มีบทสัมภาษณ์คุณ โมโตมุ โทริยามะ โดย Dave Cook จากเว็บ VG247 ชิ้นใหม่มาให้อ่านกัน แต่เนื่องจากเนื้อหามันยาวมาก ผมจึงขอสรุปเนื้อหาโดยย่อให้อ่านกันแทนครับ
ผลงานชิ้นแรกของคุณโทริยามะกับทาง Squaresoft ก็คือ Final Fantasy VII ซึ่งเราทราบกันดีว่าเขามีชื่อเป็น Planner ให้กับมินิเกมเรือดำน้ำ แต่ในบทสัมภาษณ์นี้คุณโทริยามะก็ได้บอกด้วยว่าแท้จริงแล้วเขามีส่วนสำคัญในการสร้างฉากแห่งความทรงจำทั้งหลายในเกมนี้
แรกเริ่มเดิมทีแล้วคุณโทริยามะถูกจ้างมาให้สร้าง Bahamut Lagoon
การปลดล็อคให้ PS1
ตอนที่เริ่มสร้าง FFVII กันนั้น คุณโทริยามะพึ่งเข้าร่วม Squaresoft มาใหม่ๆ และเขาก็เป็นสมาชิกตัวจ้อยคนหนึ่งในคนหมู่มาก ตอนนั้นทีมงานก็มีความทะเยอทะยานในการสร้าง FFVII กันมาก และพร้อมที่จะเดิมพันครั้งใหญ่ ตัวเขาก็พลอยเนื้อเต้นไปด้วย
ในช่วงนั้น Squaresoft เีริ่มเข้างานกันช่วงเที่ยงวัน ดังนั้นเขาก็ต้องทำงานตั้งแต่เที่ยงวันถึงเที่ยงคืน ถึงจะฟังดูลำบาก แต่นั่นก็เป็นจุดกำเนิดของยุคทองของเกม 3D CG ทุกวันก็เต็มไปด้วยความแปลกใหม่ ปัญหาที่คาดไม่ถึง ทำให้งานมันตื่นเต้นมาก
ถึงแม้การทำงานจะลำบาก แต่มันก็ทำให้ได้รับความรู้ใหม่ๆ ที่จำเป็นในการสร้าง CGI คัตซีนให้ไหลลื่น ในปีี 1997 นั้นการสร้าง CG ใส่ลงไปในเกมยังถือเป็นการปฏิบัติอย่างหนึ่งอยู่เลย
ในตอนนั้นเกมที่ใช้ 3D Polygon ยังหาได้ยาก แต่ละวันจึงเต็มไปด้วยการทดสอบลองผิดลองถูก และก็พบเทคนิคใหม่ๆ ทำให้พบอะไรใหม่ๆ ผลลัพธ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
ตลอดช่วงการพัฒนา ทีมงานก็ได้เห็นตัวเกมพัฒนาขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่างต่อหน้าต่อตา พวกเขาก็รู้สึกดีอกดีใจกับผลงานที่สร้างกันขึ้นมาได้ มากกว่าที่จะรู้สึกดดัน
3D Effect ที่ใช้ใน FFVII นั้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก เพราะแม้ตัวละครจะเป็น 3D Polygon แต่ฉากหลังเป็นแค่ 3D จำลอง
รักที่ไม่สมหวัง
ไอเดียที่จะให้แอริธตายกลายเรื่อง มีอิทธิพลต่อทีมพัฒนาเป็นอย่างมาก ส่วนตัวแล้วคุณโทริยามะก็ได้ทุ่มแรงกายแรงใจให้กับการพรรณนาให้แอริธออกมาเป็นตัวละครที่น่าหลงใหลเท่าที่จะทำได้ เธอจึงกลายเป็นตัวละครที่ไม่มีใครสามารถแทนที่ได้สำหรับผู้เล่นที่ต้องเตรียมใจกับฉากนั้น
คุณคิตาเสะ ที่เป็นผู้กำกับในเวลานั้นได้ให้อิสระกับทีมพัฒนาเป็นอย่างมาก พวกเขาได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ ใครอยากทำอะไรก็ทำได้เลย จนออกมาเป็นงานที่ใครๆ ก็ขอให้พวกเขารีเมค
การแสวงบุญครั้งใหญ่
คุณโทริยามะพึ่งได้เลื่อนขั้นมาเป็นผู้กำกับ ก็ตอนที่ทำเกมนี้
ตอนที่เปลี่ยนมาทำเกมให้ PS2 ในที่สุดเขาก็สามารถทำให้ตัวละคร ฉาก และมุมกล้องเคลื่อนเป็น 3D ได้อย่างอิสระ และใส่เสียงพากย์ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งนั่นก็ถือเป็นการปฏิวัติครั้งใหญ่อีกครั้ง
ก่อนหน้านั้นทีมงานก็พยายามสร้าง Cinematic Game ขึ้นมา แต่เทคโนโลยีก็ยังไม่พัฒนาไปถึงขั้นที่จะทำได้ แต่ในที่สุดก็เป็น FFX เนี่ยแหละที่ทีมงานสามารถสร้างให้ไปถึงขั้นที่เรียกว่า Cinematice Game ได้แล้ว (ผมเองก็จำได้ว่าช่วงแรกทางค่ายเรียกประเภทของเกมนี้ว่า Cinematic RPG)
ช่วงพัฒนาเกมนี้ ในแต่ละวันก็เต็มไปด้วยความท้าทาย และการค้นพบสิ่งใหม่ๆ อีกครั้ง
การสร้างภาคต่อ
FFX-2 ถือเป็น FF ภาคแรกที่เป็นภาคต่อ และในช่วงนั้นก็เป็นยุครุ่งเรืองของ PS2
คุณโทริยามะบอกว่าในทางธุรกิจแล้ว ก็ย่อมเข้าใจได้ว่าการสร้างงานกราฟฟิคขึ้นมาใช้ภาคเดียวแล้วก็โยนทิ้ง เป็นเรื่องที่โคตรสิ้นเปลืองเป็นอย่างยิ่ง
เพราะว่านี่เป็นภาคต่อ พวกเขาเลยอยากลองที่จะก้าวไปในแนวทางใหม่ๆ จึงลองสร้างเกมให้มันมีบรรยากาศที่สดใส ความเป็นผู้หญิง และป็อปให้มันมากขึ้น
ผลลัพธ์สุดท้ายแตกต่างจาก FFX เดิม แต่เขาก็เห็นว่าตัวเกมนั้นออกมายอดเยี่ยมและแฟนๆ ก็สามารถชื่นชมทั้งสองภาคได้ในแบบคนละแนวกัน
โชคร้ายไปบ้าง
เดิมทีแล้ว ในช่วงแรกเริ่มนั้น FFXIII วางแผนพัฒนาลงบน PS2 ในช่วงนั้นก็ยังอยู่ในขั้นการออกแบบโลก วางพล็อตเรื่อง และคิดสร้างระบบที่มีความเป็น Action สูง แต่ก็อย่างเช่นเคย ทางค่ายเห็นฮาร์ดแวร์ใหม่ อยากลองท้าทาย แล้วก็ย้ายมาทำบน PS3 แทน
ปัญหาหนึ่งที่ท้าทายคุณโทริยามะและทีมงานทั้ง SQEX มากคือ พวกเขาพบว่า PS3 เป็นคอนโซลที่มีความซับซ้อนมาก เพื่อจะแก้ปัญหานี้พวกเขาจึงสร้าง Crystal Tools ขึ้นมา
คุณโทริยามะยอมรับว่าพอย้ายมาพัฒนาบน PS3 แล้วพวกเขาก็เสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับความยุ่งยากของฮาร์ดแวร์ การวางองค์ประกอบหลักต่างๆ
แต่แล้วพวกเขาก็คิดว่า ไหนๆ ก็สร้าง Crystal Tools ขึ้นมาเพื่อใช้สร้างเกมอีกหลายๆ เกมแล้ว การจะยืดเวลาพัฒนาออกไปก็ไม่เป็นไร แล้วก็ยืดกันจนยาว แต่มันก็สร้างเกมที่มีลักษณะเฉพาะได้หลายรูปแบบ ซึ่งก็คุ้ม
คุณโทริยามะย้ำว่า ทางค่ายต้องใช้เวลานานมากในการสร้าง Crystal Tools ขึ้นมา แทนที่จะได้ไปเน้นที่การสร้างเกม แล้วก็ยังมีปัจจัยยิบย่อยอีกมากมายที่ต้องปรับแต่งอยู่เนื่องๆ แต่ประสบการณ์เหล่านี้ก็จะช่วยพวกเขาในด้านการวางแผนพัฒนาเมื่อถึงเวลาผลัดยุคอีกครั้ง กระทั่งตอนนี้ประสบการณ์เหล่านั้นก็มีประโยชน์ในการ Luminous Studio ขึ้นมาแล้ว
กระแสวิพากย์วิจารณ์
ความพยายามในการสร้างเกมที่ขับเคลื่อนไปโดยเนื้อเรื่อง ทำให้เกิดกระแสวิพากย์วิจารณ์ที่หลากหลายในหมู่แฟนที่ติดตามมาอย่างยาวนาน การสร้างเกมให้มีความเป็นเส้นตรงสูง ทำให้พล็อตเรื่องดำเนินไปอย่างแข็งขัน แต่หลายคนก็ยากที่จะยอมรับ
ในการออกแบบเกมนั้น มันก็มีการตัดอะไรออกไปบ้าง และการก้าวไปยังมิติใหม่ๆ บ้างเสมอ ในการสร้างเกมต่อๆ ไปทีมงานก็จะไม่ออกแบบเกมให้มันซ้ำของเดิมอยู่แล้ว และพวกเขาก็พบว่าพวกเขาสามารถไปถึงจุดที่มี FFXIII เกมเดียวเท่านั้นที่จะทำได้ มันก็มีส่วนดีหลายๆ ส่วนเหมือนกัน
สำหรับ Lightning Returns ที่พัฒนาอยู่นั้น จะเป็นบทส่งท้ายของเนื้อเรื่องไลท์นิ่งแล้ว ในเกมนี้ไลท์นิ่งจะเข้าสู่การต่อสู้ครั้งสุดท้ายต่อชะตากรรมที่ชักพามาโดยเทพองค์ใหม่ จะเป็นเกมที่มีการต่อสู้แบบแอ็คชั่นโดยตรงซึ่งเหมาะกับไลท์นิ่ง และมีการปรับแต่งตัวละคร และคอนเซปต์เกมเป็น World Driven
จะทำให้โลกในเกมมีรายละเอียดที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลหมุนไปของวันเวลาตลอด 24 ชั่วโมง มีการเชื่อมโยงระหว่างโลกในเกมกับโลกจริง ก็หวังสร้างให้เป็นภาคที่สมบูรณ์และประณีตที่สุด และวางจำหน่ายในปี 2013
อยู่มาจนถึงทุกวันนี้ได้เพราะอะไร
คุณโทริยามะบอกว่า FF อยู่มาจนถึง 25 ปีได้ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นเพราะการสนับสนุนจากแฟนๆ ตัวเกมแต่ละภาคนั้นก็มีความแตกต่างกันและให้ประสบการณ์แปลกใหม่ ด้วยโลก ตัวละคร เนื้อเรื่อง และระบบใหม่
คุณโทริยามะไม่คิดว่าจะมีซีรียส์อื่นใด ที่มีความเปลี่ยนแปลงการปฏิวัติในทุกภาคแบบนี้ บางครั้งการเปลี่ยนแปลงของภาคใหม่มันก็สุดโต่งไปเลย แต่เขาก็คิดว่าเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ซีรียส์นี้ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง ก็คือความคิดที่จะท้าทายตนเองด้วยเกมใหม่ บนฮาร์ดแวร์ตัวล่าสุดของแต่ละยุคสมัย
ตอนนี้พวกเขาตระหนักถึงเรื่องหนึ่งว่า เมื่อซีรียส์นี้มีอายุยืนยาวขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มแฟนๆ ก็ขยายไปยังกลุ่มคนหลากวัยมากขึ้น วิถีในการเล่นเกมของผู้คนก็เปลี่ยนไป ทำให้เกิดความท้าทายใหม่ในการที่จะสร้างเกมให้พวกเขาพอใจ และการขยายเกมให้เข้าถึงคนหลากกลุ่มยิ่งขึ้น
เหตุการณ์ที่ชื่นชอบ
เหตุการณ์โปรดในซีรียส์นี้ สำหรับคุณโทริยามะก็คือฉากเปิดเกม FFVII เหตุผลหนึ่งก็เพราะในระหว่างที่พัฒนาเกมนี้ เขาต้องนั่งอยู่หน้าชุดแก้บั๊ค แล้วก็ได้ดูฉากนี้ซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ
แต่เหตุผลที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ ลำดับเหตุการณ์ในฉากดังกล่าว ที่รถไฟความเร็วสูงมาถึงสถานีในมิดการ์ เชื่อมเข้ากับฉากที่คลาวด์กระโดดลงมาจนผู้เล่นสามารถควบคุมตัวละครได้อย่างไร้รอยต่อ นี่คือพื้นฐานของปรัชญาการออกแบบเกม อันเป็นเบื้องหลังของ FF ทุกภาค ผู้พัฒนาก็ได้แสดงโลกที่พวกเขาต้องการให้ผู้เล่นได้เห็น ขณะเดียวกันก็ให้ผู้เล่นได้สวมบทบาทและซึมซับประสบการณ์จากเกมนั้นไปด้วยกัน คุณโทริยามะก็บอกว่าเขาจะพยายามเต็มที่ ที่จะสร้างฉากที่จะคงอยู่ในความทรงจำของผู้เล่นแบบนี้ต่อไป
สุดท้ายคุณโทริยามะก็ขอขอบคุณแฟนๆ ที่ให้การสนับสนุน FF มาตลอด 25 ปี และหวังว่าเราจะได้สนุกกันยิ่งกว่านี้ในอนาคต
ที่มา : VG247
PlayStation Asia เตรียมวางจำหน่าย Final Fantasy XIII/Final Fantasy XIII-2 Dual Pack ในวันที่ 13 กันยายน 2012 ด้วยราคา 2,280元 ภายในชุดประกอบไปด้วย Final Fantasy XIII ชุด Ultimate Hits และ Final Fantasy XIII-2 เป็นโซน 3 แบบจีน จึงพากย์เสียงญี่ปุ่น และมีซับไตเติลภาษาจีนและอังกฤษ ทั้งนี้ภายในชุดยังโปสการ์ดที่ลงภาพอาร์ทเวิร์คให้ด้วยอีก 8 ใบ
*ส่วนตัวแล้ว ผมว่าชุดโซน 3 ตัวนี้ ทำมาได้ไม่น่าสะสมเลย... ไว้รอดูของโซนญี่ปุ่นและอเมริกาดีกว่า
ที่มา : PlayStation Asia
งานเปิดตัว Lightning Returns -Final Fantasy XIII- เป็นส่วนหนึ่งของงานครบรอบ 25 ปีซีรียส์ Final Fantasy ซึ่งทีมของคุณคิตาเสะและโทริยามะ ก็ได้อุบชื่อของผลงานใหม่เอาไว้จนมาเผยในงานนี้
เปิดงานโดยคุณโยชิโนริ คิตาเสะ ผู้อำนวยการสร้างเกมก็ถือโพยใน iPad ขึ้นมาพูด โดยเขาบอกทันทีว่าผลงานใหม่ของพวกเขานั้นเป็นเกมใหม่สำหรับเครื่องคอนโซล
จากนั้นก็ตามด้วยการพูดเรื่องความเป็นมาของภาค XIII และ XIII-2 ข้อดีข้อเสียต่างๆ
ถัดมาคุณโมโตมุ โทริยามะ ผู้กำกับเกมก็ขึ้นมาบนเวที เขาบอกว่าเกมใหม่นี้ ก็เปรียบได้กับดอกกุหลาบ ซึ่งมีด้วยกันหลายความหมาย อาทิ ความคลั่งไคล้ ความรัก ความงดงาม การอุทิศตัว และความลับ ดอกไม้ดอกนี้มีเอกลักษณ์ในตัวเองและสื่อได้หลายอย่าง
เช่นเดียวกับผลงานใหม่ที่เปิดตัวในวันนี้ ซึ่งประกอบขึ้นจากคอนเซปต์มากมายด้วยกัน แต่คอนเซปต์แรกที่อยากให้จารึกไว้ในใจของทุกคน ก็คือ Lightning Returns โดยไลท์นิ่งที่จะคืนชีพกลับมานี้ ก็เป็นไลท์นิ่งคนเดียวกับในตัวเกมดั้งเดิม จากนั้นก็อธิบายความหมายของชื่อเธอ ที่ว่าหมายถึงฟ้าผ่า ฟ้าผ่าที่เชื่อมโยงไปยังทฤษฎีต่างๆ มากมาย ทำให้เกิดไอเดียใหม่ๆ แรงบันดาลใจในการสร้างสิ่งต่างๆ
จากนั้นก็โชว์คลิปวีดีโอจากภาค XIII และ XIII-2 เพื่อย้อนให้ดูความเป็นมาของเธอ เขาบอกว่าไลท์นิ่งไม่เพียงเป็นตัวเอกของ FFXIII แต่ยังเป็นหน้าเป็นตาของ SQEX ทุกวันนี้เขายังเก็บภาพของไลท์นิ่งตั้งไว้ที่คอกทำงานของเขา คอยดูแลและค้ำจุนทีมงาน บนโปสเตอร์นั้นมีคำอยู่คำหนึ่ง นั่นคือ "ความกล้า" ความกล้าที่จะไล่ตามความเป็นจริง นั่นคือสิ่งที่เธอเป็น ในภาค XIII นั้นเธอหันหลังให้กับชะตากรรม แล้วต่อสู้อย่างกล้าหาญชาญชัยเยี่ยงทหาร พวกเราทุกคนไม่ได้เป็นวีรุบุรษ ดังนั้นเราถึงจับจ้องและเคารพคนที่เป็น เราอยากให้ผู้คนมองเธอแบบนั้น
ส่วนในภาค XIII-2 เธอข้ามผ่านดินของมนุษย์แล้วกลายเป็นองคภาวะระดับเทพ ในฐานะผู้พิทักษ์เทพธิดา เธอยังคอยเฝ้าดูแลเซร่าห์และเพื่อนพ้องของเธอตลอดการเดินทาง เมื่อเรื่องราวสิ้นสุดลง เธอยังคงเก็บความทรงจำของเซร่าห์ไว้ในจิตใจแล้วกลายเป็นคริสตัลไป คริสตัลที่จะเป็นหลักจารึกอยู่ไปชั่วนิรันดร์
ใน DLC เนื้อเรื่องของเธอนั้น เธอตื่นขึ้นจากการหลับใหล แล้วก้าวออกไปในโลกที่ไม่คุ้นเคย นั่นคือความฝัน หรือความเป็นจริง ไม่มีใครรู้... แต่สิ่งที่เรารู้คือ เธอจะคอยเก็บรักษาความหวังไว้ในหัวใจเสมอ แล้วความหวังนั้น จะได้เปล่งประกายอีกครั้ง
คุณโทริยามะบอกว่ากลับมาคราวนี้ ไลท์นิ่งจะเข้มแข็งขึ้นไปอีก และการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเธอ จะมาถึงในภาคใหม่นี้ ตำนานของเธอกำลังมาถึงบทสุดท้าย เราอยากจะเห็นความเข้มแข็งของเธอ ความแน่วแน่ในแววตาอย่างที่เราเห็นจนคุ้นเคยกัน
คำสามคำที่นำเสนอตัวเธอได้ดีที่สุดคือ แสงสว่าง ความปราดเปรียว และความงดงาม
คุณโทริยามะบอกว่าเกมนี้จะได้เล่นเป็นไลท์นิ่งเพียงคนเดียว
ส่วนคอนเซปต์ที่สองของเกมนี้ก็คือ World Driven (หลังจากภาคแรกคอนเซปต์คือ Story Driven ภาคสองคอนเซปต์คือ Player Driven) โคคูนนั้นก็เหมือนกับโลกของเราที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ เคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ เหมือนกัน ด้วยการใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ ต่างคนก็ต่างสร้างเรื่องราวของตนเองขึ้นมา โลกที่เคลื่อนไหวอยู่นี้จะเปลี่ยนแปลงประสบการณ์ในการเล่นเกมของทุกคน
คำว่าโลกในที่นี้สภาพแวดล้อมรอบตัวละคร บรรยากาศต่างๆ ระบบนิเวศน์ และผู้อาศัยด้วย
ภาพอาร์ทเวิร์คโลกของเกมนี้
คุณโทริยามะบอกว่าโลกในเกมนี้ประกอบด้วยเกาะใหญ่ๆ 4 เกาะ ตัวอาร์ทเวิร์คนั้นแสดงถึงความสงบสุขและธรรมชาติอันงดงาม แต่โลกกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตอันใหญ่หลวง ความหายนะ เหลือเวลาอีกเพียง 13 เท่านั้นก็จะถึงวันสิ้นโลก จุดจบของโลก ก็หมายถึงจุดจบของมวลมนุษย์
ระบบของเกมมีองค์ประกอบที่เป็น Real-time มากมาย เช่นการเคลื่อนไหว การโจมตีและการบล็อคของไลท์นิ่ง ทำให้การต่อสู้นั้นต้องแอคทีฟและใช้ความว่องไวมากขึ้น
หากตายระหว่างการต่อสู้ ผู้เล่นสามารถย้อนกลับไปแก้ไขความผิดพลาดได้ แต่ต้องเสียค่าเวลา
ภาพนี้คือหมู่บ้านที่อยู่บนโอเอซิส ณ ที่แห่งนี้ก็มีกลางวันและกลางคืนเหมือนกับโลกของเรา พอตกค่ำกลุ่มโจรก็เริ่มออกล่า
ขณะที่เหลือเวลาอีกไม่มาก โลกก็จะถึงจุดจบ เีราจะใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิตอย่างไร ผู้เล่นจะได้ครุ่นคิดถึงปรัชญาในการใช้ชีวิต จากการท่องไปในโลกนี้พร้อมกับฮีโร่ของเรา นี่คือความหมายของ World Driven
คำว่า World Driven นี้ยังสื่อถึงการเชื่อมโยงระหว่างโลกของเรากับโลกของเกม ในเกมนี้ทีมงานอยากเปลี่ยนความคิดที่ว่าการเล่นเกม คือการสนุกกับโลกในเกม FF ตัวอย่างเช่นการใช้ Facebook เราก็มีแฟนที่จะใช้ Facebook เชื่อมโยงกับเกมเพื่อขยายประสบการณ์ในการเล่นให้กว้างขวางขึ้น เราอยากให้ผู้เล่นเชื่อมโยงกับโลกของเกมและตัวละครอยู่ตลอดเวลา
ผลงานใหม่นี้ จะเป็นการเดินทางที่ผู้เล่นจะได้แบ่งปันประสบการณ์แก่กัน ในขั้นแรกนี้เราก็ตั้งใจว่าจะอัพเดทเว็บไซต์หลักและ Facebook อย่างสม่ำเสมอไปพร้อมๆ กัน การผจญภัยในโลกใบใหม่ของไลท์นิ่ง เราจะมาร่วมสนุกไปด้วยกัน
ภาพนี้คุณคิตาเสะแอบถ่ายตอนคุณโทริยามะพรีเซนต์
ท้ายที่สุดคุณโทริยามะก็ประกาศชื่อเกม Lightning Returns -Final Fantasy XIII- พร้อมแสดงโลโก้แบบใหม่ซึ่งใช้ตัวหนา ตัวเกมภาคล่าสุดของ FF นี้จะวางจำหน่ายในปี 2013
บอกว่าจะนำเสนอข้อมูลใหม่ๆ ผ่านทางหน้าเพจบัญชี lightningreturnsffxiii ใน Facebook
ภาคนี้ผู้เล่นจะสามารถปรับแต่งไลท์นิ่งได้เต็มที่ และต้องช่วยโลกให้ได้ก่อนเวลาหมดลง
อันนี้คุณคิตาเสะ ทวีตในเวลาไล่เลี่ยกันว่า この世界が誕生してから滅んで無くなってしまうまでを12時間とした場合に、 今はいったい何時なのでしょう? それが世界終末時計の概念ですね。 私たちの世界はあと5分しかないって……なんだか怖いですね เนื่องจากแปลแล้วไม่เก็ต เลยขอละไว้ก่อน
มีการอธิบายว่าที่มุมของจอจะมีนาฬิกานับถอยหลังเพื่อบ่งถึงการถอยเข้าสู่วันสิ้นโลก ทุกการกระทำของผู้เล่นจะทำให้เวลาล่วงผ่านไป และเข้าใกล้จุดจบของโลกมายิ่งขึ้น แค่โดยสารโมโนเรลในเกม ก็ทำให้เวลาลดลงแล้ว
นาฬิกาในเกม ไม่เพียงหมุนไปข้างหน้าเท่านั้น ยังหมุนย้อนกลับได้ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ทำ
ตัวเกมให้อิสระผู้เล่นที่จะไปไหนมาไหน สำรวจสิ่งต่างๆ ได้ ไม่ได้บังคับตายตัว
ระบบเวลามีความสำคัญมาก พฤติกรรมของ NPC และมอนสเตอร์จะเปลี่ยนไปตามเวลา เช่น ช่วงเช้าคนก็จะออกมาทำงาน รถติด พอตอนเย็นๆ คนก็กลับบ้าน รถติด มอนสเตอร์ที่โผล่ตอนกลางคืนก็ไม่เหมือนตอนกลางวัน รถโมโนเรลก็หยุดทำงาน ร้านอาหารที่ขายแต่ตอนกลางคืนก็จะเปิด ถ้าเข้าไปผิดเวลาก็อาจโดนขังจนถึงเช้าได้
มีระบบสลับเปลี่ยนอาวุธในทันที
จากนั้นก็ถึงคิวคุณอิซามุ คามิโคคุเรียว ผู้กำกับศิลป์ขึ้นมาพูดต่อ
คุณอิซามุบอกว่าภาคนี้สามารถแต่งตัวไลท์นิ่งได้มากขึ้น ชุดและอาวุธจะเปลี่ยนไปตามที่ผู้เล่นเลือกสวมใส่ให้ โดยจะมีชุดให้ใช้มากกว่า 20 ชุด แต่ละชุดให้อบิลิตี้ต่างกัน
ตัวเกมเน้นไปที่การออกสำรวจสถานที่้ มีระบบกลางวันกลางคืน
โลกของเกมชื่อ Novus Partus เป็นสถานที่ๆ ลอยอยู่บนทะเลแห่งเคออส ประกอบด้วยเกาะ 4 เกาะ เชื่อมถึงกันด้วยโมโนเรล
ที่อยู่้ด้านหลังคือวิหารเอโทร ส่วนที่ลอยอยู่นั่นคือโคคูนใหม่
เหตุเกิดหลายร้อยปีหลังฉากจบของ FFXIII-2 เมืองที่ใหญ่ที่สุดในเกมชื่อ Luxerion เมืองแห่งแสง เป็นที่ๆ คนที่บูชาเทพศักดิ์สิทธิ์บูนิเบลเซ่อาศัยอยู่
อาร์ทของภาคเมืองนี้เป็นแนวโกธิค เมคานิค และแฟนตาซี ใช้สีขาวดำแสดงถึงแสงสว่างและความมืด
ดินแดนบางส่วนก็ทำเป็นแบบยุคกลาง แต่บางส่วนก็เป็นแบบอนาคต แล้วยังมีดินแดนที่แสดงถึงความยากลำบากในการใช้ชีวิต เช่น สลัม ดินแดนที่เต็มไปด้วยกองขยะ
พวกข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เป็นแบบเรโทร ย้อนยุค
คุณอิซามุบอกว่า ภาคนี้เล่นอยู่บนสถานที่ใหม่ ที่แตกต่างจากภาค XIII และ XIII-2 เป็นแผนที่ใหม่หมด มอนสเตอร์ก็ออกแบบใหม่ NPC ก็ไม่เหมือนเดิม
มอนสเตอร์ในเกมได้รับผลกระทบมาจากเคออส
ภาพไลท์นิ่งที่คุณอิซามุเอามาโชว์ คุณคิตาเสะทวีตบอกว่าเป็นงานภาพวาดสีน้ำมันของเขาชิ้นแรกในรอบ 10 ปี แสดงให้เห็นว่างานนี้สำคัญกับเขามากแค่ไหน (ตอนหลังคุณคิตาเสะแก้ไขข้อมูลเป็น ภาพแรกในรอบ 15 ปี บอกว่าใช้เวลาเป็นเดือนในการสร้างภาพนี้ และพึ่งเสร็จเมื่อวานนี้เอง)
หลังจากคุณอิซามุลงไปแล้ว คุณคิตาเสะก็กลับขึ้นมาบนเวที เขาประกาศว่า Lightning Returns -Final Fantasy XIII- นี้เป็นเกมใหม่สำหรับ PS3 และ Xbox360 ตัวละครหลักคือไลท์นิ่งคนเดียว
ทีมงานเริ่มเข้าสู่ช่วงการพัฒนาเกมดังกล่าวเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง
ปิดท้ายด้วยวีดีโอจากคุณมายะ ผู้พากย์ไลท์นิ่ง
รวมลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
- http://eu.square-enix.com/fr/blog/annonce-de-lightning-returns-final-fantasy-xiii - http://www.4gamer.net/games/127/G012733/20120901001/ - http://www.rpgsite.net/articles/411-what-is-lightning-returns-final-fantasy-xiii - http://www.square-enix.co.jp/fabula/LightningReturnsFFXIII/ - http://finalfantasyxiii.com/LR/ - https://www.facebook.com/LightningReturnsFFXIII
*เว็บไซต์หลักของเกมสร้างมาให้สำหรับ IE รุ่น 9 ขึ้นไป, Google Chrome รุ่น 21 ขึ้นไป, Firefox รุ่น 14 ขึ้นไป และเปิดมือสมาร์ทโฟนได้ (ข้อมูลจากทวีตภพ LRFF13)
คลิปพรีเซนต์ที่ทีมงานบันทึกไว้ล่วงหน้า แล้วนำไปเปิดในงาน PAX ที่อเมริกา
คุณคิตาเสะบอกว่าคริสตัลมีคุณสมบัติ 2 ประการ
หนึ่งคือความงดงามวิจิตรที่ไม่แปรเปลี่ยน ไม่ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ยังเป็นแบบนั้น สองคือการเปลี่ยนแปลงสีเมื่อมีแสงตกกระทบ ทำให้มองเห็นเป็นแสงสีรุ้งได้
ทุกครั้งที่มองโลกผ่านคริสตัลนี้ เราจะเห็นความเป็นจริงที่ใหม่และแตกต่างออกไป สิ่งที่ไม่มีวันแปรเปลี่ยน กับการที่มันแปรเปลี่ยนสิ่งที่เห็นไปเรื่อยๆ คุณสมบัติที่ตรงข้ามกันแต่กลับอยู่ด้วยกันได้ มันก็เหมือนกับพาราด็อกซ์ ซึ่งนั่นคือความงดงามของคริสตัล Final Fantasy กับคริสตัลก็มีคุณสมบัติเดียวกัน
- ส่วนของคุณโทริยามะ : http://www.youtube.com/watch?v=Cj66f6Pvyuk - ส่วนของคุณอาเบะ : http://www.youtube.com/watch?v=LaJ5QjbBjfI - ส่วนของคุณอิซามุ : http://www.youtube.com/watch?v=WD54oDFNWJg
สรุปข้อมูลสำคัญจากทวีตภพ LRFF13 ประจำวันที่ 29 สิงหาคม
คุณคิตาเสะบอกว่า ในวันนี้เขาได้ประชุมข้ามประเทศกับทาง SQEX America เพื่อคุยเรื่องงานเปิดตัวโปรเจคท์ใหม่ของ Final Fantasy XIII ที่จะเปิดตัวพร้อมกันเวลาเดียวกันทั้งทางญี่ปุ่นและอเมริกา ในช่วงวันที่ 1 กันยายน 2012 เวลา 9.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ก็เป็นการอธิบายรายละเอียดต่างๆ ให้เข้าใจตรงกัน
มีอีกทวีตนึงที่มาจากคนที่ใช้ชื่อสั้นๆ ว่า M (ผู้ดูแลเว็บไซต์ของทางค่าย) บอกว่าตอนนี้กำลังทำ Teaser site ของโปรเจคท์ใหม่นี้อยู่ และคราวนี้เว็บจะดูได้ทั้งบน smartphone และ android (เว็บของ SQEX เมื่อก่อนดูบนโทรศัพท์ไม่ได้)
สุดท้ายตอนเย็น คุณคิตาเสะบอกว่าเขาได้ปรึกษากับคุณ M และ I แล้ว เห็นว่าตอนพรีเซนต์เรื่อง Lightning Saga บนเวทีจะให้ผู้ชมถ่ายรูปได้ แต่พื้นที่นอกจากนั้น ในส่วนของนิทรรศการ FF ขอความร่วมมือไม่ให้ถ่ายรูปครับ
https://twitter.com/LRFF13