Final-Fantasy-XIV

Life is Strange: Before the Storm 
 
- จะมี 3 Episode เป็นเนื้อเรื่องก่อนเริ่มภาคหลัก
 
- ลงให้ PS4 Xbox One และ PC
 
- วางขายตอนแรก 31 สิงหาคม 2017
 
Kingdom Hearts -HD I.5 + II.5 ReMiX-
 
- วันนี้เที่ยงมีแพทซ์ เพิ่ม Theatre Mode ของภาคแรก และคัตซีนสู้บอสซิออนใน 358/2 Days
- https://www.famitsu.com/news/201706/12135107.html

- ซีนใหม่อยู่ในช่วงนาที 2:04 - 4:28 ของคลิปนี้ เป็นฉากต่อสู้ระหว่างร็อคซัสกับซิออนในร่างบอสใหญ่ของเกม ในทางเนื้อเรื่องแล้วมันไม่มีอะไรใหม่ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยเล่นภาคนี้มาก่อน การเพิ่มฉากแบทเทิลลงไป ก็ทำให้ได้อรรถรสในการชมเนื้อหามากขึ้นครับ

 
 
Kingdom Hearts III
 
- คลิปเปรียบเทียบความแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างเทรลเลอร์ KH3 ในแชนแนลของ Square Enix JP กับในแชนแนล Kingdom Hearts เอง https://www.youtube.com/watch?v=feK25jFBvO4
 
- เรื่องมีอยู่ว่าในงานคอนเสิร์ต Kingdom Hearts Orchestra -World Tour- เมื่อวาน คุณโนมุระพูดในงานว่าจะเอา Final Information ไปพรีเซนต์ในงาน D23 Expo เดือนหน้า
 
ทีนี้แฟน ๆ ในงานมากมาย ในนาทีนั้นก็แปลความกันว่า Final Information หมายถึงวันวางจำหน่าย
 
แต่ทีนี้พอตั้งสติกันได้ และมาไตร่ตรองด้วยเหตุและผลแล้ว... ไอ้เรื่องที่จะประกาศวันวางจำหน่ายในเดือนหน้าเลย มันยังเป็นไปไม่ได้.... เนื่องจากเกมมันไม่อยู่ในแผนงานเกมที่จะออกในปีงบประมาณ 2017 (สิ้นสุดมีนาคม 2018) แต่แรกแล้ว ครั้นจะประกาศวันวางจำหน่ายล่วงหน้าเป็นปี มันก็ไม่ใช่วิสัยที่เคยทำมา
 
ทีนี้ก็แล้วแต่แฟน ๆ แต่ละคนแล้วครับว่า Final Information ของคุณโนมุระคืออะไร... 
 
ส่วนตัวผมคิดว่าเต็มที่ก็แค่น่าจะพูดภาพรวมคร่าว ๆ ของแผนงานเกมที่แน่นอนแล้ว (เช่น จำนวนดาว Disney ทั้งหมด ระบบทั้งหมดที่นิ่งแล้ว ฯลฯ) ซึ่งมันคงไม่ใช่อะไรที่หวือหวาเท่าไหร่ เรื่องดาวใหม่ยังน่าสนใจกว่าครับ
 
- 35 ชั่วโมงผ่านไป เทรลเลอร์ใหม่ของ Kingdom Hearts III ทะลุหลัก 2 ล้านวิวแล้ว
 
เห็นตัวเลขแล้ว ผมเลยลองไปค้นสถิติเก่า ๆ ที่เคยลงข่าวไว้ เคยบันทึกว่าเทรลเลอร์ FFXV ใน TGS 2014 (หลังรีบู๊ทครั้งสุดท้าย) ทำสถิติ 2.6 ล้านวิวใน 3 วัน ส่วนเทรลเลอร์ FFVII Remake ใน E3 2015 ทำสถิติ 2.6 ล้านวิวในเวลาเพียง 14 ชั่วโมง และ 7.18 ล้านวิวใน 3 วัน
 
ของ KH III นี่ หลังจากหายไปนอน ทำยอดวิวช่วงแรกได้ขนาดนี้ก็ดีมากแล้ว


Dissidia -Final Fantasy- NT

 
- คลิปเกมเพลย์ https://www.youtube.com/watch?v=6NBRPeVowuY
 
Final Fantasy XIV
 
- โฆษณาล่าสุดของ Final Fantasy XIV เรื่องราวของเพื่อนพ้องที่เติบโตมาด้วยกัน ผ่านช่วงเวลาแห่งความฝันและความหวัง แต่ต้องแยกจากกันเมื่อโตขึ้น ทว่า FFXIV ได้นำช่วงเวลาและความรู้สึกในวันวาน กลับมาหาพวกเขา ให้ได้กลับไปหัวเราะและร้องไห้ร่วมกันอีกครั้ง
 
 
Final Fantasy XV
 
- Square Enix และสำนักพิมพ์ Kadokawa เตรียมออกหนังสือการ์ตูน Final Fantasy XV Official Comic Anthology (ファイナルファンタジーXV 公式コミックアンソロジー) ความยาว 130 หน้า ในวันที่ 27 กรกฎาคม 2017 ราคาเล่มละ 702 เยน http://books.rakuten.co.jp/rb/15010439/ 
 

 

วิจารณ์ Final Fantasy XIV : คุณพ่อแห่งแสง ตอนที่ 3 ครับ
 
ตอนนี้เป็นตอนที่ทำให้ผมตื้นตัน มีโมเมนต์ให้น้ำตาซึมมากที่สุดใน 3 ตอนที่ออกมาเลย
 
เรื่องมันเริ่มจากอาคิโอะ ซึ่งก็เป็นเหมือนคนเล่นเกมทั่วไป มีนิสัยเนิร์ด ๆ ติ๋ม ๆ เข้าสังคมไม่เก่ง ชอบเก็บตัว อยากกลับบ้านเล่นเกม..... ผมว่าคนเล่นเกมจัดหลาย ๆ คนเมื่อเข้าสู่วัยทำงาน น่าจะเคยเจอปัญหาแบบนี้กัน
 
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่ออาคิโอะที่ประสบการณ์ทำงานยังไม่มากพอ ยังปรับตัวเข้าสังคมไม่เก่ง ยังใส่หน้ากากไม่เป็น ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลลูกค้าบริษัทมาชิบะ ซึ่งในการทำงานมันต้องมีการไปดื่มสังสรรค์กัน
 
แต่เจ้ากรรม อาคิโอะไม่ได้ทำการบ้านมาว่าลูกค้าเป็นคนยังไง ชอบอะไร แล้วก็ไปเลี้ยงลูกค้าแบบเงิบ ๆ ไปถึงก็ไปนั่งไม่มีเรื่องคุย ฟังพวกเขาคุยเรื่องเบสบอลกันไม่รู้เรื่อง แล้วก็หาประเด็นกลางที่คุยกันสนุกทุกฝ่ายไม่เจอ บรรยากาศมันก็เลยกร่อย ไม่เป็นที่พอใจของลูกค้า
 
นี่ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่คนทำงาน ต้องค่อย ๆ เรียนรู้กันไปว่าจะปรับตัวเข้าหาสังคมยังไง จะทำการบ้าน จะสวมบทบาท หรือจะอะไร แต่เมื่อเป็นงาน มันก็ต้องพยายามทำออกมาให้ดีกว่านี้
 
ขณะที่อาคิโอะเจอปัญหานี้อยู่ สลับมาทางคุณพ่อที่ได้คีย์บอร์ดใหม่มาแล้ว จากคุณพ่อที่เงียบขรึมไม่ค่อยพูด คราวนี้เล่นใหญ่
 
พออยู่ในเกม คุณพ่อทั้งพูดเยอะ กด Emote รัว ๆ ....จ้อไม่หยุด สวนทางกับบุคลิกที่แสดงออกมาในโลกจริงนัก
 
การกระทำของคุณพ่อในจุดนี้มันตีความได้ 2 แบบ
 
1. พ่อแกเก็บกดจากโลกจริง ที่จะพูดอะไรสักอย่างต้องคิดให้รอบคอบ จะทำอะไรสักอย่างก็ต้องคำนึงว่าตัวเองต้องเป็นแบบอย่างแก้ผู้อื่น พอคุณพ่อได้จับจอย ถอดหัวโขนที่สวมอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง คุณพ่อเลยพูดความในใจได้เต็มที่ คิดยังไงก็ใส่ไปเลย ไม่ต้องขรึมคิดให้มาก
 
2. พ่อแก "อยู่เป็น" คือเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักที่จะปรับตัวให้เหมาะสมกับสังคมที่อยู่ พอเห็นสังคมในโลกแห่งเกมมันเฮฮา สบาย ๆ ....พ่อแกก็สามารถปรับบุคลิกให้เป็นแบบเฮฮา พูดมาก เรียกว่า "เล่นใหญ่" เอาให้เหมาะกับบริบทสังคมที่ตัวเองอยู่
 
ซึ่งผมว่า การกระทำของพ่อ ก็อาจจะมาจาก 2 เหตุผลด้านบนประกอบกันก็ได้
 
.............................................
 
กลับมาที่งานของอาคิโอะ ที่จริงแล้วผมว่าปัญหาที่เขาเจอ เป็นเรื่องที่โทษอาคิโอะคนเดียวไม่ได้ คนบริหาร ก็ต้องรู้จัก Put the right man in the right job ด้วย
 
ก่อนที่จะเลือกให้ใครทำงานหน้าที่อะไร คนบริหารก็ต้องพิจารณาบุคลิก วัยวุฒิ คุณวุฒิ อุปนิสัย ทักษะ และปัจจัยหลายอย่างในตัวตัวเลือกทั้งหมดให้ดีเสียก่อน แล้วจิ้มคนที่เหมาะสมกับงานที่สุดขึ้นมา
 
ทีนี้ จริงอยู่ว่าไม่ว่าใครที่โดนจิ้มให้ทำงานขึ้นมาแล้ว มันก็ต้องทำให้ดีที่สุด เต็มขีดความสามารถของตัวเอง เป็นมืออาชีพ ที่จะทำให้งานมันเดินไปได้
 
แต่ถ้าพยายามเต็มที่แล้วมันไม่เวิร์ค หรือคนบริหารมันจิ้มคนไม่เหมาะสมกับหน้าที่มาทำ ผมว่าบางทีก็อาจจะต้องทบทวน และเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ให้เขาไปทำงานอื่นที่เหมาะสมกับตัวเขามากกว่าแทน 
 
คนเราแต่ละคน ก็มีความสามารถไม่เหมือนกัน พารามิเตอร์แต่ละด้านไม่เท่ากัน
 
คนเป็นช้าง จะไปวัดผลด้วยการสั่งให้ปีนต้นไม้ก็ไม่ใช่เรื่อง
คนเป็นลิง จะไปสั่งให้ว่ายน้ำ มันก็ไม่ได้
คนเป็นปลา จะให้ไปลากซุง บ้าเหรออออ....!!
 
กรณีของอาคิโอะ หลังจากที่เขาได้รับการสั่งสอนจากพ่อว่าให้ทำงานอย่างเต็มที่ถึงที่สุด อย่าไปยอมแพ้ ก็ได้กลับมาพยายามใหม่อีกครั้ง พยายามเรียนรู้สิ่งที่ลูกค้าชอบ รู้จักทำการบ้านมาก่อน และวางตัวเข้าสังคมให้เป็นมากขึ้น
 
ท้ายที่สุดอาคิโอะก็วางตัวให้ลูกค้าพอใจได้สำเร็จ ซึ่งกรณีของอาคิโอะ ก็ถือว่าโชคดีที่ทักษะทางสังคมเขาไม่ใช่ศูนย์ ถึงจะพูดน้อย เก็บตัว ติ๋ม แต่เขาอยู่ในระดับที่ "ถ้าจะพยายาม ก็ทำได้" ซึ่งพอเขาได้พยายาม มันก็สำเร็จ
 
แต่ก็นั่นแหละ ถ้าเกิดจิ้มตัวคนที่คุยเก่งและมีทักษะในการเข้าสังคมดีกว่าอาคิโอะขึ้นมาทำหน้าที่นี้ ลูกค้าก็ย่อมพึงพอใจมากกว่านี้
 
ในทางกลับกัน ถ้าดันไปจิ้มคนที่พูดจาไม่รู้เรื่อง นิ่งเงียบ คุยไม่เก่ง ไม่มีทักษะทางสังคมเลยมาทำหน้าที่ดูแลลูกค้า อันนี้ฝืนทู่ซี้ไปก็ไม่รอด แบบนั้นมันก็ต้องเปลี่ยนตัวจริง ๆ
 
.............................................
 
พูดแล้วก็นึกถึงเรื่องที่พี่ซันเคยพูดไว้ในการพรีเซนต์เรื่องการทำงานเกมในไทยเนี่ยแหละ พี่ซันเคยบอกว่าการทำงานเ