Compilation-of-FFVII

หลายวันมานี้ ผมได้ทำการทดลองอย่างหนึ่งในหน้าแฟนเพจ ในหัวข้อว่า การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของ "รูปภาพ" จะทำให้เป็นที่สนใจมากกว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวอักษรล้วนๆ หรือไม่

การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบรูปภาพ ถ้าจะทำให้สวยงาม เราก็ใส่ข้อมูลตัวอักษรได้ไม่มาก

การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบข้อความล้วน ยังไงมันก็มีแต่ตัวอักษรล้วนๆ ซึ่งทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องจริงเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ซึ่งผลการทดลอง ก็ปรากฏชัดแหละครับว่า การนำเสนอข้อมูลในรูปบบรูปภาพ แม้จะใส่ข้อมูลได้ไม่มาก แต่ด้วยรูปภาพที่ใส่ลงไปนั้น มันจะดึงดูดให้คนเข้ามาสนใจได้ง่ายกว่า

ท่าทางคนทั่วไป จะชอบรับสารด้วยการดู มากกว่าการอ่าน จริงๆ นั่นแล

 

เนื้อหาเต็มๆ ของภาพสุดท้าย

Q : I would like to know if Ramza Beoulves is alive at the end of FFT or if he is dead?

A: he is not dead, alive properly. he would have started another adventure in the land of another. thx.

อ้างอิง : https://twitter.com/YasumiMatsuno/status/169572953686683648

BDFF : คอนเสิร์ต Bravely Default ที่จัดไปเมื่อ 25 พ.ย. ปีก่อน เตรียมออก DVD และ Blu-ray บันทึกการแสดงคอนเสิร์ต ในช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้.... : คลิ๊ก

Subaseka : คุณอิชิโมโตะเผย ปีนี้อยากจัดคอนเสิร์ต Subarashiki Kono Sekai อีกสักครั้ง โดยคราวนี้หวังว่าจะได้จัดนอกแถบคันโตบ้างแล้ว โปรดติดตามกำหนดการได้ในบล้อกหรือเว็บไซต์ต่อไป : คลิ๊ก

Subaseka : คุณอิชิโมโตะอัพโหลดเพลงใหม่ Stay Away ร้องโดยคุณ SAWA ลงใน soundcloud แล้ว ลองไปฟังดูกันครับ เพลงนี้เพราะ+มันส์!! : คลิ๊ก

ทิ้งท้าย ระลึกอดีตกันหน่อย

เกมแม็กเล่ม 87 ปี 1997 ประกาศจับวิธีชุบชีวิตเลยทีเดียว สมัยก่อน มีคนโม้อยู่บ้างประปรายว่าสามารถชุบชีวิตแอริธได้ แล้วคนพวกนี้ก็จะชอบทำเป็นกั๊ก ไม่ยอมบอกว่าชุบยังไง หรือบางคนก็ให้เหตุว่าเกมมันแรนด้อม ที่โม้ได้แบบนี้ก็เพราะสมัยก่อนเทคโนโลยีการสื่อสารและการบันทึกภาพมันยัง ไม่ก้าวหน้าเท่าทุกวันนี้ ขืนมาโม้แบบนั้นในทุกวันนี้สิครับ........ โดนจับได้ที คงใช้ชื่อเดิมต่อไปในโลกไซเบอร์ไม่ได้อีกแล้วแน่ๆ

C.Kids ฉบับ 24 ปี 1997.... ผู้ใช้นามแฝง Amplifier ได้ส่งวิธีชุบชีวิตมาให้ทางนิตยสาร C.Kids แล้วนิตยสารการ์ตูนฉบับนี้ก็ตีพิมพ์ลงใน C.Kids ฉบับ 24 และ 25 ปี 1997 ให้ด้วย.... lol

มีสรุปข่าว 3 เรื่องด้วยกัน

1. Final Fantasy VII

อ้างอิง : https://twitter.com/broly_desu/status/270780560706772993

เมื่อวานนี้มีแฟนๆ ส่งทวีตไปหาคุณ Gackt ว่าอยากเห็นคุณ Gackt ในมาดเจเนซิสอีกจังเบย เอ้ย! จังเลย.... แล้วคุณ Gackt ก็ตอบกลับมาว่า "งั้นก็ต้องไปบอกคุณโนมุระล่ะ"

จะว่าไปแล้ว... หนังสืออัลติมาเนียของ Crisis Core -Final Fantasy VII- ก็ได้กล่าวไว้ว่าเจเนซิสที่หลับอยู่ในถ้ำใต้ดินของเมืองมิดการ์ รู้สึกได้ถึงภยันตรายที่กำลังจะคุกคามโลกอีกครั้ง แล้วในโลกที่ไม่มีเซฟิรอธและแองจีลอีกต่อไปแล้ว เขาคือคนเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะปกป้องโลกนี้ได้ (อ่านเนื้อหาที่ว่าได้ตามลิงค์นี้ [1], [2]) แปลว่าที่เจเนซิสตื่นขึ้นมาในตอนจบของภาค Dirge of Cerberus ก็เป็นสัญญาณบอกถึงภยันตรายครั้งใหม่ที่กำลังจะมาเยือนไกอา และภยันตรายที่ว่าก็คงต้องปรากฏออกมาในเนื้อเรื่องต่อจาก Final Fantasy VII นั้นออกไปอีก....

อืม...แต่กว่าเฮียโนฯ จะสุขสมกับ Kingdom Hearts และเสร็จกิจกับ FInal Fantasy Versus XIII... จนมีอารมณ์มาทำ Final Fantasy VII ต่อ ก็คงอีกสัก 20 ปีแหละมั้ง...

2. Lightning Returns -Final Fantasy XIII-

แปลข้อมูลใหม่จาก FB ของเพจ Lightning Returns แบบคร่าวๆ ซึ่งอัพเดทโดยคุณ M ผู้ดูแลเว็บไซต์;

วันนี้ผมรู้สึกว่าเวลามันผ่านไปช้าเหลือเกิน หมายความว่าปัญหาในวันนี้ของคุณก็คือ "เวลา" อธิบายง่ายๆ ว่าให้ลองเปรียบเทียบกับชีวิตจริง เราต้องตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้า ไปทำงานหรือไปโรงเรียน แต่ละคนก็มีไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันที่แตกต่างกันออกไป ในตอนบ่ายเราอาจจะไปเล่นกีฬาหรือทานข้าวเที่ยง พอตกกลางคืน ก็อาจจะไปหาที่นั่งดื่มหรือดูทีวีอยู่บ้าน นี่ก็คือวงจรของทุกๆ ชีวิต เช่นเดียวกับ LRFFXIII ที่มีวงจรแบบนี้เหมือนกัน ส่วนไลท์นิ่งจะมีไลฟ์สไตล์ยังไงนั้น ทุกคนก็คือผู้ที่จะชี้นำเธอ มอนสเตอร์ในโลกของ LRXIII เองก็เป็นแบบนั้น พอตกกลางคืนแล้วจำนวนศัตรูก็จะเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้จะหลบอยู่ในเมืองเราก็ยังคงไม่ปลอดภัย  นี่คือเกมใหม่ที่ออกแบบโดยขึ้นกับ "เวลา"

3. คอนเสิร์ต Subarashiki Kono Sekai -Cross Over-

อ้างอิง : http://ameblo.jp/stepha-nie/entry-11409318435.html

แปลข้อมูลจากบล็อกคุณสเตฟานีซึ่งอัพเดทเรื่องคอนเสิร์ต Subarashiki Kono Sekai -Cross Over- ที่จะเล่นในวันจันทร์ที่ 26 พ.ย. 2012;

คุณสเตฟานี่บอกว่าวันนี้เธอได้ไปซ้อมการแสดงมา หลังซ้อมกันเสร็จแล้วก็ได้พูดคุยกับคุณซาวะ และคุณอิชิโมโตะซึ่งแต่ละคนก็กระตือรือร้นกับไลฟ์คอนเสิร์ฟที่กำลังจะมาถึงกันมาก ตอนนี้ทุกคนต่างก็ไฟลุกโชนกันพร้อม ตั๋วคอนเสิร์ตก็ขายได้หมดเกลี้ยง แต่ถึงจะซื้อตั๋วไม่ทัน ก็สามารถดูถ่ายสดผ่านทาง Nico Nico Live ได้ตามลิงค์นี้

http://sp.live.nicovideo.jp/watch/lv115577309?frompc

ดังนั้นคนที่ไปงานไม่ได้ก็สามารถมาสนุกกันได้ในเว็บ เพลงนั้นก็ร้องยากมาก แต่เธอก็จะพยายามอย่างเต็มที่ไม่ให้งานมีข้อผิดพลาด ฝากเนื้อฝากตัวด้วย แล้วเจอกันวันที่ 26 ค่ะ!

บทสัมภาษณ์แบบสบายๆ ว่าด้วยเรื่องความเป็นมาของคุณ ฮาจิเมะ ทาบาตะ ผู้กำกับเกม Crisis Core -Final Fantasy VII-, Final Fantasy Type-0 และ The 3rd Birthday โดยเว็บไซต์ Gamespot

คุณเริ่มต้นสร้าง Final Fantasy และทำงานให้ Square Enix ได้อย่างไร?

ตั้งแต่ช่วงต้นๆ ที่ผมเริ่มทำงานแล้ว ก็มีคนรู้จักจาก Squaresoft ชวนผมไปทำงานด้วยกัน เพียงแต่จังหวะเวลามันไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าไหร่ ผมเลยยังไม่ได้ย้ายไปทำงานให้ กระทั่งประมาณ 9 ปีก่อน ผมก็เปลี่ยนมาเป็นฟรีแลนซ์ แล้วก็รวมกลุ่มกับเพื่อนทำเกมให้กับโทรศัพท์มือถือแทนที่จะเป็นเกมคอนโซล ตอนนั้นเองคนรู้จักที่ว่าก็ได้มาชวนผมไปร่วมงานอีกครั้ง เขาบอกว่า "นายน่าจะมาสร้างเกมมือถือที่บริษัทเรานะ!"

ผมยังจำวันที่ผมนั่งสนทนากับบอร์ดบริหารหลังจากที่ดื่มอะไรกันไปบ้างแล้วก็สัมภาษณ์กัน ตอนนั้นเพื่อนทั้งทีมต่างก็ยกพลไปที่ Square Enix กัน โดยไม่ต้องถามอะไรเลย (หัวเราะ)

ที่ผมได้มาสร้าง Final Fantasy ก็เพราะคุณโนมุระได้มารีเควสต์ผมโดยตรงว่า "เราพอจะสร้างเกมมือถือที่เกี่ยวกับกลุ่มเทิรคส์จาก Final Fantasy VII ได้มั้ย?" แล้วข้อเสนอของผมก็ถือ Before Crisis -Final Fantasy VII-

หลังจากวางจำหน่ายเกมนี้ไป คุณโยชิโนริ คิตาเสะก็ย้ายผมมาอยู่ฝ่ายคอนโซล ดังนั้นผมเลยได้กลับมาทำเกมคอนโซล บังเอิญว่านั่นก็เป็นช่วงที่ PSP เริ่มวางจำหน่ายพอดี

ใครเป็นแรงบันดาลใจให้กับคุณในการเขียนบทและกำกับเกม?

ผมไม่เชื่อว่าผมจะได้แรงบันดาลใจมาจากอะไรนะ ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ทุกครั้งที่ต้องเริ่มทำงานชิ้นใหม่ เกณฑ์ที่ผมใช้ก็คือผมจะสามารถก้าวข้ามผลงานที่ผ่านมาได้หรือไม่ต่างหาก

ถ้าให้เลือก FF สักภาคที่คุณไม่ได้กำกับเอง ภาคไหนคือภาคที่คุณชอบและเพราะอะไร?

เกมที่ประทับใจผมมากที่สุดก็คือ Final Fantasy VII ส่วนเกมที่ผมรักแต่เล่นไม่จบก็ FFVI และ FFXII ผมเองก็มีประสบการณ์ในการเล่น FF ตั้งแต่ภาคแรกจนถึงภาคล่าสุดนะ

เนื้อเรื่องของ FFVII และภาคยิบย่อยที่ออกมา เนื้อเรื่องของแซ็คเป็นเรื่องที่ควรถูกเล่าขานและคุณก็ทำออกมาได้ดีกับ Crisis Core งานชิ้นนี้เป็นสิ่งที่คุณอยากทำอยู่แล้ว? หรือว่าคุณเพียงได้รับมอบหมายมาและพยายามทำมันให้ดีที่สุด?

คำตอบก็คืออย่างหลังครับ เมื่อ PSP วางจำหน่าย คุณคิตาเสะก็แนะให้ผมสร้าง FF ให้กับเครื่องดังกล่าวแล้วก็ปล่อยให้ผมคุมเนื้อหาเอง ผมเลยไปหารือกับคุณโนมุระ แล้วเนื่องจากผมเคยทำ Before Crisis มาก่อน เราจึงตัดสินใจที่จะนำเสนอเรื่องของแซ็คซึ่งมาจากจักรวาล FFVII เหมือนกัน

ตอนนั้นมันเป็นช่วงที่ผมพึ่งเข้ามาบริษัทได้ไม่นาน ผมเลยต้องดิ้นรนกับการรวบรวมสมาชิกทีมพัฒนาขึ้นมา  ก็ต้องขอบคุณพวกเขาและแฟนๆ เราจึงสามารถทำงานนี้ให้เสร็จได้ ตอนที่ผมได้ดูฉากจบที่เรนเดอร์ขึ้นโดยทีม Visual Works ผมรู้สึกว่าในที่สุดผมก็ได้บรรลุหน้าที่ๆ มีต่อทีม FFVII และต่อแฟนๆ FFVII แล้ว

อารมณ์ของโรงเรียนเตรียมทหารที่ได้จาก Final Fantasy Type-0 นั้นมันราวกับคุณเอา Harry Potter ของ J.K Rowling มาผสมกับอะไรสักอย่างประมาณว่า Battle Royale ถ้าบอกว่าคุณได้รับอิทธิพลจากสิ่งเหล่านี้มามันจะถูกมั้ย?

ภาพลักษณ์ของโรงเรียนเวทมนต์นั้นมันอาจจะคล้ายกับ Harry Potter อยู่บ้าง แต่องค์ประกอบอื่นๆ นั้นมันต่างกันอย่างสุดกู่ อย่างโลกเองก็ใช้ธีมที่ว่า "สงครามที่แท้จริงภายในโลกแฟนตาซี" ผมสร้างเกมนี้ขึ้นมาให้มันเป็นราวกับเอกสารที่บันทึกรายงานสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับโลกนิยายนี้เอาไว้

เมื่อชาติแห่งหนึ่งนั้นเป็นดินแดนแห่งเวทมนต์ คอนเซปต์ของโรงเรียนฝึกสอนเวทมนต์จึงถือกำเนิดขึ้นมา Harry Potter เองเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ ผมเองก็ชอบมันเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ว่าผมได้รับอิทธิพลจากมันหรอกนะ

ส่วนเรื่อง Battle Royale นั้นผมไม่เคยนึกถึงมันมาก่อนจนกระทั่งคุณยกขึ้นมาพูดในการสัมภาษณ์นี้เีนี่ยแหละ ผมต้องการจะสร้าง FF Type-0 ให้เป็นเหมือนนิยาย ดังนั้นผมกับทีมงานจึงสร้างองค์ประกอบต่างๆ ขึ้นมาในรูปแบบนั้น

ในด้านเนื้อเรื่องและเกมเพลย์ของ Final Fantasy Type-0 มีส่วนไหนบ้างที่คุณและทีมงานคิดว่าพวกคุณได้ทำมาถูกทางแล้ว?

เราทำให้การต่อสู้อุดมไปด้วยความตึงเครียดและความร่าเริง แล้วยังทำให้บุคลิกภาพของตัวละครต่างๆ เปล่งประกายออกมาอย่างเต็มที่ในระหว่างการต่อสู้ อีกจุดหนึ่งที่ผมว่าพวกเราทำได้เยี่ยมก็คือฉากจบ ส่วนตัวแล้วผมว่าในทางเทคนิคนั้นมันเป็นงานมาสเตอร์พีซที่อยู่เหนือสเปคของ PSP ขึ้นไปอีก

ในทางกลับกับ แล้วส่วนใดที่คุณคิดว่าควรได้รับการปรับปรุงหากทีมงานมีเวลามากกว่านี้?

ผมจะเพิ่มระบบ ad-hoc และโหมด co-op ในแบบที่ผู้เล่นจะมาช่วยกันเล่นตอนไหนก็ได้ แล้วก็คงจะทบทวนด้านการเล่าเรื่องใหม่ เพื่อสร้างมันให้ผู้เล่นเข้าใจได้ง่ายขึ้น สุดท้ายผมก็อยากจะแก้อัตราการขึ้นเลเวล และสมดุลของเวทมนต์

เหมือนว่าผมจะมีลิสต์ไว้เต็มไปหมดเลยแฮะ (หัวเราะ)

คุณคิดว่าหลังเหตุการณ์ใน Final Fantasy Type-0 ไปอีก ยังมีเนื้อเรื่องมากมายที่จะนำมาเล่าได้ใช่หรือไม่? ถ้าใช่ เนื้อเรื่องแบบใดในเหตุการณ์ไหนที่คุณอยากจะนำมาตีแผ่?

ในตอนจบของ Type-0 นั้นโครงสร้างวัฏจักรของโลกก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว (Loop ยุติลง) ทิศทางของประวัติศาสตร์หลังจากนั้นก็มีกำหนดไว้เป็นที่แน่นอนแล้ว (ตามคำบรรยายในฉากจบ) ผมเองก็มีความสนใจในส่วนนั้น มันมีเหตุการณ์หลังจากนั้นเกิดขึ้นไม่มาก แต่บางทีอาจกำหนดให้เป็นอนาคตอันไกลโพ้นออกไปในไทม์ไลน์ก็เป็นได้

FF Type-0 จะได้วางจำหน่ายที่อเมริกาเหนือและยุโรปหรือไม่? หากได้จะเป็นช่วงไหนครับ?

ด้วยเหตุผลด้านการตลาด แผนในส่วนนี้ของเราจึงยังว่างเปล่าอยู่เลย เราเองก็อยากจะนำเกมนี้ไปสู่แฟนๆ ที่อเมริกาเหนือและยุโรปเช่นกัน ดังนั้นหากสบโอกาสอันเหมาะสม เราก็พร้อมจะนำมาพิจารณาใหม่แน่นอน 

คุณเห็นอนาคตของ FF ก้าวเดินไปยังทิศทางไหน?

ผมว่าแฟรนไชส์นี้ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นเกมระดับ AAA ในสายตาผู้เล่นทุกคนให้จงได้ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ยังคงสู้ต่อไปเพื่อที่จะก้าวไปเป็นแฟรนไชส์ RPG ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกให้ได้

ในส่วนเรื่องของการสร้าง Final Fantasy แบบเก่าๆ ตามที่แฟนๆ มากมายร้องขอมา หากมันเป็นระบบที่ทำให้ผู้เล่นดื่มด่ำอยู่ในโลกของ FF ได้ มันก็มีอยู่ด้วยกันหลายหนทางมากมาย ส่วนตัวแล้วผมชอบระบบที่ผู้เล่นสามารถเคลื่อนไหวตัวละครได้อย่างอิสระแบบแนว Open World ให้ผู้เล่นได้สัมผัสกับโลก และสนุกไปกับอารมณ์และสิ่งต่างๆ ได้

ที่มา : Gamespot

สำหรับเดือนนี้ก็มี Wallpaper ใหม่เพิ่มมาอีก 2 ภาพด้วยกัน โหลดได้ตามลิงค์ด้านล่างเลยครับ

>> คลิ๊กเพื่อโหลด Wallpaper ภาคแรก <<

>> คลิ๊กเพื่อโหลด Wallpaper ภาพที่สอง <<

ที่มา : SQEX Members