หลังจากที่โพลล์ "เพลงประกอบใดไฉไลที่สุด?" ได้ถูกเปิดให้ชาว FFplanet โหวตกันตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2009 จนถึงตอนนี้เป็นเวลาร่วมครึ่งปีแล้ว คงถึงเวลาที่จะได้สรุปผลการโหวตของเจ้าโพลล์นี้กันเสียที โดยในการโหวตครั้งนี้ก็มีผู้ร่วมโหวตกันเข้ามาถึง 943 ครั้ง... เรียกได้ว่าเป็นโพลล์ที่ได้รับเสียงตอบรับดังที่สุดตั้งแต่เริ่มเปิดให้โหวตกันมาเลยทีเดียว แต่ผลจะเป็นอย่างไรนั้น เราไปดูกันเลยดีกว่า!!

 

ท้ายที่สุดแล้วเพลงที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากแฟนๆ ไฟนอลทุกหมู่เหล่าก็คือเพลง Eyes on me ซึ่งเป็นเพลงประกอบเกม Final Fantasy VIII และถือเป็นเพลงขับร้องเพลงแรกเท่าที่ซีรียส์นี้เคยมีมาด้วย สิบปีก่อนนั้นเพลง Eyes on me เป็นที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก และถือเป็นเพลงจากเกมเพลงแรกๆ ที่ทำตลาดในทุกๆ ประเทศได้อย่างยอดเยี่ยม คนฟังเพลงทั่วไปไม่ว่าจะเล่นหรือไม่เล่นเกมต่างก็ต้องรู้จักเพลงนีกันทั้งนั้น งานนี้ก็ต้องบอกว่าเพลง Eyes on me อาศัยความเก๋าและบุญเก่าๆ ที่เคยสั่งสมไว้ทำให้ได้มาซึ่งผลโหวตอันดับ 1ครับ

ถัดมาลำดับ 2 กับเพลง Why ที่เป็นเพลงประกอบเกม Crisis Core -Final Fantasy VII- ที่จริงๆ แล้วตอนที่ฟังเพลงนี้ครั้งแรกหลายๆ คนคงไม่รู้สึกว่าเพลงมันเพราะอะไร แต่เมื่อได้ฟังเพลงนี้พร้อมกับฉากจบเกม Crisis Core (ซึ่งถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในฉากจบเกมในซีรียส์ FF ที่ดีที่สุดเทียบเท่า FFIX ไปแล้ว) ก็จะพบถึงความหมายที่แท้จริงของมัน และเข้าถึงความรู้สึกที่แท้จริงที่ผู้ร้องต้องการส่งบอกมา ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ดี แต่ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งที่เพลงนี้โด่งดังได้ก็เพราะมันเป็นเพลงประกอบเกมใน Compilation of Final Fantasy VII ซึ่งมีสาวกและแม่ยกอยู่มากมายทั่วทุกมุมโลกนั่นเอง

เมื่อพิจารณาจากคะแนนแล้วจะเห็นว่าเพลง Eyes on me ได้คะแนนเฉือนเพลง Why ไปแค่ 2 แต้มเท่านั้น ดูเผินๆ เหมือนจะสูสี แต่เอาจริงๆ แล้ว Eyes on me ได้คะแนนทิ้งห่างอยู่พอตัวครับ ทั้งนี้เพราะมีผู้ไม่ประสงค์ดีบางคนได้ปั๊มโหวตเพลง Why เอาไว้นั่นเอง ดังนั้นถ้านับคะแนนจริงๆ จะพบว่าเพลง Eyes on me กินขาด....

ถัดมาลำดับที่ 3 ก็เป็นเพลง Melodies of Life ท่วงทำนองแห่งชีวิตที่ถูกใช้เป็นเพลงประกอบฉากจบเกมที่ดีที่สุดในซีรียส์อย่าง Final Fantasy IX ส่วนตัวแล้วผมค่อนข้างชื่นชอบเพลงนี้มากกว่า 2 เพลงด้านบนอยู่เยอะ และค่อนข้างเชื่อมั่นว่าเพลง Melodies of Life มันสมควรได้อันดับที่ดีกว่านี้ แต่เมื่อได้แค่อันดับที่ 3 ก็ต้องทำใจยอมรับไปครับ T___T

อันดับที่ 4 ก็เป็นเพลงนอกคอกอย่าง Passion ซึ่งจนถึงวันนี้ผมก็ยังไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเพลงมันเพราะตรงไหน เทียบกับ Hikari แล้ว ผมรู้สึกว่าเพลง Hikari ยังแสดงออกถึงพลังเสียงที่ยิ่งใหญ่ และท่วงทำนองที่สามารถสะกดใจคนได้มากกว่ากันเยอะ... ผมคาดว่าสาเหตุที่เพลงจาก KH ได้คะแนนเยอะขนาดนี้ก็เพราะ... เหล่าแม่ยก KH ที่เป็นสมาชิกหลักของ FFplanet ช่วยกันระดมกดให้เพลงจากเกมที่ตัวเองชอบกันนั่นเอง...

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในอนาคตที่นี่จะโดนอารยธรรม KH เข้ากลืนกินจนกลายเป็น KHplanet รึเปล่านะครับ = ="....  ทุกวันนี้เห็นข่าว KH มีคนคอมเมนต์มากกว่าข่าว FF ผมก็เริ่มสับสนแล้วแล...

เป็นอันว่าจบการแถมั่วไป 1 โพลล์ ลำดับถัดมาเราจะไปดูกันที่โพลล์ "ความเห็นที่มีต่อเสื้อผ้าชุดเก่าและเสื้อผ้าใหม่ของอควอ?" ที่พึ่งเปิดให้โหวตมาได้แค่ 10 วัน ไปดูกันเลยว่าชาวประชาทั้ง 109 คนเค้าจะประทับใจชุดเก่าหรือชุดใหม่มากกว่ากันครับ!!

ผลการโหวตออกมาว่าคำตอบที่ดูฉลาดที่สุดอย่างข้อ ไม่ใช่เรื่องจะมาเถียงกัน เป็นข้อที่ได้รับคะแนนสูงสุดไปนั่นเอง จริงๆ แล้วต้องบอกว่าผมคิดข้อนี้ขึ้นมาเอาไว้ดักคนที่ไม่มีความเห็นมากกว่า พอไม่มีความเห็นว่าชุดไหนดีกว่าก็เลยตอบข้อที่ดูฉลาดและเป็นกลางมากที่สุด แต่เอาเข้าจริงแล้วจะบอกว่าอย่ามาเถียงกันก็คงไม่ถูกเท่าไหร่นัก เพราะโพลล์นี้มันโหวตเอาฮาอยู่แล้ว...

ส่วนผลการโหวตจริงๆ นั้น ปรากฏว่าคนส่วนใหญ่ชอบ ชุดเก่า มากกว่าชุดใหม่อยู่เกือบเท่าตัวเลยครับ แต่ก็น่าแปลกนะเพราะตอนคอมเมนต์เนี่ย ไม่มีใครคนไหนหล่นความเห็นไว้เลยว่าชอบชุดเก่าที่ดูเซ็กซี่ ทุกคนที่มาคอมเมนต์มีแต่บอกว่าชอบชุดใหม่ที่ดูเรียบร้อยด้วยกันทั้งนั้น... สรุปแล้วคนที่ช่วยกันคอมเมนต์ว่าชอบชุึดเก่าเนี่ยหายตัวไปไหนกันหมดครับ ไม่ทราบว่าท่านเขินอายจนไม่กล้าเปิดเผยตัว... หรือกลัวเป็นแกะดำที่ไม่มีใครรักกันแน่ถึงไม่กล้าแสดงตัว เอาเป็นว่าขอให้ท่านรู้ไว้ละกันว่าท่านมิได้เดินอยู่อย่างเดียวดาย ยังมีคนอีกมากมายที่โหวตว่าชอบชุดเก่าที่ดูเซ็กซี่บาดใจมากกว่า รวมถึงผมด้วยครับ ฮ่าๆๆๆๆ

ดังนั้นใครที่โหวตชุดเก่าไป ถ้ารู้ตัวแล้วก็ช่วยแสดงตัวให้ผมเห็นหน่อย อยากจะรู้ว่ามีใครโหวตชุดนี้มั่ง นะ นะ :P

งานนี้ก็ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยโหวตกันเข้ามาโดยเฉพาะคนที่กดโหวตแค่ข้อที่ชอบที่สุดเพียงครั้งเดียว ก็ต้องขอขอบคุณมากๆ ที่ช่วยเล่นตามกติกานะครับ เอาไว้ในวันสองวันนี้ผมจะมีโพลล์ใหม่มาให้เล่นกันต่อ ส่วนจะเป็นอะไรนั้น ต้องติดตามชมกันให้ดีครับ!

 

หลังจากที่ปกเกมเวอร์ชั่นแฟนเมดรูปไลท์นิ่งควบโอดินได้ถูกเผยแพร่ออกไปจนทำให้แฟนๆ จำนวนมากหลงผิดคิดว่านี่คือปกเกม Final Fantasy XIII ของจริงแล้ว ล่าสุดนี้เว็บไซต์ E-Store ของทาง Square Enix ก็ได้ทำให้ความจริงนั้นกระจ่างใสขึ้น ด้วยการเผยโฉมแพ็คเกจเกม Final Fantasy XIII เวอร์ชั่นของจริงไม่อิงนิยายให้แฟนๆ ที่ตั้งตาคอยกันอยู่ได้ผลกัน ซึ่งรูปโฉมที่ออกมาก็ยังคงเอกลักษณ์ในแบบไฟนอลแฟนตาซีได้อย่างไม่มีผิดเพี้ยน งานนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าแฟนๆ จะชอบหรือชังกับปกแบบนี้มากกว่ากันนะเนี่ย ฮาๆ

สำหรับตัวเกมนั้นจะวางจำหน่ายในวันที่ 17 ธันวาคม 2009 ด้วยราคา 9,240 เยน รหัสเกม BLJM-67005 สำหรับใครที่อยากเล่นเกมแต่ยังไม่มีเครื่องก็ไม่ต้องคร่ำครวญให้เสียเวลาครับ โปรดเก็บความกระหายไว้ แล้วแปรเปลี่ยนมันเป็นความตั้งใจที่จะเก็บหอมรอมริบเงินจนสามารถคว้าสิ่งที่ต้องการมาครอบครองได้ดีกว่า

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งข่าวสำคัญที่ควรรู้คือ หลังจากที่ Theme Song ของ Final Fantasy XIII ที่มีชื่อว่าเพลง Kimiga Irukara ได้เผยแพร่ออกทางสถานีวิทยุที่ญี่ปุ่นแล้ว ก็ได้มีแฟนบางส่วน rip ไฟล์เพลงออกมาเผยแพร่ทางโลกออนไลน์กันเรียบร้อย ตัวผมเองหลังจากที่ได้ฟังแล้วก็รู้สึกว่ามันอาจจะไม่ใช่เพลงที่ยอดเยี่ยมอะไร แต่มันก็ยังเป็นเพลงที่ดี ถึงแม้มิสเตอร์โมโตมุ โทริยามะจะมีพรสวรรค์ในการกำกับเกมได้น่าเบื่ออย่างไร... แต่เพลงของคุณซึกาวาระ ซายูริเพลงนี้ก็ยังคงเป็นเพลงที่ดีอยู่ดี

ผมลองหลับตาแล้วฟังท่วงทำนองของเพลงไป พลางจินตนาการถึงบรรยากาศตอนจบแล้วครั้งแรก ก็รู้สึกได้ครับว่าเพลงๆ นี้ ดีพอที่จะมอบความอิ่มเอมใจในระดับทะลักจุดแตกให้กับการจบเกมครั้งแรกได้อย่างแน่นอน ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่เพลงที่อลังการอะไรมากมาย แต่ก็นับว่าเป็นเพลงที่ดีครับ

ดังนั้นผมจึงตัดสินใจแล้วว่าจะต้องซื้อซิงเกิล และ OST ของเพลงนี้มาให้ได้ เพื่อเป็นการสนับสนุนชิ้นงานที่เรารัก สนับสนุนศิลปินที่เราชื่นชอบ และสนับสนุนค่ายเกมที่เราศรัทธา

สำหรับไฟล์เพลงนั้นคงต้องให้เพื่อนๆ ไปหากันเอง เพราะผมมีจุดยืนที่จะไม่สนับสนุนการ Piracy ใดๆ ส่วนใครที่ได้ฟังเพลงไปก่อนแล้วและรู้สึกประทับใจ ก็เตรียมจดรายละเอียดด้านล่างนี้เพื่อไปสั่งซื้องานเพลงกันได้เลย

ซิงเกิล : Kimiga Iru Kara (君がいるから)
วางจำหน่าย : 2 ธันวาคม 2009
ราคา : 1,500 เยน
รหัส CD : FLCF-4310
จำนวนเพลงในแผ่น : 6 เพลง
หมายเหตุ : แถม DVD Promotion Video ของ Final Fantasy XIII อีก 1 แผ่นด้วย
รายละเอียดอื่นๆ : http://ffplanet.exteen.com/20091027/kimiga-iru-kara

OST : Final Fantasy XIII
วางจำหน่าย : 27 มกราคม 2010
ราคา : 3,990 เยน (ชุดลิมิตเต็ด 5,250 เยน)
รหัส CD : SQEX-10183 (ชุดลิมิตเต็ด SQEX-10178)
จำนวนแผ่น : 4 CD (ชุดลิมิตเต็ดแถม Drama CD นิยายตอน Encounter อีก 1 แผ่น)
รายละเอียดอื่นๆ : http://ffplanet.exteen.com/20091023/27-ost-final-fantasy-xiii

ที่มา : E-Store, Amazon

Last TVCM - The Crystal Bearers

posted on 02 Nov 2009 23:47 by ffplanet

เว็บไซต์หลักของเกม Final Fantasy Crystal Chronicles -The Crystal Bearers- ได้อัพเดท TVCM ตัวล่าสุดของเกมลงไปในเว็บเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางเว็บได้ปล่อย TVCM ความยาว 15 และ 30 วินาทีมาให้ชมแล้ว ก็ถึงเวลาที่ TVCM ตัวล่าสุดที่มีความยาว 1 นาทีจะได้ฤกษ์ออนไลน์กับเขาซะที

โดย TVCM ตัวสุดท้ายนี้นอกจากจะโชว์ฉากสำคัญๆ และเกมเพลย์ทั้งแหล่ทั้งหลายของเกมแล้ว ทางค่ายยังได้นำเพลง "We weren't born to followed" ของ Bon Jovi มาเป็นเพลงประกอบโฆษณาอีกด้วย งานนี้ใครที่หลงใหลในท่วงทำนองของ Bon Jovi หรือเจอความเท่ห์พร้อมมนต์สเน่ห์ของคู่หู เลล & เบลล์  กระชากใจเข้าให้ ต้องคลิ๊กเข้าไปดูโฆษณาดังกล่าวให้ได้!!

ที่มา : http://www.crystalbearers.jp/

และแล้ววันวางจำหน่ายของ Dissidia -Final Fantasy- Universal Tuning ก็มาถึง!! ล่าสุดนี้เว็บไซต์หลักของเกมดังกล่าวก็ได้อัพเดทมูวี่ตัวอย่างการเล่นโหมดอาเขต พร้อมทั้งทำลิงค์อธิบายวิธีการดาวน์โหลดเกมมาเล่นในทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าในปัจจุบันนั้นนอกจากการหาซื้อแผ่นเกมมาเล่นตามปกติแล้ว เพื่อนๆ ยังสามารถจ่ายเงินเพื่อซื้อเกมทางออนไลน์จากระบบ Playstation Store มาเล่นได้อีกด้วย โดยการเข้าสู่ระบบ Playstation Store เพื่อโหลดเกมนั้นก็สามารถเข้าได้จากทาง PSP PS3 อีกทั้งยังเข้าทาง PC ได้ด้วย เพียงแต่ต้องอินสตอลโปรแกรม Media GO ลงไปในเครื่องของคุณก่อนนั่นเอง

สำหรับเกมดังกล่าวก็มีราคาค่าตัวอยู่ที่ 4,000 เยน ใช้พื้นที่ความจุ 1,294 MB ใครที่ยังไม่เอียนกับคำว่า Dissidia ก็เชิญไปหามาเล่นกันได้เลย แต่สำหรับผมที่มาสเตอร์ครบทุกอบิลิตี้ทุกตัวละครทั้งภาค JP และ US แล้ว.... งานนี้ขอผ่านแบบไม่ต้องเสียเวลาเจรจาต่อรองเลยดีกว่าครับ อาเมน..

ป.ล. เร็วๆ นี้มีฝรั่งจากเว็บ Dissidia-France ทำสแกนข่าวปลอมขึ้นมาด้วยครับ โดยในสแกนปลอมนั้นได้อ้างว่าภายในเกมภาค Universal Tuning นั้นจะมีการเพิ่มเนื้อเรื่องของตัวละครไลท์นิ่งเข้าไปด้วย ใครที่ไปเจอสแกนดังกล่าวเข้าให้ ก็โปรดเข้าใจว่ามันเป็นของปลอมนะครับ 

ที่มา : Dissidia, PSN

สแกนล่าสุดของ Final Fantasy XIII ได้เปิดเผยระบบพัฒนาตัวละครที่เรียกว่า Crystallium System ซึ่งมีรายละเอียดที่แลดูละม้ายคล้ายคลึงกับระบบ Sphere Board ใน Final Fantasy X ซึ่งเป็นผลงานเก่าของคุณผู้กำกับโมโตมุ โทริยามะ... แต่จุดที่ต่างกันที่สุดคือของเดิมเราจะต้องเดินไปตามเส้นทางบนกระดานสเฟียร์ 2 มิติ ทว่าของใหม่เราจะได้ท่องไปบนเส้นทางคริสตัลในแบบ 3 มิติครับ

โดยเมื่อจบการต่อสู้นั้นตัวละครจะได้รับค่า Crystallium Points (CP) ซึ่งใช้ในการเรียนรู้สกิลต่างๆ ที่อยู่ใน Crystallium System เมื่อเราเลือกเรียนรู้อบิลิตี้อันใดอันหนึ่งไปแล้ว เราก็จะสามารถเคลื่อนไปบนเส้นทางคริสตัลเพื่อเรียนรู้อบิลิตี้ใหม่ที่ถูกเปิดขึ้นมาได้ โดยอบิลิตี้ต่างๆ นั้นจะจับกลุ่มกันเป็นรูปร่างแผ่นดิสก์ ซึ่งคล้ายกับภาค X ที่จับกลุ่มกันเป็นรูปร่างสเฟียร์ โดยรอบนอกของแผ่นดิสก์ก็จะมีกิ่งก้านสาขายื่นออกไปเชื่อมกับอบิลิตี้อื่นๆ

นอกจากอบิลิตี้ใหม่ๆ แล้ว ระบบ Crystallium System ยังช่วยพัฒนาสเตตัสของตัวละครให้เก่งกล้าขึ้นด้วย เมื่อเราเดินไปบนเส้นทางคริสตัล นอกจากจะเจออบิลิตี้ต่างๆ สกิลต่างๆ ที่ดาหน้ากันเข้ามาให้เราอัพแล้ว ยังมีคำสั่งประเภทเพิ่ม Max HP และเพิ่มสเตตัสด้านต่างๆ ด้วย ถึงตอนนี้ทุกคนคงจะรู้แล้วว่าภาคนี้จะไม่ใช้ระบบเลเวลอย่างแน่นอน แถมอะไรหลายๆ อย่างก็ดูเหมือนหยิบของเก่ามารีไซเคิลซะทั้งดุ้น งานนี้ใครที่เคยเอียนกับการเดินสเฟียร์ในภาค X มาแล้วอาจจะได้สัมผัสประสบการณ์เดิมกันอีกครั้ง ส่วนจะสนุกหรือไม่ยังไงนั้น... 17 ธันวาคม มาร่วมเป็นสักขีพยานด้วยกันครับ!!

ที่มา : FF-Reunion

นอกจากนี้เว็บไซต์หลักของ Final Fantasy XIII ยังอัพเดทข้อมูลคาแรคเตอร์ของยุนฟาง มนต์อสูรบาฮามุทและบรุนฮิลเด้ รวมทั้งนิยาย Chapter 2-4 และ 2-5 แล้วครับ.... ใครที่รออ่านตอน 2-3 ก็ขอให้รอกันไปก่อน ผมแปลไป 1 ใน 3 แล้วแต่ตอนนี้หยุดแปลไว้ เพราะกำลังเสียท่าให้กับเกม FF Gaiden ครับ -w-"

ข่าวลือเก่าเป็นจริง! เมื่อในวันนี้ค่ายเกมยักษ์ใหญ่อย่างท่านเจ้าปู่ Nintendo ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวเครื่องเกม Nintendo DS เวอร์ชั่นใหม่ท่ามกลางความตื่นตะลึงของบรรดาสื่อในเมืองโตเกียวแล้ว 

เครื่องดังกล่าวจะมีชื่อทางการว่า 'Nintendo DSi LL' ซึ่งเป็นเป็นเครื่องเล่นเกมพกพาที่มีขนาดหน้าจอใหญ่ถึง 4.2 นิ้ว!! และจะวางจำหน่ายในวันที่ 21 พฤศจิกายน สนนราคาเพียง 20,000 เยน ($220) โดยคำว่า LL ในที่นี้สื่อความหมายถึงขนาดที่ใหญ่โคตรๆ นั่นเอง

การปรับเปลี่ยนโฉมครั้งนีนับเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการเครื่องที่มีขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้น ซึ่งเจ้าเครื่อง DSi LL นี้ก็มีขนาดเส้นแทยงหน้าจอยาวขึ้นอีก 40% และมีพื้นที่หน้าจอเพิ่มขึ้นอีก 93% เมื่อเทียบกับเครื่อง DSL นั่นเอง สำหรับตัวเครื่องรุ่นใหม่นี้ก็จะเน้นประสิทธิภาพในการใช้ระบบอินเตอร์เน็ตและการฟังเพลง ซึ่งการมีหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นก็ทำให้เครื่องสามารถแสดงตัวหนังสือได้ใหญ่ขึ้นด้วยนั่นเอง

ภายในชุดของเครื่อง DSi LL นั้นจะประกอบไปด้วยปากกาทัชสกรีน 2 อัน (สั้นอันยาวอัน) และจะมีเกมจากระบบ DSiWare อินสตอลมาให้แล้ว 3 เกมด้วยกัน คือ Brain Traing 2 ภาค และ DS Easy Dictionary อีกเกม โดยในช่วงแรกนั้นตัวเครื่องจะมีวางจำหน่ายด้วยกัน 3 สี คือสีน้ำตาลเข้ม สีไวน์แดง และสีขาวธรรมชาติ

ที่มา : Kotaku

4 นักรบแห่งแสงหรือ Hikari no 4 Senshi -Final Fantasy Gaiden- ที่มีกำหนดการวางจำหน่ายในวันที่ 29 ตุลาคม ได้ออกวางแผนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตัวเกมมีขนาดราว 64 MB ซึ่งถือว่าไม่มากเท่าไหร่นัก เอาไว้เล่นจบแล้วจะรีบมารีวิวเนื้อหาของเกมให้ฟังนะครับ สำหรับตอนนี้ใครที่สนใจเจ้าำไฟนอลแฟนตาซีภาคเสริมนี่ ก็จงไปหามาเล่นกันได้เลย~
 
=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=
 
ไกด์เล็กน้อย
- เวลาเซฟต้องไปคุยกับคุณลุงนักเดินทางชุดน้ำตาล ที่อยู่ทั่วโลก
- หลังจบการต่อสู้ ต้ิองเลือกว่าจะให้เพื่อนคนไหน รับไอเทมชิ้นไหนไปถือ ถ้าไม่เลือกให้ใคร ก็เท่ากับไม่เอาไอเทม
- พวกอัญมณีที่ได้รับหลังการต่อสู้ เข้ากองกลางอัตโนมัติ ถึงไม่กดเลือก เราก็จะได้มาอยู่ดี
- ฆ่าศัตรูแล้วไม่ดรอปเงิน แต่ดรอปอัญมณี แล้วเราต้องเอาอัญมณีไปขายในร้านไอเทม