Ivalice-Alliance

อาชีพแต่ละอาชีพในเกมนี้จะมีอัตราการเติบโตของสเตตัสไม่เท่ากัน หากเราให้ตัวละครตัวหนึ่งเล่นอาชีพนู้นที เดี๋ยวก็เปลี่ยนเป็นอาชีพนี้ที ผลสุดท้ายตัวละครของเราก็จะกลายเป็นเป็ดที่มีสเตตัสทุกอย่างอยู่แค่กลางๆ พูดง่ายๆ ก็คือไม่เก่งอะไรซักอย่าง แต่ก็ไม่ห่วยอะไรซักอย่าง ในสายตาผมตัวละครประเภทเป็ดเป็นตัวละครที่ไม่มีจุดโดดเด่น ไม่มีแนวทางการเล่นที่น่าสนใจและไม่ควรนำมาเข้าร่วมกลุ่มเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นแล้วเพื่อให้สามารถรู้จักวิธีการสร้างตัวละครที่ดี มีความสามารถเฉพาะด้านเฉพาะทางแบบสุดยอดไปเลย เราก็จำเป็นต้องมาศึกษากันซะก่อนว่าแต่ละอาชีพนั้นมีจุดเด่นจุดด้อยอะไรบ้าง ถ้าจะปั๊มค่าไหนควรจะใช้อาชีพอะไร ดังที่จะดูได้จากลิสต์ดังต่อไปนี้ครับ

เผ่ามนุษย์
อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม HP
1. Soldier
2. Archer, Paladin, Parivir
3. Theif, White Mage, Fighter, Blue Mage, Hunter, Seer

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม MP
1. Illusionist, Seer
2. Black Mage
3. White Mage

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม SPD
1. Ninja
2. Theif
3. Hunter

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.ATK
1. Parivir
2. Fighter
3. Soldier, Ninja

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.DEF
1. Paladin
2. Blue Mage
3. Fighter, Soldier

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.POW
1. Black Mage
2. Illusionist
3. Seer, White Mage, Blue Mage

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.RES
1. Seer
2. Black Mage
3. Paladin, Blue Mage

*** หมายเหตุ : อาชีพพิเศษของเผ่ามนุษย์ทุกอาชีพกากสุดๆ ไม่ควรใช้อัพเลเวลแต่ประการใด

สรุปแนวทางการเล่นเผ่ามนุษย์
- สายบ้าพลัง อัพเลเวลด้วย Fighter, Parivir, Ninja สลับกัน
- สายเวท อัพเลเวลด้วย Black Mage, Seer ถ้าจะอัพสปีดก็ต้องเปลี่ยนมาอัพด้วย Ninja เป็นครั้งคราว

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

เผ่าวิเอร่า
อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม HP
1. Fencer
2. Archer
3. White Mage, Green Mage, Red Mage, Elementalist, Sniper, Dancer

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม MP
1. Dancer
2. White Mage
3. Summoner

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม SPD
1. Assasin
2. Green Mage
3. Fencer

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.ATK
1. Sniper
2. Fencer
3. Red Mage, SpellBlade

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.DEF
- ทุกอาชีพมีอัตราการเติบโต W.DEF แตกต่างกันไม่มาก ช่างมันละกัน

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.POW
1. Summoner
2. Elementalist
3. Red Mage

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.RES
1. White Mage, Summoner, Dancer
2. Green Mage, Archer, Elemantalist, SpellBlade, Sniper
3. อาชีพที่เหลือทั้งหมด

สรุปแนวทางการเล่นเผ่าวิเอร่า
- สายบ้าพลัง อัพเลเวลด้วย Fencer เป็นหลัก เพราะมีจุดเด่นทั้งพลังโจมตีและสปีด แต่จะใช้ Assasin และ Sniper เสริมเข้าไปด้วยก็ได้
- สายเวท อัพเลเวลด้วย Summoner เป็นหลัก รองด้วย Elementalist ถ้าจะอัพสปีดก็ใช้ Green Mage

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

เผ่าบังก้า
อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม HP
1. Warrior
2. Dragoon, Defender
3. Templar, Cannoneer

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม MP
1. Bishop
2. Master Monk, Templar, Cannoneer
3. Warrior, White Monk, Gladiator

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม SPD
1. Trickster
2. Master Monk
3. Dragoon, White Monk
4. Cannoneer

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.ATK
1. Gladiator
2. Master Monk, Dragoon
3. Warrior, White Monk, Templar

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.DEF
1. Defender
2. Templar
3. Dragoon

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.POW
1. Trickster
2. Bishop
3. Master Monk

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.RES
1. Bishop
2. Defender, Master Monk, Templar, Cannoner, Trickster
3. อาชีพที่เหลือทั้งหมดยกเว้น Dragoon
4. Dragoon

สรุปแนวทางการเล่นเผ่าบังก้า
- สายบ้าพลัง อัพเลเวลด้วย Dragoon สมดุลสุดเพราะได้ทั้งพลัง ความเร็ว อาจจะมีข้อเสียที่พลังป้องกันเวท แต่ช่างมันปะไร ส่วนการอัพสปีดถ้าใช้ Master Monk ก็จะได้ทั้งสปีดและพลังโจมตี นอกจากนั้นว่างๆ อาจอัพด้วย Gladiator เพื่อเพิ่มพลังโจมตีก็ได้
- สายเวท อัพเลเวลด้วย Trickster จะได้ทั้งพลังเวท และความเร็ว แต่จะหลีกๆ มาอัพด้วย Bishop เพื่อเสริมค่าป้องกันเวท หรือจะอัพด้วย Master Monk เพื่อเสริมความเป็นเป็ดก็ได้

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

เผ่าอึงโมว
อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม HP
1. Beast master, Sage, Scholar
2. Alchemist
3. อาชีพที่เหลือทั้งหมด

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม MP
1. Arcanist
2. Alchemist, Illusionist
3. White Mage, Black Mage, Time Mage

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม SPD
1. Beast master
2. Scholar
3. Alchemist

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.ATK
1. Scholar, Beast Master
2. Sage
3. Alchemist

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.DEF
1. Beast master
2. White Mage, Sage, Scholar
3. อาชีพที่เหลือทั้งหมด

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.POW
1. Black Mage
2. Time Mage, Alchemist
3. Illusionist, Sage

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.RES
1. Alchemist
2. Time Mage, Black Mage
3. Illusionist, White Mage

สรุปแนวทางการเล่นเผ่าอึงโมง
- สายบ้าพลัง อัพเลเวลด้วย Beast Master เท่านั้น เพราะเป็นที่สุดของพลังและความเร็ว แต่ถ้าเบื่อๆ ก็ให้หนีไปเล่น Scholar
- สายเวท อัพด้วย Alchemist จะดีกว่า Black Mage แทบทุกค่า จะแพ้แค่ค่าเดียวก็คือค่าพลังเวทที่เฉือนกันนิดเดียว ดังนั้นระหว่างที่ยังไม่มี Alchemist ก็ให้อัพด้วย Black Mage เป็นหลัก แต่พอได้จ็อบ Alchemist มาแล้วก็ให้ลืม Black Mage ไปได้เลย

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

เผ่าม็อค
อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม HP
1. Animist, Moogle Knight, Tinker
2. Fusilier, Theif, Juggler, Bard
3. อาชีพที่เหลือทั้งหมด

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม MP
1. Black Mage, Time Mage
2. FlintLock, Bard
3. Moogle Knight

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม SPD
1. Chocobo Rider (เร็วที่สุดในบรรดาอาชีพของทุกเผ่า)
2. Juggler
3. Theif

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.ATK
1. Moogle Knight
2. Juggler, Tinker
3. Animist, Fusilier, FlintLock

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.DEF
1. Moogle Knight
2. Animist, Juggler, Tinker
3. Fusilier

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.POW
1. Black Mage, Time Mage
2. Bard
3. Tinker

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.RES
1. Tinker
2. Time Mage, Black Mage
3. Moogle Knight

สรุปแนวทางการเล่นเผ่าม๊อค
- สายบ้าพลัง อัพเลเวลด้วย Moogle Knight สลับกับ Juggler
- สายเวท อัพด้วย Time Mage เป็นหลักเพราะ Time Mage มีค่าสปีดที่ดีกว่า Black Mage แต่ถ้าจะปั๊มสปีดแบบจริงๆ จังๆ ก็ให้ปั๊มด้วย Chocobo Rider ไปเลย ถึงอาชีพนี้จะมีค่าพลังเวทต่ำ แต่ก็ไม่มีอาชีพไหนอีกแล้วที่จะใช้ปั๊มสปีดได้อย่างเห็นผลชัดเจนเท่านี้

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

เผ่าซีค
อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม HP
1. มันเท่ากันทุกอาชีพอ่ะ

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม MP
1. Viking
2. Berserker, Ranger

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม SPD
1. Ranger
2. Viking
3. Lanista
4. Berserker

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.ATK
1. Berserker (ทิ้งห่างอาชีพอื่นมาก)
2. Lanista
3. Ranger, Viking

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.DEF
1. Lanista
2. Ranger
3. Viking
4. Berserker

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.POW
1. Ranger, Lanista, Viking
2. Berserker

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.RES
1. Viking (ทิ้งห่างอาชีพอื่นมากสุดๆ)
2. Ranger (ทิ้งห่างอาชีพอื่นมาก)
3. Berserker, Lanista

สรุปแนวทางการเล่นเผ่าซีค
- สายบ้าพลัง อัพเลเวลด้วย Lanista เป็นหลักเพราะนอกจากค่าพลังโจมตีแล้ว อย่างอื่นเหนือว่า Berserker ทั้งหมด ถ้าจะปั๊มสปีดก็ให้เปลี่ยนไปเป็น Ranger แต่อาจจะแทรกๆ ด้วย Berserker เพื่อเพิ่มพลังโจมตีด้วยก็ได้
- สายเวท อัพเลเวลด้วย Viking เป็นหลัก แล้วสลับเป็น Ranger เพื่อเพิ่มสปีดเป็นครั้งคราว
- สายบอนๆ.....อัพด้วย Ranger อย่างเดียว เพราะเรารักความเร็ว

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

เผ่ากูเรีย
อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม HP
1. Raptor, Ravager
2. Hunter, Geomancer

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม MP
1. Geomancer
2. Raptor
3. Huntor, Ravager

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม SPD
1. Hunter
2. Raptor
3. Geomancer
4. Ravager

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.ATK
1. Ravager
2. Raptor
3. Hunter
4. Geomancer

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม W.DEF
1. Geomancer (ทิ้งห่างอาชีพอื่นมากสุดๆ)
2. Ravager (ทิ้งห่างอาชีพอื่นมาก)
3. Hunter, Raptor

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.POW
1. Raptor
2. Hunter, Geomancer
3. Ravager

อาชีพที่เหมาะสมในการปั๊ม M.RES
1. Geomancer (ทิ้งห่างอาชีพอื่นมากสุดๆ)
2. Hunter (ทิ้งห่างอาชีพอื่นมาก)
3. Raptor, Ravager

สรุปแนวทางการเล่นเผ่ากูเรีย
- สายบ้าพลัง อัพเลเวลด้วย Ravager แล้วสลับด้วย Raptor เพื่อเสริมความเร็ว ทั้งนี้เพราะ Raptor เองนอกจากจะมีดีที่ความเร็วแล้วยังมีพลังโจมตีที่รุนแรงด้วย
- สายเวท อัพด้วย Raptor เป็นหลัก แต่ให้แทรกด้วย Geomancer เพื่อเสริมพลังป้องกัน

ในที่สุด Final Fantasy Tactics A2 -Grimoire of the Rift- ก็ได้วางจำหน่ายที่อเมริกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมเชื่อว่าหลายๆ คนที่เคยลิ้มลองภาคญี่ปุ่นมาแล้วน่าจะสัมผัสถึงความสนุกที่แฝงเร้นอยู่ในเกมนี้ได้เป็นอย่างดี (ตรูประชด) มาในวันนี้ตัวเกมภาคภาษาอังกฤษก็ได้วางจำหน่ายแล้ว ใครที่ยังไม่เคยเล่นเกมภาคนี้หรือเคยเล่นแล้วแต่ยังไม่เข้าถึงเนื้อเรื่องก็อยากให้ลองเปิดใจสัมผัสมันดูใหม่อีกครั้ง

สำหรับผมแล้วตอนที่ภาคญี่ปุ่นวางจำหน่ายออกมาผมก็จบเกมโหมดฮาร์ดแบบทำครบ 300 มิสชั่นไปแล้ว ขอแนะนำให้สำหรับคนที่ยังไม่ได้เล่นเลยละกันว่าไม่ต้องไปเล่นโหมดฮาร์ดมันก็ได้ เพราะนอกจากความภาคภูมิใจที่จะได้รับหลังจบเกมแล้ว โหมดฮาร์ดไม่มีอะไรที่สุขสบายกว่าโหมดนอร์มอลเลย ในระดับความยากสูงสุดนั้นเราต้องผจญกับกองทัพมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่าโหมดนอร์มอลมาก แถมเงื่อนไขการผ่านเควสก็ต้องอาศัยคาแรคเตอร์ที่มีเลเวลสูงกว่าโหมดนอร์มอลถึงจะผ่านได้ ใครที่ไม่ชอบความท้าทายแนะนำให้ไปเล่นโหมดนอร์มอลเอาดีกว่าครับ

ในเรื่องของการเอาเซฟจากภาคญี่ปุ่นมาใช้นั้น ตัวเกมภาคนี้สามารถเอาเซฟจากภาคญี่ปุ่นมาโหลดเล่นต่อได้ก็จริง แต่มันก็จะมีปัญหาเกิดขึ้นเล็กน้อย ตัวอย่างเช่นพวกชื่อที่เราเคยตั้งไว้เป็นภาษาญี่ปุ่นอย่างชื่อแคลนหรือชื่อของรุสโซ มาในภาคภาษาอังกฤษนี้เนื่องจากตัวเกมไม่มีฟอนต์ญี่ปุ่นอยู่มันเลยไม่สามารถแสดงผลพวกชื่อภาษาญี่ปุ่นได้ ทำให้ตัวเกมแสดงเป็นอักขระยึกยือที่อ่านไม่รู้เรื่องแทน ดังนั้นสำหรับใครที่อยากจะเก็บเซฟสมบูรณ์ของภาคนี้ก็คงต้องเริ่มเล่นใหม่ตั้งแต่ศูนย์แหละครับ

31. ฟาฟนิล

ในวันที่ร้านอาหารทะเลทรายเต็มไปด้วยผู้คนที่คับคั่งอย่างที่เคย เราได้เห็นป้ายคำร้องเรียนใบหนึ่งที่ถูกส่งมาจากนครเทพเบอร์โอมิเซส ข้อความในกระดาษแผ่นนั้นกำลังถ่ายทอดเรื่องราวของหายนะที่จะเกิดขึ้นในสถานที่แห่งนั้นให้เราฟัง เพื่อป้องกันไม่ให้หายนะดังกล่าวเกิดขึ้น เราจึงกำใบคำร้องไว้อย่างมั่นคง ก่อนที่จะออกเดินทางไปยังนครเทพในพริบตา

เมื่อสองเท้าคู่ใจพัดพาเรามาถึงนครเทพเบอร์โอมิเซส เราเริ่มขยับเขยื้อนสายตาเพื่อมองหา อีฮ่า (Ieeha) นักบวชหนุ่มซึ่งเป็นผู้เขียนคำร้องเรียนดังกล่าวขึ้นมา เราเสียเวลาอยู่พักหนึ่งกับการตามหาชายคนดังกล่าวแต่ก็จบลงท้ายด้วยการไม่พบแม้เงาของเขา ขณะที่เรากำลังถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้า เรลี่ (Relj) วิเอร่าสาวคนหนึ่งก็เข้ามาบอกเราว่าอีฮ่าน่ะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว

เราคงจำวิเอร่าสาวคนนี้ได้ดีเพราะเธอเป็นคนที่มีนิสัยโดดเด่นเหนือพรรณนา ไม่ว่าครั้งใดก็ตามที่เราเดินทางผ่านเข้ามายังนครเทพแห่งนี้เรามักจะได้เห็นภาพของเรลี่ที่กำลังก่นด่าความอ่อนแอของเผ่าพันธุ์มนุษย์อยู่เรื่อยไป นี่เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความเกลียดชังที่เธอมอบให้ต่อเผ่าพันธุ์ฮิวม์ได้ดี ทว่าการที่เธอเป็นฝ่ายเดินเข้ามาเจรจากับเราในครั้งนี้ เธอมีจุดประสงค์อะไรกัน?

เรลี่เริ่มต้นพูดคุยกับเราว่าเราคงได้รับรู้จากใบคำร้องแล้วสินะว่ามังกรร้ายตัวหนึ่งได้กบดานอยู่ในช่องแยกพารามิน่า ในอดีตกาลมังกรดังกล่าวได้หมายปองสมบัติของชาวกิลเทียส (ซึ่งสมบัติดังกล่าวก็คือดาบจอมราชันย์ที่เก็บซ่อนไว้ในวิหารมิเลี่ยม) ท่านสังฆราชอนาสตาซิสจึงยับยั้งความละโมภของมันด้วยการผนึกมันไว้ในภูผาน้ำแข็ง ทว่าหลังจากที่อนาสตาซิสได้มรณภาพไปแล้ว ผนึกที่เคยกักขังมังกรร้ายจึงคลายตัวลง และเป็นเหตุให้ฟาฟนิลได้กลับมาออกอาละวาดไปทั่วภูเขาแห่งนี้อีกครั้ง

เรลี่ยังคงเล่าต่อไปว่าก่อนที่อีฮ่าจะออกจากเมืองไปกำจัดฟาฟนิล เขาพูดด้วยสีหน้าที่เชื่อมั่นว่าชาวกิลเทียสจะเป็นผู้จัดการมันเอง ในตอนที่เรลี่ได้ยินแบบนั้นเธอก็รู้สึกสังเวชอยู่ในใจ เธอคิดว่าประเดี๋ยวพวกพวกอีฮ่าก็ต้องเผ่นหนีกลับเข้ามาในเมือง มนุษย์ก็เป็นเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอแบบนี้น่ะแหละ ในตอนนี้อีฮ่าได้ออกเดินทางไปแล้ว เรลี่ก็เลยเข้ามาเล่าเรื่องของมังกรร้ายให้กับเราแทน ส่วนหลังจากนี้...เราอยากจะทำอะไรก็เป็นเรื่องของเรา เรลี่จะไม่สนใจอะไร

หลังจากที่ฟังเรื่องเล่าจากเรลี่จบแล้วเราจะกลับเข้าไปในช่องแยกพารามิน่าอีกครั้ง ทันทีที่ย่างกรายเข้าไปในเขตดังกล่าวเราก็ต้องตกใจกับพายุหิมะลูกใหญ่ เดิมทีแล้วสถานที่แห่งนี้ไม่เคยมีพายุหิมะเกิดขึ้นมาก่อน แต่ด้วยความคลุ้มคลั่งของฟาฟนิลที่ตื่นขึ้นจากการหลับใหลอีกครั้ง พายุหิมะลูกใหญ่จึงได้ก่อตัวขึ้นโดยมีมังกรร้ายเป็นผู้ให้กำเนิดความเย็นยะเยือกดังกล่าว

ท่ามกลางพายุหิมะที่หนาวเหน็บ เราได้เดินทางเข้าไปในส่วนลึกของพารามิน่าซึ่งมีชื่อว่าธารสีเงิน นั่นเป็นบริเวณที่มีแม่น้ำไหลผ่านแต่ปัจจุบันนี้แม่น้ำดังกล่าวได้แข็งตัวและกลายเป็นเส้นทางสีเงินไปแล้ว ในที่แห่งนั้นเราได้พบกับฟาฟนิลซึ่งเป็นผู้สร้างพายุหิมะขึ้นมา เมื่อจับจ้องไปยังร่างกายที่ใหญ่โตของมันเราก็ต้องแปลกใจกับสภาพร่างกายที่บาดเจ็บหนัก และอาวุธมากมายที่ถูกปักอยู่บนร่างของมังกรร้าย ทั้งหมดนี้ก็คือหลักฐานการมีอยู่ของผู้ที่เคยอุทิศตนเพื่อต่อสู้กับมัน

แม้ว่าฟาฟนิลจะบาดเจ็บหนักแต่การต่อสู้กับมันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่เราคิด ฟาฟนิลยังคงเก่งกาจสมกับเป็นมังกรในตำนานอย่างที่เคย ภายหลังการต่อสู้อันยืดเยื้อชัยชนะก็ตกเป็นของเราในที่สุด เมื่อฟาฟนิลล้มคว่ำลงไปแล้วเราเลยจัดการกระโดดขึ้นไปบนตัวมันแล้วทำการผ่าท้องเพื่อช่วยเหลือคนที่โดนมันกินเข้าไปออกมา อนิจจาดูเหมือนทุกคนจะกลายเป็นปุ๋ยไปหมดแล้ว เราเลยพบแต่แหวนวงหนึ่งที่ส่องประกายอยู่ในกระเพาะของมัน

(ได้รับ Ring of Light)

เรากลับไปหาเรลี่อีกครั้งเพื่อนำแหวนที่พบมามอบให้เธอดู พอเรลี่ได้เห็นเธอก็ตกใจและอุทานออกมาว่านี่มันแหวนของอีฮ่านี่นา เธอเข้าใจในฉับพลันว่าอีฮ่าได้เข้าไปต่อสู้กับฟาฟนิลจริงๆ ซ้ำยังต่อสู้กับมันจนตัวตาย แต่สิ่งที่เธอสับสนก็คือทำไมอีฮ่าถึงยังสู้กับฟาฟนิลทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่ายังไงก็ไม่มีทางเอาชนะมังกรร้ายนั้นได้

เรลี่ยืนอึ้งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มเอ่ยปากพูดกับเราต่อว่า

“ฉันเดินทางออกจากบ้านเกิดของชาววิเอร่ามา ฉันแหกกฎองเผ่าพันธุ์เพราะฉันอยากรู้ว่าทำไมมนุษย์ถึงมีความเจริญรุ่งเรืองกว่าเผ่าพันธุ์อื่นๆ ในอิวาลิซ แต่แล้วฉันก็พบกับโลกของมนุษย์ที่เต็มไปด้วยสงคราม ฉันได้พบกับการถูกหักหลัง ผิดหวัง และบาดเจ็บนับครั้งไม่ถ้วน ท้ายที่สุดเมื่อฉันมาถึงเบอร์โอมิเซส ฉันก็พบกับมนุษย์ที่อ่อนแอ เอาแต่อ้อนวอนต่อพระเจ้า”

“ทว่าตอนนี้ฉันก็ได้เข้าใจแล้ว เพราะมนุษย์นั้นแสนอ่อนแอ พวกเขาจึงต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พวกเขารู้จักที่จะยอมรับ ให้อภัย ช่วยเหลือกัน และยอมที่จะสู้จนตัวตายเพื่อปกป้องพวกพ้องของกันและกัน นี่คือความเข้มแข็งของพวกเขา ดังนั้นมนุษย์ถึงมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้”

“ฉันขอขอบคุณนักเดินทางชาวฮิวม์ การที่เธอนำแหวนของอีฮ่ามามอบคืนให้กับฉัน ทำให้ฉันได้รับคำตอบของคำถามที่ทำให้ฉันต้องเดินทางออกจากบ้านเกิดมา ฉันจะไม่ย้ายไปไหนอีกแล้ว ฉันจะปักหลักอยู่ที่นี่ ในที่แห่งนี้ เพื่อเชิดชูเกียรติของอีฮ่า ผู้ที่ยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องภูเขาที่เขารัก”

หลังจากนั้นเรลี่ก็จะปักหลักอาศัยอยู่ในนครเทพแห่งนี้ เธอจะช่วยเหลือชาวกิลเทียส และคอยนำความรู้เรื่องการใช้พืชสมุนไพรที่เธอร่ำเรียนมาจากบ้านเกิดมาถ่ายทอดให้ชาวบ้านได้นำไปใช้ประโยชน์กันต่อไป

43. อิกเชี่ยน

หลังจากที่เราได้ฟังเรื่องสัตว์ร้ายที่ปรากฏกายขึ้นคุกคามความฝันของหญิงสาวจากมองบลังซ์ ก็ให้เราเดินทางไปหาผู้จ้างวานที่อาศัยอยู่ในเมืองท่าบาฟอนไฮม์  พอไปถึงแล้วก็ให้ไปหาหญิงสาวที่ประจำการอยู่ที่เคาเตอร์ภายในบาร์ แล้วหญิงสาวผู้สวมหมวกสีขาวก็จะเล่าเรื่องของเธอให้เราฟัง

“ตำนานหนึ่งได้กล่าวถึงสัตว์ร้ายที่อาศัยอยู่ที่ภาน้ำตกริเดิลอาน่า ตัวของมันมีนามว่าอิกเชี่ยน ผู้คนเล่ากันว่ามันมีชีวิตอยู่เพื่อสิงสู่ในจิตใจของผู้คน ฉันคิดว่านั่นคงเป็นสาเหตุแห่งความทุกข์ทรมานของฉัน หากสัตว์ร้ายตนนั้นตายลงฉันก็คงสามารถข่มตาหลับนอนลงได้อีกครั้ง”

“ฉันได้เอาคำร้องไปมอบให้กับแคลน หลังจากนั้นฉันก็ต้องรำคาญกับฮันเตอร์มากมายที่อ้างว่าจะไปปราบอิกเชี่ยน แต่จนถึงบัดนี้ฉันก็ยังได้ยินเสียงของมัน และฉันก็ยังไม่สามารถหลับลงอย่างสุขใจได้เสียที”

“นานมาแล้วมันเคยเป็นเพียงอาชาหนุ่มที่น่าเกรงขามซึ่งอาศัยอยู่ที่บาฟอนไฮม์นี้ ทว่าทุกๆ คืนมันมักจะเตะพื้นและกู่ร้องเสียงดังจนทำให้ผู้คนไม่สามารถหลับนอนกันได้ ดังนั้นชาวบ้านจึงแก้ปัญหาด้วยการพามันไปปล่อยไว้ในทุ่งเซโรบิ แต่มันก็ดันกลับเข้ามาในบาฟอนไฮม์ได้อีก สุดท้ายชาวบ้านจึงต้องพามันขึ้นเรือแล้วจับมันไปปล่อยเกาะที่ริเดิลอาน่าซะเลย”

“จากนั้นมาเราก็มักจะได้ยินเสียงร้องของมันในค่ำคืนที่นอนไม่หลับ นั่นก็คือเสียงของอิกเชี่ยน”

“ได้โปรดช่วยปราบมันด้วย ฉันคงไม่อาจพักผ่อนได้จนกว่าเรื่องนี้จะสิ้นสุดลง”

หลังจากที่เราปราบอิกเชี่ยนได้แล้ว พอกลับมาหาหญิงสาวเธอก็จะบอกว่าตอนนี้เธอสามารถหลับตานอนได้ตามปกติ นอกจากนี้เธอยังได้เจอคนอีกคนที่ทุกข์ทรมานจากคำสาปของอิกเชี่ยนเหมือนกัน เขาคนนั้นดีใจมากที่ในที่สุดเขาก็ได้เป็นอิสระจากคำสาปของอิกเชี่ยนแล้ว แล้วเขาก็ได้มอบดาบซึ่งเป็นสมบัติประจำตระกูลมาให้กับเธอ เธอคิดว่าการที่เธอได้ดาบล้ำค่ามันมันก็ดีอยู่ แต่ตัวเธอก็ไม่ได้มีความจำเป็นจะต้องใช้ดาบ แค่ได้หลับตานอนอย่างเป็นสุขอีกครั้งได้ก็ดีใจแล้ว ว่าแล้วเธอก็มอบดาบดังกล่าวให้เราแทน และหวังว่าเราจะเอามันไปใช้ประโยชน์ได้ดีกว่าเธอ ซึ่งดาบเล่มนั้นก็คือดาบ Ragnarok นั่นเอง

44. เทพแห่งความมืด

มองบลังซ์กำลังหวาดหวั่นกับศัตรูร้ายที่ปรากฏกายขึ้นมาสร้างความหวาดกลัวให้กับจิตใจของผู้คน เขาเชื่อว่าศัตรูดังกล่าวกำลังวางแผนก่อความวุ่นวายไปทั่วอิวาลิซ ตอนนี้พวกมันกำลังปรึกษาวางแผนก่อนที่จะเริ่มเคลื่อนไหวในไม่ช้า มองบลังซ์บอกว่าเขารู้สึกได้ถึงลางร้ายและหายนะที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นเราจะต้องกำจัดมันให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ว่าแล้วมองบลังซ์ก็อธิบายสถานที่กบดานของเป้าหมายในครั้งนี้ให้ฟัง ซึ่งที่ๆ เราต้องไปในคราวนี้ก็คือประภาคารฟารอส

หลังจากที่เรากำจัดมันได้แล้วมองบลังซ์จะตกใจและถามเราว่าเราสามารถกำจัดเทพแห่งความมืดได้แล้วเหรอ? เขาบอกว่าเขาไม่สนหรอกว่าเราจะทำได้ยังไง เพราะผลลัพธ์ต่างหากที่เป็นตัวประเมินคุณค่าของวิธีการ! มองบลังซ์จะชมว่าเราคือความภาคภูมิใจของแคลน และสารภาพมาว่าจริงๆ แล้วเขาไม่คิดว่าจะได้พบหน้าเราอีกด้วยซ้ำ เขาคงประเมินค่าเราต่ำไป

39. แครอท

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในวันที่ ซามมาเดรีย (Zammadria) คุณหญิงจากอาร์เคเดียได้เดินทางมายังป้อมปราการนัลบิน่าเพื่อเยี่ยมเยียนสามีของเธอที่ทำงานอยู่ที่นี่ ในการเดินทางมายังนัลบิน่านั้นเธอไม่ได้มาเพียงคนเดียว แต่ยังพา “แครอท” สัตว์เลี้ยงน่ารักคู่ใจเธอมาด้วย ทว่าอนิจจา...ปัญหามันเกิดขึ้นในตอนที่เธอเผลอละสายตาไปจากเจ้าแครอทเพียงแป๊ปเดียว พอหันกลับมาเจ้าแครอทมันก็เผ่นไปแล้ว

ซามมาเดรียคิดว่าแท้จริงแล้วเจ้าแครอทมันเป็นสัตว์ป่า ดังนั้นการที่เธอเอามันมาเลี้ยงอาศัยในเมืองคงจะทำให้มันรู้สึกคิดถึงบ้านของมันมาก ดังนั้นเธอจึงรู้สึกสงสารมัน เลยตัดใจที่จะออกตามหามันและไม่หวังว่าจะได้พบมันอีกครั้ง ทว่าไม่กี่วันต่อมาผู้คนต่างก็พากันพูดถึงสัตว์ร้ายที่ไล่เขมือบนักท่องเที่ยวกินเป็นอาหาร พอข่าวลือเรื่องนี้ลอยมาถึงหูของซามมาเดรีย เธอก็มั่นใจว่าเจ้าสัตว์ร้ายนั่นต้องเป็นแครอทของเธอแน่ๆ

ในตอนนี้ซามมาเดรียคิดว่าหายนะอาจจะมาเยือนเธอในไม่ช้า ถ้าเกิดผู้คนรู้เข้าว่าซามมาเดรียเป็นเจ้าของเจ้าสัตว์ร้ายนั่นล่ะก้อ นี่ต้องกลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่ ชื่อของเธอก็คงจะเหม็นไปทั่วทุกที่แน่ๆ ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น ซามมาเดรียจึงได้นำคำร้องไปไหว้วานกับมองบลังซ์ เพื่อให้มองบลังซ์ช่วยหาฮันเตอร์ที่เก่งกาจที่จะมากำราบแครอทให้ล้มตายไปโดยเร็วที่สุด

หลังจากที่เรารับเรื่องจากมองบลังซ์แล้ว แครีน (Krjn) ฮันเตอร์สาวชาววิเอร่าประจำแคลนจะขออาสาตามเราไปช่วยล่าแครอทด้วย เธอคิดว่านี่เป็นโอกาสในการฝึกฝนตนเอง นักรบก็ต้องสู้เพื่อรักษาความเฉียบคมไว้เสมอ เราจะตกลงให้แครีนไปกับเราด้วย หลังจากนั้นแครีนจะบอกให้เราไปจัดการติดต่อกับผู้ว่าจ้าง ส่วนเธอจะขอล่วงหน้าไปตามหาเจ้าแครอทนั้นก่อน

พอเราไปคุยธุระกับผู้จ้างวานเสร็จแล้ว ซามมาเดรียจะบอกเราว่าแครอทคงกำลังไปแตกหน่ออยู่ในป่าสาลิกาเพราะคนที่ตกเป็นเหยื่อของมันก็มักจะเป็นคนที่กำลังเดินทางผ่านป่านั้น นอกจากนี้เธอยังบอกใบ้ว่าเจ้าแครอทเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีประสาทสัมผัสไวมาก แถมมันยังขี้ตื่นเหมือหนูเลยด้วย ดังนั้นถ้าเกิดมันรู้สึกได้ว่าสัตว์รอบๆ ตัวมันกำลังโดนฆ่า มันก็จะหนีไปซ่อนตัวทันที จากนั้นเธอจะขอให้เราฆ่ามันให้ได้โดยเร็วที่สุดเพราะเธอไม่อยากให้เจ้าแครอทต้องทุกข์ทรมานอยู่นาน

เราจะเดินทางไปยังป่าสาลิกาและได้พบกับแครีนที่รอเราอยู่ เธอบอกว่าเธอมองเห็นเป้าหมายอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ แต่มันดูดุร้ายไม่เหมือนสัตว์เลี้ยงเลยซักนิด เราจะเดินเข้าไปในป่าและร่วมมือกับแครีนกำจัดแครอท หลังจากที่แครอทตายแล้ว แครีนก็จะชมว่าเราเก่งกว่าที่เธอคิดมาก เธอเลยแทบไม่มีโอกาสโชว์ฝีมือเลย

พอจบเรื่องแล้วเราจะกลับไปคุยกับซามาเดรียเพื่อรับคำขอบคุณและของรางวัลจากเธอ ซามมาเดรียจะดีใจมากที่ในที่สุดเจ้าแครอทก็จะได้พักอย่างเป็นสุขเสียที พอเราเล่าให้เธอฟังว่าจริงๆ แล้วเจ้าแครอทมันเป็นมอนสเตอร์สายพันธุ์มาลโบโร่ เธอก็จะตกใจมากและเริ่มเล่าเรื่องอดีตของเธอให้ฟัง เธอบอกว่าเธอกับสามีแต่งงานกันเพราะความใคร่ที่มีต่อกันในวัยเยาว์ แต่พอเวลาผ่านไปความใคร่ดังกล่าวก็ค่อยๆ ลดหายไป วันหนึ่งสามีของเธอก็ถูกส่งตัวมาประจำการที่นัลบิน่า เธอก็ตามมาส่งสามีด้วย และในตอนนั้นเองเธอก็ได้พบกับแครอทที่กลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงของเธอ สามีของเธอเห็นรูปร่างของแครอทแล้วก็ดูกังวลกับมันมาก เธอเองก็ไม่รู้หรอกว่าสามีจะรู้สึกต่อต้านเจ้าแครอทมากแค่ไหน ดังนั้นใจนึงเธอก็คิดอยากจะให้เจ้าแครอทมันหนีไปเพื่อที่สามีจะได้สบายใจ แต่ตอนนี้เจ้าแครอทก็ได้ตายไปแล้ว

ซามมาเดรียจะเรียก โจวี่ (Jovy) ให้มาหาเธอ พอโจวี่มาถึงก็เข้ามาถามด้วยความห่วงใยว่าได้พบกับสามีหรือยัง และเรื่องของแครอทเป็นยังไงบ้างแล้ว ซามมาเดรียบอกว่าสามีของเธอก็เป็นเหมือนเคย ส่วนเรื่องแครอทนั้นเธอได้เรามาช่วยแก้ปัญหาให้แล้ว โจวี่จะหันมามองหน้าเราแล้วพอสบตากันเขาก็จะวิ่งหนีไป

ซามมาเดรียจะแปลกใจมากที่จู่ๆ โจวี่ก็ดันวิ่งหนีไปซะอย่างงั้น เธอบอกว่าจริงๆ แล้วโจวี่เป็นเด็กดีมาก เขาเป็นชาวราบานัสต้าแต่กับยอมคุยกับเธอที่มาจากอาร์เคเดีย ดังนั้นเราจึงสามารถเป็นเพื่อนกันได้อย่างรวดเร็ว จะว่าไปแล้วตอนนี้เธอก็เริ่มเกรงว่าในไม่ช้าผู้คนที่อาร์เคเดียคงจะเรียกเธอว่า “มาดามมาลโบโร่” แน่ๆ แต่เธอก็พยายามคิดในแง่ดีว่าอย่างน้อยเธอก็ได้รู้ว่าเธอสามารถเลี้ยงมอนสเตอร์ได้ จะว่าไปแล้วเธอเองก็เริ่มมีความคิดที่จะเปิดร้านขายสัตว์ขึ้นมา เธอหวังว่าที่นั่นจะเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ที่ไม่พึงประสงค์ และเธอก็จะเป็นคนเลี้ยงมันเอง ยังไงซะตอนนี้สามีของเธอก็ไม่ได้อยู่ในอาร์เคเดีย ถ้าเธอจะเปิดร้านขายสัตว์ดังกล่าวขึ้นในอาร์เคเดียก็คงไม่เป็นการรบกวนสามีของเธอ

หลังจากที่คุยกับมาดามเสร็จแล้วเราจะออกมาด้านนอกและได้พบกับโจวี่อีกครั้ง คราวนี้โจวี่จะขอมาคุยเปิดอกกับเราอย่างสบายๆ เขาจะชื่นชมว่าเราเป็นฮีโร่คนใหม่ของเขา และเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง

“4 ปีก่อนที่ราบานัสต้า ฉันโดนกล่าวหาว่าเป็นหัวขโมยทั้งที่ฉันยังไม่ได้ทำอะไร แต่แล้วชายคนหนึ่งก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาช่วยฉันไว้ เขาก็คือฮีโร่คนเก่าของฉัน ก่อนหน้านั้นไม่นานเขาพึ่งจะสูญเสียพ่อแม่ไป แต่เขาก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะเลี้ยงดูน้องชายของเขา เขาเป็นคนดีใช่มั้ย! ทว่าเขากลับเข้าไปพัวพันกับการลอบสังหารกษัตริย์รามินาส แล้วก็ตายจากไป”

“ฉันสูญเสียพลังที่จะก้าวเดินต่อ แต่แล้ว 2 ปีผ่านไปฉันก็เกิดอยากจะเห็นที่ๆ ฮีโร่ของฉันตาย ซึ่งก็คือที่นี่ แต่พอมาถึงแล้วผู้คนกลับนึกว่าฉันเป็นช่างก่อสร้าง พวกเขาเลยจับฉันมาช่วยงานกันยกใหญ่ แต่รู้มั้ยว่าฉันกลับมีเพื่อนเพิ่มขึ้นมากมายในที่แห่งนี้ ทุกคนต่างก็ดีกับฉันกันมาก พวกเขาเล่าเรื่องดีๆ ให้ฉันฟังมากมาย

“แล้ววันหนึ่งฉันก็ตระหนักได้ว่าคนที่ช่วยไล่ล่าเป้าหมายที่พวกเพื่อนฉันไปแปะป้ายร้องเรียนไว้ก็คือนาย การได้เห็นนายตามล่าเป้าหมายพวกนั้นอย่างตั้งใจ ทำให้ฉันเกิดแรงบันดาลใจขึ้นมา นายเป็นฮีโร่คนใหม่ของฉัน เมื่อการเดินทางของนายสิ้นสุดลง ฉันหวังว่าการซ่อมแซมป้อมปราการนี้จะเสร็จสิ้น พอถึงตอนนั้นฉันก็จะได้กลับไปยังราบานัสต้าเสียที หากเวลาได้ล่วงเลยผ่านไปแล้วขอจงอย่าลืมนะว่านายก็คือฮีโร่ของฉัน ไม่สิ...ฮีโร่ของชาวนัลบิน่าทุกคน เอาล่ะ! ฉันจะกลับไปทำงานต่อแล้วนะ”

โจวี่จะลุกขึ้นแล้วก็ออกวิ่งไป แต่แล้วเขาก็ชะงักแล้วก็หันมาพูดกับเราอีกนิดก่อนที่จะวิ่งต่อไป

“เออนี่ ฮีโร่! นายดูคล้ายกับฮีโร่คนเก่าของฉันอยู่นิด แต่นายหล่อกว่าแน่นอน ไม่ต้องห่วงหรอกนะ”

“โอเค นายไปทำเรื่องของฮีโร่ต่อเถอะ ฉันจะอยู่ที่นี่ทำงานของฉันต่อแล้ว”

ใบ้กันถึงขนาดนี้แล้ว ก็เป็นที่แน่นอนล่ะครับว่าฮีโร่คนเก่าของโจวี่ก็คือเรคส์ผู้เป็นพี่ชายของวานนั่นเอง

40. กิลก้าเมช

มองบลังซ์เล่าให้เราฟังว่าเขาได้รับรายงานจากใครคนหนึ่งว่าดาบของเขาถูกช่วงชิงไป ทว่าเขาที่ว่าเป็นใครนั้นมองบลังซ์ไม่อยู่ในฐานะที่จะเปิดเผยได้ เอาเป็นว่าอยู่มาวันหนึ่งก็มีชายลึกลับเข้ามาท้าดวลกับคนผู้นั้น พอคนผู้นั้นได้เสียท่าให้กับชายลึกลับแล้ว ชายลึกลับดังกล่าวก็ช่วงชิงดาบของเขาแล้วก็หลบหนีไป

ประเด็นสำคัญของเรื่องไม่ได้อยู่ที่ดาบที่ถูกช่วงชิงไป แต่อยู่ที่ความภาคภูมิใจที่ถูกช่วงชิงไปต่างหาก จริงๆ แล้วคนๆ นั้นเป็นนักดาบที่มีชื่อเสียง ดังนั้นพอเขาเสียท่าให้กับชายลึกลับเขาก็เลยรู้สึกว้าวุ่นใจจนนอนไม่หลับ แล้วก็มักจะฝันถึงเรื่องของชายลึกลับคนนั้น

“นึกภาพตามออกมั้ย ชายคนนั้นบอกฉันว่าเขานอนไม่หลับ แต่เขากลับฝันร้ายได้....ท่าจะแย่สุดๆ เลย คุโปะ”

“โทษทีที่พาออกทะเลไปไกล จริงๆ แล้วนักดาบคนนั้นได้ไปเจอกับชายลึกลับที่สะพาน และฉันก็รู้ตำแหน่งของสะพานดังกล่าวแล้ว ไปที่เหมืองลูซู คุโปะ! นายอาจพบเป้าหมายอยู่ที่สะพานแห่งใดแห่งหนึ่งในเหมือง”

“นอกจากนี้ผู้คนยังว่ากันว่าเจ้าชายลึกลับคนนั้นมีความเร็วในการเผ่นอยู่ในระดับเทพมาก กำจัดเขาให้ได้นะ คุโปะ!”

หลังจากรับฟังข้อมูลของชายลึกลับเสร็จแล้วก็ให้เราออกเดินทางเข้าไปยังเหมืองลูซู เมื่อไปถึงสะพานแห่งแรกเราจะพบชายในชุดคลุมสีแดงกับสุนัขสีเขียวที่ปรากฏกายขึ้นมาขวางเราไว้ ยังไม่ทันที่เราจะได้พูดอะไร ชายชุดแดงก็ตะโกนกู่ร้องขึ้นดังว่ามาสู้กัน!!!

“เจ้าโง่!!! เจ้ากำลังเผชิญหน้ากับนักดาบที่เก่งกาจที่สุดในอิวาลิซ เจ้ากำลังเผชิญหน้ากับข้า กิลก้าเมช!!!”

“ข้าตามหาดาบแห่งตำนานมายาวนาน ไปมาสุดขอบฟ้าตามล่าทุกสารทิศ และในที่สุดการเดินทางก็ได้นำพาข้ามายังที่แห่งนี้! เพื่อมาหาเจ้า! อาวุธของเจ้าต้องตกเป็นของข้า!”

หลังจากนั้นกิลก้าเมชก็จะบุกเข้าฟาดฟันรำดาบใส่เรา เขาเป็นชายลึกลับที่มี 6 แขนและถือดาบ 6 เล่มพร้อมกัน ในตอนแรกเขาจะถือดาบซามูไรมา 5 เล่มและดาบ Gunbreplica อีกหนึ่งเล่ม แต่พอสู้ไปเรื่อยๆ แล้วเขาจะตะโกนว่า “ฮึ่ม!! เอาจริงแล้ว!!” แล้วเขาก็จะเก็บดาบซามูไรที่ถืออยู่แล้วเปลี่ยนเอาดาบเล่มใหม่ขึ้นมาแทน โดยลำดับของดาบที่กิลก้าเมชจะชักออกมาคือ Bustereplica -> Orihareplica -> Excareplica

นอกจากนี้กิลก้าเมชยังมีท่าไม้ตายเป็นท่า Ultimate Illusion หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ “Final Fantasy” นั่นเอง

พอกำจัดกิลก้าเมชได้แล้วเขาก็จะรีบหนีเข้าไปในส่วนลึกของเหมือง ก็ให้เราตามเข้าไปจนถึงด้านในสุด ที่นั่นเราจะได้พบกับกิลก้าเมชอีกครั้ง และตอนนี้เขาก็จะเริ่มเอาจริงแล้ว

“ฮะ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”

“ให้ข้ารอตั้งนานเลยนะ กิลก้าเมช พร้อมลุยอีกครั้ง!!!”

สังเกตว่าในตอนนี้กิลก้าแมชจะถือดาบ Fraternireplica ติดมาด้วย ก็ให้เราสู้กับเขาไปซักพัก แล้วเขาก็จะเริ่มบ่นอะไรของเขาไปเรื่อยออกมา

“นั่นก็แค่การทดสอบพลังของแก เจ้ามนุษย์!! ก็แค่การอุ่นเครื่องเท่านั้นแหละ”

หลังจากนั้นก็จะสู้กันก่อน โดยกิลก้าเมชจะชักดาบ Zantetsureplica และ Excalibur XII ขึ้นมาตามลำดับ และก็จะใช้ท่าไม้ตาย Bitter End แล้วตามด้วย Monarch Sword พอเขาใกล้ตายเขาก็หยิบไม้ตายก้นหีบขึ้นมาใช้

“พินาศไปซะเจ้ามนุษย์!! คราวนี้แกต้องเจอกับดาบในตำนาน!!!”

เมื่อสิ้นเสียงกิลก้าเมชก็ชักดาบแห่งโทโระขึ้นมา นี่เป็นอาวุธสุดท้ายของเขาแล้ว เมื่อเราเอาชนะเขาได้การต่อสู้ก็จบลง กิลก้าเมชจะอาศัยจังหวะปลีกตัวหนีไปได้เหมือนเดิม แต่ไม่ต้องห่วงว่าเราจะไม่ได้เจอกับเขาอีก เดี๋ยวตอนทำเควสตกปลาเราก็จะได้เจอกับเขาอีกครั้ง และในภาค Revenant Wings เราก็จะได้พบกับกิลก้าเมชที่เดินทางไกลจนหลงทางไปถึงอวกาศ พอเราไปเจอเข้า...พวกเราก็ขำกันท้องแตกจนกิลก้าเมชรู้สึกเสียหน้า จากนั้นเขาก็จะแถว่าเขาไม่ได้หลงทาง แต่โชคชะตาชักพาให้เขาได้มาช่วงชิงดาบไปจากเราต่างหาก เอากับเขาสิ....

ในตอนนี้หลังจากที่เรากำจัดกิลก้าเมชได้แล้วก็ให้เรากลับไปหามองบลังซ์ ผู้นำคนเก่งจะยกย่องว่าเราคือผู้ที่นำความภาคภูมิใจมาสู่แคลน ทีนี้นักดาบนิรนามที่แพ้ให้กับกิลก้าแมชก็จะสบายใจได้เสียที เพราะอย่างน้อยความภาคภูมิใจที่เขาสูญเสียไปก็ได้ถูกชำระแค้นให้แล้วนั่นเอง