เรื่องราวของโลกอิวาลิซ เป็นเรื่องราวของโลกที่ประวัติศาสตร์ถูกครอบงำโดย "โอควิเลีย" เผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่มีอิทธิฤทธิ์สูงส่งเหนือกว่ามนุษย์
 
โอควิเลีย กบดาน ซ่อนตัว แยกออกไปจากสังคมมนุษย์ แต่พวกเขากลับคอยชักใยอยู่เบื้องหลังประวัติศาสตร์ เมื่อใดที่ประวัติศาสตร์มนุษย์กำลังจะเดินไปยังทิศทางที่พวกเขาไม่ต้องการ พวกเขาก็จะเลือกมนุษย์คนหนึ่งขึ้นมาเป็นตัวแทน เพื่อปลุกปั่น มอบพลังอำนาจให้ และหลอกใช้มนุษย์ผู้นั้นให้นำพาประวัติศาสตร์ไปสู่ทิศทางที่พวกเขาต้องการ
 
เรื่องราวของ Final Fantasy XII เริ่มต้นมาจากการที่ เวนาท (Venat) โอควิเลียตนหนึ่งดันไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่พวกโอควิเลียทำ ก็เลยทรยศ เดินออกมาจากสังคมของโอควิเลีย แล้วไปผจญภัยตามหามนุษย์ที่จะมาล้มแผนของพวกโอควิเลียได้
 
เวนาท เดินทางไปจนถึงจักรวรรดิอาร์เคเดีย แล้วเอาความลับของประวัติศาสตร์ไปบอกแก่ ดร.ซิด นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง และเวย์น บุตรชายของจักรพรรดิ
 
ดร.ซิด ได้ฟังแล้ว ด้วยจิตวิญญาณของนักวิทยาศาสตร์ ก็อยากประดิษฐ์อาวุธและแหล่งพลังงานที่สูงส่งเหนือกว่าศิลาอาถรรพ์ (Nethicite) ซึ่งเป็นผลงานของพวกโอควิเลีย
 
เวย์น ได้ฟังแล้ว ก็ยอมไม่ได้ และคิดว่าประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ก็ต้องเขียนด้วยมือมนุษย์เอง ไม่ใช่ให้โอควิเลียมากุมบังเหียนอยู่เบื้องหลัง
 
ว่าแล้วเวนาท ซิด เวย์น ก็กลายเป็นสหายร่วมอุดมการณ์กัน ขณะที่ซิดนั่งวิจัยเรื่องศิลาอาถรรพ์ หาทางเลียนแบบและสร้างสิ่งที่เหนือกว่า เวย์นก็บัญชาทัพอาร์เคเดีย บุกโจมตีอาณาจักรนาบราเดียและดัลมัสก้า เพื่อชิงศิลาอาถรรพ์มาให้ซิดวิจัย
 
เวย์นคิดว่าเพื่อต่อต้านโอควิเลีย สิ่งที่จำเป็นคือการทำให้จักรวรรดิของเขามีพลังอำนาจที่จะปกครองครอบงำอาณาจักรอื่น จึงต้องสั่งสมพลังและรุกรานล่าอาณานิคมขึ้น แล้วเมื่อใดที่การกระทำของเขามันไปเตะตาโอควิเลีย ทางโอควิเลียก็จะเลือกตัวแทนขึ้นมาต่อกรกับเขา แล้วเมื่อนั้นแหละ จักรวรรดิของเขาจะเอาชนะตัวแทนของโอควิเลีย
 
ถึงวันนั้น จึงจะเรียกได้ว่าบังเหียนแห่งประวัติศาสตร์ได้กลับคืนสู่เงื้อมมือของมนุษย์
 
 
ขรั่บ.... จากความคิดนั้น ความฉิบหายจึงมาสู่อาเช่ เจ้าหญิงวัย 19 ปีแห่งอาณาจักรดัลมัสก้า นางเอกของเรื่อง ที่สูญเสียพระชนก พระภัสดา และเอกราชของราชอาณาจักรดัลมัสก้า ไปในคราเดียวกัน
 
ทางด้านโอควิเลีย โดนผลงานของเวย์นเตะตาเข้าอย่างจัง เลยคิดว่าต้องเลือกมนุษย์สักคนขึ้นมาเป็นตัวแทนต่อกรกับเวย์นแล้ว ซึ่งพวกโอควิเลียก็เลือกอาเช่ เจ้าหญิงมินิสเกิร์ตซึ่งเป็นสายเลือดของกษัตร์เรธวอลล์ กษัตริย์โบราณที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเลือกให้เป็นตัวแทน (ตัวหมาก/ตุ๊กตาหุ่นเชิด) ของโอควิเลีย
 
แต่อยู่ดี ๆ จะไปจิกหัวใช้ตรง ๆ เลยมันก็กระไรอยู่ เดี๋ยวหุ่นเชิดจะดื้อซะเปล่า ๆ การจะหลอกใช้คนมันต้องมีชั้นเชิง มีการเป่าหู ล้างสมองกันก่อน
 
ด้วยเหตุนี้ โอควิเลียจึงเลือกใช้วิธีสร้างภาพลวงตาของ "ราสเลอร์" เจ้าชายผู้เป็นพระภัสดา (สามี) ของอาเช่ ขึ้นมาหาอาเช่เป็นพัก ๆ เพื่อทำให้อาเช่จมปลักอยู่กับผู้ตาย ติดอยู่ในวังวนแห่งความแค้น อาเช่จะได้ปรารถนาซึ่งพลังที่จะไปล้างแค้นจักรวรรดิ แล้วจะได้กลายมาเป็นตัวหมากให้โอควิเลียได้ง่าย ๆ
 
อนิจจา... แทนที่อาเช่จะเห็นภาพลวงตาคนเดียว ดันมีเด็กหนุ่มเจ้าของสมญา "ชาวบ้านในตำนาน" เห็นภาพลวงตาที่ว่านั่นด้วย
 
ในขณะที่อาเช่เห็นภาพลวงตานั้นเป็นสามีผู้ล่วงลับอย่างที่โอควิเลียตั้งใจ ชาวบ้านคนนั้นดันเห็นภาพลวงตานั้นแบบเบลอ ๆ งง ๆ ว่านั่นคือพี่ชายของเขาที่ตายไปแล้วรึเปล่า
 
เห็นอย่างไม่มีเหตุผล และไม่ต้องการความเข้าใจใด ๆ ทั้งสิ้นว่าทำไมกู เอ้ย เขา ถึงเห็น
 
ชาวบ้านชาวดัลมัสก้าคนนั้นเห็นภาพลวงตาพร้อมกับอาเช่เพียง 2 คน แล้ววันดีคืนดี เขาก็หันมาบอกเธอว่าที่เขาติดตามอาเช่มาเนี่ย ก็เพื่อตามหาเป้าหมายชีวิตใหม่
 
ชาวบ้านคนนั้นเล่าอดีตให้ฟังว่าตัวเขาเองก็เกลียดจักรวรรดิ คิดอยากล้างแค้นให้พี่ชายและบ้านเกิด แต่ก็ตัวคนเดียวอ่อนแอ และอ้างว้าง ตระหนักว่าไม่สามารถทำอะไรได้เลย ได้แต่เพ้อเจ้อหนีความจริงไปวัน ๆ ความจริงที่ว่าพี่เขาตายไปแล้ว ยังไงก็ไม่ฟื้น
 
ทว่าจนถึงตอนนี้ ชาวบ้านคนนั้นได้ข้ามผ่านจุดนั้นมาแล้ว คือรู้และยอมรับว่าทำอะไรไม่ได้ ถึงแก้แค้นได้พี่ชายที่ตายไปแล้วก็ไม่ฟื้นขึ้นมา สิ่งที่ทำได้คือยอมรับ และออกตามหาเป้าหมายชีวิตใหม่
 
เป้าหมายที่เป็นไปได้จริง สร้างสรรค์ และไม่ใช่การแก้แค้น
 
กล่าวคือไม่อยากให้อาเช่ จมอยู่กับเรื่องของผู้ตายและติดอยู่ในวังวนของความแค้น แบบที่เขาเคยเป็นนั่นเอง
 
นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้อาเช่ตระหนักได้ว่าเส้นทางภายภาคหน้า ไม่ได้มีเพียงการแก้แค้น เข่นฆ่าสังหารจักรวรรดิเสียทางเดียว
 
แต่เธอต้องคิดให้ได้ว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่เธอต้องการคืออะไร หากไม่ใช่การแก้แค้นแล้ว เธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไป เพื่ออะไร?
 
 
เวลาต่อมา พวกอาเช่ก็ได้ไปพบกับเหล่าโอควิเลีย ซึ่งพวกโอควิเลียก็มอบดาบแห่งพันธสัญญา พร้อมสั่งให้อาเช่เดินทางไปยังประภาคารสุดขอบโลก เพื่อใช้ดาบนั้นสกัดศิลาอาถรรพ์ก้อนใหม่ออกมาจากรังไหมสุริยะ แล้วเอาศิลาอาถรรพ์นั้น เป็นขุมพลังในการต่อกรล้างแค้นพวกจักรวรรดิอาร์เคเดีย
 
ครับ ก็เดินทางกันไป.... ขอยก 1 ย่อหน้านี้ให้กับช่วงเวลาเดินทางไปยังประภาคาร ด้วยยานเหาะสตาห์ล ยานเหาะรุ่นต้นแบบที่ผลิตมาแล้วลูกค้าดันบอกว่าปีกแพงเกินไป ให้ไปแก้ดีไซน์มาใหม่ ทางโรงงานเลยกะจะโละไอ้ยานตัวทดลองนี้ทิ้ง แต่แล้วนายฟามรัน (บัลเธียร์) ก็ไปช่วยขโมยออกมา ดัดแปลง แล้วยึดเป็นเรือเหาะของตนเอง
 
เมื่อยานเหาะบินมาส่งถึงประภาคารสุดขอบโลก อาเช่ได้ยืนผงาดอยู่ต่อหน้ารังไหม นั่นคือช่วงเวลาที่เธอต้องตัดสินใจว่าจะสกัดศิลาอาถรรพ์ก้อนใหม่ รับพลังอำนาจ ล้างแค้นจักรวรรดิ และใช้ชีวิตต่อไปในฐานะหมากตัวหนึ่งของโอควิเลีย
 
หรือจะเปิดเส้นทางใหม่ ที่คิดค้นขึ้นด้วยความเจตจำนงค์อิสระของตนเอง
 
ตอนนั้นเอง ไอ้ชาวบ้านคนเดิมจากตอนที่แล้วก็พูดชี้นำออกมาว่า "แกจะเอาดาบแห่งพันธสัญญาผ่าทลายรังไหมสุริยะใช่มั้ย?"
 
ในวินาทีชี้เป็นชี้ตาย อาเช่คิดได้ว่าสามีเธอที่จากไปแล้วย่อมไม่ปรารถนาถึงการแก้แค้น เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ถือว่าจบไปแล้ว ถึงล้างแค้นไปคนที่ตายก็ไม่ฟื้น
 
ในประวัติศาสตร์บ้านเมือง บรรพบุรุษเธอก็พยายามหลีกเลี่ยงการใช้ศิลาอาถรรพ์ ตั้งใจว่าจะไม่ใช้ ถึงแม้สถานการณ์จะล่อแหลมแค่ไหนก็เถอะ ดังนั้น ถ้าตอนนี้จะมาขอพึ่งพาพลังจากศิลาอาถรรพ์ มันก็เหมือนทรยศต่อความตั้งใจของบรรพชนที่ผ่านมา
 
และที่สำคัญ! กู (อาเช่) จะไม่ยอมเป็นวีรสตรีจอมปลอมให้โอควิเลียหลอกใช้โว้ยยย~!!
 
ตอนนี้สิ่งที่ยังฟื้นกลับมาได้ก็คือ "เอกราช" ของอาณาจักรดัลมัสก้า
 
ขอเพียงบ้านเมืองได้เอกราชกลับคืนมา นั่นคือสิ่งที่เธอต้องการที่สุดแล้ว
 
ชาวบ้านจับดาบแห่งพันธสัญญาไว้ในมือ พร้อมกับอาเช่ที่ถือดาบจอมราชันย์ไว้มั่น ทั้งสองวิ่งออกไปหมายจะทำลายรังไหมสุริยะที่เป็นต้นกำเนิดศิลาอาถรรพ์ ขุมพลังของโอควิเลียให้สิ้น
 
อนิจจา เฮียยัสจัง คนเขียนบทดันกลั่นแกล้งให้ทั้งสองอ่อนแอเกินกว่าที่จะเข้าใกล้รังไหมสุริยะที่กำลังปลดปล่อยพลังงานออกมาได้ กลายเป็นว่าเรดดัส สหายอีกคนหนึ่งรับดาบจอมราชันย์ไปจากอาเช่ แล้วสละชีวิตฝ่าเข้าไปทำลายรังไหมฯ ได้สำเร็จ
 
(นินทาสักนิดว่าสิ่งที่อาเช่พูด มันไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ เธอบอกว่าสามีของเธอคงไม่ต้องการแก้แค้น แต่ราสเลอร์น่ะก็ไปตายเพราะตั้งใจจะแก้แค้นให้พ่อของตัวเอง)
 
(ส่วนที่ว่าบรรพบุรุษเธอหลีกเลี่ยงการใช้ศิลาอาถรรพ์ กษัตริย์เรธวอลล์ บรรพบุรุษเธอนั่นน่ะตัวดีเลย ใช้ศิลาอาถรรพ์แผ่ขยายอำนาจ รวมแผ่นดินเป็นหนึ่ง)
 
(ดังนั้น เหตุผลที่อาเช่ยกมามันก็ดูเป็นแค่ข้ออ้างเท่านั้น ผมคิดว่าเหตุผลจริง ๆ คือเธอไม่อยากโดนหลอกใช้ และหัวใจของเธอเพรียกร้องว่า แค่เพียงได้เอกราชกลับคืนมา ก็พอแล้ว)
 
 
หลังจากที่พวกอาเช่ได้ทำลายรังไหมสุริยะ ซึ่งเป็นขุมพลังเวทย์และต้นกำเนิดศิลาอาถรรพ์ของพวกโอควิเลียลงได้แล้ว พวกอาเช่ก็ลอบเข้าไปยังปราการลอยฟ้าบาฮามุทที่เป็นฐานบัญชาการของเวย์น พวกเธอ 6 คน ร่วมกับลาซาร์ (น้องชายของเวย์นซึ่งไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเวย์น) และจัดจ์กาบรันธ์ ช่วยกันรุมกระทืบเวย์น จนเวย์นต้องซมซานหนีไปขอความช่วยเหลือจากเวนาท ทั้งสองรวมร่างกันมาสู้
 
สุดท้าย ซิดตาย เวย์นตาย เวนาทตาย
 
3 เกลอ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของแผนล้มล้างระบบการปกครองที่มีโอควิเลียชักใยอยู่เบื้องหลัง ตายหมู่ซะงั้น!?
 
หลังจากนั้น อาเช่ก็ประกาศเอกราชคืนสู่อาณาจักรดัลมัสก้า พร้อมขึ้นครองครองราชย์ในฐานะราชินี อาณาจักรดัลมัสก้ากลายมาเป็นมิตรประเทศกับจักรวรรดิอาร์เคเดีย ที่ลาซาร์ขึ้นสืบทอดเป็นจักรพรรดิคนใหม่ (โดยตอนนี้ทางสะดวกแล้ว เพราะพวกพฤฒสภาที่เป็นขั้วอำนาจใหญ่ในประเทศ โดนเวย์นป้ายความผิดแล้วจับสมาชิกสภาไปเข้าซังเตหมดแล้ว)
 
เมื่อไม่มีรังไหมสุริยะแล้ว (แต่โอควิเลียยังอยู่) ประวัติศาสตร์ของมนุษย์ก็ได้กลับคืนสู่เงื้อมมือของมนุษย์ในช่วงเวลาหนึ่ง
 
อย่างน้อยที่สุดช่วงเวลานั้นอาเช่ก็ได้ปฏิเสธที่จะเป็นตุ๊กตาหุ่นเชิดของโอควิเลีย และเลือกเส้นทางที่โอควิเลียและเวย์นคาดไม่ถึงแทน
 
แต่มันก็เป็นเพียงเวลาสั้น ๆ เกือบศตวรรษเท่านั้น เพราะในเวลาต่อมาก็เกิดภัยพิบัติปริศนาที่ทำลายล้างดินแดนแทบทั้งหมดในอิวาลิซ และทำให้เผ่าพันธุ์มากมายล่มสลายไป
 
ในซีรีส์ Final Fantasy นั้นมีเพียงไม่กี่ภาคที่ผมคิดว่ามีเนื้อเรื่องที่ดี ทว่า Final Fantasy XII ก็เป็นหนึ่งในนั้น
 
พล็อตเรื่องที่ 3 สหาย เวย์น เวนาท ซิด ร่วมมือกันเอาประวัติศาสตร์กลับคืนสู่มนุษย์ด้วยวิธีการของตนเอง เป็นอะไรที่เยี่ยมยอด
 
เวนาท โอควิเลียที่ทรยศเผ่าพันธุ์เดียวกัน แล้วเดินทางออกมาหาเผ่าพันธุ์อื่นที่จะสานฝันอุดมการณ์ตนได้
 
ซิด นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องที่พยายามประดิษฐ์สิ่งที่เหนือกว่าพลังของโอควิเลีย
 
เวย์น บุตรแห่งจักรพรรดิ จอมเผด็จการที่หวังทวงบังเหียนแห่งประวัติศาสตร์กลับคืนสู่มือมนุษย์ด้วยการใช้พลังอำนาจ
 
แล้วยังมีโอควิเลียที่นอนเงียบ ๆ อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด
 
ชาวบ้านในตำนานที่กากในเกมตัวเอง แต่ไปเก่งในเกมอื่น
 
ทิ้งท้ายด้วยเจ๊เครียดรุ่นที่ 1 ก่อนที่สมญานี้จะถูกส่งต่อให้กับสิบโทเอแคลร์ เจ๊เครียดรุ่นที่ 2 ไป
 
ใครยังไม่เคยเล่น ในโอกาส HD Remaster ที่จะออกในเดือนกรกฎาคมนี้ อย่าลืมไปลองหามาเล่นกันครับ ภาคนี้มันสะเด่าจริง