ ในคลาส 0 อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร เพราะเห็นว่านั่นเป็นการเสียสละเพื่อประเทศชาติ

-  มีช่วงหนึ่งที่เบียกโคส่งระเบิดอัลทิม่าแบบย่อส่วนลงมาบอมบ์สุซาขุกับโซวริวดินแดนละ 6 ลูก ฟากคริสตัลของสุซาขุได้สั่งให้ลูซิทั้งสองออกปกป้อง ซูยุสู้สุดชีวิตจนทำลายระเบิดไปได้ 3 ลูก ส่วนเซ็ตสึนะก็อัญเชิญมนต์อสูรมาทำลายระเบิดที่เหลือ แล้วทั้งสองก็กลายเป็นคริสตัลไป

- ปกติแล้วเซ็ตสึนะที่กลายเป็นลูซิเต็มตัว แทบจะไม่โผล่หน้ามาให้ใครเห็น เพราะเธอต้องไปเฝ้าปกป้องคริสตัลในห้องใต้ดิน ทว่าตอนที่ซูยุกลายเป็นคริสตัลไปก่อน เซ็ตสึนะก็ยังรู้สึกขึ้นมาว่า เธอได้สูญเสียคนเพียงคนเดียวที่เข้าใจชีวิตต้องสาปอันเกือบเป็นนิรันดร์ซะแล้ว

- มีช่วงที่ซิงค์ เทรย์ มาคิน่า และเรม โดนฝ่ายเบียกโคจับตัวไปแล้วเบียกโคจะล้วงความลับเรื่องสาเหตุที่พวกคลาส 0 ฆ่าไม่ตาย เทรย์กับมาคิน่าพยายามยืนยันว่าพวกผู้หญิงไม่รู้อะไร ฝ่ายเบียกโคเลยขังซิงค์กับเรมไว้อีกห้อง แล้วนำตัว 2 หนุ่มไปทรมาน (สุดท้ายเทรย์ตาย ภายหลังซิงค์เลยต้องแบกเทรย์ขึ้นหลังกลับ ส่วนเอซที่มาช่วยก็แบกมาคิน่า)

- ฟากโซวริว ลูซิโซวริวซึ่งเป็นมังกรได้ต่อต้านระเบิดอัลเทม่าจนตัวตาย ทว่าระเบิดลูกสุดท้ายก็เล็ดรอดมาบอมบ์ใส่เมืองหลวงของโซวริวจนพังพินาศ มีผู้รอดตายเพียงคนเดียวคือโฮชิฮิเมะ เพราะลูกน้องในสังกัดได้สั่งมังกรของตนให้พาโฮชิฮิเมะหนีไป หลังจากคริสตัลแห่งโซวริวแตกสลาย ชาวโซวริวก็ไม่สามารถสั่งการมังกรได้อีก แต่โฮชิฮิเมะที่เป็นตระกูลนักรบปกป้องเชื้อพระวงศ์ยังสามารถสั่งการมังกรที่ตัวเองเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กได้ เธอจึงสั่งมังกรให้พาคนอื่นในคลาส 0 ไปส่งที่คุมขังของเบียกโค เพื่อช่วยซิงค์ เทรย์ มาคิน่า และเรมที่โดนจับตัวไป ส่วนตัวโฮชิฮิเมะเอง ก็ได้เข้าไปโจมตีเมืองหลวงของเบียกโคเพื่อแก้แค้นและถ่วงเวลาให้พวกคลาส 0 ไปช่วยเพื่อน โดยเธอได้ไปพร้อมกับคลาส 2 ที่โดนอาวุธชีวภาพจนไม่มีทางรักษาได้ คลาส 2 ทั้ง 3 คนได้สละแฟนโธม่าของตนเองเพื่ออัญเชิญบาฮามุทมาก่อกวนอันเป็นการถ่วงเวลาให้คลาส 0 เข้าไปช่วยพวกซิงค์ได้ สุดท้ายทั้งโฮชิฮิเมะ และคลาส 2  ก็หายไปจากความทรงจำของคลาส 0

- คุราซาเมะได้กลายมาเป็นลูซิต่อจากเซ็ตสึนะ เขาได้ใช้เวทย์อัญเชิญกองทัพเทวะ "ไนท์ออฟราวนด์" เพื่อกำจัดกองทัพเบียกโค โดยสละแฟนโธม่าของตัวเองกับนักเวทย์อีก 1,000 คนไป ก่อนที่เขาจะออกปฏิบัติการอัญเชิญกองทัพเทวะไนท์ออฟราวนด์ เขาได้พิจารณาผลปฏิบัติภารกิจที่ผ่านมา แล้วได้เลือกคิงกับเซเว่นขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการแทน แต่ควีนแย้งขึ้นมาว่าตัวเธอเป็นไม่ได้หรือ? คุราซาเมะเลยบอกว่าควีนไม่ได้ใจเย็นอย่างที่ตัวเธอเองคิด

- การที่อเรเซียยอมให้คุราซาเมะมาดูแลเหล่าคลาส 0  ก็เพราะมั่นใจว่าคุราซาเมะเป็นพวกไม่สุงสิงกับคนอื่นเกินความจำเป็น และเนื่องจากเคยโดนเพื่อนสนิททรยศ จนจตุรเทพแห่งสุซาคุตายไป 3 ตัวคุราซาเมะจึงกลายเป็นพวกใช้การกระทำมากกว่าคำพูด ทว่าภายหลังคุราซาเมะก็เปิดใจให้พวกคลาส 0 มากขึ้น ตอนที่กำลังจะกลายเป็นคริสตัล คุราซาเมะก็หันมาพูดกับคลาส 0 ที่วิ่งมาหาพอดีว่า "การได้กลายเป็นคริสตัลโดยมีพวกเธอเฝ้ามอง มันก็ไม่เลวเหมือนกันนะ"

- คลาส 0 เสียใจกับการจากไปของคุราซาเมะมาก และเพราะคุราซาเมะเป็นลูซิที่กลายเป็นคริสตัล ความทรงจำเกี่ยวกับคุราซาเมะจึงไม่หายไปจากใจของพวกคลาส 0

-  ก่อนวันที่จะบุกเข้าเมืองหลวงเบียกโค เหล่าคลาส 0 ได้คุยกันว่าแต่ละคนอยากจะเป็นอะไรในอนาคต

  • เอซอยากเป็นเจ้าของฟาร์มเลี้ยงโจโคโบะ ไม่ใช่โจโคโบะเพื่อการทหาร แต่เป็นโจโคโบะที่เป็นเพื่อนกับมนุษย์
  • ดิวซ์อยากเป็นนักดนตรีที่จะบรรเลงเพลงเพื่อสร้างความบันเทิงใจให้ผู้คน
  • เทรย์อยากเป็นนักปราชญ์ผู้ศึกษาเรื่องราวต่างๆให้ลึกซึ้ง
  • เคทอยากใช้ชีวิตในฐานะนักเรียนเตรียมอากิโตะให้สนุกเต็มที่กว่านี้
  • ซิงค์อยากเดินทางไปทั่วโลก เพื่อค้นพบสิ่งต่างๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
  • ไซส์อยากเป็นแม่ครัว เพราะเธอประทับใจในซุปอุ่นๆ แสนอร่อยที่อเรเซียมอบให้ตอนเก็บเธอมาเลี้ยง
  • เซเว่นอยากเปิดสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า สำหรับเด็กๆ ที่สูญเสียพ่อแม่ไปในสงคราม
  • เอธอยากเป็นนักสู้ในสังเวียนที่ไม่ได้ฆ่าฟันกัน เพื่อปลุกเร้าจิตวิญญาณอันเร่าร้อนของลูกผู้ชายทั้งหลาย
  • ไนน์ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเป็นอะไรดี มาคิน่าเลยเสนอว่าลองเป็นเกษตรกรดูสิ เพราะโลกหลังจากนี้คงมีปัญหาเรื่องขาดแคลนอาหาร และไนน์ก็กินจุซะด้วย
  • แจ็คอยากเป็นนักแสดงเร่ร่อนที่จะสร้างรอยยิ้มให้คนทั่วโลกที่กำลังสิ้นหวัง
  • ควีนอยากเป็นอาจารย์ ที่จะถ่ายทอดความรู้ต่างๆ นอกจากการต่อสู้ให้กับเด็กๆ จะเป็นผู้ชี้นำให้กับคนรุ่นหลังเหมือนดังที่คุราซาเมะได้ชี้นำหนทางให้แก่พวกเธอ
  • คิงอยากเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ผู้คอยดูแลความสงบสุขของบ้านเมือง และปกป้องคนอ่อนแอ
  • มาคิน่าอยากจะช่วยฟื้นฟูดินแดนสุซาขุที่พังทลายจากสงคราม
  • ส่วนเรมบอกว่ายังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้ แต่ในใจเธอก็นึกอยากทำสิ่งเดียวกับมาคิน่า

- สุดท้ายเบียกโคก็พ่ายแพ้ให้แก่สุซาขุ เมื่อพวกคลาส 0 บุกไปถึงห้องทำงานของซิด ซิดจึงถามว่าจากนี้ไปพวกเขาจะทำยังไง คลาส 0 จึงบอกว่าพวกเขาได้รู้เรื่องที่คริสตัลอยู่เบื้องหลังสงครามแล้ว (เทรย์สืบมาจนรู้) และเรมก็ตัดสินใจว่าหากคริสตัลเป็นตัวการจริงก็จะทำลายคริสตัลทิ้งซะเลย ด้วยเหตุนี้ซิดจึงวางใจว่าถึงตัวเขาตายไป ก็ยังมีคนสานต่อเจตนารมณ์ให้แล้ว ซิดจึงใช้ปืนพกยิงตัวตายในห้องทำงานของตัวเอง

- ประโยคที่ดีว่าเอ่ยตอนต้นเกม ที่ว่า "ยามเมื่อเลข 9 และ 9 มาบรรจบกับ 9 ในยามนั้นจะเกิดห้วงเวลาฟินิส" เลข 9 ในที่นี้หมายถึงจุดจบอันสื่อถึงการล่มสลายของอาณาจักรต่างๆ นั่นเอง ดังนั้นพออาณาจักรล่มสลายไป 3 อาณาจักร ผู้พิพากษาก็จะจุติ และอัญเชิญลูลูซัสมาพิพากษามนุษย์

- ซึ่งผู้พิพากษาในลูปนี้ก็คือเรม ดังนั้นพวกคลาส 0 จึงตัดสินใจจะไปยังตำหนักหมื่นมารเพื่อช่วยให้เรมกลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ ส่วนมาคิน่านั้นตัดสินใจว่า หากดึงผู้พิพากษาออกมาจากร่างเรมไม่ได้จริงๆ เขาจะลงมือกำจัดเรมเอง เพื่อไม่ให้มีการสูญเสียไปมากกว่านี้ เพื่อไม่ให้เรมต้องเสียใจไปมากกว่านี้ที่ต้องฆ่าคนมากมาย

- คาโทรุเป็นลูซิต่อจากคุนมิ และได้เป็นคนพาพวกคลาส 0 ไปยังตำหนักหมื่นมาร

- ในตำหนักหมื่นมาร ตอนสู้กับลูลูซัส ควีนเอาร่างเข้าบังคมดาบให้มาคิน่า ทำให้เธอบาดเจ็บล้มลง ทุกคนจึงรีบเข้ามาล้อมเป็นวงเพื่อปกป้องควีนเอาไว้ จนกระทั่งพวกเขาสามารถปราบลูลูซัสสำเร็จ มาคิน่าก็บอกควีนที่ปกป้องตัวเองจนบาดเจ็บสาหัสว่า "พวกเราปราบลูลูซัสได้แล้วนะ ไม่มีใครตายเลยด้วย"

ควีนบอกว่า "ดีแล้วที่คนที่ต้องสังเวยชีวิตมีแค่ดิฉันคนเดียว"

ไนน์เลยพยายามเชียร์ว่า "ต่อให้พวกเราตาย แต่แฟนโธม่าของพวกเราจะไม่หายไปนะ"

ควีนเลยบอกว่า "ดิฉันรู้ดีว่าคราวนี้ไม่เหมือนกับทุกที นี่คือการตายแบบคนธรรมดาไม่สามารถชุบชีวิตได้อีก ดิฉันกำลังจะตายสินะ? ดิฉันกำลังจะหายไปจากความทรงจำของทุกคนสินะ?"

ไม่มีใครกล้าตอบอะไร แต่เอซก็มากุมมือควีนเอาไว้ แล้วบอกว่า "ไม่มีทางลืมหรอก ก็พวกเราอยู่ด้วยกันตลอดมาตั้ง 10 ปีนี่นา"

ควีนจึงตอบกลับว่า "ไม่หรอก... คริสตัลไม่มีความปราณีหรอกนะ... สำหรับคนที่จะตาย การลบล้างความทรงจำของคริสตัลมันไม่ใช่ความปราณีหรอก..." แล้วสีหน้าของควีนก็บิดเบี้ยวลงด้วยกำลังจะร่ำไห้

"ในที่สุดดิชั้นก็เข้าใจถึงความตายแล้ว...ความตายเนี่ยมันช่างเหงาถึงเพียงนี้เชียวนะคะ..."

น้ำตาของเธอพรั่งพรูลงมาบนแก้ม และหยดรวมกับเลือดที่ไหลนองอยู่ เธอกล่าวต่อด้วยเสียงอันสั่นเครือและน้ำตาที่ไม่ขาดสาย

"กลัว... ดิฉันกลัวเหลือเกิน... กลัวที่จะต้องหายไปจากความทรงจำของทุกๆ คน.."

มาคิน่าเรียกชื่อของควีน ส่วนเอซก็กุมมือเธอเอาไว้แน่น เหล่าเด็กชายมองเธอแล้วกัดฟันกรอด ส่วนเด็กหญิงทั้งหลายก็มีน้ำตาเอ่อบนใบหน้า ไม่ใช่แค่ดิวซ์ เคท ซิงค์ที่มักจะแสดงอารมณ์ออกมา แต่กระทั่งเซเว่นกับไซส์ก็ด้วย

ควีนมองดูทุกคนแล้วเผยรอยยิ้มอันไร้เรี่ยวแรงออกมา

"อย่างน้อย ก็ขอให้ทุกคนรอดพ้นจากการต่อสู้นี้ไปได้... ด้วยนะคะ"

เมื่อเธอพูดจบ ศีรษะของเธอก็พับตกลงมา

...แล้วในตอนนั้นเอง ที่ความทรงจำเกี่ยวกับควีนก็ได้จางหายไปจากตัวมาคิน่า

จากสหายที่อยู่เบื้องหน้า ได้กลายเป็นศพของใครสักคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน... ไม่ได้รับแม้เวลาที่จะเศร้าเสียใจ เพราะการลบล้างความทรงจำเกี่ยวกับผู้ตาย ได้แย่งชิงความทรงจำทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับเธอไปจนหมดสิ้น...

- ควีนจึงเป็นคนแรกที่จบชีวิตลง เธอได้สัมผัสถึงความหวาดกลัวต่อความตาย ต่อความเหงาที่ต้องหายไปจากความทรงจำของทุกคน โดยเธออวยพรให้ทุกคนรอดกลับไปให้ได้ ให้มีเธอเป็นเหยื่อสังเวยคนเดียวก็พอแล้ว

- ณ ระเบียงเส้นสุดท้ายที่จะพาไปสู่ที่อยู่ของผู้พิพากษา ซิงค์ต้องพยุงเทรย์ไปพลางร้องไห้ไป... คิงเกาะไหล่เซเว่นเดิน เอธกับเคทต่างช่วยประคองกันไป แจ็คพยุงดิวซ์ ส่วนไนน์แบกไซส์ขึ้นหลังเพราะไซส์บาดเจ็บหนัก ส่วนมาคิน่ากับเอซ... ต่างก็เดินไปด้วยตนเอง

- ผู้พิพากษาเห็นว่าพวกคลาส 0 กับมาคิน่าไม่มีความสามารถพอที่จะเป็นอากิโตะได้ จึงร่ายสายฟ้าใส่จนคลาส 0 ตายกันหมด ยกเว้นเอซกับมาคิน่าที่ยังร่อแร่เจียนตาย ผลจากการลบความทรงจำทำให้เอซจำไม่ได้ว่าศพที่นอนกองอยู่ตรงหน้านั้นคือใครบ้าง รู้เพียงแต่พวกว่าเขาใส่ผ้าคลุมสีแดงเหมือนกับเขาเท่านั้น แต่คนพวกนี้คงเป็นคนสำคัญมากๆ สำหรับเขา เพราะในใจเขารู้สึกเหมือนมีช่องว่างมหาศาลเกิดขึ้น เอซรู้ตัวว่าตัวเขาคงมาได้แค่นี้ จึงขอให้มาคิน่าสูบแฟนโธม่าของเขาและคนอื่นๆ ในคลาส 0 ไปใช้ พอเอซจบชีวิตลง มาคิน่าก็ดึงเอาแฟนโธม่าจากศพของเพื่อนทุกคนไปเพื่อเพิ่มพลังเวทย์อันมหาศาลให้แก่ตัวเอง ทำให้มาคิน่าสามารถใช้โฮลี่ใส่ร่างมารของผู้พิพากษาได้ และเป็นลูปแรกที่มนุษย์สามารถโค่นผู้พิพากษาลง แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วอากิโตะจะมิได้ถือกำเนิดขึ้นอยู่ดี

- มาคิน่ากอดเรมเอาไว้ และพร่ำเสียใจที่ตนเองปฏิเสธพลังในการเป็นลูซิจากคุนมิ เสียใจที่ตนเองไม่มีพลังมากพอที่จะช่วยเรม และเพื่อนๆ คลาส 0 ได้เลย เขาร่ำไห้จนกระทั่งไม่รู้ว่าศพของหญิงสาวที่ตนกอดเอาไว้คือใคร... แต่ก่อนที่มาคิน่าจะจบชีวิตตามไป อเรเซียก็ได้เดินเข้ามาหาเขา อเรเซียตัดสินว่าการดำรงอยู่ของมาคิน่าจะทำให้คลาส 0 ไม่มีวันเป็นอากิโตะได้ เธอจึงตัดสินใจว่าในลูปหน้าเธอจะทำให้มาคิน่ากลัวการสูญเสียจนต้องแยกตัวออกจากคลาส 0 ไป ด้วยการทำให้เรมในลูปหน้าป่วยเจียนตาย

- สุดท้ายอเรเซียถามมาคิน่าว่ายังอยากจะกลับชาติมาเกิดใหม่ วนเวียนอยู่ในวังวนแห่งความทุกข์ทรมานอีกรึเปล่า? ซึ่งมาคิน่าก็เลือกที่จะเกิดใหม่อีกครั้ง ด้วยความตั้งใจว่าคราวนี้แหละ เขาจะต้องมีพลังที่จะช่วยคนอื่นๆ ให้ได้

----------------------------------------------------------------------------------------------

เรื่องรักๆ ของแต่ละคน

- ตอนคาร์ล่ามาทักทายมาคิน่าแล้วลากตัวไปคริสตัลเลียม เรมช็อกจนทนไม่ไหวต้องแอบตามไปดูว่าทั้งคู่คุยอะไรกัน

- เรมชอบเมาธ์เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ตอนที่ควีนพยายามทำให้คุราซาเมะกับคลาส 0 ไปด้วยกันได้ เรมเลยแซวว่าควีนต้องชอบคุราซาเมะแน่ๆ เลย แต่เจอควีนเวอร์ชั่นโหดจ้องเขม็งให้เลิกคุยเรื่องนี้ซะ

- เคทอยากจะอินเลิฟกับเขาบ้าง ซึ่งเธอก็สนิทกับเอธที่สุด เพราะเข้ามายังบ้านเด็กกำพร้าไล่เลี่ยกัน

- ดิวซ์ชื่นชมและนับถือแจ็ค เพราะแจ็คเป็นคนที่สร้างรอยยิ้มให้เธอที่ขี้แยเสมอมา

- ไนน์กับไซส์เป็นเหมือนคู่กัดมาตลอด แต่หลังจากผจญภารกิจมาด้วยกันหลายอย่างก็เริ่มเชื่อใจไว้ใจกันมากขึ้น ไนน์แซวเรื่องไซส์คงทำได้แต่ซุปคร่าวิญญาณ ไซส์เลยบอกว่าจะบังคับให้ไนน์ชิมจนกว่าจะอร่อยละกัน

- เทรย์กับซิงค์ต่างฝ่ายต่างชดเชยในสิ่งที่ตนไม่มีให้แก่กัน เทรย์คิดจะปกป้องซิงค์มาตลอด

- หลังจากผ่านเหตุการณ์มาหลายอย่าง ควีนก็เคารพรักคุราซาเมะมาก ตอนที่คุราซาเมะกลายเป็นครัสตัล เธอเป็นคนที่เสียศูนย์มากที่สุด แล้วยังร้องไห้โฮเหมือนเด็กๆ ออกมา หลังจากนั้นเธอก็ยังนั่งคิดถึงคุราซาเมะอยู่พักใหญ่ๆ กว่าจะตั้งตัวได้ ขนาดไนน์ยังรู้สึกเลยว่าควีนเปลี่ยนไป

- อนึ่ง ผู้ช่วยชีวิตทอนเบรี่ในลูปนี้คือ....ไนน์

----------------------------------------------------------------------------------------------

อื่นๆ

- นิยายเรื่องนี้เล่าเรื่องจากมุมมองของมนุษย์ จึงไม่มีบอกความลับของโลก หากแต่บอกเพียงแค่ว่าโลกนี้เพียงถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีสำหรับคัดเลือกผู้ที่จะมาเป็นอากิโตะ กับการที่พวกคลาส 0 ได้รู้แก่นแท้ของโลกที่คริสตัลคอยชักใยอยู่ และก็มีการอธิบายแบบอ้อมๆ ว่าอเรเซียอยู่เบื้องหลังคริสตัลไปอีกที เพราะอเรเซียเป็นคนจัดการกับแฟนโธม่าของเรม ว่าให้ลูปหน้าเกิดมาอ่อนแอ มาคิน่าจะได้กลัวการเสียเรมไปจนไม่กล้าเข้าไปสนิทกับพวกคลาส 0

- เรื่องหลักๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละลูปจะเหมือนกัน ทว่ารายละเอียดปลีกย่อยจะต่างกันไป เช่นบางลูปสุซาขุก็ไปสู้กับเก็นบุแทน สิ่งที่ทุกลูปเป็นเหมือนกันคือมนุษย์จะถูกชักจูงให้ต่อสู้จนดินแดนอื่นๆ ล่มสลายไปทุกครั้ง แล้วก็จบสิ้นที่ตายกันหมดในช่วงเวลาแห่งฟินิส ส่วนคลาส 0 ก็พ่ายแพ้ให้แก่ผู้พิพากษา มีเพียงลูปในนิยายนี่แหละ ที่เป็นครั้งแรกที่มนุษย์เอาชนะผู้พิพากษาได้ ส่วนลูปต่อไปที่ปรากฏในเกม พวกคลาส 0 ก็ยอมรับความตายด้วยดีกันทุกคน

- ในภาคนิยาย ท้ายที่สุดเหล่าคลาส 0 ทุกคนจะหาเหตุผลในการสู้ของตนเองพบ นอกจากเหตุผลที่ว่าอเรเซียเป็นคนสั่งให้สู้ ซึ่งเหตุผลของพวกเขาส่วนใหญ่จะเป็นการต่อสู้เพื่อจะได้อยู่เคียงข้างเพื่อนพ้องในคลาส 0 สู้เพื่อสร้างโลกอันสงบสุขที่พวกเพื่อนๆ ในคลาส 0 จะได้ไม่ต้องต่อสู้อีกต่อไป และจะได้ไม่ต้องมีเด็กที่สูญเสียพ่อแม่ไปจากภัยสงครามแบบพวกเขา...

ในอัลติมาเนียบอกว่าแต่ละคนเป็นตัวแทนของบุคลิกต่างๆ ดังนี้

  • เอซ - ความเชื่อมั่น
  • ดิวซ์ - ความอ่อนโยน
  • เทรย์ - ความรู้
  • เคท - ความกล้า
  • ซิงค์ - ความไร้เดียงสา
  • ไซส์ - ความดื้อดึง
  • เซเว่น - ความเข้าใจ
  • เอธ - ความเยือกเย็น
  • ไนน์ - ความกระตือรือร้น
  • แจ็ค - การยอมรับตนเอง (ยอมรับในสิ่งที่ตนไม่รู้)
  • ควีน - ความฉลาด
  • คิง - ความแน่วแน่
  • มาคิน่า - ความกลัว
  • เรม - ความรัก
  • ลีน - ความเจ็บปวด
  • ทิซ - ความชรา

- ในบทสุดท้ายของคัมภีร์นิรนามจะมีกล่าวถึงจักราศีทั้ง 12+2 ที่สูญหายเอาไว้ (คลาส 0 + มาคิน่ากับเรม) ส่วนทิซกับลีนไม่มีอยู่ในคัมภีร์นิรนามนั้น

- สำหรับอเรเซียแล้ว 4 จักรราศีที่ไร้ประโยชน์ได้ถูกตัดทิ้งออกไปเพราะเป็นตัวตนที่ไม่มีผลต่อการเปิดประตู ก็คือความกลัว ความรัก ความเจ็บปวด ความชรา (มาคิน่า เรม ลีน ทิซ)

- ทิซเป็นตัวตนที่ถูกทิ้งไปเป็นอันดับแรก จึงกลายเป็นวิญญาณที่แตกต่างออกไป แม้ประวัติศาสตร์จะวนซ้ำไปอีกสักกี่ครั้ง ทิซก็จะยังมีความทรงจำในอดีตหลงเหลืออยู่ ส่วนลีนเองก็จะกลับชาติมาเกิดใหม่เพื่อมาพบกับทิซอีกเรื่อยไป และทั้งสองจะก้าวไปด้วยกัน

- อนึ่ง ชื่อของทิซมีความหมายว่า 10 ดังนั้นแต่ทิซจึงเป็นเลข 10 ที่ขาดหายไปของคลาส 0 นั่นเอง

อเรเซีย อัลลาเซีย (ข้ารับใช้ของพัลส์)

- ผู้ให้กำเนิดคริสตัล มอบอารยธรรมและสงครามให้แก่มนุษย์ และเลี้ยงดูวิญญาณของมนุษย์จำนวนหนึ่ง (คาดว่าหมายถึงคลาส 0) คาดหวังว่าหากจิตวิญญาณกลุ่มนั้นแข็งแกร่งพอ เอโทรก็จะยอมรับและเปิดประตูสู่โลกที่มองไม่เห็นให้

กาล่า ชุดเกราะหน้ากากปริศนา (ข้ารับใช้ของลินด์เซย์)

- ผู้ให้กำเนิดลูลูซัส ในยามที่ดวงวิญญาณของมนุษย์จะเข้ารับการตัดสิน เขาจะทำให้แผ่นดินนองไปด้วยเลือด และสังหารมวลมนุษย์ซะ เพราะเชื่อว่าถ้าส่งดวงวิญญาณของมนุษย์ไปยังประตูสู่โลกที่มองไม่เห็นทีเดียวทั้งหมด จะสามารถบังคับให้ประตูเปิดออกได้

กองทัพเทวะ (มนต์อสูร)

- ในการอัญเชิญจะต้องมอบดวงวิญญาณเป็นการแลกเปลี่ยน ดวงวิญญาณนั้นจะก้าวเข้าไปสู่โลกที่มองไม่เห็น(ดินแดนแห่งผู้ตาย) โดยผู้ที่มอบดวงวิญญาณนั้นให้จะไม่สามารถชุบชีวิตขึ้นมาได้อีก ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่ากองทัพเทวะเองก็มีความเกี่ยวข้องกับโลกที่มองไม่เห็นได้เหมือนกัน

(เชื่อว่ากองทัพเทวะพวกนี้มาจากโลกที่มองไม่เห็น ดังนั้นเอโทรจึงสามารถส่งพวกมันจากโลกที่มองไม่เห็น มาช่วยพวกไลท์นิ่งในโลกที่มองเห็นได้)

- ประตูสู่โลกที่มองไม่เห็นจะเปิดต้อนรับเฉพาะผู้ตายเท่านั้น ซึ่งจากการทดลองมากว่า 600 ล้านรอบ แม้จะส่งดวงวิญญาณทั้งหมดไปพร้อมกัน แต่ประตูก็ยังไม่เคยเปิดออกจนสุดเสียที จึงต้องดิ้นรนวนลูปกันกว่าอากิโตะจะถือกำเนิดขึ้นมา ด้วยความเชื่อว่าเอโทรจะยอมรับอากิโตะนั้น และเปิดประตูกว้างจนสุดให้

- เงามืดของสุซาคุเองก็เป็นตัวตนปริศนาที่เกิดจากการค้นคว้าวิจัยเวทย์ มันอาศัยการสูบจิตวิญญาณของผู้ตายเพื่อให้ตัวเองเติบโตขึ้น ในตัวของมันมีผู้วายชนม์กับกองทัพเทวะอยู่ ดังนั้นก็อาจจะเกี่ยวข้องกับโลกที่มองไม่เห็นด้วยก็ได้

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry หัวใจ   ขันน้ำ
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry หัวใจ

Tweet

อ่านเนื้อเรื่องแล้วสนุกมากเลยครับ 
ขอบคุณมากครับที่รวบรวมมาให้อ่านHot! Hot! Hot!

#1 By นันนานน on 2012-07-14 08:38

โอ้ว
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#2 By Snow Silver on 2012-07-14 12:52

ขอบคุณที่เอามาให้อ่าน Hot! Hot! Hot!
คุราซาเมะ  เป็นประเภท อาจารย์ที่นักเรียนสาวๆปลื้มสินะ
เอทกับเคทนี่คู่สร้างคู่สมจริงๆ
อยากอ่านภาคนิยายฉบับเต็ม ไทย-อังกฤศก็ได้  จะหาอ่านได้จากไหนเหรอ 

#3 By LEOON on 2012-07-14 15:01

ภาคนี้ค่อยเน้นชัดเจนขึ้นมาหน่อยว่าลินด์เซย์ไม่เชิงนางมารซะที้ดียว เห็นภาคสิบสามคนนินทากันเยอะว่าลินด์เซย์เสี้ยมให้ตีกัน (คือความจริงมันก็ใช่อ่ะนะ...)
แต่กูๆไป ภาคนี้คู่รักเหมาะกันดีนะเนี่ย เหมือนนิยายอุดมคติดีเหมือนกัน
เอธ-เคธ เตี้ยพอกัน ไปด้วยกันดี
ไนน์-ไซส์ คู่รักทำลายล้าง ตีกันทีนี่สงสัยบ้านพัง 555+
ดิวซ์-แจ็ค อันนี้ลูกกวาดโคตร หนุ่มร่าเริงกับสาวขี้แย

คิงอยากเป็นตำรวจ เหมาะดีนะ พี่แกชอบยิงปืน แต่ที่สครีมสุดๆคือเซเว่นนี่ล่ะ อยากเปิดบ้านเด็กกำพร้า ไลท์นิ่งเวอร์ชั่นอะกิโตะชัดๆ คิดว่าถ้าไลท์นิ่งอยากจะทำอะไรในอนาคตก็คงจะเหมือนๆเซเว่นนี่ล่ะ >.< เพราะว่าสูญเสียพ่อแม่ไปเหมือนกัน แถมเป็นพี่สาวใหญ่ของครอบครัวอีกด้วย

#4 By Merticulous Mealstrom on 2012-07-14 16:39

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
สนุกอ่ะ อยากอ่านแบบเต็มๆบ้างเน่อ

#5 By Reiven on 2012-07-14 16:41

นิยายฉบับเต็ม ไม่น่าจะมีใครแปลนะครับ ขนาด KH ที่มีแฟนคลับเหนียวแน่นและช่ำชองด้านการแปลสุดๆ ยังไม่มีใครแปลนิยายมาให้อ่าน ดังนั้น Type-0 ที่เป็นภาคเฉพาะกิจ แล้วเนื้อหานิยายยังยาวถึง 600 หน้า ผมว่าคงไม่มีใครแปลแบบ word by word มาให้ครับ
เรื่องลินด์เซย์... ผมว่าเอาจริงๆ พวกผม (ผม เต้ คุณ Yono คุณ Ming150) เป็นกลุ่มแรกนะที่ยกชื่อลินด์เซย์ขึ้นมาในหัวข้อสนทนาเรื่อง FFXIII แล้วพวกเราก็ลงความเห็นร่วมกันแหละครับว่าลินด์เซย์เสี้ยม... ให้มนุษย์ในแกรนพัลส์แตกแยกกันเป็นสองฝ่าย
พอมาใน Type-0 ลินด์เซย์ก็ทิ้งกาล่าเอาไว้ แล้วมอบหน้าที่ให้กาล่าคอยทำลายโลก เพื่อสร้างสถานการณ์ที่จะคัดเลือกอากิโตะขึ้นมา... โดยรวมๆ แล้วผมจึงว่าภาพลักษณ์ของลินด์เซย์ ก็ยังเป็นนางมารร้าย โดยชัดเจน

#6 By Tae & BoN on 2012-07-15 01:48

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
สุดยอดมาก ขอบคุณมากค่ะcry

#7 By ┼† アキラ †┼™ on 2012-07-24 20:02

ขอบคุณที่ช่วยเรียบเรียงให้จ้าconfused smile
อะ อันนี้ไม่ได้เอาช่วงครึ่งแรกเล่ม1ที่เราแปะไว้ในบันทึกFBมารวมสินะ

#8 By -shinya- on 2012-07-24 22:40

^ ช่ายจ้า... ลืมไปจริงๆ ด้วย แต่ก็ขี้เกียจเอามาแปะรวมเพิ่มแล้วอ่ะ 555

#9 By Tae & BoN on 2012-07-25 00:58