The-3rd-Birthday

สมัย Dissidia 012, T3B, FF Type-0 มีระบบอัพโหลดเซฟของเกมเข้าไปยัง Server ของ Square Enix Member Japan ทางค่ายจึงจัดแคมเปญสนุกๆ มาได้เรื่อยๆ... เช่น แคมเปญแบบหมู่คณะ ให้ผู้เล่นทุกคนช่วยกันฆ่ามอนสเตอร์อีวิลอายส์ ให้ได้ถึง 1 ล้านตัว แล้วทุกคนที่อัพโหลดเซฟเข้ามาจะได้ของรางวัลเป็นไอเทมอย่างงั้นอย่างงี้, หรือแคมเปญแบบเดี่ยว ถ้าใครทำเงื่อนไขนั้นเงื่อนไขนี้ได้ ก็จะได้รางวัลเป็นแบบนั้นแบบนี้, หรือถ้าใครทำเงื่อนไข 20-30 ข้อต่อไปนี้ได้ครบ ก็จะได้ตั๋วแลกไอเทม เอาไปแลกไอเทมต่างๆ ตามรายการที่ทางค่ายกำหนด ซึ่งแต่ละสัปดาห์ ลิสต์ไอเทมก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ มีแคมเปญใหม่ออกมาเรื่อยๆ

ด้วยแคมเปญแบบนี้ ก็จะช่วยหลอกล่อให้คนเล่นเกมนี้กันได้นานขึ้น ....แต่น่าเสียดายที่คนไทยส่วนใหญ่ที่เล่นเกมเหล่านี้ เนื่องจากแกะภาษาญี่ปุ่นไม่ออก ก็เลยไม่รู้เรื่องแคมเปญเหล่านี้ และไม่ได้ร่วมเฮฮาไปกับความสนุกที่ได้จากแคมเปญร่วมหัวกันแบบนี้เลย

ผ่านมาใน FFXIII-2 ช่วงแรกที่เกมออกมาก็ยังไม่มีระบบเชื่อมเกมเข้ากับ Social Network, แต่หลังเกมออกมาได้ระยะหนึ่ง ก็มี Patch เพิ่มระบบแชร์ความคืบหน้าในการเล่นเกมผ่าน Facebook ลงไป... ทว่าข้อมูลที่แชร์นั้นมันไม่น่าสนใจเท่าไหร่ ระบบนี้จึงไม่ได้รับความนิยม แต่นั่นถือเป็นการเริ่มต้นทดลองการผูกตัวเกมเข้ากับ Social Network ได้ดี

มาใน LRFFXIII จึงมีระบบ Out-world Service อย่างเต็มตัว ทำให้ผู้เล่นสามารถแชร์ภาพ Screenshots จากในเกม แชร์ข้อความ ผ่านทาง Facebook, Twitter และโลกในเกมเองได้ ที่ว่าแชร์ผ่านโลกในเกมคือ คนอื่นจะเห็นเรากลายเป็น NPC ตัวหนึ่งในเกม พอกดคุยกับเราก็จะเห็นข้อความและภาพที่เราแชร์ไว้ อีกทั้งยังสามารถซื้อไอเทมที่เราตั้งขายไว้ได้ด้วย

และนั่นก็เป็นหนทางง่ายๆ ในการรวบรวม Turbo Ether... ไอเทมสุดสำคัญของเกม ซึ่งหายาก แต่แบ่งขายกันได้ในราคาแค่ 5,600 เยน

นอกจากนี้ใน LRFFXIII ก็ยังมีจัดแคมเปญให้อัพโหลดสกอร์การต่้อสู้แข่งกัน ประกวดภาพถ่ายบ้าง แล้วมีของรางวัลเป็นไอเทมในเกมให้ ซึ่งก็ล้วนเป็นกิจกรรมที่สนุกดี

ก็ไว้ดูกันต่อไปว่าในเจนฯ PS4, Xbox One ทางค่ายจะสรรหาระบบและกิจกรรมใหม่ๆ ที่เชื่อมเกมกับโลกแห่งความจริงเข้าด้วยกัน ในรูปแบบไหนอีกบ้าง..

หลายคนคงทราบกันดีแล้วว่า คุณฮาจิเมะ ทาบาตะ ผู้กำกับ The 3rd Birthday และ Crisis Core -Final Fantasy VII- พึ่งจะพัฒนาเกมล่าสุดของเขาอย่าง Final Fantasy Type-0 เสร็จสิ้นลง แล้วอยากรู้กันบ้างมั้ยว่างานชิ้นต่อไปของเขาคืออะไร? ในบทสัมภาษณ์จากนิตยสารแฟมิซือฉบับล่าสุดนี้ คุณทาบาตะได้เปิดเผยว่าตอนนี้เขากำลัง "ว่างงาน" อยู่ แต่ก็พอมีไอเดียแล้วว่าจะทำอะไรต่อไปดี

คุณทาบาตะบอกว่าเขาได้คิดเรื่องภาคต่อของ The 3rd Birthday ไว้บ้างแล้ว แต่ถึงกระนั้นเขาก็เชื่อว่าทางค่ายคงอยากให้เขาไปทำเกมอื่นมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคต่อของซีรียส์ Type ที่พึ่งถูกสร้างขึ้นมา ปัจจุบันนี้เค้าโครงภาคต่อของซีรียส์นี้ก็กำลังดำเนินการพัฒนาอยู่

นอกจากนี้คุณทาบาตะยังได้เปิดเผยความในใจว่าเขาอยากสร้างเกมให้กับเครื่องคอนโซลบ้าง แบบเดียวกับที่เคยกล่าวไว้แล้วในบทสัมภาษณ์ก่อนๆ

ขณะที่เรื่องของ FF Type-0 นั้น คุณทาบาตะยอมรับว่าตัวเกมทำยอดขายได้ดี เมื่อพิจารณาว่านี่เป็นภาคแรกของซีรียส์ใหม่ ก็ถือว่าได้รับเสียงตอบรับดี แต่เขายังอยากให้ตัวเกมขายได้ดียิ่งขึ้นไปกว่านี้อีก คุณทาบาตะกล่าว

ที่มา : Famitsu, Andriasang

หลังจากลำบากตรากตรำมานาน ซ้ำยังต้องปวดกบาลกับศัพท์ภาษาอังกฤษใหม่ๆ เช่น กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ สภาความมั่นคงแห่งชาติ องค์กรวิทยาศาสตร์แห่งชาติ  สำนักกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์แห่งชาติ เรือบรรทุกเครื่องบินระดับนิมิทซ์ ............$#*$()(#@))#..... และยังศัพท์แมวๆ อีกมากมาย

ในที่สุดผมก็ได้รับเอกราชคืนจากเกมนี้สักที..................

Entry สุดท้ายที่ผมเขียนถึงเกมนี้ นอกจากในส่วนของ Timeline แล้ว ยังมีในส่วนของ "ข้อควรรู้ประกอบการอ่าน" ซึ่งผมได้ชี้แจงเหตุผลอย่างละเอียดก่อนจะสรุปว่าแท้จริงแล้วเกมนี้น่าจะอ้างอิงแนวคิดแบบใด ใครที่ยังคาใจอยู่ว่าเกมนี้ใช้แนวคิดโลกคู่ขนาน แก้ไขอดีตแล้วเกิดเป็นโลกคู่ขนานใบใหม่ขึ้นมาแบบที่มาเอดะและแบลงก์พูด.... หรือจะใช้แนวคิดโลกใบเดียว แก้ไขอดีตแล้วอนาคตก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกลไกของมัน... ขอเชิญท่านไปเมาร่วมกันเป็นครั้งสุดท้ายได้ใน Entry ดังกล่าว

นอกจากนี้ ในส่วนท้ายสุดของบทความ ผมยังเขียนถึง "คำถามที่ยังค้างคา" ซึ่งเป็นการรวมคำถามยิบย่อยที่ยังเหลืออยู่ พร้อมกับระบุข้อสันนิษฐานของตัวผมเองว่าผมมีความเห็นต่อคำถามเหล่านั้นอย่างไร

เอาเป็นว่าก่อนจะจากลากันกับ The 3rd Birthday ใครที่ยังติดใจอะไรอยู่ ก็ลองเข้าไปอ่านดูละกันครับ

ส่วนตัวผม.... ขอลาไปทำรายงานการหันเหคดีออกจากระบบกระบวนการยุติธรรมในส่วนชั้นหลังมีคำพิพากษา

แล้วเจอกันใหม่ ในเกมต่อไปครับ....... Orz.....

>>> คลิ๊กเพื่อเข้าอ่าน Timeline - The 3rd Birthday

Timeline - The 3rd Birthday

posted on 15 Aug 2011 05:14 by ffplanet in The-3rd-Birthday

-:หมายเหตุ:-

1. Timeline นี้แปลมาจาก Timeline ที่เขียนไว้ในตัวเกม The 3rd Birthday เอง

2. เนื่องจากแต่ละ Episode ของเกมนี้มีเนื้อหาของ Timeline ที่แตกต่างกันออกไป ผมจึงเขียนตัว EP แล้วตามด้วยหมายเลขกำกับไว้หน้าวันเดือนปีที่เกิดเหตุการณ์ โดยตัวเลขดังกล่าวบ่งบอกว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นใน Episode ใดบ้าง ตัวอย่างเช่น EP1 แปลว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเฉพาะใน Episode 1 เท่านั้น

3. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทุก Episode ผมจะพิมพ์ด้วยอักษรสีน้ำเงินเข้ม เพื่อความสะดวกในการแยกแยะ

4. เหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุก Episode แต่เกิดขึ้นใน Episode 6 ด้วย ผมจะพิมพ์ด้วยตัวอักษรสีเขียวเข้ม ดังนั้นใครที่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นใน Episode 6 บ้าง ก็ให้อ่านเฉพาะตัวอักษรสีน้ำเงินเข้มและสีเขียวเข้ม

5. เหตุบางเหตุการณ์จะไม่มีการระบุวันที่ในหัวข้อ ซึ่งก็หมายความว่าไม่อาจระบุวันเกิดเหตุได้ ทว่าบางเหตุการณ์ก็สามารถระบุวันเกิดเหตุได้ แต่ตัวหัวข้อกลับไม่ยอมระบุวันที่ อันนี้ผมก็ไม่เข้าใจเหตุผลเหมือนกัน เช่นเหตุการณ์วันที่ 12 มิถุนายน 2011 และเหตุการณ์วันที่ 12 ตุลาคม 2013

6. ในจุดที่เป็นตัวเลข บางจุดผมก็พิมพ์ด้วยตัวอักษร บางจุดผมก็พิมพ์ด้วยตัวเลข ทั้งนี้การพิมพ์ดังกล่าว ถือตามเอกสาร Timeline ในเกมเป็นหลัก

-:ข้อควรรู้ประกอบการอ่าน:-

1. อีฟจาก Timeline EP1 ไดฟ์ไปแก้ไขเหตุการณ์วันที่ 12 ธันวาคม 2012 จากนั้นอีฟก็โผล่มายัง Timeline EP2

2. อีฟจาก Timeline EP2 ไดฟ์ไปแก้ไขเหตุการณ์วันที่ 21 ธันวาคม 2013 จากนั้นอีฟก็โผล่มายัง Timeline EP3

ในจุดนี้มีข้อสังเกตว่าทั้งที่อีฟไดฟ์ไปสังหารกาเบรียลในวันที่ 21 ธันวาคม 2013 แต่โลกที่อีฟไปถึงหลังจากนั้น นอกจากเหตุการณ์หลังวันที่ 21 ธันวาคม 2013 จะเปลี่ยนไปแล้ว เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นก็เปลี่ยนไปได้วย

การที่อีฟสังหารกาเบรียลในวันที่ 21 ธันวาคม 2013 แล้วพอมาถึง Timeline ของ EP3 ก็พบว่ากาเบรียลได้ตายไปแล้วตั้งแต่วันนั้นจริงๆ เป็นหนึ่งในข้อสนับสนุนว่าเกมนี้อิงแนวคิดที่ว่าการแก้ไขอดีตจะส่งผลถึงอนาคต เพราะอดีต ปัจจุบัน และอนาคต คือโลกใบเดียวกัน

แต่ขณะเดียวกัน การที่เหตุการณ์ก่อนวันที่ 21 ธันวาคม 2013 ถูกเปลี่ยนไปด้วย ก็เป็นหนึ่งในข้อสนับสนุนว่าเกมนี้อิงแนวคิดโลกคู่ขนาน การที่อีฟไปถึง Timeline EP3 ก็คือไปถึงโลกคู่ขนานที่อาจเป็นอย่างไรก็ได้ ไม่จำต้องมีความสัมพันธ์กับโลกเดิม อีฟก็แค่ไปถึงโลกที่กาเบรียลตายไปแล้วตั้งแต่วันนั้น และมีประวัติศาสตร์ก่อนหน้านั้นไม่เหมือนกับโลกใน Timeline EP2

ในทางตรงกันข้าม การที่เหตุการณ์ก่อนวันที่ 21 ธันวาคม 2013 เปลี่ยนไป เราอาจคิดว่านั่นเป็นฝีมือของทวิสเต็ดก็ได้ กล่าวคือในขณะที่อีฟกำลังไดฟ์ไปแก้ไขอดีต ทวิสเต็ดจากอนาคตอันไกลโพ้นก็ได้ย้อนกลับไปในอดีตที่เก่ากว่าวันที่ 21 ธันวาคม 2013 ทำให้เหตุการณ์บางอย่างได้เปลี่ยนไปจนเกิดเป็นโลกใน Timeline EP3 หากคิดแบบนี้ก็ยังคงอยู่ในแนวคิดที่ว่าการแก้ไขอดีตจะส่งผลถึงอนาคต

3. อีฟจาก Timeline EP3 ไดฟ์ไปแก้ไขเหตุการณ์วันที่ 7 มกราคม 2012 จากนั้นอีฟก็โผล่มายัง Timeline EP4

4. ใน Timeline 4-6 อีฟไม่ได้ไดฟ์กลับไปยังอดีต เพียงแต่ไดฟ์ไปสิงคนที่อยู่ในยุคปัจจุบัน

5. ในตอนจบ อีฟไดฟ์ไปแก้ไขเหตุการณ์วันที่ 24 ธันวาคม 2010 จากนั้นอีฟก็โผล่มายัง Timeline สุดท้ายซึ่งผมไม่ได้เขียนไว้ใน Timeline ด้านล่างนี้ แต่ที่น่าแปลกใจคือ ใน Timeline สุดท้ายนั้นเหตุการณ์ก่อนวันที่ 24 ธันวาคม 2010 ก็เปลี่ยนไปด้วย กล่าวคือในโลกของ Timeline สุดท้าย ไม่เคยมีอีฟในร่างเด็กมาก่อน ไม่เคยมีไฮด์มาก่อน หน่วย SWAT ก็ไม่ได้โผล่มายิงในพิธีแต่งงาน แถมอิซาเบลล่ากับซานดร้าก็ไม่ได้ถูกรถบรรทุกชนตายไปตั้งแต่ปี 2006 ทั้งคู่ยังคงมีชีวิตอยู่!!

เรื่องนี้จะอธิบายว่าทวิสเต็ดย้อนเวลามาแก้ไขอดีตก็ไม่ได้ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าทวิสเต็ดย้อนอดีตได้ก็จริง แต่พวกมันไม่สามารถย้อนไปถึงช่วง Time Zero ซึ่งก็คือ 24 ธันวาคม 2010 ดังนั้นพวกมันจึงไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขเหตุการณ์ก่อนหน้าปี 2010 ได้อย่างแน่นอน