Final-Fantasy-XIV

 

วิจารณ์ Final Fantasy XIV : คุณพ่อแห่งแสง ตอนที่ 3 ครับ
 
ตอนนี้เป็นตอนที่ทำให้ผมตื้นตัน มีโมเมนต์ให้น้ำตาซึมมากที่สุดใน 3 ตอนที่ออกมาเลย
 
เรื่องมันเริ่มจากอาคิโอะ ซึ่งก็เป็นเหมือนคนเล่นเกมทั่วไป มีนิสัยเนิร์ด ๆ ติ๋ม ๆ เข้าสังคมไม่เก่ง ชอบเก็บตัว อยากกลับบ้านเล่นเกม..... ผมว่าคนเล่นเกมจัดหลาย ๆ คนเมื่อเข้าสู่วัยทำงาน น่าจะเคยเจอปัญหาแบบนี้กัน
 
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่ออาคิโอะที่ประสบการณ์ทำงานยังไม่มากพอ ยังปรับตัวเข้าสังคมไม่เก่ง ยังใส่หน้ากากไม่เป็น ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลลูกค้าบริษัทมาชิบะ ซึ่งในการทำงานมันต้องมีการไปดื่มสังสรรค์กัน
 
แต่เจ้ากรรม อาคิโอะไม่ได้ทำการบ้านมาว่าลูกค้าเป็นคนยังไง ชอบอะไร แล้วก็ไปเลี้ยงลูกค้าแบบเงิบ ๆ ไปถึงก็ไปนั่งไม่มีเรื่องคุย ฟังพวกเขาคุยเรื่องเบสบอลกันไม่รู้เรื่อง แล้วก็หาประเด็นกลางที่คุยกันสนุกทุกฝ่ายไม่เจอ บรรยากาศมันก็เลยกร่อย ไม่เป็นที่พอใจของลูกค้า
 
นี่ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่คนทำงาน ต้องค่อย ๆ เรียนรู้กันไปว่าจะปรับตัวเข้าหาสังคมยังไง จะทำการบ้าน จะสวมบทบาท หรือจะอะไร แต่เมื่อเป็นงาน มันก็ต้องพยายามทำออกมาให้ดีกว่านี้
 
ขณะที่อาคิโอะเจอปัญหานี้อยู่ สลับมาทางคุณพ่อที่ได้คีย์บอร์ดใหม่มาแล้ว จากคุณพ่อที่เงียบขรึมไม่ค่อยพูด คราวนี้เล่นใหญ่
 
พออยู่ในเกม คุณพ่อทั้งพูดเยอะ กด Emote รัว ๆ ....จ้อไม่หยุด สวนทางกับบุคลิกที่แสดงออกมาในโลกจริงนัก
 
การกระทำของคุณพ่อในจุดนี้มันตีความได้ 2 แบบ
 
1. พ่อแกเก็บกดจากโลกจริง ที่จะพูดอะไรสักอย่างต้องคิดให้รอบคอบ จะทำอะไรสักอย่างก็ต้องคำนึงว่าตัวเองต้องเป็นแบบอย่างแก้ผู้อื่น พอคุณพ่อได้จับจอย ถอดหัวโขนที่สวมอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง คุณพ่อเลยพูดความในใจได้เต็มที่ คิดยังไงก็ใส่ไปเลย ไม่ต้องขรึมคิดให้มาก
 
2. พ่อแก "อยู่เป็น" คือเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักที่จะปรับตัวให้เหมาะสมกับสังคมที่อยู่ พอเห็นสังคมในโลกแห่งเกมมันเฮฮา สบาย ๆ ....พ่อแกก็สามารถปรับบุคลิกให้เป็นแบบเฮฮา พูดมาก เรียกว่า "เล่นใหญ่" เอาให้เหมาะกับบริบทสังคมที่ตัวเองอยู่
 
ซึ่งผมว่า การกระทำของพ่อ ก็อาจจะมาจาก 2 เหตุผลด้านบนประกอบกันก็ได้
 
.............................................
 
กลับมาที่งานของอาคิโอะ ที่จริงแล้วผมว่าปัญหาที่เขาเจอ เป็นเรื่องที่โทษอาคิโอะคนเดียวไม่ได้ คนบริหาร ก็ต้องรู้จัก Put the right man in the right job ด้วย
 
ก่อนที่จะเลือกให้ใครทำงานหน้าที่อะไร คนบริหารก็ต้องพิจารณาบุคลิก วัยวุฒิ คุณวุฒิ อุปนิสัย ทักษะ และปัจจัยหลายอย่างในตัวตัวเลือกทั้งหมดให้ดีเสียก่อน แล้วจิ้มคนที่เหมาะสมกับงานที่สุดขึ้นมา
 
ทีนี้ จริงอยู่ว่าไม่ว่าใครที่โดนจิ้มให้ทำงานขึ้นมาแล้ว มันก็ต้องทำให้ดีที่สุด เต็มขีดความสามารถของตัวเอง เป็นมืออาชีพ ที่จะทำให้งานมันเดินไปได้
 
แต่ถ้าพยายามเต็มที่แล้วมันไม่เวิร์ค หรือคนบริหารมันจิ้มคนไม่เหมาะสมกับหน้าที่มาทำ ผมว่าบางทีก็อาจจะต้องทบทวน และเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ให้เขาไปทำงานอื่นที่เหมาะสมกับตัวเขามากกว่าแทน 
 
คนเราแต่ละคน ก็มีความสามารถไม่เหมือนกัน พารามิเตอร์แต่ละด้านไม่เท่ากัน
 
คนเป็นช้าง จะไปวัดผลด้วยการสั่งให้ปีนต้นไม้ก็ไม่ใช่เรื่อง
คนเป็นลิง จะไปสั่งให้ว่ายน้ำ มันก็ไม่ได้
คนเป็นปลา จะให้ไปลากซุง บ้าเหรออออ....!!
 
กรณีของอาคิโอะ หลังจากที่เขาได้รับการสั่งสอนจากพ่อว่าให้ทำงานอย่างเต็มที่ถึงที่สุด อย่าไปยอมแพ้ ก็ได้กลับมาพยายามใหม่อีกครั้ง พยายามเรียนรู้สิ่งที่ลูกค้าชอบ รู้จักทำการบ้านมาก่อน และวางตัวเข้าสังคมให้เป็นมากขึ้น
 
ท้ายที่สุดอาคิโอะก็วางตัวให้ลูกค้าพอใจได้สำเร็จ ซึ่งกรณีของอาคิโอะ ก็ถือว่าโชคดีที่ทักษะทางสังคมเขาไม่ใช่ศูนย์ ถึงจะพูดน้อย เก็บตัว ติ๋ม แต่เขาอยู่ในระดับที่ "ถ้าจะพยายาม ก็ทำได้" ซึ่งพอเขาได้พยายาม มันก็สำเร็จ
 
แต่ก็นั่นแหละ ถ้าเกิดจิ้มตัวคนที่คุยเก่งและมีทักษะในการเข้าสังคมดีกว่าอาคิโอะขึ้นมาทำหน้าที่นี้ ลูกค้าก็ย่อมพึงพอใจมากกว่านี้
 
ในทางกลับกัน ถ้าดันไปจิ้มคนที่พูดจาไม่รู้เรื่อง นิ่งเงียบ คุยไม่เก่ง ไม่มีทักษะทางสังคมเลยมาทำหน้าที่ดูแลลูกค้า อันนี้ฝืนทู่ซี้ไปก็ไม่รอด แบบนั้นมันก็ต้องเปลี่ยนตัวจริง ๆ
 
.............................................
 
พูดแล้วก็นึกถึงเรื่องที่พี่ซันเคยพูดไว้ในการพรีเซนต์เรื่องการทำงานเกมในไทยเนี่ยแหละ พี่ซันเคยบอกว่าการทำงานเนี่ย คุณต้องมีทักษะทางสังคม ต้องปรับตัวเข้าสังคมได้
 
จะมีข้อยกเว้นก็แต่พวกอัจฉริยะที่คุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง นั่งอยู่ในมุมทำงานของตัวเองเงียบ ๆ ถ้าคุณเป็นอัจฉริยะจริง เดี๋ยวคนอื่นก็จะต้องเข้าไปง้อคุณ เข้าหาคุณเอง (พี่หน่อยก็เคยบอกว่าในบริษัท มีคนต่างชาติบางคนพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้เลย แต่คนพวกนี้เก่งจริง ก็ต้องง้อเขา)
 
แต่ตราบใดที่เรายังไม่ใช่อัจฉริยะ เรายังเป็นคนธรรมดากันอยู่ ก็ต้องรู้จักที่จะเรียนรู้การอยู่ร่วมกับสังคมกันต่อไปครับ 555
 
ป.ล. ตอนจบที่พ่อบอกว่า คอนโทรลเลอร์โดนแม่เอาไปซ่อนแล้ว ......โคตรพีกกกกก
 
--------------------------------------
 
สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู Final Fantasy XIV : คุณพ่อแห่งแสง ตอนที่ 3 เข้าไปรับชมได้ตามลิงค์นี้ครับ
 


Final Fantasy XIV เตรียมยุติการสนับสนุนตัวเกมเวอร์ชั่น PS3 ในวันที่ 16 มิถุนายน 2017 นี้ หมายความว่าหลังจากวันนั้น เราจะไม่สามารถเล่นเกมนี้ผ่าน PS3 ได้อีกต่อไป โดยวันดังกล่าวก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับการ Early Access ของเนื้อหาตอนล่าสุดของเกมซึ่งมีชื่อว่า Storm Blood

เพื่อทิ้งทวนและร่ำลาตัวเกมเวอร์ชั่น PS3 ตัวเกมจะเปิดให้เล่นบน PS3 ได้ฟรีตั้งแต่ 1 พ.ค. นี้จนถึงวันสิ้นสุดการให้บริการเวอร์ชั่น PS3

ทั้งนี้ผู้เล่นที่มี ID ซึ่งมีสิทธิเล่นบน PS3 สามารถเอาไปอัพเกรดสิทธิ เป็นสิทธิสำหรับเล่นบน PS4 ได้ฟรีภายในสิ้นปีนี้ครับ

http://na.finalfantasyxiv.com/lodestone/topics/detail/dd438e709e2601f12c53ab0d9d7afebec6dca096

http://na.finalfantasyxiv.com/lodestone/topics/detail/a51c0dbf019fc744b3411b8f8e06d20c1826d455

 
หลานสาวผมพึ่งดู Daddy of Light จบเมื่อกี้ ตอนดูไปเธอก็ตื่นเต้น มีอารมณ์ร่วม สนุกไปกับละครมาก
 
เนื่องด้วยหลานผมเคยเล่น FFXIV มาก่อนด้วย ถึงจะแค่เวลาสั้น ๆ ได้เล่นเป็นปาร์ตี้ลงดันฯ แค่ไม่กี่ครั้ง (แน่นอนว่าต้องมีตัวผมตามไปเป็นพี่เลี้ยงด้วย) แต่ก็มีความทรงจำที่ดีกับเกม
 
พอได้ย้อนกลับมาฟังเพลงของกริดาเนีย น้ำตามันก็จะไหลออกมา ฮือออออ
 
หลานบอกว่าชอบเรื่องราว ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกมาก มันมีอะไรที่ซึ้งเยอะ
 
จนกระทั่งมาดูตัวอย่างตอนต่อไปเนี่ยแหละ
 
มีทั้งผู้หญิงสาวสวยออกมา
มีทั้งพ่อบอกว่าอยากเลิกเล่น
 
"หนูไม่อยากดูตอนต่อไปแล้วววววว TTwwTT"
 
ผมหันไปถามหลานทันทีว่าอะไรกัน แค่มีผู้หญิงสาวสวยออกมาเบี่ยงความสนใจ ทำให้ถึงกับไม่อยากดูต่อแล้วเลยเหรอ? มีเหตุผลหน่อยสิ
 
"ถ้าเป็นกู๋บอน การที่ตัวเอกของเรื่องเป็นผู้ชาย ทำให้ความอยากดูลดลงกี่ % เปอร์เซนต์?"
 
ผมเรียนตามตรงไปว่า 70%....
 
หลานก็บอกว่านั่นแหละ เพศของแคแรคเตอร์ มันมีผลต่อความรู้สึกในการอยากดูต่อ ผมก็อยากให้ทั้งเรื่องมีแต่ผู้หญิง หลานสาวก็อยากให้ทั้งเรื่องมีแต่ผู้ชาย มันก็เป็นเช่นนั้นเองงง T3T
 
-----------------------------------------------------
 
แบ่งปันประโยคช่วงหนึ่งจาก FFXIV: Daddy of Light
 
เป็นประโยคที่ทำให้ผมสะดุด เหมือนโดนกระโดดถีบเข้ากลางใจตั้งแต่ได้ยินครั้งแรกเลย
 
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ตอนเด็ก ๆ มีประสบการณ์งงกับคุณพ่อว่า ปกติก็พ่อเคร่งเครียดจริงจังกับทุกอย่างแท้ ๆ แต่ไหงบางทีก็มีช่วงที่พ่อเดเระ ใจดีกับทุกคนทุกอย่าง บางทีก็ถึงขั้นเอ่ยปากลากผมไปซื้อตลับก๊อบ Rockman World 5 ที่สะพานเหล็กขึ้นมา (ทั้งที่ปกติพ่อไม่ชอบเห