Ivalice-Alliance


Square Enix เปิดเผยรายละเอียดของระบบใหม่ใน Final Fantasy XII -The Zodiac Age- (PS4) เกมภาครีมาสเตอร์ของ Final Fantasy XII จากยุค PS2 ซึ่งงวดนี้มีการเปิดเผยเรื่องน่าสนใจที่จะทำให้วิธีการเล่น การวางแผนต่อสู้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก นั่นคือการที่ตัวละครเราสามารถมี "Job ที่ 2" ได้แล้ว

เดิมทีแล้ว FFXII ตัวออริจินอลนั้นไม่มีระบบ Job ทำให้ตัวละครแต่ละตัวสามารถเรียนรู้อบิลิตี้ทั้งหมดในเกมได้แบบไม่มีข้อจำกัด แต่พอในเวอร์ชั่น FFXII -Zodiac Job System- ก็ได้มีการเพิ่มระบบ Job ลงไป ให้ตัวละครแต่ละตัวเรียนรู้ Job ได้อันเดียว และการเรียนรู้อบิลิตี้ก็จะจำกัดอยู่แค่อบิลิตี้ที่เกี่ยวข้องกับ Job นั้น ๆ


ทว่าสำหรับเวอร์ชั่น The Zodiac Age บน PS4 นี้ ตัวละครเดิน License Board จนสามารถปลดล็อค "L Board Plus" ได้แล้ว เกมจะให้เราเลือก Job ที่ 2 ของตัวละครนั้น ๆ ทำให้ตัวละครดังกล่าวสามารถเรียนรู้อบิลิตี้ของ Job ที่ 2 เพิ่มเข้าไปได้

ในส่วนของข้อมูลใหม่ ทางค่ายยังเปิดเผยเพิ่มด้วยว่ามีการเพิ่มเพลงใหม่เข้าไปในเกม 8 เพลงด้วยกัน

ขณะที่ในส่วนของข้อมูลเก่าที่ทางค่ายเปิดเผยไว้ร่วมปีแล้ว บอกว่าในเวอร์ชั่นนี้จะแตกต่างจากเวอร์ชั่น Zodiac Job System ดังนี้

- รองรับระบบเสียง 7.1 ch
- มีเสียงพากย์ทั้งภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษอยู่ในเกม
- มีทั้ง BGM แบบเก่าและแบบใหม่อยู่ในเกม
- มีระบบ Auto-save
- ปรับปรุงคุณภาพของโหมด Speed x2 x4
- เพิ่ม Transparent Map ลงไป สามารถปิด/เปิดเพื่อดูว่าเราอยู่ส่วนไหนของแมพได้


http://game.watch.impress.co.jp/docs/news/1055183.html

 
รีไรท์ เนื้อเรื่องม็อบตัวที่ 31 จาก Final Fantasy XII
 
วันหนึ่งในร้านอาหารกลางทะลทรายที่พวกอาเช่โฉบไปหาข้อมูลกันเป็นประจำ มีป้ายคำร้องหนึ่งส่งมาจากนครเทพเบอร์โอมิเซส ป้ายนั้นเขียนโดยนักบวชหนุ่มชาวกิลเทียสที่ชื่อว่า Ieeha
 
พวกวานเดินทางไปที่นครเทพเบอร์โอมิเซสเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมจาก Ieeha แต่หาจนทั่วแล้วก็หาไม่เจอ ขณะที่กำลังถอนหายใจ ก็เจอวิเอร่าสาวที่ชื่อว่า Relji เข้ามาบอกว่า Ieeha ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว
 
หากยังจำกันได้ ทุกครั้งที่เราผ่านมาที่นครเทพเบอร์โอมิเซส เราจะเห็น Relji เดินบ่นก่นด่าความอ่อนแอของเผ่าพันธุ์มนุษย์อยู่เรื่อยไป ประมาณว่าเจ๊เกลียดมนุษย์มาก แล้วเจ๊จะมาคุยกับเราทำไม?
 
Relji บอกพวกวานว่ามีมังกรร้ายตัวหนึ่งกบดานอยู่ในหุบเขาพารามิน่า ในอดีตกาลมังกรร้ายนั้นเคยหมายปองสมบัติของชาวกิลเทียส (ซึ่งก็คือดาบจอมราชันย์ที่เก็บซ่อนไว้ในวิหารมิเลียม) ท่านสังฆราชอนาสตาซิส เลยจัดการผนึกมังกรร้ายไว้ในภูผาน้ำแข็ง ทว่าตอนนี้ท่านอราสตาซิสได้มรณภาพไปแล้ว ผนึกที่เคยกักขังมันกรร้ายจึงคลายออก เป็นเหตุให้ Fafnir กลับมาผงาดอาละวาดไปทั่วได้อีกครั้ง
 
นั่นเองเป็นสาเหตุให้ Ieeha ออกเดินทางไปหมายจะกำจัด Fafnir ....ซึ่งตอนที่ Ieeha มาบอก Relji เธอก็สังเวชใจ และคิดว่าประเดี๋ยวมนุษย์อย่าง Ieeha ก็ต้องเผ่นหนีกลับเข้าเมืองเอง เพราะมนุษย์ก็อ่อนแอแบบนี้แหละ
 
----------------------------------------
 
หลังฟังเรื่องราวจาก Relji เสร็จ เมื่อเราเหยียบกลับเข้าไปหุบเขาพารามิน่าอีกครั้ง เราต้องตกใจกับพายุหิมะลูกใหญ่ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่แห่งนี้ไม่เคยมีพายุหิมะมาก่อน แต่หลังจาก Fafnir ตื่นขึ้นมา ความคลุ้มคลั่งของมันก็เป็นต้นกำเนิดของพายุหิมะดังกล่าว
 
พวกวานพากันเดินทางไปถึงบริเวณธารสีเงิน จุดที่เคยมีแม่น้ำไหลผ่าน แต่ปัจจุบันแม่น้ำแข็งตัวกลายเป็นเส้นทางสีเงินไปแล้ว ณ ที่แห่งนั้นเราได้พบกับ Fafnir ที่มีร่างกายใหญ่โต แต่มันบาดเจ็บหนักจากอาวุธมากมายที่ถูกปักอยู่บนร่างของมัน ทั้งหมดนั้นคือหลักฐานของผู้ที่ยอมสละชีวิตของตนเองเพื่อต่อสู้กับมัน
 
----------------------------------------
 
ภายหลังการต่อสู้กับ Fafnir ร่างกายของมันฉีกขาด จนเราพบแหวนวงหนึ่งส่องประกายออกมาจากข้างในท้องของมัน เราจึงเก็บแหวนแห่งแสงวงนั้นออกมาและนำไปให้ Relji ดู ซึ่งเธอตกใจมากเพราะเธอจำได้ว่าแหวนวงนั้นเป็นของ Ieeha นั่นหมายความว่า Ieeha ได้เข้าไปต่อสู้กับ Fafnir จนตัวตายแล้วก็โดนแด๊กลงท้อง
 
Relji ในตอนนั้นสับสน เธองุนงงว่าทำไมมนุษย์บางคนถึงยังบ้าออกไปสู้กับศัตรูที่ไม่มีทางชนะอย่าง Fafnir ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางเอาชนะมันได้
 
เธอยืนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากพูดกับเราต่อ
 
"ฉันเดินทางออกจากบ้านเกิดของชาววิเอร่า แหกกฎของเผ่าพันธุ์ เพราะฉันอยากรู้ว่าทำไมมนุษย์ถึงมีความเจริญรุ่งเรืองกว่าเผ่าพันธุ์อื่น ๆ ในอิวาลิซ"
 
"แต่แล้วฉันก็พบกับโลกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยสงคราม ได้พบกับการถูกหักหลัง ผิดหวัง และบาดเจ็บ นับครั้งไม่ถ้วน"
 
"ท้ายที่สุดเมื่อฉันมาถึงเบอร์โอมิเซส ฉันก็พบกับมนุษย์ที่อ่อนแอ เอาแต่เฝ้าอ้อนวอนต่อพระเจ้า"
 
"ทว่าตอนนี้ฉันก็ได้เข้าใจ..."
 
"เพราะมนุษย์นั้นแสนอ่อนแอ พวกเขาจึงต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พวกเขารู้จักที่จะยอมรับ ให้อภัย ช่วยเหลือกัน และยอมที่จะสู้จนตัวตายเพื่อปกป้องพวกพ้องของกันและกัน"
 
"นี่คือความเข้มแข็งของพวกเขา ดังนั้น มนุษย์ถึงมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้”
 
"ฉันขอขอบคุณนักเดินทางชาวฮิวม์ การที่เธอนำแหวนของ Ieeha มามอบคืนให้กับฉัน ทำให้ฉันได้รับคำตอบของคำถามที่ทำให้ฉันต้องเดินทางออกจากบ้านเกิดมา ฉันจะไม่ย้ายไปไหนอีกแล้ว จะปักหลักอยู่ที่นี่ ในที่แห่งนี้ เพื่อเชิดชูเกียรติของ Ieeha ผู้ที่ยอมสละชีวิตตนเองเพื่อปกป้องภูเขาที่เขารัก”
 
หลังจากนั้นมา Relji ก็เลิกด่ามนุษย์ เธอปักหลักอาศัยอยู่ในนครเทพแห่งนี้ คอยช่วยเหลือชาวกิลเทียส และนำความรู้เรื่องการใช้พืชสมุนไพรที่เธอร่ำเรียนมาจากบ้านเกิดมาถ่ายทอดให้ชาวบ้านได้นำไปใช้ประโยชน์กันต่อไป
 

งาน PAX East 2017 ได้เปิดเผยรายละเอียดการจำหน่ายชุดพิเศษของเกม Final Fantasy XII -The Zodiac Age- ที่จะวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือและยุโรป วันที่ 11 กรกฎาคม 2017 และในญี่ปุ่น วันที่ 13 กรกฎาคม 2017

สำหรับชุดพิเศษของเกมนอกเหนือจากการขายแผ่นแบบปกตินั้น จะประกอบไปด้วย 3 รูปแบบดังนี้

 


1. แบบไฟล์ดิจิตอล (ซื้อผ่าน PSN) ประกอบด้วย

- ตัวเกมแบบดิจิตอล

- FFXII The Zodiac Age Custom Theme

- 4 Track Music Compilation

- https://store.playstation.com


2. ชุด Limited Steelbook Edition (กล่องเหล็ก) ประกอบด้วย

- ตัวเกม

- กล่องเหล็กบรรจุที่แผ่นเกม

- BGM DLC (ปลดล็อค BGM เพิ่มในเกม)

- https://www.amazon.com/dp/B06XHYDSG2/

 


3. ชุด Collector's Edition (ซื้อได้ทาง SQEX e-Store เท่านั้น) ประกอบด้วย

- ตัวเกม

- แผ่น OST

- กล่องเหล็กที่บรรจุแผ่นเกม

- หุ่นจัดจ์มาสเตอร์แบบครึ่งตัว ทั้งเซ็ต 5 ตัว

- เซ็ต Art Card

- BGM DLC (ปลดล็อค BGM เพิ่มในเกม)


ส่วนแผ่นเกมเวอร์ชั่นปกติ Standard เลยนั้น จะให้ปกเกมแบบสลับด้านในและด้านนอกได้มาให้ โดยด้านนึงจะเป็นโลโก้เกมบนพื้นขาว ส่วนอีกด้านนึงจะเป็นอาร์ทเวิร์คใหม่ของเกม


ทั้งนี้ในเกม World of Final Fantasy เตรียมแจก DLC บัลเธียร์ จาก Final Fantasy XII ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคมนี้เป็นต้นไป

วันที่ผ่านมานี้ Square Enix ได้จัดงาน Opening Ceremony หรือพิธีเปิดสำหรั