Ivalice-Alliance

การ์ตูน FFXII เล่ม 3 ของค่าย PIG วางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (ทำได้รวดเร็วดีแฮะ) เนื้อเรื่องยังคงความเข้มข้นตามประสา FF และความสนุกในแบบของการ์ตูนอย่างเช่นเคย อย่าลืมไปหามาอ่านกันนะครับ

หนังสือการ์ตูน Final Fantasy XII เล่ม 2 ฉบับภาษาไทยได้วางจำหน่ายในสยามประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ภาพแรกได้อาเช่มาเป็นดาราหน้าปกไปแล้ว ในเล่มสองนี้ก็ได้พระเอกอย่างวานมาเป็นหน้าปกเช่นกัน ก็อย่างที่หลายๆ ท่านทราบกันดีว่าเนื้อหาเล่มแรกนั้นเป็นการท้าวความถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างรัฐต่างๆ ในอิวาลิซ โดยนำเสนอผ่านมุมมองของนางเอกอย่างอาเช่ มาในเล่มสองนี้ก็จะเป็นการเริ่มต้นเนื้อเรื่องของ Final Fantasy XII อย่างจริงๆ จังๆ ผ่านมุมมองของพระเอกอย่างวานกันเสียที

เนื้อหาทั้งหมดในเล่มนี้จะแบ่งออกเป็น 4 ตอนด้วยกันซึ่งสรุปเนื้อหาย่อๆ ได้ดังนี้

ตอนที่ 4

เปิดฉากด้วยบทสนทนาระหว่างเวย์นและกาบรัส โดยเวย์นได้ออกคำสั่งพร้อมทั้งอธิบายเหตุผลให้กาบรัสฟังอย่างละเอียดว่าทำไมต้องให้กาบรัสปลอมตัวเป็นบาชเข้าไปลอบปลงพระชนม์กษัตริย์รามินาส ในส่วนนี้ตัวเนื้อเรื่องทำการอธิบายออกมาได้ดีมากๆ จริงๆ แล้วตัวเกมเองก็มีการพูดถึงเรื่องนี้อย่างๆ ย่อๆ ไว้แล้ว แต่มันไม่พอที่จะทำให้คนที่เล่นเกมแบบผ่านๆ เข้าใจเหตุผลในเรื่องนี้ได้ ในส่วนนี้ภาคการ์ตูนก็เลยให้เวย์นทำการสาธยายเบื้องหลังของเรื่องนี้ออกมาแบบหมดเปลือกให้เราฟัง ซึ่งก็ถือเป็นเซอร์วิสกับคนที่ยังไม่เข้าใจเหตุผลของเรื่องนี้ไป

ต่อจากนั้นก็จะเป็นฉากเปิดเกม Final Fantasy XII เริ่มต้นด้วยการทำความรู้จักกันระหว่างบาชกับเร็คส์ โดยบาชเห็นเร็คส์แล้วก็นึกถึงโนอา ก็เลยเล่าเรื่องอดีตในตอนนี้ตนออกจากแลนดิสให้ฟัง บาชบอกว่าตอนนั้นตนเองทิ้งแม่ที่ป่วยกับน้องชายเอาไว้ที่บ้าน แล้วก็เดินทางออกจากแลนดิสเพื่อเข้าร่วมกับกองกำลังโค่นล้มจักรวรรดิที่อยู่นอกแลนดิส แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ แลนดิสจึงล่มสลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของอาร์เคเดียไป บาชก็หนีมาอาศัยอยู่ที่ดัลมัสก้า ส่วนโนอาที่ยังอยู่ในแลนดิสก็ได้กลายมาเป็นจัดจ์มาสเตอร์กาบรัสไป

จากนั้นก็เป็นเหตุการณ์ตามเนื้อเรื่องที่กาบรัสสวมบทบาทเป็นบาชเข้าไปสังหารเหล่าบริวารของกษัตริย์ ก่อนที่กาบรัสจะสังหารกษัตริย์รามินาสได้บาชก็ปรากฏตัวขึ้นมาขวางไว้ ทั้งสองคนได้ต่อสู้กันแต่แล้วบาชก็เสียท่าให้กับกาบรัส จนได้รับรอยบากบริเวณเหนือคิ้วด้านซ้ายมา จากนั้นบาชที่แพ้พ่ายก็ถูกจับตัว และกาบรัสก็ได้เข้าไปปลิดชีพกษัตริย์รามินาส

จากนั้นกาบรัสก็ได้ทำร้ายเร็คส์จนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ยังไม่ตาย เร็คส์และบริวารผู้อยู่ในเหตุการณ์ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ถูกทหารอาร์เคเดียจับไป และโดนทรมานด้วยวิธีต่างๆ นานาเพื่อให้สารภาพเรื่องที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด ขณะเดียวกันก็เป็นการบังคับให้สารภาพว่าบาชเป็นคนสังหารกษัตริย์รามินาสด้วย (ในเกมถึงได้มีคนพูดว่า "หรือว่าที่เร็คส์พูดเป็นแค่เรื่องโกหก?")

ตอนที่ 5

เริ่มต้นด้วยการปราศรัยหาเสียงของเวย์น แล้วต่อด้วยการเปิดตัววานที่ใฝ่ฝันอยากเป็นสลัดอากาศ วานแสดงท่าทีออกมาอย่างชัดเจนว่าแม้ตัวเขาเองจะเกลียดจักวรรดิมากเท่าไร่ แต่สิ่งที่เขารังเกียจที่สุดก็คือความอ่อนแอในตัวเขาเอง

จากนั้นก็จะมีบทสนทนาเล็กๆ ระหว่างเวย์นกับกาบรัสที่อธิบายถึงกับดักที่จะใช้ล่อพวกกลุ่มต่อต้านให้ออกมา จริงๆ แล้วตัวเกมบัลแฟรย์จะอธิบายเรื่องนี้ให้ฟังสั้นๆ แต่ในการ์ตูนเวย์นจะช่วยอธิบายอย่างละเอียดให้ฟัง...แหม่... เป็นการขยายเนื้อเรื่องที่ดีทีเดียว

ต่อมาวานก็จะลอบเข้าไปในวังเพื่อขโมยสมบัติออกมา ในจุดนี้จะมีการเพิ่มเนื้อเรื่องขึ้นคือวานได้เห็นวิญญาณของเร็คส์ที่ปรากฏตัวขึ้นในวัง จึงได้เดินตามวิญญาณของเร็คส์เข้าไปจนได้พบกับห้องสมบัติ และได้พบกับ Dusk Shard นั่นเอง... ในช่วงนี้ยังไม่มีการอธิบายว่าทำไมวิญญาณของเร็คส์ถึงปรากฏตัวขึ้นมา แต่เหตุผลจริงๆ ก็คือโอควิเลียมีความประสงค์ที่จะให้วานเอาศิลาอาถรรพ์ไปใช้เพื่อให้มันเกิดเรื่องขึ้นนั่นเอง ดังนั้นจึงใช้มิสท์สร้างเร็คส์มายาขึ้นมาชักจูงวานให้คล้อยตาม แล้วด้วยการนำทางดังกล่าวก็ทำให้วานได้ Dusk Shard ไว้ในครอบครอง ทว่าจังหวะนั้นเองบัลแฟรย์ก็ปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมกับคำพูดที่ว่าชั้นคือบัลแฟรย์ พระเอกของเรื่อง

ตอนที่ 6

เนื้อเรื่องเดิมคือวานเห็นท่าไม่ดีเลยรีบหนีจากพวกบัลแฟรย์ออกมา แต่ในการ์ตูนนี้วานจะต้องประมือกับฟรานอยู่นิดนึง พอรู้ว่าสู้ไม่ได้แล้ววานเลยต้องจำยอมมอบศิลาอาถรรพ์ให้ ทว่าระหว่างที่กำลังจะส่งศิลาให้อุบัติเหตุก็เกิดขึ้น เรือเหาะอิฟรีทได้บินเข้ามาอยู่ในบริเวณเหนือวังและเริ่มโจมตีใส่กลุ่มต่อต้าน ทำให้พื้นที่บางส่วนรวมทั้งห้องสมบัติเกิดการถล่มลงมา วานเลยหนีจากบัลแฟรย์ออกมาได้

วานที่หนีออกมาก็ไปจ๊ะเอ๋เข้ากับเวย์นและกาบรัสที่กำลังพูดเรื่องชั่วๆ กันอยู่ วินาทีนั้นวานสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลที่เกิดจากศิลาอาถรรพ์เทียมที่ฝังอยู่ในร่างกายของเวย์น ซึ่งมันมีอำนาจมากพอที่จะข่มขู่ให้วานต้องยอมคุกเข่าจำนนอยู่ต่อหน้าเวย์นเลยทีเดียว ทว่าด้วยการที่เวย์นพูดดูถูกเร็คส์ให้ฟัง วานจึงเลือดขึ้นหน้า เขาบอกตัวเองว่าเขาเกลียดตัวเองที่อ่อนแอและเขาต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ว่าแล้ววานก็ลุกขึ้นวิ่งเข้าไปเพื่อจะต่อยหน้าเวย์น ทว่ากาบรัสกลับเข้ามารับหมัดของวานเอาไว้ได้และชกสวนกลับไปแทน จากนั้นเวย์นก็สั่งให้พวกจัดจ์เอาวานไปฆ่าทิ้ง

ระหว่างที่วานกำลังจะโดนฆ่าบัลแฟรย์ก็ปรากฏตัวออกมาช่วยวานเอาไว้ บัลแฟรย์เปิดเผยตัวว่าตัวเองเป็นสลัดอากาศ และก็พยายามจะพาวานหนีจากการจับกุมของจัดจ์

(วานบอกกับตัวเองว่าถึงวันนี้หมัดของเขาจะส่งไปไม่ถึง แต่ซักวันเขาจะต้องส่งหมัดของเขาไปอัดหน้าเวย์นให้ได้)

ตอนที่ 7

ฟรานขี่ยานมาช่วยบัลแฟรย์และวานที่โดดลงมาจากที่สูง ทว่าศิลาอาถรรพ์ที่วานพกอยู่มันดันดูดพลังเวทมนต์ของศิลาเวหาที่อยู่ในยานไป ทำให้ยานไม่เหลือพลังขับเคลื่อนและตกลงไปในทางน้ำการัมไซส์ในที่สุด

ทางด้านกลุ่มต่อต้านเองก็กำลังสู้กับกองกำลังจักวรรดิอย่างเต็มที่ แต่กำลังทั้งสองฝ่ายนั้นต่างกันมากจนวอสเลอร์ไม่เห็นหนทางที่จะชนะได้ วอสเลอร์อยากให้กลุ่มต่อต้านถอยทัพ แต่อาเช่ที่พกไฟแค้นมาเต็มอกกลับสั่งให้วอสเลอร์และกลุ่มต่อต้านทั้งหมดสู้ต่อไป วอสเลอร์จึงทำอะไรไม่ได้นอกจากบอกให้คนช่วยคุ้มกันอาเช่ไปยังที่ปลอดภัย ส่วนเขาจะพยายามสู้ให้ถึงที่สุด

อาเช่ถูกคนคุ้มกันพาเข้ามาในทางน้ำการัมไซส์ แต่ก็เจอพวกทหารจักรวรรดิดักรอล้อมหน้าล้อมหลังเต็มไปหมด พวกผู้คุ้มกันเปิดเผยว่าแท้จริงแล้วพวกเขาเป็นกบฎที่ขายข่าวให้กับเวย์น การที่แผนจู่โจมของกลุ่มต่อต้านถูกเวย์นสกัดกั้นไว้ได้ก็เพราะพวกเขาให้ข้อมูลกับเวย์นไปก่อน ดังนั้นเวย์นจึงให้กองกำลังซ่อนตัวอยู่ในที่ลับหูและยังเรียกอิฟรีทมาช่วยเสริมกำลังรบด้วย พออาเช่ได้ยินก็โกรธแล้วชักดาบขึ้นมาสู้กับพวกทหารทั้งหมด เธอก็สู้ไปพลางหนีไปพลาง แต่แล้วก็ถูกต้อนไปจนเจอทางขาด แม้อาเช่จะเก่งกล้าด้านเพลงดาบเพียงใด แต่หลังจากที่เธอได้ใช้ดาบฟาดฟันใส่ทหารคนแล้วคนเล่า เธอก็เริ่มรู้ได้ว่ากำลังของสตรีตัวเล็กๆ อย่างเธอไม่มากพอที่จะสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้กับเหล่าทหารที่ถูกฝึกมาอย่างโชกโชนได้ เธอจึงรู้สึกโกรธแค้นในความอ่อนแอของตนที่ไม่สามารถทำอะไรได้ (ซึ่งในจุดนี้จะเห็นว่าอาเช่กับวานได้มีความรู้สึกโกรธแค้นต่อความอ่อนแอของตัวเองเหมือนกันเด๊ะ)

ขณะที่อาเช่หมดแรงและกำลังจะเสียท่าให้กับพวกจักรวรรดินั้นเอง วานก็ปรากฏตัวขึ้นและบอกให้อาเช่โดดลงมา พอเห็นทางรอดอยู่รำไรแม่คุณเลยไม่รีรอที่จะกระโดดลงจากทางขาดเพื่อหนีเข้าไปสู้อ้อมอกของวาน อาเช่มองหน้าวานด้วยความเขินอาย ขณะที่วานก็แสยะยิ้มตามปกติของเขาออกมา ในที่สุดตัวปัญหา เอ๊ย.. พระเอกและนางเอกของเรื่องก็ได้โคจรมาพบกัน และด้วยการพบพานของสองคนนี้ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของอิวาลิซก็กำลังจะเกิดขึ้นนั่นเอง

ประโยคแรกที่วานทักทายอาเช่ที่อยู่ในอ้อมแขนก็คือ "อื้อหือ...หนักโคตรร!!!" ฮ่าๆๆ

พอดีวันนี้ว่างๆ ก็เลยคิดคำถามเกี่ยวกับ Final Fantasy XII ขึ้นมา 25 ข้อด้วยกัน คำถามทั้งหมดผมพยายามตั้งให้คนที่เล่นไปอ่านไปตอบได้ ทั้งหมดก็เพื่อจะใช้วัดว่าแต่ละคนเข้าใจเนื้อเรื่องภาคนี้ดีแค่ไหน โดยจะเรียงลำดับจากคำถามที่ง่ายไปยังคำถามที่ยาก แต่เอาเข้าจริงแล้วคำถามทั้งหมดก็ไม่ได้ยากซักเท่าไหร่ เพราะผมเองก็ไม่ใช่คนที่ตั้งคำถามแบบกาได้เก่งนัก ดังนั้นแล้วคนที่เล่นเกมได้จบบริบูรณ์จริงๆ คงจะตอบได้ถูกหมดเป็นแน่แท้

ยังไงก็ขอฝากคำถามนี้ให้เพื่อนๆ เล่นกันด้วยล่ะครับ ใครทำได้กี่คะแนน อยากจะถามจะท้วงอะไรก็ตามสบายครับ

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=


1. บาช มีบ้านเกิดอยู่ที่เมืองอะไร?
ก. ดัลมัสก้า
ข. นาบราเดีย
ค. อาร์เคเดีย
ง. แลนดิส

2. ใครเป็นคนฆ่ากษัตริย์รามินาส?
ก. โนอา
ข. บาช
ค. เรคส์
ง. เวย์น

3. กัปตันอเซลัส (วอสเลอร์) ไม่ถูกชะตากับใครในกลุ่มเป็นพิเศษ?
ก. บัลแฟรย์
ข. วาน
ค. บาช
ง. อาเช่

4. ใครที่เป็นคนทำลายรังไหมสุริยะ?
ก. วาน
ข. อาเช่
ค. บัลแฟรย์
ง. เรดัส

Image


5. ว่ากันว่าของที่ตกลงมาจากบิวเจอร์บา จะมาโผล่ที่สถานที่ใด?
ก. หาดโฟน
ข. ป่าสาลิกา
ค. ที่ราบสูงมอสฟอร่า
ง. ทุ่งซิตต้า

6. จัดจ์มาสเตอร์เซคท์ (Zecht) ที่หายตัวไปหลังเกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้นที่นัปบูดิส เขาหายไปไหน?
ก. เข้าร่วมกับกองกำลังต่อต้านที่ดัลมัสก้า
ข. เข้าร่วมกับกลุ่มต่อต้านของบิวเจอร์บา
ค. หนีไปอาศัยอยู่ที่บาฟอนไฮม์
ง. จับคู่กับฟรานแล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นบัลแฟรย์

7. เรื่องใดไม่ได้เกิดขึ้นจริงในเกม?
ก. เวย์นได้สั่งทหารอาร์เคเดียที่ไปให้พูดจากับชาวดัลมัสก้าให้ดีขึ้น เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างกัน
ข. โอเมก้ามาร์ค 12 เป็นลูกหลานของมิมิคควีน
ค. คุณสมบัติพิเศษของฮามะเซกิเทียม (Manufactured Nethocite) คือการดูดซับพลังเข้าไป
ง. มาควิสออนดอร์อยากจะขับไล่พวกสลัดอากาศที่พักชุมนุมอยู่ในบิวเจอร์บาออกไปใจจะขาด

8. จากคำกล่าวอ้างในเกม เรือเหาะที่ผลิตจากเมืองใดแจ่มแจ๋วที่สุดในอิวาลิซ?
ก. อาร์เคเดีย
ข. โรซาร์เรีย
ค. บิวเจอร์บา
ง. โก๊ก

Image


9. เหตุผลแรกเริ่มที่ทำให้อาเช่ต้องเดินทางไปเอาศิลารุ่งอรุณ (Dawn Shard) คืออะไร?
ก. ต้องการพลังที่จะเอามาห้ำหั่นกับฮามะเซกิชิ้นอื่น ที่ฝ่ายอาร์เคเดียถือครองอยู่
ข. ต้องใช้เป็นหลักฐานในการแสดงความเป็นรัชทายาทของดัลมัสก้า
ค. ต้องการเอาไปเป็นข้อแลกเปลี่ยนในการเจรจาต่อรองให้ดัลมัสก้าประกาศอิสรภาพได้
ง. ต้องการนำไปมอบให้ฝ่ายโรซาร์เรียเพื่อแสดงความเป็นพันธมิตรระหว่างกัน โรซาร์เรียจะได้ช่วยดัลมัสก้าได้

10. โจวี่ (Jovy) เจ้าลูกหมูเผ่าซีคที่โดนจับใช้แรงงานอยู่ที่นัลบิน่า มีใครเป็นฮีโร่ในดวงใจ?
ก. ราสเลอร์
ข. บาช
ค. เรคส์
ง. บัลแฟรย์

11. มีอยู่ช่วงหนึ่งในเกมที่เราจะได้เห็นวานกับอาเช่เดินคู่กัน โดยมีเพเนโล่ที่ดูประหลาดใจเดินตามหลังอยู่ต้อยๆ... นั่นคือช่วงไหน?
ก. ตอนเดินทางออกจากเมืองจาฮาร่า
ข. ตอนเดินทางออกจากเทือกเขาเบอร์โอมิเซส
ค. ตอนเดินทางออกจากบาฟอนไฮม์เพื่อจะไปยังกิลเวกัน
ง. ตอนเดินทางออกจากบาฟอนไฮม์เพื่อจะไปยังริเดิลน่า

12. เมืองใดมีการปกครองด้วยระบบพฤฒสภา? (Senate)
* เดิมที Senate หมายถึงระบบสภาผู้เฒ่าผู้แก่ แต่ยุคหลังๆ คนแก่เค้าทำงานไม่ได้ใจ เลยมีการลดระดับอายุลงมา และเปลี่ยนชื่อเป็นวุฒิสภา
ก. ดัลมัสก้า
ข. อาร์เคเดีย
ค. โรซาร์เรีย
ง. กิลเธีย

Image


13. เรดัสบุกเข้าไปที่ศูนย์วิจัยดราคอร์โดยมีจุดประสงค์หลักคืออะไร?
ก. กำจัดด๊อกเตอร์ซิด
ข. ขโมยข้อมูลเกี่ยวกับการวิจัยฮามะเซกิเทียม (Manufastured Nethicite) ออกมา
ค. ขโมยศิลาสนธยา (Dusk Shard) ออกมา
ง. มันไม่ได้บุกเข้าไป...แต่มันพยายามหนีออกมาตะหาก...

14. Scion ตนใดเคยเป็นหัวโจกในการวางแผนต่อกรกับพระเจ้า?
ก. Ultima
ข. Zodiark
ค. Zeromus
ง. Belias

15. Scion ตนใดไปขโมยร่างคนอื่นเค้ามาใช้?
ก. Famfrit
ข. Zalera
ค. Mateus
ง. Shemhazai

16. ทำไมโอควิเลียถึงต้องเลือกผู้ถูกเลือกขึ้นมาต่อกรกับเวย์น?
ก. ต้องการให้ดัลมัสก้าได้รับอิสรภาพในบั้นปลาย
ข. เกลียดชังการไล่ล่าอาณานิคมของอาร์เคเดีย
ค. เพื่อยุติสงครามในหมู่มวลมนุษย์
ง. แค่อยากให้ประวัติศาสตร์มนุษย์เป็นไปตามที่ใจตนต้องการ

17. เป้าหมายใหญ่ที่ทำให้ซิดแนะนำพวกอาเช่ให้ไปที่กิลเวกันคืออะไร?
ก. ต้องการให้อาเช่ได้รู้ความจริงเบื้องหลังประวัติศาสตร์ของมนุษย์
ข. ต้องการให้อาเช่ได้รับดาบแห่งพันธสัญญาและศิลาก้อนใหม่ จะได้เห็นศึก Nethicte vs Nethicite
ค. ต้องการให้โอควิเลียแต่งตั้งอาเช่เป็นผู้ถูกเลือกคนใหม่ และเปิดทางไปยังรังไหมให้
ง. ต้องการถ่วงเวลาพวกอาเช่เพื่อความพร้อมในการเตรียมการรบของพวกตน

Image


18. สภานที่อันเป็นที่ตั้งของรังไหมสุริยะคือที่ใด?
ก. ประภาคารริเดิลน่า
ข. ประภาคารนัลดอน
ค. ประภาคารนัลดอ
ง. ประภาคคารฟารอส

19. สงครามในท้ายเรื่องระหว่างกองทัพของโรซาร์เรียและออนดอร์ ปะทะกองทัพอาร์เคเดีย มีชนวนเหตุมาจากอะไร?
ก. ออนดอร์รวบรวมกลุ่มต่อต้านได้มีกำลังมากพอแล้ว จึงสั่งเปิดศึกแบบฉับพลัน
ข. กองบัญชาการของโรซาร์เรียส่งคนเข้าไปสมัครเข้ากองทัพออนดอร์ แล้วระหว่างซ้อมรบก็แอบแยกตัวไปเปิดศึกกับกองทัพอาร์เคเดีย
ค. กองบัญชาการของโรซาร์เรียเห็นอาร์เคเดียปล่อยปราการบาฮามุทออกมา จึงชิงเปิดศึกก่อนทันที
ง. อาร์เคเดียใช้ปราการบาฮามุทเริ่มเปิดศึกด้วยการโจมตีใส่กองทัพของออนดอร์ก่อนใครเพื่อน

20. อะไรคือความจริงที่ซ่อนอยู่หลังเรื่องโกหก CDZCKZMCRANZS ?
ก. บึงนาเบรอุส
ข. เหมืองเฮนเน่
ค. เหมือนลูซู
ง. นครกิลเวกัน

Image


21. กิลก้าแมชไปที่ทางใต้ดินบัลไฮม์เพราะได้ยินข่าวลือเรื่องสมบัติในตำนาน ซึ่งสมบัติที่ว่าก็คือ?
ก. ดาบโทโระ
ข. ดาบ Excalibur XII
ค. เบ็ดตกปลามุรามาตะ
ง. เบ็ดตกปลามาตามุเนะ

22. ข้อใดมีเนื้อหาไม่ถูกต้อง?
ก. Relj ยอมละทิ้งหมู่บ้านเอรูทเพื่อออกเดินทางตามหาคนมาปราบ Fafnir
ข. Relj สรุปว่าสาเหตุที่ฮิวม์เจริญกว่าเผ่าอื่นก็เพราะฮิวม์นั่นอ่อนแอ ถึงได้รู้จักที่จะให้อภัย ยอมรับ และช่วยเหลือกัน
ค. Fafnir เป็นน้องของ King Behemoth
ง. Fafnir ที่ร้ายกาจเคยพ่ายแพ้ให้กับตาลุงอนาสตาซิสมาก่อน

23. Ixion ที่เป็นม้าปิศาจ เดิมทีเคยเป็นม้าธรรมดาที่อาศัยที่ไหนมาก่อน?
ก. เมืองบาฟอนไฮม์
ข. เมืองราบานัสต้า
ค. ที่ราบสูงมอสฟอร่า
ง. ทุ่งซิตต้า

24. ท่าไม้ตายของใคร ที่แปลความหมายได้ว่า Final Fantasy?
ก. Gabranth
ข. Gilgamesh
ค. Omega Mk.XII
ง. Hell Wyrm (มาจินริว)

Image



25.จุดประสงค์ที่แท้จริงในการก่อตั้งแคลนเซนทริโอคืออะไร?
ก. เพื่อรวบรวมคนมีฝีมือมาทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ความสงบสุขให้อิวาลิซ
ข. เพื่อรวบรวมกลุ่มผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกันขึ้นต่อต้านจักรวรรดิ
ค. เพื่อกวาดล้างเหล่าสลัดอากาศที่สร้างความเดือดร้อนไปทั่วอิวาลิซ
ง. เพื่อปลุกปั้นใครซักคนให้มีความเก่งกาจจนสามารถเอาชนะยัสมัทได้

เฉลยคำตอบ (ลากเอา)
1. ง. แลนดิส
2. ก. โนอา
3. ก. บัลแฟรย์
4. ง. เรดัส
5. ก. หาดโฟน
6. ค. หนีไปอาศัยอยู่ที่บาฟอนไฮม์
7. ง. มาควิสออนดอร์อยากจะขับไล่พวกสลัดอากาศที่พักชุมนุมอยู่ในบิวเจอร์บาออกไปใจจะขาด
8. ค. บิวเจอร์บา
9. ข. ต้องใช้เป็นหลักฐานในการแสดงความเป็นรัชทายาทของดัลมัสก้า
10. ค. เรคส์
11. ก. ตอนเดินทางออกจากเมืองจาฮาร่า
12. ข. อาร์เคเดีย
13. ค. ขโมยศิลาสนธยา (Dusk Shard) ออกมา
14. ก. Ultima
15. ค. Mateus
16. ง. แค่อยากให้ประวัติศาสตร์มนุษย์เป็นไปตามที่ใจตนต้องการ
17. ค. ต้องการให้โอควิเลียแต่งตั้งอาเช่เป็นผู้ถูกเลือกคนใหม่ และเปิดทางไปยังรังไหมให้
18. ง. ประภาคคารฟารอส
19. ข. กองบัญชาการของโรซาร์เรียส่งคนเข้าไปสมัครเข้ากองทัพออนดอร์ แล้วระหว่างซ้อมรบก็แอบแยกตัวไปเปิดศึกกับกองทัพอาร์เคเดีย
20. ก. บึงนาเบรอุส
21. ง. เบ็ดตกปลามาตามุเนะ
22. ก. Relj ยอมละทิ้งหมู่บ้านเอรูทเพื่อออกเดินทางตามหาคนมาปราบ Fafnir
23. ก. เมืองบาฟอนไฮม์
24. ข. Gilgamesh
25. ง. เพื่อปลุกปั้นใครซักคนให้มีความเก่งกาจจนสามารถเอาชนะยัสมัทได้

หลังจากที่ Final Fantasy Tactics A2 วางจำหน่ายในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรปมาได้เกือบจะ 3 เดือน ในที่สุดก็ได้เวลาที่ผมจะต้องบอกลากับเกมนี้เสียที ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผมเล่นเกมนี้ ผมกล้าพูดได้เต็มปากเลยครบ ว่าเกมนี้ไม่สนุกเลย 555+ แต่ที่ผมยังดันทุรังเล่นต่อมาจนจบเกม จนทำเควสครบ จนสร้างเซฟสมบูรณ์ได้ ทั้งหมดก็เพราะคติอย่างหนึ่งในการเล่นเกมของผม ที่ว่าจะไม่วิจารณ์เกมใดจนกว่าจะมั่นใจว่ารู้แจ้งเห็นจริงในเกมนั้นๆ แล้ว ดังนั้นด้วยความเชื่อมั่นว่าเกมนี้มันอาจจะมีข้อดีที่ถูกซ่อนไว้ในปลายซอกหลืบอยู่บ้าง ผมก็พยายามเล่นเกมแบบไม่ใส่อคติเรื่อยมา และก็พบจุดที่น่าประทับใจในเกมบ้างเล็กน้อย ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในเนื้อเรื่องของไซด์เควส

เวลาในเซฟของผมนั้นถูกหยุดไว้ที่ 230 ชั่วโมง ซึ่งคิดเป็นเวลาที่ผมทำเนื้อเรื่องสมบูรณ์ 150 ชั่วโมง และเป็นเวลาที่นั่งปั๊มจ็อบ ปั๊มเลเวล ตามล่าหาไอเทมในเกมให้ครบอีก 80 ชั่วโมง หลายคนอาจสงสัยว่าผมเล่นบ้าอะไรถึงใช้เวลาทำเนื้อเรื่องตั้ง 150 ชั่วโมง สารภาพก็ได้ครับว่าผมเล่นแบบอู้ๆ ครับ คือเวลาเล่นไปมือซ้ายผมก็แตะที่ปุ่มของเครื่องเกม มือขวาผมก็จับปากกาไว้ พอตัวละครมันพูดอะไรมาผมก็แปลแล้วจดลงไปเป็นภาษาไทย ผมก็เล่นแบบนี้เรื่อยมาตั้งแต่ต้นเกมยันจบเกมสมบูรณ์ ไอ้พวกเควสที่มันไร้สาระหรือไม่มีเนื้อหาอะไรผมก็ไม่ได้จดนะ จะจดก็เฉพาะบทสนทนาที่เป็นสาระสำคัญของเกม ซึ่งหลังจากลำบากตรากตรำอยู่นาน ผมก็จดเนื้อหาสำคัญในเกมทั้งหมดลงสู่กระดาษสมุด 56 หน้าได้อย่างสมบูรณ์ ที่ต้องจดก็เพราะผมเป็นพวกขี้ลืมน่ะแหละครับ อะไรที่ไม่ได้จดก็จะจำไม่ได้เลย แต่อะไรที่ได้ใช้สมองกลั่นกรองก่อนแล้วจดลงไปก็จะจำได้นาน ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทำนองว่าเล่นจบแล้วแต่ก็จำอะไรไม่ได้เลย ผมจึงต้องเล่นไปจดไปด้วยประการฉะนี้

จากนี้ไป เรามาดูภาพบันทึกแห่งความบ้าคลั่งในการเล่นเกม FFTA2 ของผมกันดีกว่าครับ

ภาพซ้าย - บอกจำนวนชั่วโมงที่เล่น เซฟ 1 บันทึกไว้ก่อนทำ The Final Quest ส่วนเซฟ 2 บันทึกไว้ก่อนเข้าดันเจี้ยนลับ

ภาพขวา - บอกจำนวนเงินที่มี แคลนพ๊อยต์ จำนวนสมาชิกในกลุ่ม ดินแดนที่ถือครอง และเควสที่ทำสำเร็จแล้ว

ภาพเวลาโหลดเซฟอันที่ 1 และ 2 ขึ้นมา

ภาพซ้าย - กลุ่มไอเทมที่เป็นหลักฐานแห่งการเคลียร์หอคอยลับ

ภาพขวา - โฉมหน้าสมาชิกในกลุ่มกองทัพเทพของผม

จากนี้ไปจะเป็นการโชว์เซตติ้งที่ผมติดตั้งให้กับตัวละครแต่ละตัว พร้อมทั้งสเตตัสทั้งหมดครับ

(ตัวละครทั้งหมดเลเวล 99 และมาสเตอร์ครบทุกอาชีพตามที่แต่ละเผ่าจะทำได้)

ภาพซ้าย - ลูโซ พระเอกของเกมในสภาพเลเวล 99 ให้ถือเครื่องประดับขนแห่งอัลเทม่าไว้เพื่อจะได้อัญเชิญเซย์เทนชิอัลเทม่าได้ ปกติจะให้โจมตีด้วยคอมโบ Magic Frenzy + เวทมนต์ + การโจมตีด้วยดาบสองเล่ม ซึ่งก็ถือว่าโหดปานกลาง แต่เผ่าฮิวม์มันทำได้แค่นี้แหละ

ภาพขวา - อาเดล นางเอกของเกมในสภาพเลเวล 99 ให้ถือดาบซามูไรสุดยอดกับมีดสุดยอด ซึ่งต่างก็เป็นอาวุธเฉพาะตัวของอาเดลเอง นอกจากนี้ยังติดปิ่นปักผมของแฟน Gaol ความเร็วและพลังโจมตีของแม่นางซึนเดเระจึงสูงมาก การโจมตีปกติจะเหมือนลูโซ

ภาพรวมๆ ของพวกตัวละครรอง โดยแยกตามตัวละครดังนี้

- ซิด เป็นพลปืนใหญ่ให้ถือปืนใหญ่เดินไล่ยิงศัตรู

- มองบลังซ์กับฮาร์ดี้ เป็นจอมเวทย์ดำทั้งคู่ ผมพยายามเซตติ้งให้ท้งสองมีค่า Magick สูงๆ เอาไว้

- วาน ให้ใช้การโจมตีพื้นฐานเหมือนฮิวม์ทั่วไป ซึ่งก็คือคอมโบ Magic Frenzy

- เพเนโล่ ให้ถือธนูเดินยิงอัลเทม่าทุกเทิร์น และซัพพอร์ทเพื่อนด้วยเวทอสูร Phoenix

- อัลซิด เป็นคนที่มีสปีดจริงสูงที่สุดในกล่ม แต่มันเซตอะไรไม่ได้มาก เลยได้แค่ที่เห็นแหละ

ภาพซ้าย - ฟรีเมลด้า นักดาบที่เก่งที่สุดในโลกอิวาลิซ ตามเนื้อเรื่องแล้วเธอเป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เคยออกเดินทางเพื่อช่วยเหลือผู้คนมาทั่วแผ่นดิน เพื่อให้สมกับฐานะของเธอ ผมจึงให้เธอใช้ดาบเทวดาตกสวรรรค์ซึ่งเป็นดาบเฉพาะตัวของเธอ คู่กับดาบสุดยอดของเกม ด้วยเหตุนี้ฟรีเมลด้าจึงเป็นตัวละครที่มีพลังโจมตีสูงที่สุดในกลุ่มผมนั่นเอง

ภาพขวา - ฮิวม์...ขี้เกียจบรรยาย...

ภาพซ้าย - Feil บังก้าที่มีค่าพลังโจมตีจริงสูงที่สุดในกลุ่มผม ให้เป็นมาสเตอร์มองค์เพื่อใช้ประโยชน์จากท่าโจมตีสองที (Pummel) กับหมัดสวนเคาเตอร์ แถมยังสามารถใช้ท่าอัลเทม่าได้ด้วย

ภาพขวา - Izabel วิเอร่าที่ถือเป็นตัวละครที่เก่งที่สุดในกลุ่มผม เธอมีสปีดมหาศาล สามารถโจมตีด้วยอัลเทม่าได้ทุกเทิร์น และยังช่วยซัพพอร์ทเพื่อนได้ดี เป็นตัวละครที่ขาดไม่ได้เลยในยามที่จะเอาจริง

ภาพซ้าย - Hyden ม๊อคสายเวทที่เซตติ้งแบบเน้นพลังเวทย์และความเร็ว เป็นตัวละครที่เก่งมากตั้งแต่ต้นยันจบเรื่อง แต่หลังจากนั้นพวกตัวอื่นๆ ที่ใช้อัลเทม่าได้อย่างรวดเร็วก็เก่งแซงน้องม๊อคคนนี้ไปซะหมด

ภาพขวา - Jydn ม๊อคสายบู๊ เนื่องจากผมมีม๊อคสายเวทถึง 3 ตัวแล้ว ก็เลยปั้นม๊อคสายบู๊ขึ้นมาบ้าง ซึ่งดูเหมือนว่าพวกม๊อคจะมีขีดจำกัดในการบู๊ของมันอยู่ ถึงเลเวล 99 แล้วก็ยังไม่เก่งอยู่ดี

ภาพซ้าย - Peter นูโมวสายเวท ปกติจะให้โจมตีใส่ศัตรูทั้งหมดด้วยเวทมายา แต่ถ้าศัตรูเข้ามาประชิดตัวก็สามารถใช้เวทอัลเทม่าเป่ากระเด็นได้ในพริบตา เป็นคนที่พึ่งพาได้ แต่เนื่องจากมีสปีดต่ำ ผมเลยไม่ค่อยได้ใช้สู้จริงเท่าไหร่

ภาพขวา - Melville นูโมวสายบู๊ ในเมื่อมีสายเวทแล้วก็มีสายบู๊ สเตตัสของนูโมวสายบู๊นั้นพอๆ กับพวกฮิวม์สายบู๊เลย เสียดายที่เผ่านี้ไม่สามารถใช้อาวุธจำพวกดาบได้ จึงไม่สามารถโจมตีอย่างหนักหน่วงได้ดังที่หวังไว้นัก

ภาพซ้าย - Acia กูเรียสายบู๊ เป็นตัวละครที่สามารถโจมตีปกติได้หนักหน่วงที่สุด ปกติจะให้เธออ้อมไปด้านหลังศัตรูแล้วโจมตีด้วย Sneak Attack ซึ่งจะทำดาเมจได้แรงขึ้น 2 เท่า นอกจากนี้ถ้าเธออยู่ในสภาพที่เลือดเต็ม อบิลิตี้ Unscarred จะทำให้เธอโจมตีได้แรงขึ้นอีก 1.5 เท่าด้วย ดังนั้นแค่ฟันธรรมดาก็โหดแล้ว ที่ใส่รองเท้านินจาให้ก็เพราะเธอจะได้บินอ้อมไปด้านหลังศัตรูง่ายๆ

ภาพขวา - Bartleby ซีคสายผสม ตอนแรกผมลังเลว่าจะให้เล่นสายบู๊ สายถึก หรือสายสปีดดี สุดท้ายตัดสินใจไม่ได้ก็เลยเปลี่ยนอาชีพสลับไปสลับมา มันเลยไม่มีจุดเด่นเลยซักกะอย่าง อย่างไรก็ตามเผ่านี้ยังมีคอมโบหากินที่ใช้ได้ตลอดเวลา ซึ่งก็คือคอมโบ Mirror Item + Item Lore + X-Potion ซึ่งทำให้สามารถโจมตีด้วยดาเมจ 400 ได้อย่างแน่นอนนั่นเอง

และทั้งหมดนี้ก็คือเซตติ้งของลูกทีมในกองทัพของผม จริงๆ แล้วถ้าอยากให้สมบูรณ์กว่านี้ผมคงต้องปั้นตัวละครให้เลเวล 99 ครบ 24 ตัวซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดที่ปาร์ตี้จะรับได้ แต่พูดจริงๆ ครับว่าผมไม่มีปัญญาทำครับ 555+ ดังนั้นผมคงไม่สะแหล๋นไปแต่งเติมเซฟนี้อีกแล้ว แค่ปั้นเลเวล 99 จำนวน 18 ตัวนี้ผมก็แทบลากเลือดแล้วครับ การเล่นเกมแบบโรคจิตเช่นนี้เป็นอะไรที่ผลาญเวลาไปอย่างสิ้นเปลืองมาก ดังนั้นผมว่าผมเอาเวลาที่เหลือไปอ่านหนังสือเตรียมสอบดีกว่าเนอะ ^^!

ป.ล. ไม่มีปัญญาปั้นค่า MVP ให้เต็ม ฮือๆๆๆ....

เมื่อเร็วๆ นี้เว็บไซท์ Square Enix Members ทางฝั่ง NA ได้อัพเดทเนื้อหาไซด์สตอรี่ของ FFTA2 ลงไปในเว็บ โดยไซด์สตอรี่ดังกล่าวเป็นเนื้อหาที่เคยเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นลงไว้ในเว็บไซท์หลักของ FFTA2 แล้ว แต่ในคราวนี้ Square Enix NA ได้ช่วยแปลไซด์สตอรี่ดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษและจัดให้มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซท์ Square Enix Members ฝั่ง NA

ไซด์สตอรี่ที่จัดทำลงในเว็บไซท์หลักของ FFTA2 จะมีทั้งหมด 4 ตอนด้วยกัน แต่ละตอนก็จะเป็นเนื้อเรื่องเฉพาะของแต่ละคน โดยผมก็ได้เคยกล่าวถึงในข่าวๆ เก่าๆ ไว้แล้ว ทว่าล่าสุดนี้ทีมงานก็ได้แต่งไซด์สตอรี่ตอนที่ 5 ขึ้นมา โดยเนื้อเรื่องตอนที่ 5 นี้จะเป็นบทปิดท้ายที่แท้จริงของ FFTA2 และจะเผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษผ่านทางเว็บไซท์ Square Enix Members ฝั่ง NA ที่เดียวเท่านั้น

บทสรุปที่แท้จริงของ FFTA2 จะเป็นอย่างไร รุสโซ (ลูโซ) ได้ฝากอะไรไว้ให้กับทุกคนบ้างหลังจากที่เขาได้เดินทางกลับโลกของเขาแล้ว ขอเชิญเพื่อนๆ ที่สนใจลองอ่านเนื้อเรื่องตอนจบเล็กๆ ที่ชวนให้แฟนๆ อมยิ้มได้บัดนี้เลยครับ

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

การพบพานโดยบังเอิญ

เนื้อเรื่องโดย : Square Enix
แปลและเรียงเรียงเป็นภาษาไทย : BoN

นับตั้งแต่ที่ชายคนนั้นจากไปได้เพียงไม่กี่วัน ซิด อาเดล และฮาร์ดี้ ได้กลับมาพักกันที่ผับโดยหวังว่าจะมาดื่มฉลองหลังจากที่พึ่งจัดการภารกิจได้เสร็จสิ้นมา ทว่าทันทีที่พวกเขาก้าวย่างเข้าไปในร้าน ชายเจ้าของร้านก็ส่งเสียงเรียกทักพวกเขาขึ้น

"ซิด ดูเหมือนนายกับพวกฮันเตอร์ลูกน้องกำลังอยากหาอะไรมากระดกเข้าปากนะ"
"แหม...งั้นเหรอครับ? ไม่รู้มาก่อนเลยนะเนี่ย"
"ฉันมีอะไรบางอย่างที่คิดว่านายต้องสนใจให้ดู ตามฉันมาสิ"

ชายเจ้าของผับเดินออกมาจากด้านหลังของเคาเตอร์ เขาเดินฝ่าโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยลูกค้ามากมายที่กำลังดื่มฉลองกันอย่างอึกทึก ซิดเองก็ได้เดินตามชายคนนั้นไปอย่างเงียบๆ

จากทางด้านหลังของซิด อาเดลได้ถามขึ้นด้วยเสียงที่แผ่วเบา
"นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?"
"แย่จริงๆ เลย"

ฮาร์ดี้เองก็ส่งเสียง "คุโป๊ะ-โปะ" ราวกับจะเห็นด้วยจากทางด้านข้างของอาเดล

ชายเจ้าของร้านได้พบทุกคนไปจนถึงอีกด้านปลายของห้องอาหาร เขาชี้ไปยังบริเวณด้านล่างของกำแพง ซิดและคนอื่นๆ จึงได้ชะเง้อหน้าเข้าไปดูยังจุดๆ นั้น แล้วพวกเขาก็อุทานออกมาแทบจะพร้อมกัน

"อ๋า!?"
"คุโป๊ะ!"
"ฮึ่มม"

ใครบางคนได้เขียนอะไรบางอย่างลงไปในจุดๆ นั้น ทว่าข้อความดังกล่าวก็ได้บ่งบอกตัวการไว้ชัดแจ้งแล้ว


ลูโซ เครเมนส์แห่งแก็งกัลลี่อยู่ที่นี่แล้ว!

ชายเจ้าของร้านไขว้มือเข้าหากันพลางพูดกับทั้งสามที่กำลังจ้องมองงานที่ลูโซฝากเอาไว้

"ถ้าเป็นหมึก ฉันก็คงลบมันออกได้สบายๆ แต่ก็อย่างที่เห็น นี่เล่นสลักลงไปในกำแพงเลย ทำให้เรื่องมันยุ่งยากขึ้นแท้ๆ ข้อความที่จารึกบอกไว้ชัดเจนว่าแก็งของนายต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้ ฉันเลยคิดได้อย่างเดียวว่าพวกนายต้องรับผิดชอบค่าซ่อมแซมซะ"

"กระทั่งตอนนี้หมอนั่นก็ยังสร้างความลำบากให้ฉันไม่เลิก" ซิดบ่นออกมาด้วยความรำคาญ
"แล้วเราจะทำยังไงกันดี คุโป๊ะ?"

"ตามปกติฉันว่าเราก็ควรที่จะจ่ายค่าซ่อมแซมให้กับเขา แล้วเรื่องก็จะได้จบๆ ไป"

"คุโปะ....ฉันก็ไม่รู้ว่าถ้าทำแบบนั้นแล้วฉันจะรู้สึกยังไงนะ"

ซิดเกาคางของเขาไปพลาง สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความรู้สึกที่ขัดแย้งกันออกมา แต่แล้วในท้ายที่สุดเขาก็หันไปหาชายเจ้าของร้าน และก้มหัวลงโค้งเล็กๆ ให้กับชายคนนั้นหนึ่งที

"นี่ลุง ผมขอให้ลุงปล่อยข้อความนี้ไว้แบบนี้ได้มั้ย แน่นอนว่าผมจะจ่ายเงินชดเชยที่ทำให้ลุงต้องลำบากให้"

ชายเจ้าของร้านยืนคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็ตอบกลับมาด้วยการยักไหล่พลางถอนหายใจ "งั้นฉันจะทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรอยู่ตรงนี้ก็ได้"

หลังจากนั้นซิดก็สั่งอาหารที่มีราคาแพงกว่าอาหารที่พวกเขากินกันประจำเล็กน้อย ว่าแล้วพวกเขาก็เข้าไปจับจ้องที่นั่งในโต๊ะที่ยังว่างอยู่

"ฉันว่านี่คงไม่ได้เป็นผับแห่งเดียวแน่ๆ ที่เราจะได้เจอกับเรื่องแบบนี้" อาเดลรำพึงขึ้นมา

"เอาปอมๆ ของฉันเป็นเดิมพันได้เลย คุโปะ"
"ถ้าเราไปที่อื่น ก็คงต้องเจอหยั่งงี้อีก"
"งั้นก็ชัดเจนแล้ว อย่างน้อยก็ฉันคนหนึ่งล่ะ ที่ไม่มีความคิดว่าจะจ่ายเงินแม้แต่กิลเดียวให้กับหนี้ของเจ้าลูโซเลย"
"ฮิ ฮิ"

เมื่อเหล่าเครื่องดื่มมาถึง พวกเขาต่างยกแก้วของตนขึ้นไปทางข้อความที่สลักอยู่บนกำแพง แด่การดื่มอวยพรที่ผ่านไปอย่างเงียบบๆ ในครานี้

ที่มา : Square Enix Members

หลังจากที่ตัวเกม FFTA2 ได้วางจำหน่ายมาตั้งนานแสนนานแล้ว ในที่สุดเมื่อวานนี้ผมก็ได้จบเกมจริงๆ กับเขาซะที สาเหตุที่ผมจบช้าแบบนี้ก็อย่างที่รู้กันว่าผมมัวเสียเวลาอยู่กับการเล่นไป แปลบทสนทนาทั้งหมดในเกมไปด้วย

เมื่อวานนี้ผมเล่นเควสในเกมไปได้ 280 เควส แล้วเห็นมันไม่มีเควสใหม่เพิ่มออกมา ก็เลยจำเป็นต้องไปจบเกมเพื่อปลดล็อคเควสที่เหลือให้มันปรากฏออกมา ซึ่งในตอนที่ผมดูฉากจบของเกมนั่นเอง ผมก็ได้พบเรื่องน่าสนใจอย่างหนึ่งที่เชื่อว่าผู้ที่จบ FFTA2 ไปแล้วส่วนมากต้องยังไม่รู้แน่ๆ

ในตอนจบของ FFTA2 หลังจากที่รุสโซได้ทำให้ช่องแยกมิติเวลาปิดกลับคืนเหมือนเดิมแล้ว เขาก็เดินทางข้ามมิติเวลากลับมายังโลกปัจจุบันที่เขาเคยอยู่ ในห้องสมุดห้องเดิมที่มีหนังสือวางไม่เป็นระเบียบ คุณครู Randell วิ่งเข้ามาหารุสโซที่กำลังหลับอยู่แหละบอกว่าขอโทษที่มาช้า ครูมัวเสียเวลากับการตรวจข้อสอบเพิ่มอีกนิดหน่อย ว่าแล้วครูก็เข้ามาปลุกรุสโซว่าตื่นได้แล้ว นี่มันห้องสมุดนะไม่ใช่ห้องนอน

รุสโซตื่นขึ้นมาด้วยสภาพที่งัวเงีย เมื่อสติของเขากลับมาเขาก็ถีบเก้าอี้ที่นั่งอยู่ไปด้านหลัง และรีบเล่าเรื่องการผจญภัยที่เขาได้ประสบพบเจอมาให้คุณครูฟังอย่างตื่นเต้น เขาบอกว่าเขาได้เดินทางไปยังอีกโลกหนึ่งที่เรียกว่าอิวาลิซ ได้ทำอะไรหลายๆ อย่างมากมาย ไม่ว่าจะการต่อสู้กับมอนสเตอร์ หรือการนั่งเรือเหาะ และยังย้ำนักย้ำหนาว่าผมไม่ได้โม้ววว!!!


ไม่รู้จะด้วยเหตุอันใด คุณครู Randell ถึงตอบกลับมาว่าเขาเชื่อ เพราะเขาเองก็เคยไปที่นั่นเหมือนกัน โลกแห่งดาบและเวทมนต์ ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว เธอกลับบ้านได้แล้วล่ะ ไม่ต้องห่วงเรื่องทำความสะอาดแล้ว เธอไม่อยากเสียเวลาปิดเทอมหน้าร้อนไปอย่างเปล่าประโยชน์ในที่แห่งนี้ใช่มั้ย แล้วคุณครูก็ให้รุสโซกลับบ้านไป

ผมถามตัวผมเองว่าการที่คุณครู Randell ตอบว่าเขาเชื่อรุสโซ มันมีความหมายพิเศษอะไรแฝงอยู่รึเปล่า?

มันเป็นแค่คำพูดของคุณครูผู้ใจดี ที่อยากรับฟังจินตนาการของเด็ก?

หรือมันเป็นคำพูดของคุณครูผู้เคยไปผจญภัยในอิวาลิซมาจริงๆ?

ผมเองคงจะไม่สงสัยอะไรเลย ถ้าคุณครูคนนั้นไม่ได้มีชื่อสกุลว่า Randell เหมือนกับ Cid Randell ในภาคแรก

แล้วในวินาทีนั้นผมก็เอะใจได้ว่า.....ยังมีอีกหนึ่งตัวละครที่นามสกุล Randell นี่หว่า...

Mewt Randell....ตัวการและเพื่อนรักของ Marche ในภาคแรก

ผมหันกลับไปมองหน้าคุณครู Randell อีกครั้ง และรู้สึกว่าหน้าเค้าดูคุ้นๆ แฮะ เหมือนกับว่าจะเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

ว่าแล้วภาพของเจ้ามิ้วท์หัวหยิกหยอยก็ปรากฏซ้อนขึ้นมาบนหน้าของคุณครู....

ผมผงะไปชั่วครู่.... และรีบวิ่งไปหาภาพของมิ้วท์ในภาคแรกมาเปิดเทียบดู ก่อนจะต้องยอมรับความแปลกใจที่เกิดขึ้นบนความจริงสองอย่างที่ว่า ตัวละครที่โผล่มาเป็นคนสุดท้ายของเกม ก็คือ Mewt Randell จาก FFTA และความจริงที่ว่า ตัวเกมภาคญี่ปุ่นมันก็ออกมาตั้งกะปีที่แล้ว แต่ผมพึ่งจะมาค้นพบความจริงเอาวันนี้

ว่าแล้วผมก็รู้สึกเหมือนมีเขางอกขึ้นมาบนศีรษะ... รู้สึกพลาดอย่างแรงที่ไม่เคยเอะใจนึกถึงเรื่องนี้มาก่อน จนกระทั่งวันนี้

หลังจากที่เกมจบลงแล้ว ผมกลับไปหยิบตลับ FFTA มาเปิดเกมเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมดู และในที่สุดผมก็เข้าใจแล้วว่าจริงๆ แล้วโลกของรุสโซใน FFTA2 เป็นโลกในอนาคตถัดจากโลกของมาชใน FFTA ไปอีกประมาณ 20 ปี เจ้ามิ้วท์ที่เคยเป็นเด็กตัวกะเปี๊ยกในภาคแรก ถึงได้กลายมาเป็นคุณครูแว่นหัวหยิกหยอยในภาค 2 ไปแล้ว

ส่วนโลกอิวาลิซนั้นก็คือโลกในอดีตที่เคยเกิดขึ้นจริงบนโลกของมาชและรุสโซ สมัยก่อนเราเรียกแผ่นดินนั้นว่าอิวาลิซ แต่หลังจากที่กาลเวลาผ่านไปหลายร้อยหลายพันปีแล้ว ชื่อนั้นก็กลายเป็นเพียงเรื่องเล่าปรัมปราในหนังสือโบราณเท่านั้น

หนังสือที่มิ้วท์ค้นพบ ทำให้โลกในปัจจุบันกลายเป็นโลกในอดีต

ส่วนหนังสือที่รุสโซพบ คือหนังสือจากช่องแยกมิติเวลาที่พารุสโซข้ามมิติเวลากลับไปผจญภัยบนโลกในอดีตนั่นเอง

เป็นอันว่าในที่สุดปัญหาที่ว่าบรรดาภาคต่างๆ ใน Ivalice Alliance มันเกี่ยวข้องกันยังไง ก็ได้ข้อสรุปเพิ่มขึ้นมาซะที!

หน้าปก (โปรดอย่าสนใจแบ็คกราวด์ด้านหลัง ^^!)

ศักราชวาเลนเดียเก่าที่ 704 สถานการณ์การแก่งแย่งอำนาจระหว่างสองประเทศมหาอำนาจยักษ์ใหญ่แห่งโลกอิวาลิซได้มาถึงจุดวิกฤต ท่ามกลางปัญหาทางการเมืองที่ยืดเยื้อระหว่างจักวรรดิโรซาร์เรียและจักรวรรดิอาร์เคเดียที่มีอำนาจและกองกำลังที่เกรียงไกรทัดเทียมกัน ประเทศที่ซวยไปกว่าใครเพื่อนคงจะหนีไม่พ้นราชอาณาจักรดัลมัสก้าและราชอาณาจักรนาบราเดีย สองอาณาจักรที่ดันไปตั้งคั่นกลางระหว่างโรซาร์เรียและอาร์เคเดียพอดิบพอดี ขณะที่สถานการณ์ยังคงตึงเครียดและมีแต่จะเลวร้ายลง โรซาร์เรียได้ยื่นมือเข้ามาขอให้ดัลมัสก้ายอมรับลัทธิจักรวรรดิและเลือกที่อยู่เคียงข้างฝ่ายโรซาร์เรีย ทว่ากษัตริย์รามินาสแห่งราชอาณาจักรดัลมัสก้ากลับเลือกที่จะจับมือกับราชอาณาจักรนาบราเดียเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอาณาจักรของตน และเป็นการแสดงจุดยืนที่จะปฏิเสธลัทธิจักรวรรดิอย่างชัดเจน

ผู้คนหลายฝ่ายไม่เห็นด้วยกับพระองค์ และมีความคิดว่าหากกษัตริย์รามินาสสิ้นพระชนม์ไปแล้ว ดัลมัสก้า นาบราเดีย ก็คงสามารถเข้าร่วมกับฝ่ายจักรวรรดิโรซาร์เรียที่ยิ่งใหญ่ได้ และนั่นก็จะทำให้ผองประชามีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น ด้วยเหตุนี้เอง กลุ่มผู้ร่วมอุดมการณ์จึงได้วางแผนลอบเข้าไปสังหารกษัตริย์รามินาส ในคืนแห่งการเฉลิมฉลองที่กษัตริย์แห่งนาบราเดียได้พา "ราสเลอร์" เจ้าชายแห่งนาบราเดียไปพบ "อาเช่" เจ้าหญิงแห่งดัลมัสก้า เป็นครั้งแรก...

จุดเสียของหนังสือเล่มนี้คือลายเส้นที่ไม่ประทับใจผมเลยซักนิด แต่นั่นก็เป็นข้อเสียเล็กๆ เพียงข้อเดียว

ส่วนจุดดีก็คือเนื้อเรื่องที่สนุกสนาน เข้มข้น ผู้เขียนได้ดึงเอานิสัยใจคอของตัวละครแต่ละตัวออกมาใช้ได้อย่างชัดเจน และยังกระจายบทได้อย่างทั่วถึงกัน พออ่านในการ์ตูนเล่มนี้ก็จะรู้สึกว่าจริงๆ แล้วพวกพ้องทั้ง 6 ก็ซี้ย่ำปึ้กกันไม่ใช่เล่นนะครับ ในส่วนของเนื้อเรื่องก่อนเข้าสู้ Final Fantasy XII ที่ผู้เขียนได้แต่งขึ้นมาเองนั้นก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม สมเหตุสมผลและสอดคล้องกับเนื้อหาในเรื่องเป็นอย่างดี แฟนๆ Final Fantasy XII ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

สุดท้าย อยากชมผู้แปลหนังสือเล่มนี้ว่าแปลได้ดีมากครับ ผมเข้าใจว่าผู้แปลได้แปลมาจากต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น ดังนั้นถึงได้ติดการเรียกชื่อตัวละครบางตัวแบบญี่ปุ่นมา เช่น พันเนโล่ บัลแฟลย์ แต่ในส่วนของชื่อสถานที่และตัวละครอื่นๆ ที่ถ้าอ่านตามภาษาญี่ปุ่นตรงๆ จะอ่านผิดไปไกลแน่ๆ อย่างพวก ราสเลอร์ วอลสเลอร์ นัมเยนซ่า ผู้แปลก็สามารถแปลได้ถูกต้องทุกประการ ผมไม่รู้ว่าผู้แปลไปแปลมาจากต้นฉบับที่มีคนแปลเป็นภาษาอังกฤษมาอีกที หรือแปลจากญี่ปุ่นเป็นภาษาไทยมาตรงๆ แต่ไม่ว่าจะแบบไหนก็ต้องยอมรับว่าคุณได้ทำการบ้านมาดี ยินดีด้วยกับงานงานแปลอันยอดเยี่ยมที่คุณได้สร้างขึ้นมาครับ

อาชีพแต่ละอาชีพในเกมนี้จะมีอัตราการเติบโตของสเตตัสไม่เท่ากัน หากเราให้ตัวละครตัวหนึ่งเล่นอาชีพนู้นที เดี๋ยวก็เปลี่ยนเป็นอาชีพนี้ที ผลสุดท้ายตัวละครของเราก็จะกลายเป็นเป็ดที่มีสเตตัสทุกอย่างอยู่แค่กลางๆ พูดง่ายๆ ก็คือไม่เก่งอะไรซักอย่าง แต่ก็ไม่ห่วยอะไรซักอย่าง ในสายตาผมตัวละครประเภทเป็ดเป็นตัวละครที่ไม่มีจุดโดดเด่น ไม่มีแนวทางการเล่นที่น่าสนใจและไม่ควรนำมาเข้าร่วมกลุ่มเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นแล้วเพื่อให้สามารถรู้จักวิธีการสร้างตัวละครที่ดี มีความสามารถเฉพาะด้านเฉพาะทางแบบสุดยอดไปเลย เราก็จำเป็นต้องมาศึกษากันซะก่อนว่าแต่ละอาชีพนั้นมีจุดเด่นจุดด้อยอะไรบ้าง ถ้าจะปั๊มค่าไหนควรจะใช้อาชีพอะไร ดังที่จะดูได้จากลิสต์ดังต่อไปนี้ครับ

เผ่ามนุษย์
อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม HP
1. Soldier
2. Archer, Paladin, Parivir
3. Theif, White Mage, Fighter, Blue Mage, Hunter, Seer

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม MP
1. Illusionist, Seer
2. Black Mage
3. White Mage

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม SPD
1. Ninja
2. Theif
3. Hunter

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.ATK
1. Parivir
2. Fighter
3. Soldier, Ninja

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.DEF
1. Paladin
2. Blue Mage
3. Fighter, Soldier

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.POW
1. Black Mage
2. Illusionist
3. Seer, White Mage, Blue Mage

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.RES
1. Seer
2. Black Mage
3. Paladin, Blue Mage

*** หมายเหตุ : อาชีพพิเศษของเผ่ามนุษย์ทุกอาชีพกากสุดๆ ไม่ควรใช้อัพเลเวลแต่ประการใด

สรุปแนวทางการเล่นเผ่ามนุษย์
- สายบ้าพลัง อัพเลเวลด้วย Fighter, Parivir, Ninja สลับกัน
- สายเวท อัพเลเวลด้วย Black Mage, Seer ถ้าจะอัพสปีดก็ต้องเปลี่ยนมาอัพด้วย Ninja เป็นครั้งคราว

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

เผ่าวิเอร่า
อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม HP
1. Fencer
2. Archer
3. White Mage, Green Mage, Red Mage, Elementalist, Sniper, Dancer

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม MP
1. Dancer
2. White Mage
3. Summoner

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม SPD
1. Assasin
2. Green Mage
3. Fencer

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.ATK
1. Sniper
2. Fencer
3. Red Mage, SpellBlade

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.DEF
- ทุกอาชีพมีอัตราการเติบโต W.DEF แตกต่างกันไม่มาก ช่างมันละกัน

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.POW
1. Summoner
2. Elementalist
3. Red Mage

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.RES
1. White Mage, Summoner, Dancer
2. Green Mage, Archer, Elemantalist, SpellBlade, Sniper
3. อาชีพที่เหลือทั้งหมด

สรุปแนวทางการเล่นเผ่าวิเอร่า
- สายบ้าพลัง อัพเลเวลด้วย Fencer เป็นหลัก เพราะมีจุดเด่นทั้งพลังโจมตีและสปีด แต่จะใช้ Assasin และ Sniper เสริมเข้าไปด้วยก็ได้
- สายเวท อัพเลเวลด้วย Summoner เป็นหลัก รองด้วย Elementalist ถ้าจะอัพสปีดก็ใช้ Green Mage

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

เผ่าบังก้า
อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม HP
1. Warrior
2. Dragoon, Defender
3. Templar, Cannoneer

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม MP
1. Bishop
2. Master Monk, Templar, Cannoneer
3. Warrior, White Monk, Gladiator

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม SPD
1. Trickster
2. Master Monk
3. Dragoon, White Monk
4. Cannoneer

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.ATK
1. Gladiator
2. Master Monk, Dragoon
3. Warrior, White Monk, Templar

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.DEF
1. Defender
2. Templar
3. Dragoon

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.POW
1. Trickster
2. Bishop
3. Master Monk

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.RES
1. Bishop
2. Defender, Master Monk, Templar, Cannoner, Trickster
3. อาชีพที่เหลือทั้งหมดยกเว้น Dragoon
4. Dragoon

สรุปแนวทางการเล่นเผ่าบังก้า
- สายบ้าพลัง อัพเลเวลด้วย Dragoon สมดุลสุดเพราะได้ทั้งพลัง ความเร็ว อาจจะมีข้อเสียที่พลังป้องกันเวท แต่ช่างมันปะไร ส่วนการอัพสปีดถ้าใช้ Master Monk ก็จะได้ทั้งสปีดและพลังโจมตี นอกจากนั้นว่างๆ อาจอัพด้วย Gladiator เพื่อเพิ่มพลังโจมตีก็ได้
- สายเวท อัพเลเวลด้วย Trickster จะได้ทั้งพลังเวท และความเร็ว แต่จะหลีกๆ มาอัพด้วย Bishop เพื่อเสริมค่าป้องกันเวท หรือจะอัพด้วย Master Monk เพื่อเสริมความเป็นเป็ดก็ได้

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

เผ่าอึงโมว
อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม HP
1. Beast master, Sage, Scholar
2. Alchemist
3. อาชีพที่เหลือทั้งหมด

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม MP
1. Arcanist
2. Alchemist, Illusionist
3. White Mage, Black Mage, Time Mage

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม SPD
1. Beast master
2. Scholar
3. Alchemist

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.ATK
1. Scholar, Beast Master
2. Sage
3. Alchemist

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.DEF
1. Beast master
2. White Mage, Sage, Scholar
3. อาชีพที่เหลือทั้งหมด

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.POW
1. Black Mage
2. Time Mage, Alchemist
3. Illusionist, Sage

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.RES
1. Alchemist
2. Time Mage, Black Mage
3. Illusionist, White Mage

สรุปแนวทางการเล่นเผ่าอึงโมง
- สายบ้าพลัง อัพเลเวลด้วย Beast Master เท่านั้น เพราะเป็นที่สุดของพลังและความเร็ว แต่ถ้าเบื่อๆ ก็ให้หนีไปเล่น Scholar
- สายเวท อัพด้วย Alchemist จะดีกว่า Black Mage แทบทุกค่า จะแพ้แค่ค่าเดียวก็คือค่าพลังเวทที่เฉือนกันนิดเดียว ดังนั้นระหว่างที่ยังไม่มี Alchemist ก็ให้อัพด้วย Black Mage เป็นหลัก แต่พอได้จ็อบ Alchemist มาแล้วก็ให้ลืม Black Mage ไปได้เลย

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

เผ่าม็อค
อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม HP
1. Animist, Moogle Knight, Tinker
2. Fusilier, Theif, Juggler, Bard
3. อาชีพที่เหลือทั้งหมด

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม MP
1. Black Mage, Time Mage
2. FlintLock, Bard
3. Moogle Knight

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม SPD
1. Chocobo Rider (เร็วที่สุดในบรรดาอาชีพของทุกเผ่า)
2. Juggler
3. Theif

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.ATK
1. Moogle Knight
2. Juggler, Tinker
3. Animist, Fusilier, FlintLock

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.DEF
1. Moogle Knight
2. Animist, Juggler, Tinker
3. Fusilier

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.POW
1. Black Mage, Time Mage
2. Bard
3. Tinker

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.RES
1. Tinker
2. Time Mage, Black Mage
3. Moogle Knight

สรุปแนวทางการเล่นเผ่าม๊อค
- สายบ้าพลัง อัพเลเวลด้วย Moogle Knight สลับกับ Juggler
- สายเวท อัพด้วย Time Mage เป็นหลักเพราะ Time Mage มีค่าสปีดที่ดีกว่า Black Mage แต่ถ้าจะปั๊มสปีดแบบจริงๆ จังๆ ก็ให้ปั๊มด้วย Chocobo Rider ไปเลย ถึงอาชีพนี้จะมีค่าพลังเวทต่ำ แต่ก็ไม่มีอาชีพไหนอีกแล้วที่จะใช้ปั๊มสปีดได้อย่างเห็นผลชัดเจนเท่านี้

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

เผ่าซีค
อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม HP
1. มันเท่ากันทุกอาชีพอ่ะ

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม MP
1. Viking
2. Berserker, Ranger

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม SPD
1. Ranger
2. Viking
3. Lanista
4. Berserker

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.ATK
1. Berserker (ทิ้งห่างอาชีพอื่นมาก)
2. Lanista
3. Ranger, Viking

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.DEF
1. Lanista
2. Ranger
3. Viking
4. Berserker

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.POW
1. Ranger, Lanista, Viking
2. Berserker

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.RES
1. Viking (ทิ้งห่างอาชีพอื่นมากสุดๆ)
2. Ranger (ทิ้งห่างอาชีพอื่นมาก)
3. Berserker, Lanista

สรุปแนวทางการเล่นเผ่าซีค
- สายบ้าพลัง อัพเลเวลด้วย Lanista เป็นหลักเพราะนอกจากค่าพลังโจมตีแล้ว อย่างอื่นเหนือว่า Berserker ทั้งหมด ถ้าจะปั๊มสปีดก็ให้เปลี่ยนไปเป็น Ranger แต่อาจจะแทรกๆ ด้วย Berserker เพื่อเพิ่มพลังโจมตีด้วยก็ได้
- สายเวท อัพเลเวลด้วย Viking เป็นหลัก แล้วสลับเป็น Ranger เพื่อเพิ่มสปีดเป็นครั้งคราว
- สายบอนๆ.....อัพด้วย Ranger อย่างเดียว เพราะเรารักความเร็ว

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

เผ่ากูเรีย
อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม HP
1. Raptor, Ravager
2. Hunter, Geomancer

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม MP
1. Geomancer
2. Raptor
3. Huntor, Ravager

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม SPD
1. Hunter
2. Raptor
3. Geomancer
4. Ravager

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.ATK
1. Ravager
2. Raptor
3. Hunter
4. Geomancer

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.DEF
1. Geomancer (ทิ้งห่างอาชีพอื่นมากสุดๆ)
2. Ravager (ทิ้งห่างอาชีพอื่นมาก)
3. Hunter, Raptor

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.POW
1. Raptor
2. Hunter, Geomancer
3. Ravager

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.RES
1. Geomancer (ทิ้งห่างอาชีพอื่นมากสุดๆ)
2. Hunter (ทิ้งห่างอาชีพอื่นมาก)
3. Raptor, Ravager

สรุปแนวทางการเล่นเผ่ากูเรีย
- สายบ้าพลัง อัพเลเวลด้วย Ravager แล้วสลับด้วย Raptor เพื่อเสริมความเร็ว ทั้งนี้เพราะ Raptor เองนอกจากจะมีดีที่ความเร็วแล้วยังมีพลังโจมตีที่รุนแรงด้วย
- สายเวท อัพด้วย Raptor เป็นหลัก แต่ให้แทรกด้วย Geomancer เพื่อเสริมพลังป้องกัน