แชนแนล MrHappy1227 ใน Youtube บอกว่าได้ส่งอีเมลไปขอสอบถามกึ่งสัมภาษณ์ทีมงาน Final Fantasy XV เมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา และได้รับอีเมลตอบกลับมาจากทีมงานเมื่อวานนี้
 
ประเด็นที่คุณ MrHappy1227 สอบถามไปมีอยู่ 10 หัวข้อด้วยกัน ใจความสำคัญดังนี้
 
- จากที่เดือนมีนาคมมีการเพิ่ม Chapter 13 Verse 2 ซึ่งเป็นมุมมองของกลาดิโอลัสลงไปในเกม ทีมงานบอกว่าตาม Roadmap นั้นมีแผนที่จะอัพเดทเกมเพื่อเพิ่มรายละเอียดของอีเวนต์ต่าง ๆ ลงไปด้วย แม้ว่าอัพเดทนั้นจะไม่ใช่การเล่นจากมุมมองของบอยแบนด์คนอื่น ๆ เองก็ตาม
 
- หลังจากนี้มีแผนที่จะอัพเดทระบบ Free Driving อันเป็นการขับรถเรกาเลียแบบ Off-Road ลงไปในเกมด้วยแน่นอน (ก่อนหน้านี้บอกแค่ว่ากำลังทดลองอยู่แต่ไม่รับประกันว่าจะได้ใส่เข้าไปในเกม ตอนนี้ยืนยันได้แล้วว่าจะใส่)
 
- สำหรับคำถามว่าจะมีการอัพเดทเกมให้ยากขึ้นมั้ยเพราะตอนนี้มันง่ายเสียเหลือเกิน ปัจจุบันทีมงานไม่มีแผนจะอัพเดทเกมให้ยากขึ้น ถ้าอยากได้กันจริง ๆ ก็ลองรีเควสต์กันเข้ามาละกัน
 
- จากงาน GDC ที่ทีมงานเอาคลิป Technical Test ไปโชว์ และมันมีเซอร์บีรัสที่เคยปรากฏตัวในภาคหนัง Kingsglavie แล้วอยู่ด้วยนั้น ทีมงานบอกว่ามันเป็นสิ่งที่ทดสอบกันอยู่ ซึ่งถ้าผู้เล่นอยากจะได้สู้กับเซอร์บีรัสจริง ๆ ทีมงานก็จะลองเพิ่มเข้าไปในเกมดู รวมถึงการสู้กับไดมอนด์เวพ่อนด้วย
 
- จากที่ถามว่าจะมีการอัพเดทระบบ Score Attack แบบ Episode Gladiolus ลงไปในดันเจียนต่าง ๆ ของเกมด้วยหรือไม่ ทีมงานบอกว่าดันเจียนในตัวเกมหลักมันไม่ได้ออกแบบให้รองรับระบบแบบนั้นมาแต่แรก คงเป็นไปได้ยาก
 
- ระบบ Music Player ในเกมมันมีเพลงของภาคต่าง ๆ ให้เปิดฟังได้ แต่ดันไม่มีเพลงของภาค 15 มันเองอยู่ด้วยนั้น ปัจจุบันทีมงานก็ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าควรเพิ่มเพลงของภาค 15 ให้เปิดฟังได้จาก Music Player ในเกมเลยมั้ย
 
- เมื่อตัวเกมมีอัพเดทครั้งต่อไป ระบบ Timed Quest มันก็จะกลับมา และคราวนี้จะมาเป็นจุดโฟกัสอีกครั้ง
 
- Episode Prompto นั้นแตกต่างจากตอนของกลาดิโอลัสทั้งลักษณะเนื้อเรื่องและเกมเพลย์ พวก DLC เนื้อเรื่องเสริมเหล่านี้จะทำมาเพื่อสะท้อนแคแรคเตอร์ของตัวละคร อย่างของกลาดิโอลัส ก็ออกมาเป็นเกมเพลย์แนว Powerful Battle Action สำหรับ Episode Promto พล็อตเรื่องก็จะเกี่ยวกับโลกภายในใจของเจ้าพรอมท์ และเกมเพลย์แบบ Shooter-type Action
 
- ทีมงานเองรับรู้ว่าช่วงหลังนี้มีกระแสเรียกร้องให้ทำ DLC เนื้อเรื่องของลูน่า อราเนีย และอาร์ดันกันมากขึ้น ก็จะพิจารณากันต่อไปว่าจะมีทางทำตามความคาดหวังนั้นมั้ย ทว่าปัจจุบันยังไม่มีแผนสำหรับ DLC Season 2 แต่อย่างไร
 
- สุดท้ายเมื่อถามว่า Episode Prompto และ Ignis จะมีความยาวพอ ๆ กับ Episode Gladiolus หรือไม่? ทีมงานตอบมาแบบกำกวมว่า Episode Gladiolus is one measuring stick as far as volume of content. ซึ่งคุณ MrHappy1227 ที่เป็นผู้ส่งอีเมลไปถาม ก็ขยายความให้ว่าทีมงานหมายถึง DLC Episode Gladiolus สามารถเอาไปเทียบเคียงกับอีก 2 Episode ได้ แต่ไม่รู้ว่าไอ้ที่เทียบเคียงกันได้คืออะไร มันตีความได้ 2 แง่ แง่หนึ่งหมายถึงเนื้อเรื่องทั้ง 3 Episode จะมีความยาวใกล้เคียงกัน แง่สองหมายถึง DLC ทั้ง 3 Episode ประกอบด้วยเนื้อเรื่อง โบนัส และโหมดเสริม เหมือนกัน
 
 
หลานสาวผมพึ่งดู Daddy of Light จบเมื่อกี้ ตอนดูไปเธอก็ตื่นเต้น มีอารมณ์ร่วม สนุกไปกับละครมาก
 
เนื่องด้วยหลานผมเคยเล่น FFXIV มาก่อนด้วย ถึงจะแค่เวลาสั้น ๆ ได้เล่นเป็นปาร์ตี้ลงดันฯ แค่ไม่กี่ครั้ง (แน่นอนว่าต้องมีตัวผมตามไปเป็นพี่เลี้ยงด้วย) แต่ก็มีความทรงจำที่ดีกับเกม
 
พอได้ย้อนกลับมาฟังเพลงของกริดาเนีย น้ำตามันก็จะไหลออกมา ฮือออออ
 
หลานบอกว่าชอบเรื่องราว ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกมาก มันมีอะไรที่ซึ้งเยอะ
 
จนกระทั่งมาดูตัวอย่างตอนต่อไปเนี่ยแหละ
 
มีทั้งผู้หญิงสาวสวยออกมา
มีทั้งพ่อบอกว่าอยากเลิกเล่น
 
"หนูไม่อยากดูตอนต่อไปแล้วววววว TTwwTT"
 
ผมหันไปถามหลานทันทีว่าอะไรกัน แค่มีผู้หญิงสาวสวยออกมาเบี่ยงความสนใจ ทำให้ถึงกับไม่อยากดูต่อแล้วเลยเหรอ? มีเหตุผลหน่อยสิ
 
"ถ้าเป็นกู๋บอน การที่ตัวเอกของเรื่องเป็นผู้ชาย ทำให้ความอยากดูลดลงกี่ % เปอร์เซนต์?"
 
ผมเรียนตามตรงไปว่า 70%....
 
หลานก็บอกว่านั่นแหละ เพศของแคแรคเตอร์ มันมีผลต่อความรู้สึกในการอยากดูต่อ ผมก็อยากให้ทั้งเรื่องมีแต่ผู้หญิง หลานสาวก็อยากให้ทั้งเรื่องมีแต่ผู้ชาย มันก็เป็นเช่นนั้นเองงง T3T
 
-----------------------------------------------------
 
แบ่งปันประโยคช่วงหนึ่งจาก FFXIV: Daddy of Light
 
เป็นประโยคที่ทำให้ผมสะดุด เหมือนโดนกระโดดถีบเข้ากลางใจตั้งแต่ได้ยินครั้งแรกเลย
 
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ตอนเด็ก ๆ มีประสบการณ์งงกับคุณพ่อว่า ปกติก็พ่อเคร่งเครียดจริงจังกับทุกอย่างแท้ ๆ แต่ไหงบางทีก็มีช่วงที่พ่อเดเระ ใจดีกับทุกคนทุกอย่าง บางทีก็ถึงขั้นเอ่ยปากลากผมไปซื้อตลับก๊อบ Rockman World 5 ที่สะพานเหล็กขึ้นมา (ทั้งที่ปกติพ่อไม่ชอบเห็นผมเล่นเกมแท้ ๆ)
 
ช่วงไหนพ่อดูอาการหนัก ก็ถึงขั้นบอกว่าซื้อเกมเดียวมันจะพอเหรอ เอาอีกเกมดีมั้ย...
 
แต่พอกลับสู่สภาวะปกติ พอเห็นผมเล่นเกม พ่อก็จะเกรี้ยวกราดใส่เรื่อยมา
 
ผมก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรมาก ไม่ได้เก็บมาคิด จนกระทั่งมาดูละครตอนนี้ แล้วก็ย้อนกลับมาคิดถึงพฤติกรรมของผมเอง ในวัยที่ทำงานที่ทำงาน รับผิดชอบกิจการที่บ้าน และต้องเลี้ยงหลานแล้ว
 
ผมถึงเข้าใจว่ามันใช่เลย.... ช่วงไหนที่งานมันไม่มีปัญหา เราก็มุ่งมั่นทุ่มเทให้กับงานอย่างเต็มที่ พอเราทำงานจนเหนื่อย สมาธิเราก็อาจยังโฟกัสกับงานอยู่ ทำให้เราใส่ใจหรือสังเกตความรู้สึกของคนในครอบครัวน้อยลง แม้เราจะรับผิดชอบภาระ (ธุรกิจบ้าน งานบ้าน สอนหนังสือหลาน ให้ค่าขนม ดูแลพ่อแม่) เบื้องต้นได้สมบูรณ์ แต่การสังเกต ใส่ใจ หรือเลือกคำพูด มันไม่ได้ออกมาดีที่สุดแน่
 
ในทางกลับกัน เวลาชีวิตติดขัด มีปัญหางานเอย ปัญหาความสัมพันธ์กับคนเอย เราก็จะย้อนมามองว่าเรายังมีบ้าน มีครอบครัวที่จะอยู่เคียงค้างและสนับสนุนเราไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ยังมีพ่อแม่ มีหลานสาวที่รอเรากลับไปเล่นด้วยอยู่
 
แล้วผมก็จะเข้าโหมดหนีปัญหา พยายามลืมปัญหาที่ติดขัดอยู่สักพัก แล้วมาโฟกัสกับการใส่ใจครอบครัว ทำให้ช่วงนี้ก็จะสังเกตและใส่ใจความรู้สึกคนรอบข้างได้มากกว่าปกติ เวลาเลือกคำพูด ก็รู้จักเลือกคำพูดที่มันจะดีต่อใจพวกเขามากที่สุด มันก็จะดีกว่าเวลาปกติไปอีกขั้นหนึ่ง
 
สุดท้าย ผมมักคิดอยู่เสมอว่าเราทำงานเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข ยังไงครอบครัวก็ต้องมาก่อนทุก ๆ อย่าง... แต่ในทางปฏิบัติ บางทีเราก็หละหลวม เหนื่อยจนดูแลเทคแคร์คนในครอบครัวได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น
 
เมื่อรู้แล้ว... วันนี้ คืนนี้ รวมถึงพรุ่งนี้และวันต่อ ๆ ไปด้วย
 
อย่าลืมใส่ใจคนในครอบครัวให้มากขึ้น เหมือนในวันที่เรามีปัญหานะครับ พยายามทำแบบนั้นให้ได้ทุก ๆ วัน.... มันอาจจะเหนื่อยจัด แต่ก็เอาให้มากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ครับ :)
 
--------------------------------------------
 
สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู FFXIV: Daddy of Light เข้าไปรับชมคลิปตอนแรกได้ที่
 
 
ในงานถ่ายทอดสดและเลี้ยงดื่มฉลองในโอกาสที่ NieR: Automata ทำยอดส่งและขายแบบดิจิตอลได้เกิน 1 ล้านชุด ทีมงานได้พูดคุยหยอกล้อกันเล่นหลายอย่าง ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือคุณโยโกะ ทาโระ ผู้กำกับซีรีส์ NieR แกหยอกถึงเรื่อง "เงิน"
 
"เคยพูดไปแล้ว แต่ขอพูดอีกครั้งละกัน แค่อยากให้ทุกคนรู้ว่าหลังจากผ่านหลักล้านชุดได้แล้ว... ผมยังไม่เห็นเงิน (โบนัส) เลย"
 
หลังจากนั้นคุณโยสึเกะ ไซโต ผู้อำนวยการของซีรีส์ก็รีบออกตัวว่าเขาก็ไม่ได้เงินโบนัสพิเศษจากการผ่านหลักล้านชุดเหมือนกัน หลังจากนั้นทั้งสองก็แซวกันว่ายังไงก็ได้ชื่อว่าเป็นคนสร้างเกมที่ขายได้เกินล้านชุดแล้ว ต่อไปก็ใช้คุยอวดดึงดูดสาว ๆ มากหน้าหลายตาให้เข้าหาได้
 
ถัดมาเมื่อพูดกันถึง DLC ชุดคอสตูมของตัวละครจาก NieR ภาคแรก ที่จะออกมาให้ใช้กันในเดือนหน้า คุณทาโระก็บอกกับคุณเนกิชิซึ่งเป็นทีมงาน Platinum Games ว่าหลังจากคลอดชุดภาคแรกออกมาแล้ว ต่อไปคงมีคงเรียกร้องให้รีเมคภาคแรกกันมากขึ้น ทางคุณเนกิชิสนใจรีเมครึเปล่าล่ะ? ซึ่งคุณเนกิชิก็บอกว่าแน่นอน!!
 
ต่อมาทีมงานแฟมิซือ ก็ถามคุณทาโระ บ้างว่า ถ้ามีเวลา สนใจจะรีเมค NieR ภาคแรกหน่อยมั้ย?
 
คุณโยโกะเลยตอบกลับมาว่า "จะทำไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ ขอแค่ส่งเงินมาให้"
 
ทั้งหมดก็เป็นการพูดหยอกล้อขำขันกัน ไม่ได้หมายความว่าจะมีหรือไม่มีการรีเมคแต่อย่างใด แต่ดูแล้วคุณทาโระแกไม่เกี่ยงงานแน่นอน ขอให้ซัพพอร์ทเงินแกหน่อย ก็ทำตามสั่งได้ทุกอย่าง
 
 
 
จากงานถ่ายทอดสดการฉลองยอดส่งแผ่น + ขายแบบดิจิตอลครบ 1 ล้านชุดของ NieR: Automata ที่กำลังออกอากาศอยู่ตอนนี้ มีการเปิดเผยว่าจะเพิ่ม DLC ลานประลองและคอสตูมใหม่ 3 ชุด
 
DLC นี้สนนราคา 1,500 เยน วางจำหน่าย 2 พฤษภาคมนี้ โดยผู้เล่นต้องขึ้นลิฟฟ์ไปยังลานประลอง เมื่อสู้แล้วก็จะได้รางวัลเป็นไอเทมใหม่ และคอสตูมใหม่ 3 ชุด
 

 

 
โดยคอสตูมใหม่เป็นชุดของตัวละครภาคแรก (ไคเน่ เนียร์เด็ก เนียร์โต) เข้าไปในเกมภาคล่าสุดนี้ด้วย โดยชุดไคเน่สำหรับ 2B, ชุด เนียร์เด็กสำหรับ 9S และชุดเนียร์โตสำหรับ A2
 

 

 

 

 
ไฮไลต์ของลานประลองนี้อยู่ที่บอสโยสึเกะ มัตสึดะ ประธานและ CEO ของ Square Enix ส่วนพี่โล้นแว่นที่มาด้วยกัน คือคุณเคนอิจิ ซาโต้ ประธานและ CEO ของ Platinum Games

นอกจากนี้งานคอนเสิร์ตที่กำลังจะจัดปลายเดือนนี้ จะมีการถ่ายทอดสดผ่านช่อง NicoNico ด้วยจ้ะ
 
 


Square Enix เปิดเผยรายละเอียดของระบบใหม่ใน Final Fantasy XII -The Zodiac Age- (PS4) เกมภาครีมาสเตอร์ของ Final Fantasy XII จากยุค PS2 ซึ่งงวดนี้มีการเปิดเผยเรื่องน่าสนใจที่จะทำให้วิธีการเล่น การวางแผนต่อสู้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก นั่นคือการที่ตัวละครเราสามารถมี "Job ที่ 2" ได้แล้ว

เดิมทีแล้ว FFXII ตัวออริจินอลนั้นไม่มีระบบ Job ทำให้ตัวละครแต่ละตัวสามารถเรียนรู้อบิลิตี้ทั้งหมดในเกมได้แบบไม่มีข้อจำกัด แต่พอในเวอร์ชั่น FFXII -Zodiac Job System- ก็ได้มีการเพิ่มระบบ Job ลงไป ให้ตัวละครแต่ละตัวเรียนรู้ Job ได้อันเดียว และการเรียนรู้อบิลิตี้ก็จะจำกัดอยู่แค่อบิลิตี้ที่เกี่ยวข้องกับ Job นั้น ๆ


ทว่าสำหรับเวอร์ชั่น The Zodiac Age บน PS4 นี้ ตัวละครเดิน License Board จนสามารถปลดล็อค "L Board Plus" ได้แล้ว เกมจะให้เราเลือก Job ที่ 2 ของตัวละครนั้น ๆ ทำให้ตัวละครดังกล่าวสามารถเรียนรู้อบิลิตี้ของ Job ที่ 2 เพิ่มเข้าไปได้

ในส่วนของข้อมูลใหม่ ทางค่ายยังเปิดเผยเพิ่มด้วยว่ามีการเพิ่มเพลงใหม่เข้าไปในเกม 8 เพลงด้วยกัน

ขณะที่ในส่วนของข้อมูลเก่าที่ทางค่ายเปิดเผยไว้ร่วมปีแล้ว บอกว่าในเวอร์ชั่นนี้จะแตกต่างจากเวอร์ชั่น Zodiac Job System ดังนี้

- รองรับระบบเสียง 7.1 ch
- มีเสียงพากย์ทั้งภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษอยู่ในเกม
- มีทั้ง BGM แบบเก่าและแบบใหม่อยู่ในเกม
- มีระบบ Auto-save
- ปรับปรุงคุณภาพของโหมด Speed x2 x4
- เพิ่ม Transparent Map ลงไป สามารถปิด/เปิดเพื่อดูว่าเราอยู่ส่วนไหนของแมพได้


http://game.watch.impress.co.jp/docs/news/1055183.html