นิยายนี้เกิดขึ้นในวัฏจักรก่อนหน้า วัฏจักรในภาคเกม 1 วัฏจักรด้วยกัน

แปลและสรุปเป็นภาษาอังกฤษโดย TheFlowerGirl
แปลและเรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย BoN

[ตอนที่ 2 : มาคิน่ากับเรม]
[ความทรงจำของผู้ที่จากไป]

เมื่อเอซได้สูญเสียความทรงจำเรื่องอิซานะไปแล้ว อเรเซียได้ติดต่อเข้ามาเพื่อขอให้พวกเขาช่วยทำลายคริสตัลแจมเมอร์ที่ตั้งอยู่ในอารีน่า

เมื่อเอซ ควีน และไนน์ได้เข้าไปในอารีน่า พวกเขาก็ได้พบกับมาคิน่าและเรม พวกเขาขอให้ทั้งสองออกไปจากที่แห่งนั้นทันทีเนื่องจากทั้งสองไม่สามารถใช้เวทมนต์ในสถานการณ์นั้น ท้ายที่สุดพวกเขาก็ทำให้คริสตัลแจมเมอร์ระเบิดได้ แต่ก่อนที่คุนมิจะถูกสังหาร เธอก็หนีหายไปเสียก่อน

หลังจากนั้นคุนมิได้กลายไปรายงานเรื่องการมีอยู่ของ “จอมเวทย์แดง” ให้กับซิด ออลสไตน์ ด้วยความล้มเหลวในการยึดสุซาขุ ทางเก็นบุและโซวริวจึงได้ยกระดับการป้องกันตนเองจากเบียกโคขึ้นมาทันที ทำให้แผนของซิดเริ่มผิดเพี้ยน จากนั้นเขาก็ส่งคุนมิไปทำ “ปฏิบัติการอรุณเหนือ” อันเป็นการเอาระเบิดอัลเทม่าไปทิ้งใส่เก็นบุนั่นเอง นี่คือภารกิจฆ่าตัวตายที่คุนมิเต็มจำทำเพื่อชดใช้หนี้ที่เธอมีต่อผู้บัญชาการ ก่อนที่เธอจะสูญเสียจิตใจให้แก่คริสตัลโดยสมบูรณ์ เดิมทีแล้วคุนมิได้สูญเสียพ่อแม่ไปในดินแดนอันเป็นที่พิพาท ทำให้เธอเข้าร่วมกองทัพด้วยความตั้งใจที่จะล้างแค้นฝ่ายสุซาขุให้ได้ เมื่อเธอกลายมาเป็นนักค้นคว้าอาวุธที่โดดเด่น ซิดก็ได้รู้จักและรับเธอมาเลี้ยงดูไว้

หลังปฏิบัติการปลดปล่อย 4 ชั่วโมง ขณะที่เหล่าคลาส 0 กำลังคุยกับอเรเซียอยู่ ระเบิดอัลเทม่าก็ได้ทำให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนสว่างจ้าไปด้วยแสงอันแสบตา แผนการจับมือเป็นพันธมิตรกับโซวริวจึงเป็นอันล้มพับไปอย่างรวดเร็ว

แม้ภยันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ แต่ลูซิซูยุก็ยังปฏิเสธที่จะเข้าร่วมสงคราม ทำให้สภาแห่งสุซาขุจำเป็นต้องส่งนักเรียนเตรียมอากิโตะออกไปรบแทน

เมื่อคลาส 0 ได้เข้ามานั่งในห้องเรียนของพวกเขาเป็นครั้งแรก คุราซาเมะก็เข้ามาแนะนำตัวว่าเขามารับหน้าที่เป็นผู้บังคับบัญชาของทุกคน พอไนน์เข้ามาหาเรื่อง คุราซาเมะก็ต่อยไนน์สวนไป ไนน์พยายามจะสู้ด้วย แต่พอคุราซาเมะชักดาบเยือกแข็งขึ้นมา ไนน์ก็ต้องยอมไป ในตอนนั้นควีนได้ประณามไนน์และบอกว่าคุราซาเมะเป็นคนที่มาเซอร์ให้การยอมรับมาแล้ว จากนั้นคุราซาเมะก็ได้แนะนำนักเรียนใหม่ซึ่งก็คือเรมและมาคิน่า แล้วเขาก็ออกจากห้องไป

คุราซาเมะปล่อยให้พวกนักเรียนทักทายและแนะนำตัวกันเอง ซึ่งทั้งห้องเรียนก็ค่อยแนะนำตัวกันทีละคน พอมาคิน่าและเรมขอให้พวกเขาช่วยพาไปเยี่ยมชมรอบ Peristylium  ก็มีเอซเพียงคนเดียวที่ตกลงไปด้วย ซึ่งเอซก็บ่นให้ฟังว่าเขาเสียใจที่ตอนทำภารกิจปลดปล่อยสุซาขุ หากเขาไปถึงที่นั่นเร็วกว่านั้นเขาก็คงช่วยชีวิตผู้คนได้มากกว่านี้ แต่มาคิน่ากับเรมก็ปลอบเอซว่าตอนนั้นคู่ต่อสู้ของพวกเขาเป็นถึงระดับลูซิ ดังนั้นเรื่องแบบนี้มันเข้าใจกันได้

เมื่อพวกเขามาถึงสุสาน เอซก็นึกสงสัยขึ้นว่าทำไมผู้คนถึงชอบมาอาลัยอาวรณ์กับคนที่ตายไปแล้วในที่แห่งนี้ ทั้งที่ไม่มีใครจำเรื่องราวของคนที่ตายไปแล้วได้สักหน่อย มาคิน่าบอกว่ามันอาจเป็นเรื่องที่ไร้ความหมาย แต่อย่างน้อยเขาก็อยากระลึกว่าใครบางคนที่ใกล้ชิดกับเขาได้จากไป หลังจากนั้นพอเอซได้ฟังเรื่องอดีตของมาคิน่าและเรมไปอีกนิดหน่อย อุปกรณ์สื่อสารของเขาก็ดังขึ้น ปรากฏว่าอเรเซียได้เรียกเขาไปตรวจสุขภาพที่แผนกเวทมนต์น่ะเอง

ก่อนที่เอซจะเข้าไปในแผนกเวทมนต์ เขาได้ยินเสียงดังมาจากข้างใน อเรเซียกำลังเถียงกับผู้บังคับบัญชานายหนึ่งถึงเรื่องที่ส่งอิซานะ คุนากิริไปโดยที่ยังไม่ได้อนุมัติ แล้วเอซก็ได้รู้ว่าเขาเป็นคนขอให้ส่งตัวอิซานะไปนั่นเอง  ผู้บังคับบัญชานายนั้นได้โกรธจัดและเตือนอเรเซียว่าแผนกเวทมนต์ไม่มีสิทธิมาควบคุมกองทัพ พอเขาออกจากห้องมา เอซก็รีบหลบไม่ให้เขาเห็น

พอเห็นหน้าเอซ อเรเซียก็กลับไปสวมมาดมาเซอร์ตามปกติ เอซยอมรับกับอเรเซียว่าเขาได้ยินบทสนทนาที่คุยกันก่อนหน้านี้ อเรเซียบอกเอซว่าอย่ากังวลกับเรื่องของคนที่ตายไปแล้วเลย เพราะคนเรานั้นได้แต่ก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ยึดติดกับอดีต การสูญเสียความทรงจำเรื่องของผู้ที่ตายไปแล้วไปนั้น มันก็เป็นแบบนี้แหละ

พอเอซกลับมาถึงห้องเรียน เขาก็พบมาคิน่า เรม ไนน์ และควีน กำลังคุยกันถึงเรื่องเหตุผลในการต่อสู้ เรมเล่าให้ฟังว่าเบียกโคได้ผลิตอาวุธชีวภาพและปล่อยไวรัสแพร่กระจายทั่วหมู่บ้านของเธอจนตายเรียบ ส่วนมาคิน่ากับเรมนั้นมีภูมิต้านทานไวรัสดังกล่าว มาคิน่าบอกว่าเหตุผลในการต่อสู้ของเขา ก็คือเขาไม่อยากสูญเสียคนสำคัญเพราะน้ำมือของเบียกโคอีกต่อไปแล้ว

จากนั้นการสนทนาก็เปลี่ยนมาเป็นเรื่องของอิซานะ ทำให้เอซไม่ค่อยสบายใจ เอซถามว่าพี่ชายของมาคิน่าเป็นคนยังไง ทำให้มาคิน่ามึนเพราะเขาเองก็จำเรื่องของอิซานะไม่ได้ มาคิน่าถามเอซว่าที่เอซรู้สึกว่าความทรงจำในเรื่องนี้ว่างเปล่า เป็นไปได้ว่าเพราะเอซเคยรู้จักอิซานะมาก่อนรึเปล่า? ทว่าเอซกลับตอบปฏิเสธ ตอนนั้นเองเสียงสัญญาณเตือนก็ดังขึ้นเพื่อบอกว่าได้เวลาทำภารกิจแล้ว

ระหว่างฟังคำอธิบายนั้น เอซก็แทรกถามคำถามแก่คุราซาเมะไปตามปกตินิสัยของเขา ทำให้คุราซาเมะหน้านิ่วคิ้วขมวด เขาย้อนถามเอซว่ารู้จักมารยาทบ้างมั้ย? เอซก็ได้แต่ทำหน้างงๆ ไม่เข้าใจ คุราซาเมะจึงยอมแพ้แล้วพยายามอธิบายคำว่ามารยาทให้ฟัง ภารกิจในคราวนี้ของพวกเขาคือการชิงเมืองของสุซาขุ 4 เมืองซึ่งถูกมิลิเทสยึดไว้กลับคืนมา แล้วเอซก็ถูกจับให้อยู่กลุ่มเดียวกับมาคิน่าและเรม เอซงงกับการตัดสินใจของคุราซาเมะมาก เพราะเขาไม่เคยถูกบังคับให้ทำงานแยกกับเพื่อนอีก 11 คนมาก่อน เขารู้สึกว่ามาคิน่าและเรมแตกต่างจากคนที่เติบโตมาในสำนักงานข้างนอก อย่างไรซะ เขาก็จำยอมต้องออกเดินทางไปยังเมืองแมคไทร่วมกับทั้งสอง

หลังจากพวกเขากำราบศัตรูได้คนแล้วคนเล่า เอซก็เริ่มรู้ถึงฝีมือของมาคิน่าและเรม และเริ่มยอมรับว่าการต่อสู้เคียงข้างทั้งสองนั้นก็ไม่เลวเหมือนกัน ต่อมาพวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับคาโทรที่ขี่หุ่นกาเบรียลมาลุยกับพวกเขา ซึ่งเจ้ากาเบรียลนี้มีระบบป้องกันและดูดกลืนเวทมนต์ แต่เรมจำได้ว่าระบบป้องกันนั้นไม่ได้ทำให้เวทมนต์ไร้ผลซะทีเดียว ยังไงก็มีบางส่วนที่เสียหายอยู่  ระหว่างที่เรมกำลังร่ายเวทย์ธันดาก้า เอซก็ใช้ไพ่ทั้ง 53 ใบของเขาดึงความสนใจของคาโทร พอธันดาก้าฟาดกระหน่ำลงใส่กาเบรียลจนร่วงลงมาได้ มาคิน่าก็โจมตีจนเจาะเกราะของมันเป็นรู แล้วเอซก็สาดไพ่ทั้ง 53 ใบของเขาเข้าไปทันที ทำให้คาโทรต้องล่าถอยไป แล้วเมืองแมคไทก็ได้รับการปลดปล่อยในที่สุด

ขณะที่ทหารและชาวเมืองกำลังฉลองกัน ทั้งสามก็นั่งพักคุยกันที่จตุรัสของเมือง เอซยอมรับและขอโทษต่อมาคิน่าว่าเหตุที่อิซานะตายไปนั้นเป็นเพราะความผิดของเขาเอง ทำให้มาคิน่าและเรมตกตะลึง

เอซ : คนที่ต้องรับผิดชอบให้กับการตายของพี่ชายของคุณ ก็คือผมเอง แต่... ผมอยากให้คุณรับฟังโดยไม่โกรธ ผมสงสัยว่าทำไมคุณถึงห่วงคนที่ตายไปแล้วมากนัก? พวกเราคือคลาส 0 นักเรียนเตรียมอากิโตะที่เก่งกาจที่สุดของสุซาขุ เราไม่อาจจมอยู่กับที่ เราไม่อาจมัวแต่รำลึกถึงอดีตไม่ใช่เหรอ?

มาคิน่า : มันไม่ใช่การรำลึกอดีต มันคือการตระหนักถึงน้ำหนักของสิ่งที่เราสูญเสียไป และแปรเปลี่ยนมันให้กลายเป็นความเข้มแข็ง การลืมสิ่งเหล่านั้นไปนั่นแหละที่ไม่มีประโยชน์เลย

เอซ : ………

มาคิน่า : ฉันสูญเสียความทรงจำเรื่องพี่ชาย แม้ว่าเขาจะต้องเป็นพี่ที่ดีอย่างแน่นอน แต่ฉันกลับไม่อาจเสียใจให้เขาได้ มันราวกับว่าฉันได้สูญเสียส่วนหนึ่งของหัวใจไป... จากนี้ไป ฉันก็กลัวที่จะต้องสูญเสียคนสำคัญไปอีก เพราะฉะนั้น ฉันถึงอยากจะปกป้องคนที่ยังมีชีวิตอยู่เคียงข้างฉัน ทั้งเรม รวมทั้งคนที่พึ่งจะกลายมาเป็นพวกพ้องของฉันด้วย แล้วนายล่ะเอซ?

เอซ : ผม... ผมถูกสอนมาให้ทิ้งความรู้สึกไป เราไม่อาจต่อสู้ด้วยความรู้สึกหวาดกลัวว่าจะสูญเสียพวกพ้องได้หรอก

เรม : แต่เอซก็ช่วยพวกเราไว้ไม่ใช่เหรอ? ทั้งเมื่อกี้ และก็ตอนครั้งแรกที่เราพบกันด้วย

เอซ : เอ่อ.. ผมก็ช่วยคนที่ผมสามารถช่วยได้

มาคิน่า : ….เท่านั้นก็พอแล้วล่ะ

เอซ : เอ๋?

มาคิน่า : นายช่วยเรมกับฉันเอาไว้ ดังนั้น ในตอนนั้น นายเองก็ต้องพยายามช่วยพี่ชายของฉันแล้วเช่นกัน เพราะนายเป็นคนแบบนั้นแหละ

เอซ : เราพึ่งจะรู้จักกันแท้ๆ คุณจะไปรู้อะไรเกี่ยวกับผม? คุณเห็นผมเป็นคนแบบนั้นเหรอ?

มาคิน่า : อื้อ ใช่แล้ว แวบแรกนายอาจดูเป็นคนเย็นชา แต่นายเป็นคนดี

เอซ : ….คุณนี่แปลกจริง

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry หัวใจ   ขันน้ำ
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry หัวใจ

Tweet

ขอบคุณที่เอามาให้อ่านนะ
เอซคุงน่ารัก  ภายนอกดูเย็นชา แต่ข้างในใสซื่อมาก
เวอร์ชั่นนี้กล้าพูดขอโทษตรงๆด้วย

#1 By LEOON on 2012-08-11 16:01

แสดงว่าเนื้อเรื่องแรกๆมาเหมือนกันเลยสินะคับ
แต่ตรงที่เอซคุยกับมาคินะเหมือนทางเลือกในเกมเลย ถ้าเลือกสารภาพก็จะเป็นแบบนี้ แต่ถ้าเลือกเก็บไว้ไม่บอกก็จะเป็นอย่างในเกม

#2 By Genesis on 2012-08-11 18:20