ในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ซิงเกิล 君がいるから ของคุณซายูริได้ออกวางจำหน่ายแล้ว แฟนๆ ทั้งหลายสามารถไปหาเพลง Eternal Love และ Christmas Again มาฟังกันได้แล้วนะครับ ส่วนสแกนล่าสุดจากนิตยสาร VJump ก็ได้เปิดเผยรายละเอียดท่า Tri-Disaster ซึ่งเป็นท่าโจมตีต่อเนื่องอันรุนแรงของไลท์นิ่ง ที่เราได้เห็นไปแล้วในเทรลเลอร์ตัวสุดท้ายของเกม นอกจากนี้ตัวสแกนยังได้่เขียนว่าในฉบับหน้าจะมีการเปิดเผยท่า シーンドライブ (Scene Drive) ซึ่งเป็นท่าโจมตีที่รุนแรงทีสุดของไลท์นิ่งในโหมด Blaster ซึ่งจะใช้ค่า ATB ทุกช่องในการโจมตี ใครฟังแล้วรู้สึกว่าชื่อมันคุ้นๆ ก็ไม่ต้องแปลกใจไปล่ะครับ ฮ่าๆ
ที่มา : FF-reunion
มาต่อกันกับบทแปลนิยาย Final Fantasy XIII : Episode Zero -Promise- ตอนที่ 3-4 ที่เผยแพร่อยู่ในเว็บไซต์หลักของตัวเกม เนื้อหาดังกล่าวได้รับการแปลภาษาอังกฤษโดย http://mushinoko.livejournal.com/ และงวดนี้คนที่รับหน้าที่แปลเป็นภาษาไทยอีกต่อก็คือ BoN ....
=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=
ตอนที่ 5 มุมมองของซัซส์
พวกเราตกลงที่จะไปดูดอกไม้ไฟด้วยกัน แดจซ์ที่ได้ยินก็ดูมีความสุขมาก เขาวิ่งและกระโดดไปมารอบห้อง แถมยังตะโกนโห่ร้องดังลั่น บางทีคงเป็นเพราะความเครียดจากการทดลองที่พวกนั้นทำต่อเขา ถึงแม้จะมีเจ้าหน้าที่ของ PSICOM หรือนักจิตวิทยาเด็กคอยมาเล่นกับเขาก็เถอะ แต่เขาก็เป็นเพียงนกน้อยที่ติดอยู่ในกรงเท่านั้น
พวกเขาทำการทดสอบแดจซ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ยังไม่พบภารกิจที่แดจซ์ต้องทำ สิ่งเดียวที่พวกเขารู้ก็คือการที่แดจซ์สามารถรู้สึกถึงการมีตัวตนอยู่ของสิ่งที่มาจากพัลส์ได้ ไม่สิ ฉันว่าบางทีนั่นอาจไม่ใช่ความจริงด้วยซ้ำ ฉันคิดว่าบางทีเขาอาจจะโกหกฉัน เพราะพวก PSICOM ไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่คาดการณ์ไว้
ถึงตอนนี้ที่ฉันกำลังนั่งยานเหาะไปเมืองโบดัม ฉันก็ยังไม่เชื่อคำพูดใดๆ นั้นนั่น อ๊ะใช่.. ลูกเองก็อยู่บนยานเหาะด้วยสินะ ลูกยังจำตอนที่แดจซ์เห็นลูกครั้งแรกได้มั้ย? นานแล้วนะที่เขาไม่ได้ส่งยิ้มเช่นนั้นออกมา...
ซัซส์มองดูแดจซ์ที่วิ่งไปมาบนทางเดินภายในยานเหาะ ความคิดของเขาเริ่มยุ่งเหยิงสับสน แล้วลูกนกโจโคโบะก็ไล่ตามแดจซ์ไป เมื่อเด็กทั้งสองคน ไม่สิ เมื่อเด็กน้อยและลูกนกได้พบกันเป็นครั้งแรก พวกเขาก็กลายเป็นเพื่อนกันอย่างรวดเร็ว ห้องโดยสารจึงอึกทึกไปด้วยเสียงของทั้งสองที่กำลังโลดเต้นไปมา
เพราะไม่มีผู้โดยสารคนอื่นอยู่ ซัซส์จึงปล่อยให้พวกเขาทำตามที่ใจต้องการ เมื่อซัซส์คิดถึงเรื่องที่แดจซ์ได้ถูกขังอยู่ในห้องนั้นเป็นเวลานาน เขาก็รู้สึกว่าแดจซ์มีสิทธิที่จะวิ่งไปมาเพื่อหาความสำราญเช่นนี้ เขาไม่กล้าที่จะห้ามแดจซ์ นาบาตเองก็ดูจะไม่เดือดร้อนอะไร ที่จริงเธอได้ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของเธอลงบันทึกไว้ว่าแดจซ์ได้เล่นกับโจโคโยะด้วย บางทีพวกเขาอาจใช้เรื่องนี้เป็นการทดสอบอย่างหนึ่ง
“พ่อฮับ ผมหิวน้ำแล้ว” แดจซ์พูดขึ้นเมื่อวิ่งไปถึงจุดที่ซัซส์นั่งอยู่ บางทีเขาคงเหนื่อยกับการวิ่งเล่นไปมา แน่นอนว่าเจ้านกโจโคโบะน้อยก็ลอยตามหลังเขามาติดๆ นั่นแหละ แล้วมันก็ใช้หัวของซัซส์มาเป็นฐานลงจอด ในไม่ช้าซัซส์ก็เปิดน้ำผลไม้กระป๋องหนึ่งแล้วส่งให้แดจซ์ เด็กน้อยดื่มมันเข้าไปอึกใหญ่ๆ จากที่เขาวิ่งตะโกนไปมาเนี่ย ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะหิวน้ำซะขนาดนี้
“อ๊ะใช่ พวกเรายังไม่ได้ตั้งชื่อให้กับเจ้าหนูน้อยเลยนี่ฮับ?”
ตั้งแต่ที่ได้พบกัน เจ้าลูกนกก็เอาแต่วิ่งไล่แดจซ์ไปมา จึงยังไม่มีโอกาสได้คิดตั้งชื่อให้กับมันเลย
“อืม.... ชื่อเท่ๆ! เหมือนพวกตัวละครในทีวีไง!”
แดจซ์กำลังพูดถึงรายการสำหรับเด็กที่แดจซ์ติดงอมแงม ตัวเอกของเรื่องเป็นลูกโจโคโบะผู้ผดุงความยุติธรรม สาเหตุที่ทุกวันนี้ลูกโจโคโบะดังระเบิดระเบ้อก็เพราะเจ้ารายการนี้น่ะแหละ
“เดี๋ยวสิ ถ้าเกิดมันเป็นตัวเมียล่ะจะว่ายังไง?”
ว่ากันว่าขนาดมืออาชีพก็ยังดูเพศของโจโคโบะไม่ออกเลย โจโคโบะนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่เต็มไปด้วยปริศนา พวกมันเข้าใจบทสนทนาของมนุษย์ และยังมีสัญชาตญาณนการกลับบ้านที่ดีเยี่ยม นั่นคือเรื่องที่ทุกคนรู้
“โอเค งั้นเรามาตั้งชื่อที่ทั้งเท่และน่ารักกัน!”
“อืมม ก็มีเยอะเป็นหางว่าวเลยนี่เนอะ แต่ลูกยังมีเวลาอีกเยอะให้คิดแหละนะ ยังไงเจ้าลูกนกเนี่ยก็ไม่หนีไปไหนแน่นอน”
แต่ปัญหาน่ะมันอยู่ที่ว่าแดจซ์จะมีเวลาเหลือซักแค่ไหนต่างหาก คิดดังนั้นแล้วซัซส์เองก็สลดใจ เด็กหกขวบมันจะไปทำภารกิจอะไรได้? เด็กที่ได้แต่กระโดดไปมา วิ่งเล่น แล้วก็ตะโกนโห่ร้องเนี่ยนะ?
“พ่อ... พ่อฮับ... นั่นอ่ะไรอ่ะฮับ?” แดจซ์พูดพลางชี้ออกไปนอกหน้าต่าง
“หืม ไหนดูซิ อ๋อนั่น... โบราณสถานโบดัมน่ะ อีกเดี๋ยวพวกเราก็จะถึงแล้ว”
แดจซ์ยื่นหน้าผากของเขาเข้าไปแปะกับหน้าต่าง และจ้องลงไปยังโบราณสถาน ซัซส์จำได้ว่าแดจซ์เคยเห็นโบราณสถานนี้ตอนนั่งรถไฟไปยังเอวลีดแล้วนี่นา แต่ว่ามุมมองจากด้านบนคงให้อารมณ์ความประทับใจที่แตกต่างจากมุมมองทางด้านล่างล่ะมั้ง
“ผมอยากเข้าไปข้างในจังฮับ”
“ในโบราณสถานเนี่ยนะ? ไม่เอาน่า เข้าไปไม่ได้หรอก ที่นั่นไม่มีประตู ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าข้างในเป็นยังไง มันเป็นสิ่งลึกลับที่มาจากพัลส์..” พูดถึงตรงนี้ซัซส์ก็นึกขึ้นได้ว่า สิ่งลึกลับจากพัลส์งั้นรึ? นั่นคือสิ่งที่นาบาตพูดไว้นี่นา? เธอบอกว่าแดจซ์สามารถรับรู้ถึงสิ่งที่มาจากพัลส์ได้ใช่มั้ย?
“มันอยู่ข้างในอ่ะ”
“แดจซ์....ลูก...” ซัซส์ไม่กล้าพูดอะไรออกมามากกว่านี้
“แดจซ์ มีอะไรอยู่ด้านในงั้นเหรอ” นาบาตพูดขึ้นขณะปรากฏตัวอย่างฉับพลันข้างกายพวกเขา เธอคงได้ยินเรื่องที่พวกเขาคุยกันแน่ๆ
“ผม...ไม่รู้สิฮับ แต่มันอยู่ข้างในนั้นแหละ”
“เข้าใจละ เธอไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่เธอรู้ว่ามีบางสิ่งอยู่ด้านในใช่มั้ยจ๊ะ?”
แดจซ์มองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วก็พยักหน้าให้
“ขอบใจนะ เธอเป็นเด็กที่ดีจริงๆ” เธอพูดขณะวางมือลงบนหัวของเขาเบาๆ เธอมองไปที่ซัซส์ราวกับจะบอกว่า นี่แหละคือพลังของลูกคุณ
ซัซส์เองยังคงไม่เชื่อซักเท่าไหร่ โบราณสถานนั้นมันดูประหลาดๆ แดจซ์เองก็แค่สนใจเพราะความประหลาดของมัน เขาก็แค่อยากจะลองเข้าไปในนั้นเท่านั้นแหละ
“พวกเราจะให้ทีมสำรวจเข้าไปค้นในโบราณสถาน เป็นไปได้ว่าอาจมีพวกที่มาจากพัลส์อยู่”
“ล้อเล่นน่ะ? มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว!” ซัซส์ตะโกนออกไปโดยไม่ได้คิด แดจซ์ตกใจมากซะจนกระโดดหนี แล้วเขาก็มองกลับมาที่ซัซส์ ซัซส์เห็นดังนั้นจึงพยายามสงบใจลง
“ไม่เป็นไรนะ พ่อแค่ตกใจนิดหน่อย ขอโทษที่ตะโกนออกไป พ่อไม่ได้ตั้งใจทำให้ลูกตกใจ”
ซัซส์อุ้มแดจซ์ขึ้นมาและวางไว้บนหน้าตักของตัวเขาเอง เขาไมอยากให้แดจซ์มองไปนอกหน้าต่างอีกแล้ว
................................................................................................................
ฉันไม่อยากเชื่อว่าเขาจะสามารถรู้สึกถึงสิ่งที่มาจากพัลส์ได้จริงๆ ฉันคิดว่าลึกๆ ภายในใจของฉัน ก็ยังคงมีความเชื่อที่ว่าพวกเขาคิดผิดอยู่ ไม่มีทางที่แดจซ์จะเป็นลูซิได้หรอก ดังนั้นตอนที่ฉันเห็นแดจซ์จ้องไปยังโบราณสถานแบบนั้น ฉันจึงทนเฉยเอาไว้ไม่ได้
ฉันอยากเชื่อว่าแดจซ์เพียงต้องการไปชมเทศกาลดอกไม้ไฟจากใจจริง โดยไม่มีเหตุผลในเรื่องของพัลส์มาเกี่ยว ฉันมั่นใจว่าเขาคงได้ยินผู้คนคุยกันตอนนั่งรถไฟจากเมืองโบดัมไปยังเอวลีด ดังนั้นถึงแม้ฉันจะไม่เคยพูดเรื่องงานเทศกาลให้เขาฟัง แดจซ์ก็น่าจะเคยได้ยินเรื่องที่เค้าพูดกันว่าดอกไม้ไฟที่โบดัมจะช่วยให้คำอธิษฐานเป็นจริง
เฮ้... รู้มั้ยว่าแดจซ์อธิษฐานอะไร? “ผมอยากให้พ่อมีความสุขอีกครั้ง” เขาพูดแบบนั้น ฉันจึงรู้ตัวว่าฉันคงไม่อาจทำหน้าเศร้าๆ ได้อีกต่อไป ไม่ว่าฉันจะกังวลเรื่องเขามากแค่ไหนก็ตาม ฉันตัดสินใจแล้วว่าฉันจะไม่ทำหน้าเศร้าหรือเป็นกังวลต่อหน้าแดจซ์อีกแล้ว นั่นสินะ ฉันเองก็พยายามเต็มที่แล้วไม่ใช่เหรอ? กระทั่งตอนที่ได้ยินพันโทนั่นพูดก็ตามที...
................................................................................................................
ในยามที่เทศกาลดอกไม้ไฟใกล้จะจบ ดอกไม้ไฟจำนวนมากได้ถูกยิงขึ้นไปบนท้องฟ้า จนแลดูสว่างไสวราวกับเป็นเวลากลางวัน
ทุกคนคงอธิษฐานกันเสร็จแล้วมั้ง เห็นเอาแต่มองไปบนท้องฟ้า แล้วก็ร้องโอ้ๆ อ่าๆ กัน ในตอนนั้นแดจซ์เองก็กุมมือซัซส์เอาไว้อยู่ เขากระโดดขึ้นลงไปมา หัวเราะ แล้วก็ส่งยิ้ม
“อ่าว... เป็นยังไงบ้างครับ พันโทนาบาต”
มีเพียงซัซส์และนาบาตเท่านั้นที่กำลังจับจ้างไปยังทิศทางอื่น ตอนแรกนั้นนาบาตได้รอรายงานผลการสำรวจอยู่บนยานเหาะมาตลอด ดังนั้นการที่เธอมาอยู่ที่นี่ ก็แปลว่า...
“ดิฉันได้รับการติดต่อจากทีมสำรวจแล้ว” นาบาตกล่าวด้วยเสียงเรียบต่ำ ซัซส์ถึงกับกลั้นหายใจไปชั่วขณะก่อนที่เธอจะพูดต่อไป
“มีฟัลซิของพัลส์อยู่ภายในโบราณสถานค่ะ”
เสียงทั้งหลายได้เงียบหายไปจากโลกใบนี้ ไม่ว่าเสียงระเบิดของดอกไม้ไฟ ไม่ว่าเสียงโห่ร้องของผู้คน ทุกอย่างล้วนหายไป สิ่งเดียวที่เหลืออยู่มีเพียงเสียงของนาบาตเท่านั้น
“เป็นเรื่องน่าอายเหมือนกันนะคะ โบราณสถานนั้นตั้งอยู่ที่นี่มาหลายร้อยปีแล้ว แต่รัฐบาลกลับไม่เคยทำอะไรกับมัน เราจึงต้องขอบคุณแดจซ์มากเลยค่ะ”
แดจซ์ในตอนนั้นไม่ได้รู้เลยว่านาบาตกำลังพูดถึงตัวเขาอยู่ เขาชูมือขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วก็กระโดดขึ้นลง ราวกับกำลังคิดว่าเขาจะสามารถสัมผัสกับดอกไม้ไฟเหล่านั้นได้
“ดิฉันหมายความว่า เขาเคยบอกว่าอยากจะไปยังโบดัม แล้วก็มีอะไรบางอย่างอยู่ที่นั่น แต่ใครจะไปคิดล่ะคะ...”
ใครจะไปคิดว่าจะมีฟัลซิของพัลส์อยู่ในเมืองโบดัม ภายในโบราณสถานที่ไม่มีทางเข้าและทางออก
“ตอนนี้เรามั่นใจแล้วว่า แดจซ์สามารถรับรู้ถึงสิ่งที่มาจากพัลส์ได้ค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่ภารกิจของเขาคืออะไรกันล่ะ? ก็แค่รู้สึกและค้นหาพวกมันใช่มั้ยครับ”
นาบาตเริ่มดูเหมือนปิดบังอะไรอยู่ เธอบอกว่า “พวกเราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ”
“ทำไมกันล่ะ? ผมหมายถึงเขาหาของให้พวกคุณได้แล้วนี่? แล้วทำไมจะไม่ใช่กันล่ะครับ?”
“ขอโทษนะคะ แต่ยังมีเรื่องมากมายที่พวกเราก็ยังไม่ทราบ แต่ฉันรู้สึกว่ามันต้องไม่ใช่อะไรง่ายๆ อย่างเช่นการค้นหาฟัลซิของพัลส์...” แล้วเธอก็ตัดบททิ้งตรงนั้น ดูเหมือนว่าเธอจะไม่อยากพูดอะไรออกไปมากกว่านี้แล้ว ถ้าภารกิจของเขาคือการค้นหาฟัลซิของพัลส์ ในเมื่อมันถูกพบในโบราณสถานแล้ว แดจซ์ก็น่าจะกลายเป็นคริสตัลไปเรียบร้อยแล้ว นั่นแปลว่าการค้นหาฟัลซิไม่ได้ทำให้ภารกิจของเขาลุล่วงซะทีเดียว
เขาต้องค้นหาเหล่าลูซิที่ซ่อนตัวอยู่ทั้งหมดเลยรึเปล่า? บางทีการค้นหาพวกเขาอาจจะยังไม่พอ อาจจะต้องกำจัดพวกเขาทั้งหมดเลยก็ได้ ทว่านั่นก็เป็นเรื่องที่เกินกว่าจะคาดหวังได้จากเด็ก 6 ขวบแหละนะ
“พ่อฮับ นี่...พ่อฮับ!!” แดจซ์กำลังดึงแขนของซัซส์อยู่
“อ๊ะ...โทษที มีอะไรเหรอ?”
“ไปยังสวนสาธารณะนอวติลุสกันต่อเถอะครับ!”
ซัซส์และนาบาตหันมามองหน้ากันและกัน สวนสาธารณะนอวติลุสเป็นสวนที่ดูแลโดยรัฐบาล มันตั้งอยู่ที่ใจกลางเมืองนอวติลุส แดจซ์รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่มาจากพัลส์อีกแล้วรึเปล่า? บางทีมันอาจจะเป็นลูซิของพัลส์ก็ได้
“มีอะไรบางอย่าง.... อยู่ที่นั่นเหรอ?”
เขาไม่อาจควบคุมน้ำเสียงของเขาไม่ให้สั่นเทิ้มได้ หากมีลูซิของพัลส์อยู่ในสวนสาธารณะนอวติลุส บางทีคราวนี้อาจถึงเวลาที่แดจซ์ต้องกลายเป็นคริสตัลแล้ว
“ช่าย!!ที่นั่นมีโจโคโบะมากมาย! และมีเจ้าพวกขนปกปุยเยอะแยะเลยฮับ!”
ซัซส์ได้ยินแล้วก็โล่งอก แดจซ์ก็แค่อยากจะดูโจโคโบะแล้วก็พวกแกะเท่านั้น อ๊ะใช่.. พวกเขาเคยคุยกันเกี่ยวกับเรื่องสวนนอวติลุสในตอนที่นั่งรถไฟไปยังเอวลีดแล้ว แดจซ์คงจะจำมันได้
“ดูท่าจะไม่เกี่ยวอะไรกับพัลส์สินะคะ”
ซัซส์ได้ยินก็พยักหน้าเล็กน้อย
“พาผมไปนะ! พาผมไป!”
ซัซส์เกือบพูดว่าไว้จะพาไปทีหลังแล้วเชียว ทว่านาบาตกลับก้าวเท้าเข้ามา เขาคิดว่านาบาตคงผิดหวังที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ทว่าเธอกับแสดงความใจดีออกมา
“ถ้ามีที่อื่นที่อยากไปก็บอกดิฉันมาได้เลย ตกลงนะ?”
ใช่แล้ว ถึงแม้ตอนนี้จะไม่ใช่ แต่คราวหน้าก็ไม่แน่ บางทีเธออาจจะคิดเช่นนั้นอยู่ หรือไม่เธอก็คงคิดว่าเด็กน้อยผู้แบกรับชะตากรรมของการเป็นลูซิ คงต้องการเวลาสนุกสนานกับเค้าบ้างแหละน่า และเธอก็อยากจะมอบเวลาดังกล่าวให้กับเขา ไม่สิ...ไม่ใช่เธอ จริงๆ แล้วไม่ใช่เธอที่อยากให้
“ดิฉันจะพาไปทุกๆ ที่ๆ เธออยากไปเลยนะ”
“สวนสาธารณะนอวติลุส!”
“ได้เลย....ตกลง คราวหน้าพวกเราจะไปกันหมดทุกคนเลยนะ ฉันสัญญา”
“ตกลงฮับ!”
ใครได้เห็นฉากนี้คงคิดว่ามันเป็นฉากสวีตหวานแหววแน่ๆ ใครก็ตามที่ไม่รู้ความจริงน่ะนะ ซัซส์มองไปอีกทางหนึ่ง แล้วก็เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย ทหารผมเงิน...เขามีชื่อว่าอะไรกันนะ? พันโทรอชรึเปล่า? ซัซส์ครุ่นคิดเพียงลำพัง
“พันโทนาบาต” เสียงที่ดูหนักแน่นนั้นทำให้ซัซส์รู้สึกไม่ดี นาบาตยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ซัซส์คิดว่ารอชคงมาเล่นกับแดจซ์อีกแน่ๆ แดจซ์ได้ยินก็ทำหน้าสดใสขึ้นมาทันที ซัซส์จึงดึงแดจซ์เข้ามาและโอบเขาไว้ บางทีสิ่งที่พวกเขากำลังจะพูด อาจจะเป็นสิ่งที่เด็กไม่ควรได้ยิน
“ได้ข้อสรุปแล้วครับ”
ซัซส์ที่ได้ยินเสียงนั้น ค่อยๆ หันหลังให้ แล้วก็พาแดจซ์ออกไปจากจุดนั้น
โฆษณาทีวีตัวล่าสุดของเกม ที่เน้นโชว์การใช้มนต์อสูร และปิดท้ายด้วยการโจมตีด้วยดาบสองมือของไลท์นิ่ง!
ป.ล. ล่าสุดคุณโทริยามะได้ให้สัมภาษณ์ว่าตัวเกมภาคนี้ใช้เวลาเล่น 50-60 ชั่วโมงในการจบเนื้อเรื่องหลักครับ
- ระบบ PSN ได้อัพเดทเทรลเลอร์ตัวสุดท้ายของ Final Fantasy XIII ซึ่งมีความยาว 5 นาที 12 วินาทีเข้าไปในเซอร์เวอร์เรียบร้อยแล้ว ตัวมูวี่มีความละเอียด 1080p และมีขนาดไฟล์ 564M เจ้าของ PS3 ทุกท่านห้ามพลาดเด็ดขาด!
- เว็บไซต์หลักของเกม Final Fantasy XIII ญี่ปุ่น ได้อัพเดทรายละเอียดการวางจำหน่าย OST เกมแล้ว ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่ก็เหมือนกับข่าวที่ทางเราได้นำเสนอไปก่อนแล้ว นอกจากนี้ในส่วนของ Novel ก็ได้มีการอัพเดทนิยายตอนที่ 3-5 ถึง 3-7 เรียบร้อยแล้ว ก็เป็นอันว่าจบเนื้อหาของซัสซ์ซะที ใครที่รอออ่านนิยายเวอร์ชั่นภาษาไทยก็อดใจรอกันซักนิด งานนี้ FFplanet และบล็อคของน้องเต้จะมีให้อ่านกันอย่างแน่นอน..!!
- สุดท้ายนี้เว็บ SQEX Member สาขาญี่ปุ่นได้อัพเดทปฏิทินในรูปแบบวอลเปเปอร์จำนวน 2 ภาพด้วยกันแล้ว โดยเป็นภาพอาร์ทเวิร์คของไลท์นิ่งและโอดิืนภาพหนึ่ง และเป็นภาพไลท์นิ่งควบโอดินทะยายไปบนฟากฟ้าของโคคูนอีกภาพหนึ่ง ใครที่เป็นสมาิชิกของ Square Enix ก็อย่าลืมเข้าไปโหลดมาเก็บไว้กันนะ
Update!!: Wallpaper 2 ภาพครับ
Wallpaper 1
Wallpaper 2
ข้อมูลใหม่ของระบบอาวุธค่ะ
ในภาค 13 นี้นอกจากระบบ Crystallium ที่ใช้ในการอัพความสามารถของตัวละครแล้ว ในภาคนี้ก็ยังจะมีระบบ “Reform” ที่ใช้ในการอัพอาวุธด้วย
กลไกของระบบนี้ก็คือเราจะสามารถป้อนวัตถุดิบชนิดต่างๆให้กับอาวุธหรือเครื่องประดับของเราเพื่อให้มันมีสกิลพิเศษ หรือเลเวลอัพได้ เมื่ออาวุธหรือเครื่องประดับชิ้นนั้นๆ เลเวลอัพแล้วมันก็จะเปลี่ยนรูปร่างไป และวัตถุดิบชนิดต่างๆที่ว่านี้ก็จะสามารถหาได้จากการทำเควสแล้วได้รับเป็นรางวัล เปิดหีบสมบัติ ขโมยจากศัตรู ซื้อจากร้านค้า ดรอปจากมอนสเตอร์ หรือกดทำลายอาวุธชนิดเก่าซึ่งอาวุธนั้นก็จะพังไปแต่เราก็จะได้รับวัตถุดิบที่หายากกว่ากรณีข้างต้น โดยวัตถุดิบชนิดต่างกันหรือจำนวนต่างกันก็จะก่อให้เกิดผลกระทบที่ต่างกันกับอาวุธของเรา
อย่างเช่นถ้าเราใช้วัตถุดิบที่เรียกว่า Liquid Crystal Lens ป้อนให้กับอาวุธเบลซเอดจ์ (Blaze Edge) ของไลท์นิ่ง ค่าประสบการณ์ของเบลซเอดจ์ก็จะเพิ่มไป 100 แต้ม ป้อน 3 ชิ้นก็เพิ่ม 300 แต้ม และถ้าหากเราป้อนวัตถุดิบบางชนิดที่มีคุณสมบัติเพิ่มค่าประสบการณ์เป็น 1.25 เท่าเข้าไปด้วย จากที่จะได้แค่ 100 แต้มก็จะได้ป็น 125 แต่ก็จะมีวัตถุดิบบางชนิดที่ลดแต้มค่าประสบการณ์เช่นกัน
เมื่อแต้มถึงจำนวนที่กำหนดไว้ สเตตัสเลเวลของอาวุธก็จะเปลี่ยนเป็นรูปดาวเพื่อบอกว่าเราสามารถเลือกให้อาวุธเลเวลอัพได้แล้ว เมื่อกดตกลง อาวุธก็จะเปลี่ยนรูปไปเป็นสแลชคาร์บอน (Slash Carbon) อาวุธขั้นที่ 2 ของไลท์นิ่งนั่นเอง และเวลาที่เลเวลอัพนั้น นอกจากความสามารถทั่วๆไปอย่างเช่นพลังโจมตีจะเพิ่มขึ้นแล้ว เราจะได้ความสามารถพิเศษดีๆเพิ่มขึ้นมาด้วย เพราะเหตุนี้ถึงแม้ค่าประสบการณ์ของอาวุธจะมีมากพออัพเลเวลได้แล้ว แต่เราก็ยังต้องไปหาวัตถุดิบพิเศษที่ใช้ในการอัพเลเวลอาวุธไปยังขั้นต่อไปอยู่ดี
รายละเอียดอื่นๆ
- อาวุธของสโนว์ก็คือเสื้อโค้ทของเค้านั่นเอง โดยจะมีสัญลักษณ์ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังและแขนเสื้อของเค้าเวลาต่อสู้ อาวุธเริ่มต้นก็คือ "หมีป่า" ….ที่เน้นพลังโจมตี จากในแสกนจะเห็นอาวุธอีกอันนึงของเค้า ต่างจากหมีป่าที่อาวุธอันนี้จะเพิ่มพลังด้านเวทย์มนต์นั่นเอง
- อาวุธของตัวละครทั้ง 6 ตัวจะสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้ระหว่างการต่อสู้ เช่น ไลท์นิ่ง-ดาบเปลี่ยนเป็นปืน ฟาง-หอกเปลี่ยนเป็นกระบอง 3 ท่อน ซัซส์-ปืนพก 2 กระบอกเปลี่ยนเป็นปืนไรเฟิล เป็นต้น
ที่มา: www.ff14site.com
ประมาณ 14.40 นาฬิกาของวันนี้ (ตามเวลาประเทศญี่ปุ่น) ได้มีการจัดงานโปรโมตเกม Final Fantasy XIII ขึ้นที่ลาน Altavision ที่ชินจูกุ โดยตัวงานนั้นเริ่มมาก็มีการฉายเทรลเลอร์ตัวสุดท้ายของเกมเพื่อทำการสะกดจิตหมู่ จากนั้นก็จัดแสดงมินิไลฟ์คอนเสิร์ตเพลงจากเกม ซึ่งก็มีการบรรเพลงเพลง Eternal Love ซึ่งเป็นเพลงประกอบเกมอีกเพลงหนึ่งให้ฟังกันแบบเต็มๆ เป็นครั้งแีรกด้วย
หลังจากนั้นก็มีการฉาย TVCM ตัวใหม่ที่มีความยาว 30 วินาที โดยโฆษณาตัวนั้นจะใช้เพลง Boss Battle บรรเลงประกอบ และในตอนจบของเทรลเลอร์เราก็ได้เห็นค้าวโกะใช้ท่า Finishing Touch.. เอ้ย.. ได้เห็นไลท์นิ่งใช้ดาบสองมือระบำฟาดฟันศัตรูกลางอากาศอย่างเมามันส์ด้วย โอวววว
จบงานนี้ไปเชื่อว่าพลังอุปทานหมู่ พลังศรัทธาจะแรงกล้าขึ้นอีกขั้นอย่างแน่นอนครับ!!
=-=-=-=-=-=-=-=--=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=
คลิ๊กที่นี่เพื่อฟังเพลง Eternal Love ที่อัดเสียงมาจากในงาน
=-=-=-=-=-=-=-=--=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=
ที่มา : FF-reunion
คุณครู : อาจจะกะทันหันไปหน่อย แต่พรุ่งนี้ครูของดสอนนะครับ
นักเรียน : วันพ่อก็ไม่ใช่ จะหยุดทำตั่วเฮียอะไรคะคุณครู?
คุณครู : (...3 ปีแล้วสินะ ในที่สุดเวลาที่รอคอยก็มาถึง TAT...)
คุณครูหน้าตาแบบว่า... อย่างตื้นตันใจมาก งานนี้ตรูโดดแน่ๆ อะไรประมาณนั้นเลย ฮ่าๆ
ป.ล. หลังจากนี้ FFplanet จะได้น้อง taepoppuri หรือเรียกสั้นๆ ว่าน้องเต้ ที่เป็นแม่ทัพ Final Fantasy XIII มาช่วยอัพข่าวให้ผมอีกแรงด้วยนะครับ ยังไงก็ขอฝากฝังผลงานของคุณน้องไว้ในอ้อมอกของทุกคนๆ ล่วงหน้าด้วยครับ ^.^