Dissidia-Final-Fantasy-

Square Enix ได้เริ่มเปิดให้บริการเว็บไซต์หลักของเกม Kingdom Hearts -Birth by Sleep- โดยในเว็บยังไม่มีข้อมูลอะไรมากนัก แต่ที่น่าสนใจก็คือเทรลเลอร์ของเกมที่หลายๆ คนอาจจะยังไม่ได้ดู และที่น่าแปลกใจคือในตอนแรกทางเว็บไซต์ได้ลงข้อมูลไว้ว่าจะวางจำหน่ายตัวเกมในวันที่ 10 ธันวาคม 2009 ... ซึ่งเป็นเวลา 7 วันก่อนวันวางจำหน่าย Final Fantasy XIII อย่างไม่เป็นทางการตามที่ได้นำเสนอข่าวไปในเมื่อวานนี้ แต่ในเวลาต่อมาตัวเว็บไซต์หลักก็ได้ถอดวันวางจำหน่ายดังกล่าวออกไป เหลือเป็นคำถามคาใจให้คนเล่นไปเดาเอาเองว่าเค้าถอดวันวางจำหน่ายออกไปทำไมหว่า...?

หากวันวางจำหน่ายดังกล่าวเป็นจริง นั่นแปลว่าปลายปีนี้ทาง Square Enix จะเข็นเกมฟอร์มยักษ์ออกมาวางขายในญี่ปุ่นถึง 5 เกมด้วยกัน โดยเรียงลำดับได้ดังนี้

- Hikari no 4 Senshi : 29 ตุลาคม
- Dissidia -Final Fantasy- Universal Tuning : 1 พฤศจิกายน
- Final Fantasy -Crystal Chronicle- : The Crystal Bearer : 26 พฤศจิกายน
- Kingdom Hearts -Birth by Sleep- : 10 ธันวาคม
- Final Fantasy XIII : 17 ธันวาคม

นอกจากนี้เว็บไซต์หลักของ Dissidia -Final Fantasy- Universal Tuning ก็เปิดให้บริการแล้วเช่นกัน ตัวเว็บยังคงไม่มีข้อมูลอะไรมากไปกว่าวันวางจำหน่ายและรายละเอียดที่เปลี่ยนไปจากภาคญี่ปุ่น โดยตัวเว็บได้ลงข้อมูลไว้ว่ายังมีความเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่ยังไม่ได้เปิดเผยออกมาอีก 3 ส่วนด้วยกัน แต่จะเป็นอะไรนั้นก็ต้องติดตามดูกันต่อไป

ที่มา : Birth by Sleep, Universal Tuning

เมื่อวานนี้ทาง Tsutaya.co.jp ของประเทศญี่ปุ่นได้อัพเดทข้อมูลการวางจำหน่ายเกม Final Fantasy XIII ลงในเว็บไซต์แล้ว โดยทาง Tsutaya ได้เผยว่าตัวเกม Final Fantasy XIII จะวางจำหน่ายในวันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม 2009 ด้วยราคา 8,240 เยน (รวมภาษี) ข้อมูลดังกล่าวจะจริงเท็จหรือไม่อย่างไร รอคอนเฟิร์มได้ในงาน FINAL FANTASY XIII PREMIERE PARTY ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 8 กันยายนนี้

นอกจากนี้สำหรับคนที่เล่น Dissidia -Final Fantasy- อยู่ ล่าสุดคุณ bahamut15 ได้อัพเดทพาสเวิร์ดของเกมเพิ่มเติมเข้าไปในเว็บ GameFaqs แล้ว ใครที่สนใจก็เข้าไปดูพาสเวิร์ดของเกมได้ที่ลิงค์นี้เลย คลิ๊ก

ขอเริ่มต้นด้วยการตอบคำถามของพี่ sensaisensai ที่ให้ช่วยเรียงลำดับการได้รับคริสตัลของแต่ละคนก่อนนะครับ

ลำดับการได้คริสตัลคือ หัวหอม -> คลาวด์ -> สคอลล์ -> ทีน่า -> เซซิล -> บัทซ์ -> ซีดาน -> ทีดัส -> ฟรีโอนีล -> พี่แสง ตามนั้นเลย... งานนี้พระเอกของเราได้รับคริสตัลเป็นคนสุดท้าย แล้วยังเดินไปหาเคออสเป็นคนสุดท้ายอีก

เมื่อคืนก่อนผมก็เล่นลุยเนื้อเรื่อง Inward Chaos ไปแบบงงๆ แล้วก็ยังไม่เข้าใจอะไรดีเท่าไหร่ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะภาษาที่พูดใน Inward Chaos มันไม่ใช่ภาษาธรรมดา แต่เป็นภาษาเทพ ซึ่งชินริวเป็นผู้พูดให้กับซิดฟัง สำนวนที่ใช้จะแตกต่างจากที่ตัวละครพูดอยู่มาก ออกเป็นไวยากรณ์โบราณ อ่านลำบากครับ ซึ่งการจะทำความเข้าใจเนื้อเรื่องส่วนนี้จำเป็นจะต้องเข้าใจเนื้อเรื่องของ Shade Impulse ให้ถ่องแท้ซะก่อน ในการนี้ตัวผมที่ยังไม่ได้ทบทวนเนื้อเรื่องดังกล่าวให้ดีพอ จึงไม่มีความสามารถพอที่จะประกอบจิ๊กซอว์อันมีชื่อว่าเนื้อเรื่องของ Inward Chaos ให้เป็นเรื่องเป็นราวได้ครับ

Inward Chaos

แต่ถ้ายังยืนกรานว่าอยากฟังผมสรุปเนื้อเรื่องให้ฟังแบบเพ้อๆ ล่ะก้อ เอาเป็นว่าหลังจากที่เคออสตัวเก่าที่โดนนักรบทั้ง 10 รุมอัดตายแบบพระเอ๊กพระเอก.. พลังแห่งความขัดแย้งก็ได้บิดเบือนโครงสร้างของมิติและกาลเวลา ก่อให้เกิดดินแดนแห่งใหม่ ซึ่งที่นั่นเคออสผู้ไร้พ่ายจะถือกำเนิดขึ้นมาในไม่ช้า สถานที่ดังกล่าวถือเป็นดินแดนต้องห้ามซึ่งอยู่เหนือกาลเวลา ไม่ใช่ทั้งอดีตและอนาคต

ภายหลังการต่อสู้อันไร้ที่สิ้นสุดในโลกดิสซิเดียปกติ ซิดที่ลอยอยู่บนฟ้าก็รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่อยู่เหนือการมีอยู่ของทุกสรรพชีวิต ซึ่งก็คือพลังของเคออสนั่นเอง ในที่แห่งนั้น..ตัวแทนแห่งความสงบสุขและความขัดแย้งของแต่ละโลกได้ถูกพาตัวมาต่อสู้กัน เมื่อความขัดแย้งปะทุขึ้นอย่างแรงกล้า อัลติเมตเคออสที่มีเลเวล 110 ก็จะถือกำเนิดขึ้นมา ชินริว.. ในฐานะทูตแห่งพระเจ้าก็ได้เดินทางตามซิดไปยังสถานที่แห่งนั้นเพื่อเป็นสักขีพยานในการถือกำเนิดของอัลติเมตเคออส ซึ่งเมื่อมันได้กำเนิดขึ้นแล้ว ชินริวก็ได้มอบพลังให้กับเคออสตนนั้น และเข้าห้ำหั่นกับตัวหมากที่ซิดพามา

ในท้ายที่สุด ซิดก็สามารถใช้ตัวหมากของเขาเอาชนะอัลติเมตเคออสลงได้ ชินริวกล่าวชมว่าพลังของซิดได้ก้าวข้ามเหนือพระผู้เป็นเจ้าไปแล้ว โลกแห่งนี้คงถึงคราวจบสิ้นลงแล้ว หน้าที่ของชินริวในตอนนี้ก็จบลงเช่นกัน จ้าวแห่งมังกรได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่าเมื่อถึงเวลาที่เขาได้พบกับซิดในครั้งหน้า เขาหวังว่าเขาจะได้มองซิดจากระดับเดียวกันแล้ว ไม่ใช่มองลงมาจากโลกเบื้องบนที่อยู่สูงกว่าแบบนี้ ด้วยความคิดถึงแด่พระเจ้าแห่งการสร้าง จิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่ ซิดแห่งลูเฟนนั่นเอง...

............................................................................................................

สถานะปัจจุบัน มีอาวุธสุดยอด 2 ชิ้นคือดาบคนเถื่อน กับเขี้ยวซิน

ได้ Black Jack Course แล้วพบว่าด้านในคือขุมนรกดีๆ นี่เอง ศัตรูเลเวล 130 โจมตีเราทีเดียวเบรค บ้าไปแล้ว...

อ้อ... ภาคนี้เปลี่ยนวิธีการได้มาซึ่งอุปกรณ์ลูเฟนแล้วนะครับ แต่เดิมที่เราต้องล่าเอาจาก Invincible Course มาในภาคนี้ต้องไปล่าเอาจาก Black Jack Course แทน โดยการ์ดใบไหนที่เป็นคาแรคเตอร์ที่ถืออุปกรณ์ลูเฟนมา การ์ดใบนั้นจะเขียนระดับ AI ไว้ว่าระดับสูง (โบราณ) ซึ่งพอเรากดเข้าสู้แล้วเราจะพบตัวละครเลเวล 130 ที่ใส่อุปกรณ์ลูเฟนมาครบชุดตั้งแต่หัวจรดเท้า พวกนี้เก่งกล้าพอที่จะโจมตีเราชุดเดียวเบรคแน่นอน ดังนั้นเราต้องเอาชนะพวกมันโดยระวังไม่ให้ถูกโจมตีเข้า HP แม้แต่ครั้งเดียว

หากทำได้ก็มีโอกาสราว 50% ที่พวกมันจะดรอปอุปกรณ์ลูเฟนมาให้ซักชิ้นหนึ่ง หากโชคดีก็มีโอกาสดรอปอุปกรณ์หลายชิ้นในครั้งเดียว ซึ่งเข้าใจว่าทางทีมงานได้ตั้งโอกาสดรอปพวกอุปกรณ์ดังกล่าวให้สูงกว่าของสวมใส่อื่นๆ เพื่อให้ผู้เล่นทั้งหลายไม่ประสาทกินกับการล่าชุดลูเฟนเหมือนที่เคยประสบมาในภาคญี่ปุ่น

โดยรวมแล้วก็ถือว่าการล่าเซตลูเฟนในภาคนี้ทำได้ง่ายขึ้นกว่าภาคก่อนมากๆ ไม่เกินวันเดียวก็ล่าครบได้ชัวร์

เอาล่ะ เรื่องของเนื้อเรื่องก็จบลงไปแล้ว อีกไม่กี่ตอนบทความซีรียส์ เปิดตำนานฯ ก็คงถึงคราวสิ้นสุดลง แต่ก่อนจะถึงวันนั้นผมก็จะยังคงหาเรื่องแถอัพไปเรื่อยๆ แล้วไว้เมื่อไหร่ที่ผมหมดมุกก็จะเลิกเขียนครับ ฮ่าๆๆๆๆ

เพราะชีวิตมันมีเรื่องให้ดราม่าเข้ามาเยอะ ดังนั้นเปิดตำนานฯ ตอนที่ 12 จึงถูกผลิตออกมาอย่างช้าหน่อยนะครับ

อีกไม่นาน เรื่องราวของเปิดตำนานฯ ก็ึคงจะถึงบทอวสานลงแล้ว เพราะบอนๆ ใกล้จะบรรลุอรหันต์ในเนื้อเรื่องของเกมนี้เข้าไปทุกที่แล้วนั่นเอง ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อถึงตอนนั้นแล้ว เพื่อนๆ จะเสียใจหรือดีใจมากกว่ากัน ^^' แต่ไม่ว่ายังไง ตอนนี้ทุกคนก็ต้องทนอ่านกันไปก่อน ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะผมจะเขียนในสิ่งที่ผมอยากเขียน ไม่ได้แคร์ว่าจะมีใครอ่านหรือไม่อ่านหรอกเด้อ ฮ่าๆๆๆ กรั่กๆๆๆๆ (บ้าไปแล้ว)

สำหรับวันนี้เราจะว่ากันถึงเรื่องของเซซิลและเรื่องของกาบรัส โดยผมจะพาทัวร์เนื้อเรื่องของเซซิลก่อน ตามนี้ 

1. เหตุการณ์แรกหลังจากเนื้อเรื่องของเซซิลเริ่มต้นขึ้นก็คือการที่กอลเบซ่าเสี่ยงชีวิตมาหาเซซิล ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าหากเข้ามาไม่ถูกจังหวะอาจจะถูกโดนรุมประชาทัณฑ์ได้ แต่กระนั้นพี่แกก็ยังอาจหาญเข้ามาล่อลวงเซซิล โดยกล่าวว่าหากอยากรู้เคล็ดลับในการได้มาซึ่งคริสตัล ก็จงตามตูดข้ามาซะดีๆ !!!

ด้านฟรีโอนีลพอเห็นกอลบี้ซัีงพูดแบบนั้น ก็เลยเตือนเซซิลเพื่อนรักว่าอย่าไปนะเมิง!! กับดักเห็นๆ ลืมสิ่งที่พี่นายพูดไปซะเถอะ แต่เซซิลก็คิดในใจว่าเป็นไปไม่ได้ พี่ชายต้องไม่หลอกเขาแน่ๆ แล้วก็งงว่าเอาไงดีวะตรู

2. เซซิลมัวแต่เพ้อเรื่องกอลบี้ซังมากเกินไปจนน้องดำดอทคอมเริ่มรำคาญ ทีดัสบอกเซซิลว่าถ้าอยากไปหาพี่เอ็งก็ไปสิ จะมัวรออะไรอยู่! แต่เซซิลก็บอกว่าไม่ได้ ไม่อาวว เดี๋ยวฟรีโอนีลซังโกรธ... ทีดัสเลยบอกว่าช่างศีรษะฟรีโอนีลเค้าสิ เซซิลรีบไปแล้วกลับมาอย่างปลอดภัยก็พอแล้ว เดี๋ยวเขาพูดกับฟรีโอนีลให้เอง เซซิลเลยขอบคุณทีดัสและบอกว่าเขาจะรีบกลับมาอย่างแน่นอน

3. เซซิลถามกอลบี้ซังว่าทำไมถึงอยากบอกเรื่องคริสตัลกับเขา กอลบี้ซังเลยโชว์เหนือด้วยการตอบว่าก็เหตุผลเดียวกับที่เจ้ามาหาข้าเนี่ยแหละ พี่น้องกันมันก็ต้องห่วงกันสิ แต่ก่อนที่พี่น้องจะได้สวีทกันเอกซ์เดธก็ปรากฏตัวขึ้นมาขัดจังหวะ เอกซ์เดธทักทายทั้งสองด้วยการเรียกว่า เฮ้ย! เจ้าผีสองตัวที่ร่อนเร่อยู่ในความมืดนั่นน่ะ ไม่คิดเลยว่าแกจะไปยืนฝอยอยู่กับฝ่ายตรงข้ามได้นะกอลบี้ แกนี่มันทั้งโง่ทั้งตาขาว ยังอุตส่าห์รอคอยแสงสว่างอยู่ได้ เดี๋ยวข้าจะกำจัดผู้ทรยศให้สิ้นเอง

แต่ก่อนที่เอกซ์เดธจะได้ทำอะไร เซซิลก็บอกว่าแกแตะพี่ชั้นแม้แต่ปลายเล็บสิ งานเ้ข้าแน่! ผมไม่รู้หรอกว่าพี่จะเห็นผมมีค่าพอที่จะได้รับคริสตัลรึเปล่า แต่อย่างน้อยผมก็จะแสดงพลังของผมให้พี่ได้เห็น!!

หลังปราบเอกซ์เดธได้ กอลบี้ซังก็งงว่าทำไมคริสตัลถึงไม่ปรากฏออกมานะ คริสตัลน่ะจะเปล่งประกายขึ้นต่อหน้าผู้ที่แสดงออกซึ่งเจตนารมณ์อันแรงกล้า นั่นคือเคล็ดลับของมัน กอลบี้ซังเห็นเซซิลในตอนนี้แล้วก็คิดว่าคริสตัลน่าจะปรากฏออกมา แต่ทำไมมันไม่ปรากฏก็ไม่รู้เหมือนกัน

ว่าแล้วเมื่อสบโอกาสเซซิลเลยหยอดคำหวานว่าที่สู้ไปก็เพื่อเฮียทั้งนั้น แล้วเฮียจะไม่มาร่วมมือกับผมหน่อยเหรอ? เซซิลก็หวังจะได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่ แต่กอลบี้กับปฏิเสธว่าเขาไม่ยอมรับความมืดและไม่ขึ้นกับแสงสว่าง การที่เซซิลพูดแบบนี้ทำให้เขาผิดหวังมาก ถ้าเป็นแบบนี้เซซิลจะไม่ได้เห็นคริสตัลแน่ๆ  ว่าแล้วกอลบี้ก็หนีไป

4. ขณะที่เซซิลกำลังเดินทางกลับไปหาเพื่อนๆ กอลบี้ก็โผล่มาหลอนว่าการคิดที่จะเดินเกาะกระโปรงเพื่อนเหมือนเด็กเดินเกาะชายกระโปรงแม่แบบนั้น นั่นคือสัญลักษณ์ของเจตนารมณ์อันแรงกล้าหรือไง? คริสตัลไม่ได้มีไว้สำหรับคนที่คิดเกาะคนอื่นกินหรอกนะ ถ้าแกอยากได้คริสตัลก็ต้องลุยมันคนเดียวเซ่!!

 เซซิลได้ยินก็บอกว่าเขาก็แค่อยากจะตามหาคริสตัลร่วมกับเพื่อนๆ เท่านั้นเอง.... ทันใดนั้นยังไม่ทันที่จะได้พูดต่อ กอลบี้ซังก็ซัดพลังคลื่นใส่เซซิล จนเซซิลทรุดลงไป กอลบี้บอกว่าเห็นรึยัง ความสัมพันธ์ของผู้คนมันก็เปราะบางเชื่อถือไม่ได้แบบนี้แหละ มิตรภาพที่แกเชื่อมั่นมันก็แค่ค่ายเกม H ชื่อดัง เอ้ย.. มันคือภาพลวงตา ว่าแล้วกอลบี้ซังก็หนีไปอีกแล้ว...

5. เซซิลปรึกษากับคอสมอส เขาเชื่อว่าการร่วมมือกันกับเพื่อนน่าจะเป็นหนทางได้มาซึ่งคริสตัลนี่นา แต่ทำไมพี่ชายบอกว่าคริสตัลจะไม่เปล่งประกายให้กับคนที่คิดแต่จะเกาะคนอื่นกิน คอสมอสได้ยินก็บอกว่าพี่ชายของเธอก็พูดถูกแล้ว แต่ที่เซซิลสับสนอยู่เนี่ย เซซิลคิดว่าการพึ่งคนอื่นกับการทำงานร่วมกับคนอื่น มันเหมือนกันอย่างงั้นเหรอ? เซซิลต้องได้รับคริสตัลมาแน่นอน เพราะเซซิลควรค่าพอ... ว่าแล้วคอสมอสก็หายไป แบบไปไม่ลา มาไม่ไหว้ ไม่เข้าใจว่าพวกตัวประกอบนี่ไปเอาเทรนด์แบบนี้มาจากไหน ถึงชอบทำกันจัง.. จะบอกลากันซักนิดก็ไม่มี เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับเด็กและเยาวชนแห่งชาตินะครับเนี่ย ฮ่าๆๆๆ

6. เซซิลที่โดนคอสมอสเป่าหูก็มาหากอลบี้ซังตามแผนของคอสมอส เซซิลบอกกอลบี้ว่าเขาจะกลับไปหาเพื่อน ที่เดินทางร่วมกับเพื่อนน่ะไม่ใช่เพื่อปกปิดความอ่อนแอของตน แต่พวกเขามอบพลังและความกล้าหาญให้กับผม เราเดินทางร่วมกันก็เพื่อช่วยเหลือจุนเจือกันและกัน ความเข้มแข็งที่แท้จริงคือความเข้มแข็งที่เกิดจากเพื่อนต่างหาก!!

กอลบี้ได้ยินก็บอกว่าดูเหมือนความแตกต่างระหว่างเรามันคงไม่อาจประสานให้ลงรอยกันได้ แกเองก็เป็นอัศวินไม่ใช่รึ ถ้าตัดสินใจอะไรแน่วแน่แล้ว ก็จงพิสูจน์ให้เห็นด้วยคมดาบของเจ้าสิ น้องชาย!!

7. พอชนะกอลบี้ซังได้ กอลบี้ก็ยอมรับว่าเขาเห็นความแข็งแกร่งที่เกิดจากพวกพ้องซึ่งเซซิลพุดถึงแล้ว เซซิลที่พึ่งได้คริสตัลมาก็บอกว่ามันคือคริสตัลของพวกเรานะเฮีย มันคือแสงสว่างที่เราพบเจอร่วมกัน แต่กอลบี้ปฏิเสธว่าเลิกเพ้อซะเหอะ แกเจอคริสตัลด้วยตัวแกเอง ว่าแล้วกอลบี้ซังก็หนีไปอีกแล้ว ทิ้งแต่น้องชายจอมเพ้่อไว้คนเดียว

พอเหลือคนเดียวเซซิลก็เริ่มเพ้อว่าไม่ว่าจะความลำบากแค่ไหน ผมก็จะเผชิญหน้ากับมันพร้อมกับเพื่อนๆ และซักวัน ก็คงจะได้ต่อสู้เคียงข้างพี่ชายด้วย เพราะความผูกพันของสองเรานั่นแหละคือแสงสว่างที่คอยชี้นำให้กับผม

8. เจ้าสองคนนี้ก็มาบ่นกันว่า เห็นสันดานเจ้ากอลบี้ชัดเจนละ รู้เลยว่ามันทรยศ มาเทอุสคิดว่าอีกไม่นานกอลบี้คงรู้สึกถึงแสงสว่างที่อยู่ในตัวเขาเอง นี่คือปัญหาที่พวกเหล่าวายร้ายต้องแก้ไขให้ได้ก่อนที่ชินริวจะเริ่มเคลื่อนไหว

=-=-=-=-=-=-=--=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=--==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

เนื้อเรื่องของกาบรัสคุง

1.กาบรัสคุงบอกว่าพวกเราถูกตัดขาดจากโลกที่พระเจ้ากำลังห้ำหั่นกันอยู่ ที่นี่คือนักรบที่พวกนักสู้ตกกระป๋องต้องเข้าฟาดฟันกันไปเรื่อยๆ อย่างไร้ความหมาย แต่คนที่ผ่านการทดสอบไ้ด้ จะได้รับอนุญาตจากสถานกงสุลของโลกปกติให้กลับไปรับชมการต่อสู้ของพระเจ้าอีกครั้ง

ตัวเราเองก็ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่เร่ร่อนไปเรื่อยๆ ในนรกเพื่อตามหากาบรัส ระหว่างนั้นกาบรัสจะส่งเสียงมาเล่าเรื่องของสุนัขรับใช้ตัวหนึ่งที่เขารู้จัก ตอนแรกพระเจ้าก็สั่งให้หมาตัวนั้นไปสู้กับจอมเวทย์คนนึง เจ้าหมาตัวนั้นก็ไปสู้อย่างภาคภูมิ เพราะเขาเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ แต่สำหรับพระเจ้าแล้ว ไม่ว่าจะความภาคภูมิใจของหมาน้อย หรือไม่ว่าจะอนาคตที่หมาน้อยจัดหามาให้ มันก็ไม่มีค่าอะไรเลย พระเจ้าทำให้โลกนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ว่าแล้วมังกรตนหนึ่งก็ส่งสรรพชีวิตคืนสู่ความว่างเปล่า หมาตัวนั้นเลยโดนโยนทิ้งดั่งของเล่นที่พังแล้ว ด้วยเหตุนี้จัดจ์กาบรัสจึงโดนส่งมายังนรกนั่นเอง ฉะนั้นถ้าเรายังอยากกลับไปเผชิญหน้ากับพระเจ้าอีก ก็สู้ไปเรื่อยๆ ไป๊

พอกาบรัสเห็นเรายังสู้ต่อมาเรื่อยๆ เขาก็บอกว่าโลกที่เราจากมาคงมีความหมายกับเรามากทีเดียว

2. พอมาถึงปากทางออกจากนรก กาบรัสบอกว่าในฐานะที่เขาเป็นหมาเฝ้าประตูนรก (เอ็งเป็นเซอร์บีรัสตั้งแต่เมื่อไหร่?) เขาจะตัดสินเองว่าเรามีค่าพอที่จะกลับไปใช้ชีวิตอีกหรือไม่

3. พอชนะแล้ว กาบรัสก็บอกว่าทางออกอยู่ด้านโน้น ไปได้เลย.. แต่รู้ทั้งรู้ว่ากลับไปแล้วจะต้องเจออะไร ก็ยังคิดจะกลับไปอีกงั้นรึ งั้นเขาก็ขอแนะนำอะไรบางอย่างให้ฟัง นั่นคือ "ซักวันหนึ่งคนเราก็ต้องสูญเสียสิ่งที่อยากจะปกป้องเอาไว้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ซักวันหนึ่งเจ้าจะได้รู้จักความเคว้งคว้าง..สิ้นหวัง แต่กระนั้นก็ขอให้จำเอาไว้ว่า คนที่ยอมจำนนต่อความสิ้นหวัีง ก็ไม่ต่างอะไรกับสุนัขที่น่าสมเพช ฉะนั้น...จงอย่าทอดทิ้งความหวัง จงมีชีวิตอยู่อย่างภาคภูมิ อย่าเป็นเหมือนกับฉัน"

ว่าแล้วเราก็เดินออกจากนรก กลับสู่โลกแห่งความขัดแย้งดังเดิม ปล่อยกาบรัสเฝ้านรกไป...

ป.ล. พรุ่งนี้จะได้มาเขียนเนื้อเรื่องสุดท้าย มั้ยเนี่ย.... ยังไม่รู้เลยแฮะ

มาจะกล่าวบทไป ถึงเรื่องราวที่ถูกเล่้าขานไว้ในเนื้อเรื่องของน้องทีน่า

แต่ก่อนจะเข้าเรื่องขอบอกก่อนว่า ตอนนี้เหลือเนื้อเรื่องที่ผมยังไม่ได้เล่น 2 เนื้อเรื่องคือเรื่องของเซซิลกับกาบรัส

สำหรับกาบรัสนั้นเราต้องจบเนื้อเรื่องของตัวเอกทั้ง 10 ก่อนถึงจะมีออกมาให้เล่น ส่วนสาเหตุที่ผมเก็บเนื้อเรื่องของเซซิลไว้เล่นท้ายสุดนั้น ก็เพราะการเล่นเนื้อเรื่องของเซซิลจะเป็นการเฉลยปริศนาอันลึกลับดำมืดของกอลบี้ซัง ดังนั้นเพื่อให้คงไว้ซึ่งอรรถรสผมจึงอยากเล่นเนื้อเรื่องทั้งหมดให้จบ เพื่อปะติดปะต่อและคาดเดาความคิดของกอลบี้ซังให้ได้ก่อน แล้วจึงค่อยไปดูเฉลยว่าที่เดามามันถูกต้องหรือไม่

กลับมาว่ากันถึงเรื่องของทีน่า เนื้อเรื่องของเจ้าหล่อนก็มีจุดที่น่าสนใจดังนี้

1. เป็นฉากที่การ์แลนด์คุยกับมาเทอุส โดยพี่กระบือถึกบอกว่าถ้าทีน่าไม่อาจพบแสงสว่างสำหรับเธอได้ล่ะก้อ ในไม่ช้าเธอจะต้องตกเป็นฝ่ายเคออสอย่างแน่นอน ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวตลกนั่นก็กำลังดำเนินแผนการที่ว่านั้นอยู่ เจ้าหมอนั่นก็มีแผนการบางอย่างเช่นเดียวกันกับมาเทอุส พอจักรพรรรดิได้ยินแบบนั้นก็เลยตอบไปว่าข้าไม่ได้รั่วกลวงไร้สมองเหมือนเจ้าตัวตลกนั่น ข้ามีเป้าหมายของข้า นั่นก็คือการหลุดพ้นจากบทสรุปอันน่าเวทนา และสร้างอนาคตขึ้นมาเสียใหม่ (เพื่อจะให้ความต้องการนั้นเป็นจริงจึงต้องกำจัดคอสมอสให้ไม่ฟื้นได้อีก)

2. เคฟก้าเข้าไปปั่นหัวทีน่าว่าทีน่าเหมาะจะมาอยู่ฝ่ายเคออสมากกว่า ทีน่ามีพลังแฝงอยู่มากแต่ก็ใช้มันทำร้ายพวกพ้อง ยิ่งสู้มากเท่าไหร่เธอก็จะยิ่งควบคุมพลังของตนไม่ได้ เธอมันก็แค่คนที่เกิดมาเพื่อทำลายล้าง พอหัวหอมได้ยินก็โกรธจัดแล้วก็วิ่งเข้าไปหาเคฟก้าพร้อมบอกว่า "มึงเจอกูแน่" เคฟก้าเลยพาหัวหอมไปสู้กันที่อื่น

3. เป็นฉากที่ทีน่าเดินทางมาถึงใจกลางดวงดาว ซึ่งจู่ๆ พลังของเธอก็เอ้อล้นออกมาจนเธอไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ทันใดนั้นคลาวด์ที่พึ่งเสร็จศึกกับเซฟิรอธก็โผล่หาง-เอ้ย โผล่หัวออกมาพอดี ทีน่าบอกให้คลาวด์รีบหนีไปให้ไกลที่สุด แต่คลาวด์กับชักปังตอขึ้นมาซะอย่างงั้น ทีน่าก็ตกใจแล้วถามว่าจะทำอะไรน่ะ อย่านะเว้ย!!

4. หลังจากที่ทีน่าสู้กับคลาวด์ได้ซักพัก พลังของเธอก็สงบลง เธอกลับมาควบคุมร่างกายของตนได้ตามเดิม ทีน่าถามคลาวด์ว่าทำไมถึงไม่หนีไปล่ะ คลาวด์ก็บอกว่าเขาทิ้งทีน่าที่กำลังทรมานไปไม่ได้ แต่ไม่รู้จะช่วยทีน่ายังไงก็เลยชักปังตอขึ้นมา กะว่าถ้าหวดกันซักยกทีน่าอาจจะสงบลงบ้าง แล้วก็ขอโทษที่ไม่ได้บอกทีน่าก่อน ทีน่าได้ยินก็ชื้นใจและพยายามจะขอบคุณคลาวด์ แต่คลาวด์บอกว่าไม่ต้องหรอก เขาเองทำไปโดยไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าทำแบบนี้จะช่วยทีน่าได้รึเปล่า เขาไม่รู้ว่าควรทำยังไงด้วยซ้ำ

คลาวด์ถามทีน่าต่อว่าน้องหัวหอมหายไปไหน ทีน่าก็เลยเล่าเรื่องให้ฟัง พอคลาวด์ได้ยินก็บอกว่าเขาจะช่วยตามหาน้องหัวหอมเอง อย่างน้อยก็เพื่อเป็นการขอบคุณทีน่า ที่ช่วยทำให้เขาคิดได้ว่าเขายังพอจะช่วยอะไรใครได้บ้าง ประโยคนี้สร้างขึ้นเพื่อล้อคลาวด์ในภาค AC ที่พูดว่าเขาไม่สามารถช่วยอะไรใครได้เลย ไม่ว่าเพื่อน ไม่ว่าครอบครัว ไม่ว่าใคร...

5. ทีน่าที่กำลังกลุ้มใจ ยืนเหม่อมองหาอนาคตของตน เธอไม่อยากคิดถึงวันข้างหน้า เพราะคิดแล้วก็มีแต่ความหวาดกลัว คลาวด์เลยหยิบกุหลาบของฟรีโอนีลที่ยึดคืนจากเซฟิรอธมาให้ดู เขาอธิบายว่าฟรีโอนีลมีความฝันที่จะฉาบโลกนี้ให้เต็มไปด้วยดงกุหลาบ จนกว่าจะถึงวันนั้นเจ้าบ้านั่นก็จะคงสู้ต่อไปด้วยใจที่ไม่ลังเล ทีน่าได้ยินก็ถามคลาวด์กลับว่าแล้วคลาวด์ล่ะมีความฝันอะไร คลาวด์บอกว่าเขาทิ้งความฝันไปแล้ว (ซึ่งก็คือความฝันที่จะเป็นโซลเยอร์)

ทีน่าได้ยินก็เกิดไอเดียว่าถ้าตอนนี้คลาวด์ยังไม่มีความฝันใหม่ แล้วทำไมเราไม่สร้างความฝันขึ้นมาร่วมกันล่ะ คลาวด์ได้ยินก็ตกใจและถามว่าจะให้ช่วยฉาบโลกนี้ให้เต็มไปด้วยดงกุหลาบอ่ะนะ? ทีน่าบอกว่าใช่ แต่ไม่ใช่แค่กุหลาบเท่านั้น แต่ต้องมีดอกไม้นานาชนิด ทั้งดอกไม้ที่ทีน่าชอบ และดอกไม้ที่ทุกคนชอบด้วย ได้ยินแบบนี้แล้วเธอก็เริ่มมองเห็นอนาคตที่สวยงาม อนาคตที่เธอไม่ต้องหวาดกลัวอีกต่อไป เธอจะสร้างมันขึ้นมาและปกป้องมันไว้ให้ได้

ด้วยเหตุนี้ล่ะมั้ง ตอนจบเราเลยเห็นคลาวด์เดินลุยเข้าไปในทุ่งดอกไม้ของ AC ... ในจุดที่ผีเจ๊แอเคยหลอนอยู่

6. ทีน่ากับคลาวด์ิเดินทางไปจนหาเคฟก้าพบ ทีน่าบอกว่าเธอพบอนาคตที่เธออยากจะปกป้องเอาไว้ให้ได้แล้ว และทั้งสองก็พยายามจะรุมเคฟก้า แต่เจ๊เมฆที่ซุ่มอยู่ก็โผล่ออกมาลอบโจมตีคลาวด์

ทันใดนั้นน้องหอมก็โผล่มาช่วยอีกแรง ผู้ชายสองคนรุมโทรมป้าแก่ๆ คนเดียว... พระเอกมากเลยครับ...

7. หลังจากทีน่าเอาชนะเคฟก้าได้ เธอบอกกับตัวเองว่าความฝันนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร อาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ได้ การมีความฝันนั้นจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้น และความเข้มแข็งก็จะนำไปสู่ความฝันอันใหม่ต่อไป

สำหรับเนื้่อเีิืรื่องของทีน่า ก็มีธีมที่เรียกว่า Believe หรือความเชื่อมั่นในอนาคตนั่นเอง

.........................................................................................

พรุ่งนี้จบเนื้อเรื่องเซซิลแล้วก็สบายละ... มีอัลติมาเนียอยู่ในมือซะอย่าง วันเดียวก็ทำ 100% ทุกเนื้อเรื่องสบายๆ

เมื่อคืนเล่นเนื้อเรื่องของทีดัสครับ ซึ่งเนื้อเรื่องของพี่แกก็ออกแนวสนุกสนาน ใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบแสดงให้เห็นการกระทำของตัวละครต่างๆ ก่อนรอบนึง ก่อนจะวกกลับมาดูความในใจว่าทีดัสคิดยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้นอีกรอบนึง ซึ่งนี่เป็นเสน่ห์ในการเล่าเรื่องของ Final Fantasy X ที่ผู้เล่นจะได้รับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านการเล่าเรื่องของทีดัส และทำให้เราเข้าใจความรู้สึกที่แท้จริง อารมณ์ในแต่ละขณะของตัวละครต่างๆ ไปด้วย ซึ่งส่วนตัวแล้วผมชอบการเล่าเรื่องแบบนี้ครับ

จริงๆ แล้วในตอนจบของภาค IX ก็ใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบนี้ และนั่นก็สร้างความประทับใจให้กับคนที่เล่นเกมภาคนี้จบได้อย่างล้นหลาม จนกลายเป็นฉากจบ FF ที่ดีที่สุดตลอดกาล พอมาถึงภาค X ทีนี้พี่เหลี่ยมเขาเลยเอาวิธีการเล่าเรื่องแบบนี้มาใช้ทั้งเกมบ้าง จุดเด่นของภาคนี้จึงเป็นการเล่าเรื่องอย่างเหนือชั้นนั่นเอง

สำหรับเนื้อเรื่องของทีดัสนั้นก็มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจหลายอย่าง ดังที่จะกล่าวต่อไปนี้

1. เป็นเหตุการณ์ที่มาเทอุสชักชวนเจคท์ให้ร่วมมือทำตามแผนของตน โดยมาเทอุสบอกว่าถ้าทำให้คอสมอสตายไปอย่างถาวรได้ (ไม่ถูกชินริวชุบชีวิตขึ้นมา) วัฏจักรก็จะถูกทลายลง และโลกทั้งหมดจะตกเป็นของพวกเรา เจคท์ได้ยินแล้วก็ไม่เข้าใจอะไรหรอกครับ เค้าก็ถามไปว่าทำแบบนั้นแล้วโลกจะกลับเป็นเหมือนเดิมมั้ย และเขากับลูกจะได้กลับบ้านหรือไม่? ซึ่งมาเทอุสก็บอกเจคท์ว่าใช่แล้ว...

จากตรงนี้จะเห็นได้ชัดเจนว่าถึงเจคท์จะชอบกัดจิกลูกยังไง แต่แท้จริงแล้วเค้าก็เป็นแค่คุณพ่อขี้เหงาที่ปากไม่ค่อยตรงกับใจเท่านั้นเอง ถึงจะด่าจะบลัฟลูกยังไง แต่ลับหลังแล้วเจคท์ก็คือพ่อที่เป็นห่วงทีดัสอยู่เสมอ

2. เป็นเหตุการณ์ที่ทีดัสเห็นเซซิลเพ้อถึงพี่ชายบ่อยๆ ทีดัสเลยแอบบอกให้เซซิลไปตามหากอลเบซ่าและสะสางเรื่องให้มันจบๆ เหอะ ซึ่งเซซิลก็ทำตามที่ทีดัสบอก ตอนหลังฟรีโอนีลมาถามทีดัสว่าเซซิลหายไปไหนทีดัสก็ยอมรับไปตามตรงว่าเขาบอกให้เซซิลออกจากกลุ่มไปเอง เขาบอกว่าเขาพยายามพูดแก้ตัวไปมากมาย และก็หัวเราะกลบเกลื่อนทำดูเหมือนมันเป็นเรื่องตลก ซึ่งนั่นก็คือวิธีเอาตัวรอดของน้องดำเค้า

จุดนี้แสดงว่าบางทีไอ้ที่เราเห็นทีดัสเค้าตลกบริโภคไปเรื่อยๆ เนี่ย มันไม่ใช่ว่าเค้าจะคิดแบบนั้นจริงๆ บ่อยครั้งเค้าก็ตลกบริโภคไปเพื่อกลบเกลื่อนความคิดบางอย่าง ความกังวลบางอย่างในใจเค้า แอบเนียนนะเนี่ย

3. หลังจากทีดัสเห็นเจคทืเรียกมาเทอุสว่า "นายท่าน" แถมยังเชื่อฟังคำสั่งของมาเทอุสอีก ทีดัสก็บอกว่าเค้าเกลียดพ่อก็จริง แต่ืที่เค้าไม่พอใจที่สุดในตอนนี้ก็คือการเห็นเจคท์ทำตามคำสั่งคนอื่น เขาไม่อยากเห็นพ่อที่ชอบในตัวอยู่เหนือทุกคนตลอด ในสภาพที่ยอมรับฟังคำสั่งของใครอย่างนอบน้อมแบบนั้น มันทำให้ลูกแบบเขารู้สึกอึดอัดไปด้วย

4. เจคท์บอกกอลบี้ว่าที่เขาร่วมมือกับมาเทอุสก็เพราะคิดว่าหากทำแบบนั้นแล้วโลกจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่กอลบี้กับเตือนว่าจะเชื่อฟังสิ่งที่มาเทอุสพูดไปเรื่อยๆ จนโดนหมอนั่นทรยศใส่งั้นเหรอ เจคท์ก็เลย "เฮ่ย!?"

5. เจคท์ไปบอกมาเทอุสว่าไม่อยากเสียเหงื่อให้แผนของแกอีกแล้ว ทั้งสองก็เลยตบตีกัน แล้วเจคท์ก็ชนะ

6. ทีดัสบอกฟรีโอนีลว่าขอตัวไปสะสางเรื่องของตนกับเตี่ย ฟรีโอนีลเลยบอกว่าแกนี่พูดเห็นแก่ตัวดีจังนะ ทีดัสก็ยอมรับว่าเค้าเห็นแก่ตัว แต่เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดนี่ก็คือเรื่องราวของเขาแหละนะ...

7. การเผชิญหน้ากันระหว่างทีดัสกับเจคท์ ก่อนจะวางมวยกันก็ต้องมีการลับฝีปากกันเล็กน้อย

หลังจากน้องดำด่าพ่อพอเป็นพิธีแล้วก็หันมาชมว่า พ่อคือคนที่แกร่งที่สุดในโลก และเป็นคนที่เขาอยากเอาชนะ

หลังจากน้องดำชนะพ่อได้แล้ว น้องดำก็ยอมรับต่อพ่อที่หมดสภาพว่า ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่ออยากให้พ่อยอมรับ

ยอมพูดกับเขาว่าเขาเติบโตแข็งแกร่งขึ้นแล้ว

เจคท์ได้ยินก็ตอบไปตามประสาพ่อทีดีว่า "ชาติหน้าเอ็งก็ไม่รู้จักโต"

"ร้องไห้ซะสิเมิง" (ประชด)

กุยอมบอกก็ได้ว่า "เมิงเติบโตขึ้นแล้ว" เอ้า! ได้ยินแล้วก็ร้องไห้ขี้มูกโป่งซะสิ กรั่กๆๆๆๆ ว่าแล้วก็สลายไป

สรุปแล้วไอ้พ่อลูกคู่นี้ก็เป็นแค่พวกขี้เหงา ปากไม่ตรงกับใจ ขี้บลัฟ ขี้อวด ขี้แกล้ง ทำอะไรไม่รู้จักคิด

ทีดัสก็แค่คนที่ได้เห็นแผ่นหลังอันยิ่งใหญ่ของพระบิดามาตั้งแต่เด็ก เขาพยายามไล่ตามเงาของพ่อมาตลอด เขารักพ่อ อยากจะเป็นอย่างพ่อ และมีความฝันคือการทำให้พ่อที่ตัวเองเทิดทูนยอมรับตน แต่การจะอยู่กับพ่อที่คอยคุยอวดทับถมเค้าตลอดเวลา เขาจะคอยทำตัวหงิมๆ ไม่ได้ไม่งั้นก็จะถูกพ่อพูดล้อเรื่อยไป ด้วยนิสัยของพ่อที่เป็นแบบนี้ และด้วยการเลี้ยงดูแบบบลัฟๆ แบบนี้ การที่ลูกจะอยู่กับพ่อได้อย่างไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นลูกไล่ของเจคท์ เด็กน้อยจึงต้องสร้างเกราะกำบังจิตใจตัวเองด้วยการสวมหน้ากากตลอดเวลา ซึ่งนั่นก็คือหน้ากากแห่งการเสแสร้งว่าตรูแน่ ตรูเหนือ ตรูเกลียดพ่อ ตรูอยากเตะเตี่ย

ทั้งที่แท้จริงแล้ว ณ ก้นบึ้งแห่งจิตใจของทีดัส กลับมีภาพแผ่นหลังอันยิ่งใหญ่ของเจคท์ฝังอยู่อย่างไม่มีวันลบเลือน

เสียดายตอนเขียนหนังสือตำนานไฟนอลฯ ผมลืมนึกถึงประเด็นที่ว่าทำไมทีดัสถึงอยากเตะเตี่ยลงไปด้วย ตอนนั้นผมนึกได้แต่ประเด็นที่ว่าทำไมเด็กอ่อนแออย่างทีดัสถึงกล้าจับดาบกล้าสู้จนกลายเป็นฮีโร่แบบนั้น ถ้าตอนนั้นนึกถึงประเด็นนี้ออก ก็คงจะเขียนเรื่องของทีดัสลงไปแทนเรื่องของเซฟิรอธ ซึ่งก็เชื่อว่าเรื่องของทีดัสมันจะมีอะไรให้่พูดกันถึงแบบฮาๆ ได้เยอะกว่าเรื่องของเซฟิรอธอย่างแน่นอน

วันนี้เล่นเนื้อเรื่องบัทซ์ ซึ่งดูแล้วไม่ค่อยมีแก่นสารอะไร มีแต่การผจญภัย กับการฮาไปวันๆ เท่านั้น

ข้อคิดที่ได้ คือสิ่งสำคัญบางอย่าง ไม่ต้องไปมองหาไกลที่ไหน แต่มันคือสิ่งที่อยู่ข้างกายเรานี่เอง

จากนั้นก็หนีไปเล่นโหมด Time Attack ซึ่งเป็นการสู้กับศัตรู 10 ตัวตามที่กำหนด หากชนะได้ก็จะได้ของรางวัล

จากการทดลอง พบว่าถ้าจบโหมดนี้ด้วยเวลาที่มากกว่า 20 นาที จะได้รางวัลเป็น transmogridust 10 ชิ้น

ถ้าจบใน 15-20 นาที จะได้ Elixir 5 ชิ้น Hi-Elixir 5 ชิ้น Megalixir 5 ชิ้น และ Chocobo Cologne 5 ชิ้น

ถ้าจบในเวลา 10-15 นาที จะได้ไอเทมตามภาพด้านล่าง

ถือว่าเป็นเซ็ตไอเทมที่ดีมากๆ เพราะเจ้า 3 อย่างแรกนั้นเอาไปผสมเป็น Rosetta Stone ได้ 10 ก้อนเลยเชียว

ส่วนถ้าจบในเวลาต่ำกว่า 10 นาทีจะได้อะไรนั้น ตอนนี้ยังไม่สามารถระบุได้ เพราะปัญญายังไม่ถึงจ้ะ

ตัวที่เหมาะในการใช้ทำเวลาในโหมดนี้มากที่สุดก็คือเจคท์... ซึ่งมีพลังโจมตีสูงและมีคอมโบอันหนักหน่วง

หากใช้เจคท์ได้อย่างคล่องแคล่ว จะสามารถทำให้ศัตรูเบรคและเสียพลังถึง 3/4 ด้วยการโจมตีครั้งเดียว

แต่นั่นมันเป็นเรื่องของคนที่สามารถใช้เจคท์ได้อย่างชำนาญแล้ว ไม่ใช่ผมที่กดจั่วลมบ้าง ไม่จั่วลมบ้าง

สุดท้ายมีเรื่องที่ติดใจอยู่ 2 อย่าง คือชื่อไอเทมในเกม

หนึ่งคือเครื่องป้องกัน Seydlitz ...จริงๆ แล้วใน FFVII มันเขียนว่า Ziedrich ต่างหากล่ะ

สองคือ ในเกมมันจะมีทั้งไอเทม moonstone และ moon  stone ไปทำไม.... หากจะกรุณาตั้งชื่อไอเทมซะใหม่ มันจะลำบากมากเกินไปเหรอครับเหล่าผู้พัฒนาเกมทั้งหลาย

หนำซ้ำไอเทมทั้งสองชิ้นนี้ยังมีคำอธิบายที่ต่างกัน โดย moonstone ของเกมนี้จะเป็นแร่ที่มีวิญญาณของดวงจันทร์สถิตอยู่ ส่วน moon stone เศษหินที่เก็บจากใต้ดินของดวงจันทร์ เห็นคำอธิบายแล้วอยากจะบอกเหลือเกินว่า

"ยังจะแถไปด้ายยยยยยยยย"

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

ล่าสุดไปเล่น Time Attack ต่ออีกรอบ.... เพราะอยากรู้ว่าถ้าทำเวลาต่ำกว่า 10 นาทีได้จะเป็นยังไง

คราวนี้ใช้เวลาปราบศัตรูทั้ง 9 ตนด้วยเวลา 6:22 นาทีเหลือเวลาให้โจ๊ะกับเคออส 3:38 นาที

เริ่มมา เคออสบอกว่า มันเห็นความอ่อนแอในใจผม

"อืม มึงรู้จริง" ผมบอกกับตัวเองที่จับเครื่อง PSP ด้วยมือที่สั่นเทิ้ม ใจที่เต้นระทึกแบบนั้น ก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มขึ้น

ปั่กๆๆๆ โป้งๆๆๆ.... ผมเบรคครั้งที่ 1

เปรี้ยงๆๆๆ ป๊าบๆๆๆ ..... ผมเบรคครั้งที่ 2

6:41 ....ตัวละครของผมขึ้นสวรรค์ไปอย่างรวดเร็วโดยยังไม่ทันได้ทำแมวน้ำอะไร... 

ว่าแล้วผมก็รีบกด retry ลุยต่อ วินาทีนั้นผมคิดว่าการเสียเวลาไป 19 วินาทียังไม่เสียหายนัก โอกาสแก้ตัวยังมี

จากเวลา 199 วินาทีที่เหลือ ผมจัดการเคออสร่างแรกแบบระมัดระวังเป็นพิเศษ เหลือเวลา 136 วินาที

จากนั้นก็พะบู๊กับร่างสองต่อแบบไม่ลำบากมากนัก เหลือเวลาไว้สู้กับร่างสาม 98 วินาที...

ในตอนนั้นคิดว่า... ไม่ทันแน่ๆ

ตอนเหลือเวลา 30 วิ... ผมโดนเบรค HP ผมเหลือ 2,200 แต่เคออสมีเบรฟ 4,000 โดนอีกดอกนึงผมตายแน่

แต่แล้วฟ้ายังเข้าข้าง ทำให้เกจ EX ของตัวละครเต็มพอดี... ว่าแล้วผมก็รีบแปลงเข้า EX โหมด

แล้วรีบใช้เวลาที่เหลือ อัดๆๆๆ ฟาดๆๆๆ ลดพลังชีวิตของเคออสอย่างเร็วที่สุด จนเคออสตั้งตัวไม่ติด วินาทีนั้นผมไม่ได้มองที่เบรฟค่าเบรฟ ไม่ได้มองที่ค่า HP ของทั้งสองฝ่าย แต่ใช้สมาธิทั้งหมดจดจ่อกับการหาช่องเข้าทำอย่างเดียว

เหลือเวลาอีก สิบวินาทีเศษๆ แต่เคออสยังไม่ตาย

ผมคิดว่าต้องกดใช้ Ex Burst แล้ว ถ้าไม่กดใช้ตอนนี้มันจะไม่ทันการ.... แต่ถ้าใช้ไปแล้วเคออสดันรอดตาย หรือเวลาดันหมดก่อนพอดี นั่นก็ถือเป็นเคราะห์กรรมที่ผมต้องยอมรับว่าเรายังดวงไม่ถึงจริงๆ

นับถอยหลัง 10 วินาที ตัวละครของผมเริ่มปลดปล่อย EX Burst ออกมา เอฟเฟคอันแสนยืดเยื้อเริ่มทำงานอีกครั้ง

ทันทีที่กดปุ่มคอมมานด์เสร็จ ผมรีบกดหยุดเกมเพื่อดูสถานการณ์โดยรวม พบว่าผมมีเบรฟ 930

ส่วนเคออสเหลือพลังชีวิต 1400 คำนวนคร่าวๆ การใช้ EX Burst น่าจะเพิ่มเบรฟให้ตัวละครจนเกิน 1400 ได้แน่ๆ แต่เอฟเฟคของ EX Burst มันจะเกินเวลาเกิน 10 วินาทีรึเปล่า!!!!???

ว่าแล้วผมก็กดปุ่มให้เกมเดินต่ออีกครั้ง เพื่อรับชมชะตากรรมที่จะเกิดขึ้น

ป๊าบบบ ป๊าบบบบ ป๊าบบบบบ

ปั๊บๆๆๆ ผลุบ พลั่กๆๆๆๆ โพละะ!!!!!

เมื่อเอฟเฟคของท่า EX จบลง เคออสดับดิ้น ผมเหลียวดูนาฬิกาจับเวลาว่าทันเวลาหรือไม่ จะเกิน 10 นาทีมั้ย!?

"...........................!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!....................."

"...9:59:46..."

"................................"

".........................................."

".................ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ....."

วินาทีนั้นผมแทบจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเป็นภาษาลาติน ถึงชนะเคออสในเวลา 8 นาที ก็ยังไม่ดีใจเท่าชนะเคออสในเวลา 9:59:46 เลยครับ ถ้าช้ากว่านี้อีกครึ่งวินาที สิ่งที่ทำมาทั้งหมดก็สูญเปล่าแล้ว

ไม่ว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะเกิดจากการคำนวณแบบสุ่มสี่สุ่มห้าของผม หรือจะเกิดจากดวงที่พอจะมีอยู่บ้าง

แต่นั่นก็คือผลลัพธ์ที่น่ายินดีอย่างยิ่งอยู่ดี : )