Fabula-Nova-Crystallis

อเคเดเมีย AF400

  • อเคเดเมียได้ก่อตั้งเป็นรัฐบาลปกครองแกรนพัลส์ กลายเป็นเมืองที่เจริญยิ่งกว่าโคคูนสมัยที่ปกครองโดยฟัลซิ ณ ที่แห่งนี้มนุษย์ได้สร้างฟัลซิเทียมขึ้นมาซึ่งได้รับพลังมาจากโปรโตฟัลซิ "อดัม"
  • เมื่อมาถึงที่แห่งนี้ จะได้ยินเสียงของไลท์นิ่งดังขึ้น "พลังในการกำหนดอนาคต พลังในการเปลี่ยนแปลงชะตากรรม ความสามารถเหล่านั้น หากเอามาใช้โดยไม่ระวัง ก็จะเปลี่ยนชะตากรรมของผู้คนให้แย่ลง พลังแบบนี้ไม่ควรเป็นของปุถุชนธรรมดา ไม่มีใครที่มีสติปัญญามากพอที่จะครอบครองมันได้ เซร่าห์.. เธอต้องค้นหาคำตอบของเธอให้พบ ขณะที่เธอยังสั่นเทิ้มอยู่บนหน้าผาแห่งความสิ้นหวัง"
  • โนเอลมาถึงอเคเดเมียในยุคนี้ก็ตื่นตะลึงในหมู่ตึกระฟ้าที่ดูล้่ำสมัย ความสงสัยในกระบวนการสร้างบ้านเมืองเหล่านี้เพิ่มพูนขึ้นในใจของเขา เซร่าห์บอกว่าเป็นเพราะผู้คนมากมายได้ร่วมแรงร่วมใจกันนานนับทศวรรษ หรืออาจนับศตวรรษ เพื่อสร้างเมืองที่เราเห็นกันอยู่ในตอนนี้ โนเอลเสริมว่า "พวกเขาวาดหวังถึงอนาคต และเริ่มต้นขึ้นจากการวาดหวังนั้นสินะ เขาเคยคิดว่าหนทางเดียวในการสร้างอนาคตที่ดีขึ้น คือการเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างให้ถูกต้องนับจากห้วงเวลาในปัจจุบัน ทว่าการสร้างอะไรสักอย่างให้ผู้คนได้ต่อยอดขึ้นไป ก็เป็นความคิดที่ไม่เลวนัก แม้มันอาจไม่สำเร็จในช่วงชีวิตของเราได้ แต่มันก็ยังควรค่าที่จะเริ่มต้น หากเชื่อว่าคนในยุคต่อไปจะสืบสานอุดมการณ์ต่อไปได้ ความฝันนั้นก็จะดำรงอยู่ต่อไป"
  • เซร่าห์แซวว่าโนเอลพูดราวกับเป็นโฮปเลย โนเอลเพ้อต่อไปว่าเขาหวังว่ายูลจะได้เห็นอนาคตแบบนี้ ยูลเป็นคนพิเศษ แต่เขาไม่อาจปกป้องเธอเอาไว้ได้ (น้ำตาจากตาซ้ายหลั่งออกมา)
  • ระหว่างที่ทั้งสองยังคุยกันอยู่นั้น ฟัลซิภายในเมืองก็ตรวจจับได้ว่าเซร่าห์มีร่องรอยของสัญลักษณ์แห่งลูซิอยู่ จากนั้นมันจึงเปลี่ยนคนในเมืองให้กลายเป็นซีธ โนเอลตกใจแล้วอุทานถามว่านี่มันฝีมือของใครกัน... เซร่าห์บอกว่ามีแต่ฟัลซิเท่านั้นที่ทำแบบนี้ได้
  • เสียงสัญญาณเตือนภัยทั่วทั้งเมืองดังขึ้นว่าเกิดภัยระดับซิกม่า (Sigma) ทุกส่วนในอเคเดเมียให้ระวังภัยระดับสูง.... โนเอลระแวงว่าภัยที่ว่านี้คงไม่ได้หมายถึงพวกเขาหรอกนะ... แต่เซร่าห์เห็นว่าระบบป้องกันภัยของเมือง คงมองพวกเขาเป็นผู้บุกรุก
  • ทำลายหุ่น รปภ. แล้วจะผ่านบาร์เรียร์แสงไปได้
  • ในยุคปัจจุบันของเซร่าห์ (AF003) ที่ผู้คนพูดกันว่ามีการสร้างเมืองที่ฐานโคคูน เมืองนั้นคืออเคเดเมียนั่นเอง ซึ่งก็สร้างมาได้ 400 ปีแล้ว มีระบบป้องกันภัยระดับสูง หากมีคนบุรุก ก็จะมีมาตรการตอบโต้มากมายแห่มากำจัดภัยนั้นทิ้งทันที
  • พาราด็อกซ์ที่เกิดขึ้นในยุคนี้ ทำให้ฐานข้อมูลแผนที่ เต็มไปด้วย Corrupt Data คุณมิสฮอร์ริซัน (Miss Horizon) จึงให้เราช่วยสำรวจฉากแล้วทำแผนที่ให้ได้ 100% เพื่อฟื้นข้อมูลกลับมา
  • สถานการณ์ตอนนี้คือ พวกหุ่นยนต์ยามไล่ทำร้ายมนุษย์ ฟัลซิเองก็เปลี่ยนผู้คนให้กลายเป็นมอนสเตอร์ ดูเหมือนว่าระบบป้องกันความปลอดภัยของเมืองจะคิดว่าชาวเมืองเป็นผู้บุกรุก
  • ส่วนโจโคลิน่าที่ไม่ใช่มนุษย์ และยืนยันว่าตัวเองไม่ใช่มนุษย์ ก็ไม่เป็นอะไรกับเขาเลย
  • วิ่งฝ่าความโกลาหลไปถึงจุดหนึ่ง โนเอลจะยกมือขึ้นแล้วบอกว่าพวกเขายอมแพ้แล้ว ไม่สู้แล้ว ขอให้คนที่ตามพวกเขาอยู่ปรากฏตัวออกมาซะ แล้วไคอัสก็เดินออกมาบอกว่าการแกล้งทำเป็นยอมแพ้เพือ่ถ่วงเวลา เป็นแผนที่ไม่เลวเลยนะ... โนเอลสงสัยว่าทำไมไคอัสในยุคนี้ถึงต้องสู้กับเขาด้วย ไม่มีเหตุผลอะไรสักหน่อย? แต่ไคอัสปฏิเสธว่าโนเอลคือศัตรู เป็นความขัดแย้งของกาลเวลา เขามีเหตุผลทั้งหมดที่จะกำจัดโนเอล... ที่สำคัญคือ เมื่อ 200 ปีก่อนโนเอลได้รู้ประวัติศาสตร์ต้องห้าม แล้วตายไปในหอคอยแล้ว แต่ตอนนี้โนเอลกลับมายืนอยู่ต่อหน้าไคอัสได้ กลับมามีชีวิตเป็นปกติดีได้ มันจะเป็นอะไรอื่นได้อีกนอกจากพาราด็อกซ์...
  • ไอ้ที่ไคอัสพูดมาทั้งหมด โนเอลฟังไม่รู้เรื่อง เซร่าห์และคนเล่นก็ฟังไม่รู้เรื่อง เซร่าห์สงสัยว่าสิ่งที่ไคอัสพูดแท้จริงแล้วเป็นอนาคตของพวกเธอรึเปล่า? ไคอัสเข้าใจว่านั่นคืออดีตของพวกเธอ แต่จริงๆ แล้วมันถือสถานที่ที่พวกเธอจะท่องเวลาไปต่อกันรึเปล่า? โนเอลบอกว่าเป็นไปได้ หลังจากนี้พวกเราอาจจะท่องเวลาไปยังยุค 200 ปีก่อนหน้ายุคนี้ แล้วก็ไปเจอกับไคอัส
  • ไคอัสยังยืนยันว่าไม่ผิดแน่ พวกที่เขาเจอเมื่อ 200 ปีก่อน กับคนที่ยืนอยู่ต่อหน้าเขาตรงนี้คือคนๆ เดียวกัน.... ระหว่างนั้นโนเอลก็ขัดขึ้นว่าทำแบบนี้ (ทำให้ชาวเมืองผู้บริสุทธิ์ซวยไปด้วย) ไม่สมกับเป็นไคอัสเลย ถ้าเราขัดขวางนาย ทำไมนายไม่หยุดพวกเราเองล่ะ!? แต่ไคอัสก็เถียงว่าต้องมีการสังเวยกันบ้างถึงจะทำให้พวกโนเอลหยั่งรู้ถึงการละเมิดของตน เพื่อการนั้นเขาถึงได้เกณฑ์ฟัลซิอดัมมาเป็นผู้ช่วย.... โนเอลได้ยินก็ยิ่งสงสัยว่ามันไม่สมเหตุสมผลเลย ทำไมไคอัสต้องลากคนไม่เกี่ยวข้องมาพัวพันด้วย
  • สักพักสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นว่าตอนนี้สถานการณ์ได้กลายเป็นความร้ายแรงระดับโอเมก้า (Omega) ไปแล้ว เสถียรภาพของกาลเวลากำลังเสี่ยงอันตราย ต้องทำลายพลเรือนของอเคเดเมียให้หมด..... โนเอลที่ได้ยินก็บอกว่าระบบมันกำลังจะกำจัดทุกคน แต่เพื่ออะไรกัน? เซร่าห์ก็ประชดว่าฟัลซิของโคคูนมันก็เป็นแบบนี้เหมือนกันแหละ ไม่คำนึงถึงชีวิตของมนุษย์ เซร่าห์บอกว่าทุกคนเป็นแบบนี้ก็เพราะพวกเรา ส่วนโนเอลก็เสริมว่า แต่ก็มีเพียงพวกเราเท่านั้นที่จะช่วยพวกเขาได้
  • ไคอัสบอกว่า การดำรงอยู่ของพวกโนเอลเป็นพิษต่อกาลเวลา และนำมาซึ่งหายนะ... พวกโนเอลได้รู้ประวัติศาสตร์ที่แท้จริงแล้ว ก็จะปล่อยไปไม่ได้ โนเอลบอกว่าท่าทางไคอัสจะเชื่อจริงๆ ว่าพวกเขาเป็นต้นเหตุของพาราด็อกซ์ เซร่าห์บอกว่าที่ไคอัสคิดว่าพวกเราเป็นศัตรุก็เพราะเรื่องในอดีต ถ้าเราได้ท่องไปยังหอคอยเมื่อ 200 ปีก่อน ก็คงรู้ว่าอะไรเป็นอะไร บางทีเกทคงอยู่ที่อีกฟากของสะพาน ดังนั้นไคอัสถึงได้ทำลายสะพานทิ้งไป
  • เซร่าห์และโนเอลไล่ตามไคอัสไป แต่ไคอัสก็เอาแต่หนีแล้วส่งศัตรูมาขัดขวางเรา ซึ่งเป็นวิธีการที่แปลกอยู่ โนเอลตะโกนบอกให้ไคอัสเลิกหนีแล้วหันมาสู้กันสักที ระหว่างทางเซร่าห์ก็เตือนให้ใจเย็น ขืนสุ่มสี่สุ่มห้าตามไปจะติดกับเอาได้... ถ้าพวกเราถอยไป ไคอัสก็อาจจะยอมถอยไปด้วย ทว่าโนเอลบอกว่าขืนทำแบบนั้นเมืองก็พินาศอยู่ดี จะปล่อยไว้แบบนั้นไม่ได้
  • แล้วจู่ๆ ยูลก็เดินตัดหน้ามาล่อเป้าให้ซีธเซโนเบีย (Zenobia) โจมตี พวกเราจะเข้าไปช่วย แต่ก็เห็นยูลถูกซีธแทงจากด้านหลัง แล้วยังเหวี่ยงกระเด็น
  • พอปราบซีธตัวนั้นได้แล้ว โนเอลจะเข้าไปถามยูลประจำยุคนี้ว่าเธอทำแบบนี้ทำไม? ยูลบอกว่าเธอเห็นความตาย (เห็นว่าตัวเธอต้องตายในวันนี้แล้ว) ถ้าเธอออยู่ต่อไป ก็จะเป็นความขัดแย้งของกาลเวลา โนเอลได้ยินก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น ส่วนเซร่าห์ก็บอกว่าเป็นเพราะพวกเราทำให้เกิดพาราด็อกซ์ขึ้น เพราะฉะนั้นยูลถึงได้... (ตาย)
  • ก่อนจะสิ้นใจลง ยูลได้บอกให้ฟังว่าไคอัสไม่ได้อยู่ที่นี่ หมายถึงไม่ได้อยู่ในเมืองนี้ ยูลบอกโนเอลว่าถึงเธอไม่ใช่ยูลที่โนเอลรู้จัก แต่ก็ขอบใจนะ... โนเอลบอกว่าด้วยความรักต่อเทพธิดาเอโทร เธอไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก แล้วยูลก็จากไปโดยทิ้งโอพารทซ์เอาไว้ให้ แล้วเกทก็ปรากฏขึ้นมา เซร่าห์บอกว่ายูลได้ชี้ทางไปต่อให้กับพวกเธอแล้ว
  • (ไคอัสไม่ได้อยู่ในเมืองนี้ตั้งแต่แรกแล้ว และเรื่องความผิดปกติทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็ไม่เกี่ยวกับไคอัส ปกติไคอัสไม่ใช่คนที่เอาผู้บริสุทธิ์เข้ามาพัวพันด้วย และจะลงมือจัดการปัญหาด้วยตนเอง ไม่ใช้ผู้อื่นเป็นเครื่องมือแบบนี้ ดังนั้นเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในยุคนี้ จึงเป็นฝีมือของโปรโตฟัลซิอดัม ที่สร้างภาพขึ้นมาว่าไคอัสเป็นคนบงการอยู่เบื้องหลัง และที่ไคอัสที่เราเห็นไม่ยอมมาสู้กับเรา ก็เพราะมันเป็นแค่ภาพ จึงได้แต่หนีเราไปเรื่อยๆ ไม่สามารถออกมาต่อสู้ได้)

ข้อมูลจาก Fragment (1) : เมื่อพวกพุดดิ้ง (ปูริน) โดนเอาไปทำเป็นพริก ก็จะเผ็ดมาก เรียกว่าเป็น Firaga สำหรับลิ้นเลย

ข้อมูลจาก Fragment (2) : เซโนเบีย (Zenobia) เป็น Undying ที่อยู่มาตั้งแต่ยุคเมืองเฮรี (Haerii) ทว่ามันได้หายไปจากประวัติศาสตร์นานแล้ว แต่ในปี AF400 เซโนเบียได้ถูกฟัลซิอดัมอัญเชิญข้ามกาลเวลามา (แปลว่าที่หายไปจากประวัติศาสตร์ก็เพราะถูกเชิญข้ามกาลเวลามา) และเป็นผู้สังหารยูล ว่ากันว่าช่วงเวลานี้ถูกเห็น และบันทึกไว้ในตำราพยากรณ์แล้ว

  • โนเอลบอกว่ายูลได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างมาก่อน รู้ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ล่วงหน้า... เซร่าห์เสริมว่าแต่ยูลก็ไม่ได้หลบเลี่ยงชะตากรรมของตน... โนเอลบอกว่ามันเป็นกฎของโหร โหรต้องไม่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์เพื่อช่วยเหลือตนเอง เพราะหากทำแบบนั้น ก็จะนำมาซึ่งความตายของผู้คนนับพันแทน
  • ก่อนจะออกจากยุคนี้ เซร่าห์ได้คิดใน "กฎของโหร.... เป็นเรื่องยากที่จะยอมรับ เพราะหากเชื่อฟัง ก็แปลว่าต้องมีคนที่เสียสละตนเอง พี่สาวคะ ได้โปรดบอกฉันที ไม่มีหนทางใดที่จะช่วยทุกคนได้เลยหรือ... โนเอลกับฉัน ได้ท่องผ่านเกทเพราะเราเชื่อว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมได้ แต่ขณะที่เราทำแบบนั้น ฉันก็ยังไม่ลืมเรื่องที่ยูลพูดว่าไคอัสไม่ได้อยู่ในเมืองนี้ ถ้าคำพูดนั้นเป็นจริง แล้วคนที่เราเจอที่นี่เป็นใครกัน...?"

หลังจบเรื่องที่ซันเลธ AF300 แล้ว ตอนนี้จะมีสถานที่ไปได้ 3 ที่คือซานาดู โคลอาสเซียม และ โพ้นอันว่างเปล่า

โพ้นอันว่างเปล่า

  • เซร่าห์ถามขึ้นว่าพวกเรามาผิดทางอีกแล้วเหรอ? ม็อคตอบว่าการท่องกาลเวลามันชวนให้หลงทางง่ายแบบนี้แหละด้านโนลก็ปลอบว่าไม่เป็นไรหรอก เราจะกลับเข้าเกทกันเมื่อไหร่ก็ได้อยู่แล้ว ดังนั้นตอนนี้ก็หยุดพักกันก่อนเถอะ
  • โนเอลนึกถึงเรื่องที่เซร่าห์เคยบอกว่าเธอเห็นโนเอลและไลท์นิ่งในความฝัน จึงหันไปถามเซร่าห์ว่าถึงตอนนี้ยังฝันแบบนั้นอยู่รึเปล่า? เซร่าห์บอกว่าไม่ได้ฝันแล้ว ครั้งสุดท้ายที่เห็นก็คือก่อนที่เราจะพบกัน ทว่าตอนนี้เธอกลับฝันเห็นเรื่องราวมากมายของวันถัดไป แล้วเซร่าห์ก็ถามโนเอลกลับว่าโนเอลถามขึ้นมาทำไมเหรอ? โนเอลบอกว่าก็แค่สงสัยเฉยๆ เซร่าห์จึงบอกว่างั้นถึงตาเธอบ้างแล้ว เธออยากรู้เรื่องของยูล...
  • โนเอลรีบปฏิเสธว่าเขาไม่รู้เรื่องใดๆ ของยูลที่เซร่าห์พบเลย... เซร่าห์ได้ยินก็ยิ่งสงสัยว่ามันหมายความว่าไง ยูลที่พวกเธอเห็นในต่างยุคสมัย น่าจะเป็นผู้ท่องกาลเวลาเหมือนกันไม่ใช่เหรอ? เหมือนกับโนเอล เซร่าห์ และสโนว....
  • โนเอลบอกว่าไม่ใช่แบบนั้นหรอก ยูลน่ะได้กลับมาเกิดเป็นยูลคนใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า ในแต่ละยุคของเผ่าฟาร์เซียร์ (Farseer) จะมีสาวผู้มีใบหน้าแบบเดียวกัน พลังแบบเดียวกันเกิดขึ้น สาวคนนั้นถูกเรียกว่ายูล
  • ว่าแล้วเซร่าห์ก็ถามว่า ในแต่ละยุคที่พวกเธอไป จะมียูลคนละกันกันรออยู่เหรอ? ทั้งยูลจากโอลบา ทั้งยูลจากยาจัส สำหรับคำถามนี้โนเอลเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน เขาว่าไม่มีคนไหนเลยเป็นยูลที่เขารู้จัก เขาเองก็ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะเชื่อเรื่องนี้ได้
  • เซร่าห์ถามต่อไปว่าถ้าพวกเธอท่องกาลเวลา แก้พาราด็อกซ์ เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้ อนาคตที่โนเอลจากมา และทุกๆ อย่างจะเปลี่ยนแปลงไปใช่มั้ย? โนเอลตอบแบบชิลๆ ว่าบางทีมันอาจกลายเป็นอนาคตที่เขาไม่เคยอยู่เลยก็ได้... เซร่าห์ถามว่าจะเป็นไปได้เหรอ? โนเอลบอกว่าแหงสิ แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกนะ โลกของเขาเต็มไปด้วยความเศร้า เป็นอนาคตที่หากไม่เกิดขึ้นเลยก็คงดีซะกว่า... ไปกันเถอะ เธอมีนัดกับไลท์นิ่งไม่ใช่เหรอ...
  • แต่ก่อนที่จะออกเดินทางกลับ โนเอลก็ตั้งข้อสังเกตว่าโพ้นอันว่างเปล่าแห่งนี้ดูแตกต่างจากคราวก่อนที่พวกเขามาถึง ม็อคอธิบายว่าโพ้นอันว่างเปล่าเป็นหนึ่งในเงาอันมากมายของวาลฮัลล่า เซร่าห์ก็สรุปว่าถึงแม้มันจะคล้ายกับที่ๆ พวกเธอเคยมาถึง แต่ก็เป็นคนละโลกกัน เลยแตกต่างกันนิดหน่อยสินะ
  • ตรงบัลลังค์ เซร่าห์จะบอกว่าเธอเคยฝันเห็นไลท์นิ่งภาวนาต่อเทพธิดาในที่แห่งนี้

ข้อมูลจาก Fragment (1) : โหรมีพลังส่งโทรจิตผ่านวาลฮัลล่าไปยังยุคสมัยและสถานที่ที่ต้องการ แต่เฉพาะผู้ที่มีเคออสในใจมากเท่านั้นถึงจะได้ยิน (ตัวอย่างเช่น ตอนเข้ามาใน ซันเลธ AF300 ครั้งแรก เซร่าห์ก็ได้ยินเสียงของยูล)

ข้อมูลจาก Fragment (2) : เรื่องของหญิงสาวนามกอร์กีร่า (Gorgyra) ในยาจัส AF01X แต่เดิมเธอเป็นนักรบหญิงที่รับใช้เทพธิดา คอยปกป้องโหร แต่วันหนึ่งเธอโดนพวกศัตรูหลอก ทำให้โหรเกือบถูกฆ่า แต่ด้วยความที่ตัวโหรนั้นรักนักรบดั่งน้องสาวจึงได้ยกโทษให้ ทว่านักรบกลับไปขอให้ฟัลซิเปลี่ยนเธอเป็นซีธ ฟัลซิจึงสาปให้เธอสูญเสียสัมผัสทั้ง 5 และจมสู่ความมืดมิด เธอได้แต่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เป็นเสียงคำสาปแห่งความตาย ตราบจนกว่าจะมีคนมาสังหารเพื่อปลดปล่อยวิญญาณของเธอจากความทุกข์

ข้อมูลจาก Fragment (3) : คำพยากรณ์จากฑูตสวรรค์อโทรโพส (Atropos) - อาร์คที่ 13 เป็นป้อมปราการที่คอยปกป้องอาณาเขตแห่งสรวงสวรรค์ เมื่อถึงเวลาที่เรานักรบต้องมารวมตัวกันในพัลส์เพื่อทำสงคราม ที่แห่งนี้จะเป็นที่มั่นสำคัญ อาร์คจะเป็นหนทางรอดชีวิตของบุตรแห่งพัลส์ทั้งมวล

ซานาดู

  • เมื่อมาถึงที่แห่งนี้ เซร่าห์จะทักขึ้นว่าที่นี่ไม่ใช่สวนสนุกแฮะ อาจเป็นคาสิโนก็เป็นได้
  • ซานาดู ตั้งอยู่ ณ ชายแดนระหว่างความเป็นกับความตาย จะเปิดต้อนรับผู้ที่ถูกเลือกโดยเทพีแห่งโชคเท่านั้น ภายในนั้นประกอบด้วยอารามที่โลดแล่นไปด้วยความสุขของห้วงเวลาในปัจจุบัน ที่ปราศจากทั้งวันและคืน เป็นดินแดนมหัศจรรย์ตามนิทานพื้นบ้านของแกรนพัลส์ ถูกพรณนาโดยกวีโบราณ กวีที่แต่งกลอนนั้นได้หายตัวไปก่อนที่กลอนจะแต่งจบ ว่ากันว่ากวีผู้นั้นถูกเทพีแห่งโชคเชิญไปอยู่ซานาดูแล้ว
  • พนักงานต้อนรับจะบอกว่ายินดีต้อนรับผู้ที่หลงอยู่ในกาลเวลา พวกเธอเป็นข้ารับใช้ของเทพีแห่งโชค
  • มิสติค (Mystic) ท่านหนึ่งพูดว่า Fragment เป็นเศษตกค้าง (Remnant) ของกาลเวลาที่ล่วงผ่าน เทพธิดาอยากให้มันตกอยู่ในมือผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์ เซร่าห์และโนเอลเป็นผู้ถือครองที่เหมาะสม ถ้าออกไปผจญโลกภายนอกก็จะได้รับมาเรื่อยๆ จงไปรวบรวมเพิ่มแล้วจะมอบของขวัญให้
  • ผู้ดูแลซานาดู (ในเกมจะเรียกเพียงว่า Owner) ถามโนเอลว่าเราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่า? โนเอลบอกว่าเขาไม่เห็นจำได้เลย ว่าแต่ที่นี่คือที่ไหนกัน? ผู้ดูแลก็บอกว่าที่นี่เป็นที่พักอันดุจดั่งสวรรค์เล็กๆ มันอยู่ห่างไกลจากโลกแห่งความจริง โลกภายนอกอันปราศจากชีวิตชีวา สถานที่แห่งนี้มีอยู่แต่ในความฝัน เซร่าห์ถามว่ามันเหมือนกับช่องแยกกาลเวลารึเปล่า? เขาตอบว่าใช่...

หลังจากที่ Final Fantasy XIII-2 ได้วางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นมาได้ราว 1 ปีครึ่ง ในที่สุด ตัวเกมชุดสมบูรณ์ที่รวม DLC ทั้งหมดอย่าง Final Fantasy XIII-2 Digital Contents Selection ก็เตรียมวางจำหน่ายให้กับ PS3 และ Xbox360 แล้ว

ภายในชุด Final Fantasy XIII-2 Digital Contents Selection จะประกอบไปด้วย ชุด Ultimate Hits Final Fantasy XIII-2 และเหล่าดิจิตอลไอเทมที่ออกตามมาหลังตัวเกมวางจำหน่าย ดังรายการต่อไปนี้

◆โคลอสเซียม
・ศัตรู「โอเมก้า」
・ศัตรู「สิบโทไลท์นิ่งและร้อยโทอาโมดะ」
・ศัตรู「พันโทจิลห์」
・ศัตรู「ออลทรอสและทิวโพน」
・ศัตรู「กิลก้าแมช」
・ศัตรู「โคโยโคโย」

◆คอสตูม
・ชุดยูนางิของเซร่าห์
・ชุดรีสอร์ทสไตล์ของเซร่าห์
・ชุดจอมเวทย์ขาวของเซร่าห์
・ชุดเบรฟอินเบลซของโนเอล
・ชุดผู้พิทักษ์กาลเวลาของโนเอล
・ชุดจอมเวทย์มนต์ดำของโนเอล
・รวมชุดทั้งหมดของม็อค

◆อาวุธ
・ธนูเกนจิของเซร่าห์
・คาลามิตีเบลดของโนเอล
・ดาบมุรามาสะของโนเอล

◆เนื้อหาตอนพิเศษ
・หัวหรือก้อย ของซัสซ์
・บทสวดส่งแห่งเทพธิดา ของไลท์นิ่ง
・สังเวียนนิรันดร์ ของสโนว

ทั้งนี้จะไม่มีชุดจากเกม Mass Effect, Assasin's Creed และชุดที่ออกแบบโดยคุณยูโกะ โอชิมะ

โดยชุด Final Fantasy XIII-2 Digital Contents Selection นี้จะวางจำหน่ายวันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2013 ภายใต้ราคา 5,040 เยน (รวมภาษีแล้ว)

หลังจากนี้ ใครที่ยังไม่เคยซื้อ Final Fantasy XIII-2 มาเล่น ก็สามารถซื้อชุดนี้ได้เลย ส่วนผมซึ่งตอนภาคญี่ปุ่นก็เกาะใช้ DLC จาก Account เพื่อน พอภาคอังกฤษก็ซื้อ DLC แค่บางอันที่สนใจ ก็หลุดพ้นไปแล้ว งานนี้ขอผ่านจ้ะ

*ทั้งนี้ชุด Final Fantasy XIII-2 Ultimate Hits จะวางจำหน่ายในวันเดียวกันด้วยราคา 2,940 เยน

อ้างอิง

- http://store.jp.square-enix.com/detail/BLJM-61073

- http://store.jp.square-enix.com/detail/SE-W0009

- http://www.gamer.ne.jp/news/201305130031/

คุณมิซึโตะ สึซึกิ หนึ่งในผู้ประพันธ์เพลงของ Lightning Returns -Final Fantasy XIII- ได้เขียนแสดงความเห็นถึงความคืบหน้าในการสรรค์สร้างเพลงประกอบให้กับเกมนี้ว่า ในภาคนี้จะยังคงมีเพลงรีมิกซ์อยู่อย่างเช่นเคย โดยครั้งนี้เพลงรีมิกซ์บางเพลงก็จะได้วง "Language" มาร่วมทำงานด้วย ซึ่งวันนี้ก็พึ่งได้ดำเนินการบันทึกเสียงไป คุณมิซึโตะเองก็พอใจมากที่งานเพลงนั้นออกมาผสมผสานเข้ากับกับสถานที่ในเกมได้เป็นอย่างดีและยังได้สร้างเอกลักษณ์แปลกใหม่ที่ไม่ได้คาดคิดเอาไว้ด้วย

ด้านล่างเป็นตัวอย่างเพลงของวง Language จากอัลบั้มเก่าที่ชื่อว่า Northern Lights จ้ะ

ที่มา : SQEX Music

หายไปนาน หลังจากเคลียร์ Tomb Raider, Kingdom Hearts -HD 1.5 ReMix- และอะไรต่อมิอะไรเสร็จ ก็ได้เวลามาเขียนต่อแล้วจ้า

ความเดิมจากตอนล่าสุด ยังอยู่ในช่วงการแก้พาราด็อกซ์ที่เกิดขึ้นในซันเลธ AF300 ซึ่งมันเป็นพาราด็อกซ์ซ้อน หลังจากไปทำอีเวนต์ที่โคลอสเซียมแล้ว ต่อมาก็ต้องไปที่ทุ่งอาร์คิลิท

 ทุ่งอาร์คิลิท

  • เมื่อมาถึงทุ่งนี้ครั้งแรกก็จะเจอพวกฮันเตอร์กำลังล่าเหยื่อกัน โนเอลบอกว่ามันอาจดูอันตราย แต่พวกเขาก็ทำไปเพื่อเลี้ยงปากท้องตนเอง (เห็นพวกฮันเตอร์จับหมาป่าไป) โนเอลบอกว่าเราไปแนะนำตัวให้พวกเขารู้จักกันเถอะ เซร่าห์ก็ึคิดว่าน่าจะไปถามดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับที่แห่งนี้บ้าง
  • ชาวบ้านที่นี่บอกว่าถ้าพวกเขาไม่มีโจโคโบะ ก็จะล่าสัตว์ไม่ได้ พวกเขาจึงเลี้ยงโจโคโบะประหนึ่งคนในครอบครัว
  • ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่าขณะที่พวกเขากำลังเซ็ตแคมป์กันอยู่ ก็เกิดพายุขึ้นกลางทุ่ง ทำให้เหล่าสัตว์ถูกพักหายไปหมด
  • ทิเพอร์ (Tipur) บอกว่า ถ้าจะมาล่าสัตว์ก็ไปที่อื่นก่อนที่พายุจะเข้าเถอะ ดินแดนแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์อยู่ ตอนนี้พวกที่ไปสำรวจพายุยังไม่กลับมากัน แต่ถึงเพื่อนเหล่านั้นจะไม่กลับมา เขาก็จะไม่ยอมบอกข้อมูลต่างๆ ให้ใครอื่นฟังนอกจากเพื่อนฮันเตอร์ด้วยกัน เซร่าห์จึงบอกทิเพอร์ไปว่าโนเอลก็เป็นฮันเตอร์เหมือนกันนะ ทิเพอร์จึงขอทดสอบโนเอลด้วยการให้ไปกำจัดมอนสเตอร์ที่มาระรานแถวนี้ให้หน่อย โดยให้เราไปไล่ปราบพวกก็อบลินที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมาแถวนี้
  • มีการบอกเล่าว่าเวลาที่ทุ่งแห่งนี้ไหลผ่านไปช้ากว่าปกติ
  • หลังจากที่เราไปล่าก็อบลินเสร็จแล้ว พอมาสัมผัสที่รูปปั้นซาโบเทนเดอร์สีแดง ก็จะถูกส่งกลับมายังแคมป์ ทีนี้ทิเพอร์จะขอให้ไปช่วย มิทา (Myta) รวบรวมขนแกะจากแกะในทุ่ง โดยให้ไปเอาจากแกะตัวใหญ่ 3 สายพันธุ์ด้วยกัน
  • เมื่อหาขนแกะกลับมาได้แล้ว เขาจะบอกว่าพายุจะเข้ามาแต่ในวันที่อากาศร้อน มีแดดจ้า โนเอลเลยบอกว่าจะรอให้อากาศเปลี่ยนหรือไง ทว่ามิทาบอกว่าพวกเขามีเครื่องควบคุมภูมิอากาศอยู่นะ
  • มาสำรวจที่เครื่องควบคุมภูมิอากาศ พบคันโยกที่ใช้เปลี่ยนทิศลม มอนสเตอร์ที่จะปรากฏออกมาในทุ่งก็จะสัมพันธ์กับภูมิอากาศ เวลาฝนตกมอนสเตอร์ที่จะปรากฏตัวขึ้นก็จะยิ่งโหด
  • พอสลับเป็นอากาศแจ่มใส่ มังกรมาร์ดุ๊กก็จะปรากฏตัวออกมา ทิเพอร์บอกว่ามีมอนสเตอร์ตัวใหญ่ปรากฏตัวขึ้นมาในทุ่ง มันลักเอาพุดดิ้งไปหมด จากขนาดตัวที่ใหญ่มาก มันคงกลืนพุดดิ้งเข้าไปเป็นโหลๆ ได้ พอมันทำแบบนั้นก็จะเกิดเป็นพายุขึ้นมา
  • เซร่าห์ทักว่าโนเอลคิดแบบที่เธอคิดอยู่มั้ย? โนเอลบอกว่าพุดดิ้งในที่แห่งนี้คงเกี่ยวข้องกับพุดดิ้งที่ซันเลธ เซร่าห์เชื่อว่าพุึดดิ้งที่ถูกกลืนเข้าไป อาจไปโผล่ที่ซันเลธก็เป็นได้ เราต้องลองไปดู จากนั้นเราก็เห็นพุดดิ้งที่โดนดูดกลืนเข้าปากมาร์ดุ๊กไปอย่างไว โนเอลบอกว่าคงไม่มีทางเป็นอย่างอื่นแล้วล่ะ พวกมันโดนมิติเวลาดูดเข้าไป แล้วไปปรากฏตัวที่ทุ่งซันเลธ ถ้าเราปราบมันได้ ก็จะหยุดไม่ให้พุดดิ้งยักษ์โตขึ้นได้
  • พอจะไปหามาร์ดุ๊ก เราก็เจอลองกุยขวางทาง โนเอลบอกว่าท่าทางจะยากเกินกว่าที่พวกเราจะรับมือไหว เซร่าห์เลยคิดว่าน่าจะไปขอร้องพวกฮันเตอร์ดู
  • ชาวบ้านแนะนำว่าลองกุยกลัวฟ้าผ่า ดังนั้นถ้าเราไปเปลี่ยนสภาพอากาศเป็นฝนฟ้าคะนอง ลองกุยก็จะเผ่นป่าราบแล้ว
  • พอปราบมาร์ดุ๊กได้ ก็จะได้รับโอพารทซ์มา เซร่าห์สงสัยว่าแบบนี้จะแก้พาราด็อกซ์ได้แล้วรึเปล่านะ? โนเอลก็บอกว่าพวกเราควรจะกลับกันก่อนที่สโนวจะไปทำอะไรโง่ๆ เซร่าห์ได้ยินเลยถามว่าเป็นห่วงสโนวด้วยเหรอ? โนเอลก็ปฏิเสธ แล้วบอกว่าเซร่าห์ึงอยากเจอสโนวแล้วไม่ใช่เหรอ แต่เซร่าห์ก็ไม่ได้เป็นห่วงอะไร เธอบอกว่าสโนวแข็งแกร่งราวกับเบฮีมอธ เธอจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับสโนวนัก โนเอลได้ยินก็บอกว่าเขาไม่อาจเป็นเหมือนพวกเซร่าห์ได้ เขาไม่อาจแยกกับคนที่รักเพื่อไปทำตามเรื่องราวของตนเองได้ เราไม่มีทางรู้เลยว่าใครสักคนจะหายไปจากชีวิตเราเมื่อไหร่ พวกเขาจะค่อยๆ หายไปในทุกช่วงวินาทีที่ล่วงผ่าน แต่ไม่เป็นไร โนเอลเชื่อว่าพวกเขาสามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมได้ เพราะหากมันเป็นไปไม่ได้ เขาก็คงไม่ได้มาถึงจุดนี้
  • เซร่าห์บอกว่า Fragment นั้นเป็นตัวก่อพายุ มอนสเตอร์คงจะกิน Fragment นั้นเข้าไปโดยบังเอิญ แต่ทั้งที่ถูกกินเข้าไป Fragment มันก็ยังทำงานต่อไปได้ โนเอลเลยบอกว่าเพราะแบบนี้นี่เอง ถึงมีพายุออกมาจากปากของมันไำด้
  • ในทุ่งนี้มีการแข่งขันล่าพุดดิ้ง คนชนะจะไำด้เป็นราชินีพุดดิ้ง และได้มงกุฎไป

ซันเลธ AF300

  • พอกลับมาถึง ก็พบว่าสโนวไม่ได้รออยู่ที่เกทแล้ว โนเอลบอกว่าป่านนี้สโนวคงไปสู้กับศัตรูด้วยตัวคนเดียวแล้ว
  • จากพุดดิ้งยักษ์แดงในตอนแรก กลายเป็นพุดดิ้งเขียวไปแล้ว พอเรามาถึง เซร่าห์ก็บอกให้สโนวพอได้แล้ว ส่วนโนเอลก็บอกว่านายเนี่ย ไม่รู้เลยว่าเวลาไหนควรจะถอยซะบ้าง
  • หลังจากทุกคนช่วยกันรุมปราบพุดดิ้งได้ สโนวบอกว่ายังไงๆ ก็ต้องให้คนช่วยเขาไว้สินะ ไอ้การไปฉายเดี่ยวคนเดียวคงเป็นความผิดที่ผิด โนเอลบอกว่านายรู้ว่าไม่มีทางชนะแล้วทำไมถึงไปลองดีอีก? สโนวบอกว่าเพราะแฟงก์กับวานิลล์ เขารู้ว่ามันอาจโง่เง่า แต่เสานี้กำลังถูกกัดเซาไปทีละเล็กละน้อย เขาแค่ไม่อาจทนดูอยู่เฉยๆ ได้ในเวลาที่ทั้งสองอยู่ในอันตรายแบบนี้ โนเอลแย้งว่านายไม่อาจนั่งรอเฉยๆ ให้คนมาช่วยได้สินะ นายน่ะมันแย่ที่สุด! ฉันเกลียดคนอย่างนาย! นายคิดว่านายเป็นผู้ปกป้องทุกคนงั้นเหรอ! ฮีโร่ของทุกคนงั้นเหรอ! แต่นายช่วยใครได้บ้าง? นายรู้มั้ยว่าตัวเองนั้นไร้ค่าแค่ไหน?  รู้มั้ยว่านายทำอะไรกับคนที่นายควรจะปกป้อง!?
  • สโนวตอบกลับไปแบบเย็นๆ ว่า แต่นายก็ดูแลเซร่าห์มาตลอดไม่ใช่เหรอ? ในยุคของนายเอง นายก็ปกป้องหมู่บ้านและพวกพ้องของนายไม่ใช่เหรอ? มันก็เหมือนกับฉัน เราต่างก็เหมือนกันแหละ
  • โนเอลก็แย้งกลับมาว่า ไม่... นายไม่เข้าใจ ไม่รู้อะไรเลย นายผิดแล้ว เราไม่เหมือนกัน ฉันปกป้องใครไม่ได้เลย แต่สโนวก็บอกว่านายอาจจะพูดถูกนะ เราต้องมีชีวิตรอดให้ได้ เพราะถ้าไม่งั้น คนที่เรารักก็จะไม่รอดเช่นกัน ฟังนะ... ฉันขอโทษและยอมรับผิด
  • โนเอลหันมามองสโนวอย่างประหลาดใจ แล้วสโนวก็เข้ามากอดคอ สโนวบอกว่าสิ่งที่เขาอยากพูดคือนายช่วยดูแลเซร่าห์ต่อไปให้หน่อยได้มั้ย? โนเอลก็ร้อง ห๊ะ!? อย่างตกใจ แล้วร่างของสโนวก็ค่อยๆ โปร่งแสง สโนวบอกว่าเวลาของเขาหมดลงแล้ว
  • เซร่าห์ไม่เข้าใจ เธองงว่าก็แก้พาราด็อกซ์ไปแล้วนี่นา... โนเอลบอกว่าบางทีนั่นแหละที่เป็นสาเหตุ Timeline กำลังแก้ไขตัวมันเอง สิ่งที่ไม่ได้ดำรงอยู่ในยุคนี้ ก็จะหายไป สโนวนั้นเป็นความขัดแย้งที่มาจากอดีต ไม่ใช่คนที่อยู่ในยุคนี้ เซร่าห์ก็วิ่งเข้าไปโอบสโนวจากด้านหลัง เธอบอกให้หยุดนะ เธอไม่ยอมปล่อยให้สโนวไปไหนทั้งนั้น!

"ขอโทษนะ เซร่าห์ ฉันคงไม่อาจอยู่กับเธอที่นี่ได้"
"ไม่นะ อย่าทิ้งฉันไป! ฉันไม่อาจทนเสียเธอครั้งแล้วครั้งเล่าไปได้อีกแล้ว"

"ไม่เป็นไรหรอก... ฮีโร่... ไม่มีวันตาย"

  • แล้วเซร่าห์สังเ้กตเห็นตราลูซิของสโนว เซร่าห์ถามขึ้นมาว่ามันมาได้ยังไงกัน? สโนวตอบกลับเพียงว่าแล้วไว้เจอกันนะ
  • สโนวเอามือลูบหัวเซร่าห์ไว้ก่อนจะหายไป โนเอลบอกว่านี่แหละคือการเปลี่ยนแปลงการเวลา (แล้วสร้อยแต่งงานที่สโนวฝากไว้ก็ตกลงมา) เซร่าห์ยังสงสัยว่าทำไมสโนวถึงมีสัญลักษณ์ได้ โนเอลบอกว่าเขาอาจไม่ได้ถูกบังคับให้กลายเป็นลูซิ แต่เป็นคนขอร้องฟัลซิให้เขากลายเป็นลูซิเอง แต่เซร่าห์ข้องใจว่าใครจะไปโง่ทำถึงขนาดนั้น? โนเอลบอกว่าถ้าจำเป็นต้องปกป้องใครสักคน เราก็ต้องทำด้วยพลังของลูซิเท่านั้น เซร่าห์ยังข้องใจว่าแต่ทุกคนก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับลูซิไม่ใช่เหรอ? ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ พวกเขาก็เหมือนตายไป
  • โนเอลยังคงบอกว่าสโนวน่ะ สนใจแต่คนที่เขาคิดจะปกป้องเท่านั้น ไม่ได้สนใจผลที่จะตามมา ไม่ได้สนใจตนเอง ถ้ามันทำให้ช่วยเพื่อนได้.. สโนวก็ยินดีจะกลายเป็นลูซิ เขาคงอยากพูดแบบนั้น

"ฉันตัดสินใจแล้ว สโนวมักจะเอาตัวเองเข้าำไปเสี่ยงอันตราย เพื่อปกป้องคนอื่นอยู่เสมอ งั้นฉันก็จะช่วยเขา ตอนที่ฉันกลายเป็นลูซิ เขาทำทุกอย่างเพื่อช่วยฉัน นี่ก็ถึงตาของฉัน ขอสาบานว่าฉันจะไม่ยอมหยุด จนกว่าจะได้เจอเขาอีกครั้ง"

"ฉันเองก็จะช่วยด้วย สโนวบอกให้ฉันดูแลเซร่าห์เหมือนกัน จำได้ใช่มั้ย?"

  • ว่าแล้วเสียงของไลท์นิ่งที่จับจ้องอยู่ก็ดังขึ้นมา

"เมื่อคนสองคนแยกจากไปคนละทาง ความนึกคิดของพวกเขาก็จะแยกจากกัน บางคนคิดว่าพวกเขาคงได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกเหมือนวันวาน แต่คนอื่นๆ ก็มองไปยังวันที่พวกเขาจะได้พบกันอีกครั้ง... เซร่าห์ อนาคตเป็นของเธอ ไปตามทางของเธอ อย่าพึ่งหยุดในตอนนี้"

  • แล้วโอพารทซ์ใหม่ก็ปรากฏขึ้นมา
  • โนเอลบอกว่าโคคูนคงจะปลอดภัยแล้ว อย่างน้อยก็อยู่ได้นานขึ้นแน่ ที่เหลือก็คงต้องปล่อยให้โฮปและนักวิจัยจัดการกันเองแล้ว
  • พอพวกเซร่าห์เข้าไปในเกทแล้ว ไคอัสก็ถามยูลว่าจะให้เป็นแบบนี้ดีแล้วเหรอ? แต่ยูลบอกว่าเธอไม่ใช่คนที่ต้องตัดสินใจ