สรุปเนื้อหาจากการพรีเซนต์เรื่องกระบวนการถ่ายภาพอัตโนมัติของเจ้าพรอมท์ใน Final Fantasy XV นำเสนอโดย 'พี่ซัน' ประเสริฐ ประเสริฐวิทยาการ หัวหน้าทีมออกแบบ A.I. กลุ่มบอยแบนด์ ภายในงานสัมมนาผู้พัฒนาเกม (Game Developers Conference 2017) ที่ซานฟรานซิสโก ช่วง 06.00 - 06.30 น. ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย
 
พี่ซันเริ่มเปิดการพรีเซนต์ด้วยการเกริ่นว่าเวลาที่เราออกแบบเกม สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการสร้างประสบการณ์ให้กับผู้เล่น ระบบและฟีเจอร์ทั้งหมดควรต้องเสริมคุณค่าให้แก่ประสบการณ์เหล่านั้น ซึ่งเมื่อพูดถึง Road Trip แล้ว ก็ต้องพูดถึงการถ่ายภาพ การไปเที่ยวกับเพื่อน เป็นแรงบันดาลใจให้เขาผุดไอเดียระบบถ่ายภาพในเกมนี้ขึ้นมา
 
เป้าหมายของระบบถ่ายภาพ มี 3 อย่างด้วยกัน
 
1. ภาพถ่าย ต้องเป็นเหมือนรางวัลสำหรับผู้เล่น เป็นรางวัลแห่งความสำเร็จ เป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
 
2. ภาพถ่าย ต้องกระตุ้นจินตนาการ ช่วยเล่าเรื่อง ทำให้ตัวละครมีชีวิตชีวา นำเสนอเรื่องที่อยู่นอกเหนือเนื้อเรื่องของเกม ภาพเพียงภาพเดียว ทำให้ผู้เล่นนึกถึงอะไรที่เกิดขึ้นได้มากมาย
 
3. ภาพถ่ายต้องมีเอกลักษณ์ ต้องฮา ผู้เล่นตกแต่งแค่นิดเดียวก็แชร์สู่โลกออนไลน์ได้ง่าย ๆ เลย และทำให้ผู้เล่นได้เห็นสิ่งที่ปกติไม่ได้เห็น เช่น อิกนิสตอนถอดแว่น แบบนี้ก็จะทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าตัวเองโชคดีจังที่ได้เห็น และอยากแชร์ให้เพื่อน ๆ รู้ด้วย
 
พี่ซันกล่าวต่อว่ามนุษย์มีเหตุผลมากมายในการจะถ่ายภาพ ดังนั้น กลไกการถ่ายภาพของพรอมท์ก็ต้องมีหลายเงื่อนไขที่เขาจะถ่ายภาพเช่นกัน เช่น ระหว่างเหตุการณ์สำคัญ ฉากแสดงอารมณ์ หรือเมื่อไปถึงที่สถานที่แห่งใหม่
 
บางครั้งคนเราก็ถ่ายภาพตามอำเภอใจกันโดยไม่มีเหตุผล เกมนี้ก็เช่นกัน เมื่อไม่มีเงื่อนไขอื่นในการถ่ายภาพเกิดขึ้น ก็จะให้ถ่ายภาพตามอำเภอใจแทน แบบนี้เอง A.I. ของเจ้าพรอมท์ถึงสามารถถ่ายภาพได้หลากหลายรูปแบบ
 
ถัดมา หลังจากกำหนดจุดที่ถ่ายภาพแล้ว A.I. จะแบ่งภาพออกเป็น 20 ธีม เช่น ฉากต่อสู้มันส์ ๆ, เซลฟี่, วิวสวย
 
กำหนดธีมแล้ว A.I. จะทำการปรับแต่งรายละเอียดภาพ ทำให้ตัวละครหันหน้ามองกล้องบ้าง โพสต์ท่าบ้าง และจัดเฟรมภาพให้ดี
 
ต่อมาก็ทำ Auto Postfiltering ซึ่งก็คือการใส่ฟิลเตอร์แบบ Instagram ลงไปในภาพ
 
เสร็จหมดแล้ว ระบบก็จะนำภาพทั้งหมดมาจัดเป็นอัลบั้มภาพการผจญภัยในวันแต่ละวัน
 
พี่ซันยังบอกอีกว่าที่จริงแล้ว เกมมันถ่ายภาพมา 20 ภาพมาต่อวัน แต่ทีมงานไม่อยากให้ผู้เล่นใช้เวลากับการดูภาพเหล่านี้มากเกินไป เลยลดให้มันแสดงผลเหลือเพียง 8-12 ภาพเท่านั้น
 
โดยการคัดเลือกจาก 20 ภาพให้เหลือ 8-12 ภาพ ทีมงานได้สร้างระบบให้คะแนนความโดดเด่นและความโหลของแต่ละภาพ ภาพที่มันโหลก็จะโดนกรองทิ้งไปอัตโนมัติเอง
 
พี่ซันเชื่อว่าระบบนี้ เป็นหนึ่งในเครื่องมือเล่าเรื่องที่ทรงพลังที่สุดของ FFXV พร้อมจุดประเด็นน่าสนใจว่า "เราจะเอาแต่เล่าเรื่องผ่านคัตซีนหรือสคริปต์ตรง ๆ ได้อย่างไร ในเมื่อคนเล่นใช้เวลา 99% ไปกับการวิ่งรอบโลก สู้มอนสเตอร์ไปพร้อมกับเพื่อน"
 
ดังนั้นแล้ว เป้าหมายในการทำ FFXV ของพี่ซัน ก็คือการให้ผู้เล่นได้มีอารมณ์ร่วมไปกับเรื่องราวของตัวเอง เขาจึงได้สนับสนุนเรื่องราวเหล่านี้ด้วยระบบถ่ายภาพนั่นเอง
 
พร้อมกันนี้พี่ซันเผยถึงความในใจเบื้องหลังว่า "ตอนแอริธตาย ผมร้องไห้หนักมาก หลังจากนั้นเป็นต้นมา ผมจึงอยากจะเป็นดีไซเนอร์ สร้างเกมที่ทำให้คนเล่นต้องร้องไห้"
 
สำหรับบทเรียนที่ได้จากการสร้างเกมครั้งนี้ พี่ซันบอกว่าเราต้องรู้จักที่จะสละอะไรบางอย่าง คนเราไม่สามารถทำทุกอย่างให้สำเร็จพร้อมกันได้ ยิ่งเวลาที่เราสร้างฟีเจอร์ใหม่ขึ้นมา หากไม่มีเป้าหมายเป็นรูปธรรมชัดเจน เราก็อาจหลงทาง มัวเสียเวลาไปกับการสร้างสิ่งที่ไม่ต้องการขึ้นมาได้ ดังนั้น ขอให้ยึดมั่นกับเป้าหมาย ทำให้มันชัดเจนเข้าไว้
 
พี่ซันยกตัวอย่างว่า มีคนเสนอให้ทำให้ผู้เล่นสั่งเจ้าพรอมท์ให้ถ่ายรูปได้ดังใจนึก ซึ่งถ้าจะสร้างกันจริง ๆ มันก็ต้องทำ Interface และอะไรต่าง ๆ ขึ้นมาใหม่ ทีมงานเลยเอาแค่ทำให้ผู้เล่นสามารถสั่งให้พรอมท์ถ่ายรูปในระหว่างต่อสู้ได้ เพราะในฉากต่อสู้มันมี Interface และมีเมนูไว้สั่งเพื่อนอยู่แล้ว
 
ทั้งนี้พี่ซันยังแนะนำให้นักสร้างเกมคนอื่น ๆ ที่มีความสนใจแบบเดียวกัน ใช้เวลาไปกับการวิจัย A.I. เหมือนกัน ว่าให้เป็นนักวิจัย แต่อย่าลืมเป็นโปรดิวเซอร์ด้วย

"ทำ A.I. น่ะสนุก อยากทำทุกอย่าง แก้ปัญหาด้วย A.I. หมด แต่บางทีมันก็เป็นอีโก้ เราทำเองหมดไม่ได้ ต้องอย่าลืมเป็นโปรดิวเซอร์ด้วย บริหารบาลานซ์ระหว่างงานวิจัย กับสินค้าด้วย"
 
พี่ซันทิ้งท้ายให้กำลังใจนักสร้างเกมทุกคนว่าถ้าคิดว่ามีไอเดียเจ๋ง ๆ อย่าไปยอมแพ้ ถึงใครจะว่ามันดูงี่เง่าก็เถอะ
 
"เวลาที่คุณกำลังสร้างอะไรใหม่ ๆ มันโคตรยากเลยที่จะทำให้คนอื่นเห็นภาพได้ ดังนั้น อย่าไปยอมแพ้! เวลาจะเป็นตัวตัดสินเอง"
 
"ตอนนี้ทุกอย่างเสร็จสิ้นลงแล้ว คนอื่นก็เข้ามาหาแล้วบอกผมว่า เฮ่ย ภาพถ่ายของพรอมโต้แม่งเจ๋งไปเลย ทั้งที่หลายครั้งหลายคราในระหว่างการพัฒนา คนอื่นมักเข้ามาบอกผมว่าฟีเจอร์นี้มันไม่เวิร์คว่ะ ไม่เห็นสนุกเลย"
 
"ถ้าคุณชอบความท้ายทาย และกำลังสร้างอะไรใหม่ ๆ ที่ไม่มีใครคิดมาก่อน เตรียมใจไว้เลยว่าจะไม่มีใครเข้าใจ เตรียมใจไว้เลยว่าจะถูกวิจารณ์ หากคุณเชื่อว่ามันคือสิ่งที่ใช่ ขอให้ยืดอกเข้าไว้ และอย่าได้มีวันยอมแพ้"