อีกเพียง 22 วันเท่านั้นก็จะถึงวันวางจำหน่ายของอีกหนึ่งเกมก้องโลกอย่าง Final Fantasy XIII ในสิบเอ็ดนาฬิากาตรงเผงตามเวลาประจำบ้านเรา ทาง Square Enix จึงได้อัพเดทเทรลเลอร์ตัวสุดท้ายเข้าไปในเว็บไซต์หลักของเกม ซึ่งเจ้าเทรลเลอร์นี้ก็มีความยาว 5 นาทีเป๊ะ และถึงแม้มันจะเปิดเผยข้อมูลใหม่อะไรไม่มาก แต่ก็บิ้วด์อารมณ์คนเล่นให้ลงแดงได้ดีทีเดียว

สำหรับเทรลเลอร์ตัวนี้ ก็มีการเผยโฉมตัวละครใหม่ 3 ตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ซิด เรนส์ (シド・レインズ) มนุษย์ที่หน้าตาดีที่สุดในเกมนี้... นอกจากนี้ก็มีการเผยโฉมมนต์อสูรของวานิลลา ซึ่งแม้ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อ แต่คนญี่ปุ่นก็เดาๆ กันว่าน่าจะเป็น เฮกาตันเคล (ヘカトンケイル) เทพตามนิยายกรีกที่มียศศักดิ์สูงกว่าไตตั้น

โดยนอกจากเว็บไซต์หลักของเกมแล้ว เพื่อนๆ สามารถรับชมเทรลเลอร์ดังกล่าวได้จากลิงค์ด้านล่างนี้เลย

Link

Youtube1
Youtube2
Youtube3
NicoVideo
Final Fantasy XIII (Official Site)

ซึ่งผมขอแปลบทสนทนาใหม่คร่าวๆ ไว้ดังนี้ก่อนนะครับ ส่วนเวอร์ชั่นถูกต้องลงซับ รอดูได้ในช่วงเย็นๆ ค่ำๆ นี้

=-=-=-=-=-=--=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=


ซัสซ์ : บ้าบอสิ้นดี!

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

เซร่า : ดูสิ นี่แหละสัญลักษณ์แห่งฟัลซิ ฉันได้กลายเป็นลูซิ ศัตรูของโคคูน ศัตรูของมวลมนุษย์แล้ว

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ไลท์นิ่ง : คุณเป็นใครกัน?

ฟาง : คนที่ผิดปกติไปครึ่งตัว ก็เป็นลูซิเหมือนคุณน่ะแหละ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

สโนว : เซร่ามักจะอยู่ตรงนี้ คอยปกป้องฉันเสมอ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

โฮป : ให้ผมมุ่งหน้าไปเถอะครับ

ไลท์นิ่ง : ทำได้เหรอ?

โฮป : มันไม่เกี่ยวว่าทำได้หรือไม่ได้หรอกครับ

ไลท์นิ่ง : งั้นก็มุ่งหน้าไปซะ ฉันจะคอยระวังหลังให้เอง

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ฟาง : ถ้าสังเกตสัญลักษณ์ให้ดี เธอก็จะรู้ว่าตัวเองใกล้กลายเป็นศพมากแค่ไหนแล้ว ถ้าจำนวนลูกศรเพิ่มขึ้น และมีลูกตาออกมา เมื่อใดที่ลูกตาเปิดออกอย่างสมบูรณ์ ตัวเธอก็จะกลายเป็นศพไป

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ซิด : คุณคือสโนวน่ะเอง ผมคือซิด เรนส์ ผู้ดูแลกองกำลังแห่งนี้

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ฟาง : เธอหนีไปเองละกัน ฉันจะไปเผชิญหน้ากับพวกการ์ดเอง

วานิลลา : เดี๋ยวสิ.... ทำไมล่ะ!?

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ไลท์นิ่ง : ก็เหมือนกันนั่นแหละ พวกเราเป็นพวกพ้องที่แบกรับชะตากรรมเดียวกันไม่ใช่รึ?

โฮป : ก็เพราะว่าเป็นพวกพ้องกัน... ผมจึงไม่อยากให้พวกเขาถูกทำร้าย... รวมทั้งการทำร้ายพวกเขาด้วย!

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ตัวละครใหม่ (พระแก่) : เห็นรึยังเหล่าทาสผู้โง่เขลา เจ้าพวกที่หวาดกลัวต่อลูซิทั้งหลาย

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ตัวละครใหม่ (คนหนุ่ม) : นี่คือ... ความต้องการของนายงั้นรึ

ซิด : ตอนนี้ฉันเป็นเพียงทาสของฟัลซิเท่านั้น

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ฟาง : ถึงโคคูนต้องล่มสลายฉันก็ไม่สน!! ยังไงมันก็ย่อมดีกว่าการที่ต้องเห็นเพื่อนๆ ของฉันกลายเป็นศพ!!

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

สโนว : พวกเรา... จะได้พบเธออีกใช่มั้ย?

ไลท์นิ่ง : พวกเราจะได้พบเธออีกแน่ๆ... ก็นายเป็นคนมอบความฝันนั้นให้กับเธอนี่

สโนว : พี่สาว... หลังจัดการเรื่องนี้เสร็จแล้ว พวกเราไปหาเธอด้วยกันนะ

=-=-=-=-=-=--=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

สำหรับใครที่รออ่านซับนรก สงครามแฟนบอย... (รวมทั้งซับจริงด้วย) คืนนี้ห้ามพลาดเด็ดขาดครับ!

Edit : ข้อมูลใหม่จาก VJump

- อสูรวานิลลาชื่อ เฮคาตันเคล (ヘカトンケイル) พวกบ้าตำนานเทพเดาถูกกันถ้วนหน้า
- ซิด เรนส์ ใช้ยศพลจัตวา เป็นคนของรัฐบาล
- ผู้แทนรัฐบาลชื่อ กาเรนส์ ไดส์รี่ (ไม่แน่ใจว่าตาลุงแก่ หรือผู้ชายอีกคน)
- TVCM ตัวล่าสุดของเกม >>> จิ้ม

Square Enix Magazine เล่มล่าสุดได้ตีแผ่วันวางจำหน่ายของคู่มือ Final Fantasy XIII Battle Ultimania และ Final Fantasy XIII Scenario Ultimania แล้ว โดยทั้งสุดยอดคู่มือเฉลยเกมทั้งสองเล่มมีกำหนดวางจำหน่ายอยู่ในวันที่ 28 มกราคม 2010 นี้

สำหรับเล่ม Battle Ultimania นั้นจะเป็นคัมภีร์รวมกลยุทธการต่อสู้กับศัตรูทุกชนิดในเกม โดยจะมีตารางค่าพลังรายละเอียดของมอนสเตอร์ทั้งหมด รวมทั้งวิธีต่อกรกับมัน เพื่อนำเราไปสู่การเป็นสุดยอดผู้เล่นสายเทคนิคของเกมนี้ ในทางตรงข้ามเล่ม Scenario Ultimania จะเป็นเล่มที่ทำหน้าที่เหมือนบทสรุปทั่วไป คือมีวิธีการเล่น การดำเนินเนื้อเรื่อง การทำเควส แก้ปริศนา อีเวนต์ยิบย่อยต่างๆ เพื่อให้เราสามารถจบเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด งานนี้ใครสนใจอยากจะหาความรู้เพิ่มเติมด้านไหน ก็อย่าลืมเลือกเล่มให้ถูกละกันนะครับ

ป.ล. ประมาณกุมภาพันธ์หน้า ท่านจะสามารถพบเห็นคนที่หลงซื้ออัลติมาเนียมา แล้วก็บ่นเข้าใจผิดคิดว่ามันเป็นหนังสือรวมอาร์ทเวิร์คได้ตามเว็บบอร์ดเกมชั้นนำทั่วไป โปรดอย่าถามว่าทำไม... เพราะมันมีแบบนี้ทุกที

มาต่อกันกับบทแปลนิยาย Final Fantasy XIII : Episode Zero -Promise- ตอนที่ 3-4 ที่เผยแพร่อยู่ในเว็บไซต์หลักของตัวเกม เนื้อหาดังกล่าวได้รับการแปลภาษาอังกฤษโดย http://mushinoko.livejournal.com/ และงวดนี้คนที่รับหน้าที่แปลเป็นภาษาไทยอีกต่อก็คือ BoN.... 

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

ตอนที่ 4 มุมมองของซัซส์

เธอบอกว่าวันพรุ่งนี้ก็คือวันพรุ่งนี้ ไม่ได้โกหก ท้ายที่สุดแล้วในช่วงเย็นของวันฉันก็ได้รับอนุญาตให้เข้าพบแดจซ์ได้เสียที พ่อจะทิ้งลูกเอาไว้ในห้องก่อนนะ เพราะพ่อกังวลว่าถ้าลูกไปด้วย แดจซ์คงจะนึกภารกิจของตนเองไม่ออกแน่ๆ

อย่าโกรธไปเลย พ่อเองก็อยากให้ลูกกับแดจซ์ได้พบกันอยู่ แต่คุณพันโทเค้าก็พูดถูก เมื่อมีอะไรดึงความสนใจจากเด็กไป พวกเขาก็จะลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปเลย ในตอนนี้ ฉันยังไม่เข้าใจว่าภารกิจที่พวกเขาพูดถึงคืออะไร ไม่เข้าใจเลย แต่ฉันก็หวาดกลัว ไม่ใช่แค่ในตอนนี้เท่านั้น แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันรู้สึก....กังวลมาก

เด็กหกขวบจะไปเข้าใจอะไรได้? เขาจะเข้าใจได้ยังไง?

นั่นคือภาพรวมที่ฉันคิด...

เมื่อพวกเขาเรียกซัซส์เข้าไป มันก็เป็นห้องคนละห้องกับที่เขาได้เข้าไปเมื่อวานนี้ แล้วแทนที่จะมีมอนิเตอร์ มันกลับมีหน้าต่างบานใหญ่ ที่ทำให้เราสามารถมองเห็นห้องข้างๆ ได้อย่างชัดเจน แต่ห้องข้างๆ จะไม่สามารถมองเข้ามาในห้องนี้ได้ เพราะขืนมองเข้ามาได้ละก้อ แดจซ์ที่เห็นพ่อก็คงวิ่งโผเข้ามาหาแน่ๆ พวกเขาคงใช้ห้องนี้สำหรับการจับตาดูแดจซ์

“คุณอยากจะพบเขาก่อน? หรืออยากให้เราเล่าให้ฟังว่าพวกเราค้นพบอะไรก่อน?”

“พวกคุณพบอะไรเหรอครับ กรุณาบอกผมด้วย”

ซัซส์อยากพบกับแดจซ์มาก แต่เขาเองก็กังวลกับผลการตรวจสอบมากเช่นกัน ถ้าเขาเข้าไปพบหน้าแดจซ์โดยที่ยังพกความกังวลนี้อยู่ ลูกชายของเขาคงต้องพลอยเป็นห่วงไปด้วย ดังนั้นเขาจึงคิดว่าเขาควรที่จะฟังผลการตรวจสอบนี้ก่อน

ที่ห้องข้างๆ นั้นมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งกำลังเล่นกับแดจซ์อยู่ เขาคนนั้นน่าจะอายุราวๆ สามสิบต้นๆ ผมสีเงินอ่อนและแผลบนหน้าผากของเขาน่าจะทำให้เด็กๆ หวาดกลัว แต่แดจซ์กลับดูจะชอบเขาอยู่ไม่น้อย บางทีผู้ชายคนนั้นอาจจะเป็นคนรักเด็กก็ได้ หน้าเขาดูคร่ำเครียดมาก แต่เขาก็ยังเล่นกับแดจซ์ทั้งที่ทำหน้าแบบนั้น บางทีเขาคงจะจริงจังกับงานมาก

“แดจซ์เป็นเด็กดีมากนะ เขาไม่อายเลย และยังรับฟังคนอื่นได้เป็นอย่างดี” นาบาตที่กำลังมองทะลุกระจกเข้าไปเหมือนกัน ส่งยิ้มออกมา

“แม่ของเขาตายตั้งแต่ตอนที่เขายังเด็กน่ะ  เขาเลยต้องไปอยู่ในสถานดูแลเด็กเล็ก ด้วยเหตุนี้เขาจึงคุ้นเคยกับการเล่นกับพวกผู้ใหญ่ จากนั้นมาฉันก็เปลี่ยนงานจากที่ต้องทำงานไกลๆ ก็ย้ายมาทำงานแค่ในท้องถิ่นแทน เพื่อที่ฉันจะได้ทำหน้าที่ของพ่อได้ดียิ่งขึ้น”

ก่อนที่ภรรยาของเขาจะเสียชีวิตไปเมื่อ 3 ปีก่อน ซัซส์หมกหมุ่นอยู่กับงานมาก เขามีความฝันที่จะได้เป็นนักบิน แล้วในท้ายที่สุดเขาก็ได้เซ็นสัญญาเป็นนักบินที่ต้องบินไปยังเส้นทางอันไกลโพ้น ทุกๆ วันของเขาจึงเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมาก

ทุกคนแปลกใจมากตอนที่ซัซส์ผันตัวเองมาเป็นนักบินในท้องถิ่นเพื่อลูกชายของเขา กระทั่งตัวซัซส์เองก็ยังแปลกใจ ทั้งที่เขาทำงานหนักมาตลอด แต่จู่ๆ เขาก็ล้มเลิกมันกลางคัน แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกผิดแต่อย่างใด ในไม่ช้าเขาก็เริ่มรู้สึกได้เป็นครั้งแรกว่า การใช้เวลากับลูกน้อยนั้น มันช่างสนุก และชวนให้อบอุ่นหัวใจเพียงใด

นับแต่เวลาที่แม่ของแดจซ์ต้องจากไป ซัซส์ก็ไม่อยากให้ลูกของเขาต้องอยู่อย่างเดียวดาย ดังนั้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเขาจึงตั้งใจทำงานพร้อมทั้งดูแลลูกน้อยของเขาให้ดีที่สุด ทว่าในความเป็นจริงแล้ว แดจซ์ต่างหากที่เป็นคนช่วยซัซส์ไว้ รอยยิ้มของเขา เสียงหัวเราะของเขา กลายเป็นความหมายในการมีชีวิตอยู่ของซัซส์

“คุณพบอะไรเหรอครับ? แล้วคุณช่วยเอาเจ้าลูซิอะไรเนี่ยออกไปได้ด้วยมั้ย?” ซัซส์พูดพลางคิดว่าเขาไม่อยากสูญเสียรอยยิ้มของแดจซ์ไป ทว่านัยน์ตาของนาบาตที่ได้ยินกลับเปี่ยมด้วยความสลด ใจ

“ด้วยเทคโนโลยีของมนุษย์ในตอนนี้... ฉันเสียใจด้วยค่ะที่ต้องบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้”

“ไม่จริง....” ซัซส์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะขาดใจ หากแดจซ์ไม่สามารถทำภารกิจของเขาให้สำเร็จได้ล่ะก้อ เขาต้องกลายเป็นมอนสเตอร์ซีคอร์ปแน่ แต่ถ้าเขาทำภารกิจได้สำเร็จ เขาก็จะกลายเป็นคริสตัล ตำราเก่าแก่บอกไว้ว่า “ลูซิผู้บรรลุภารกิจที่ถือมอบ จักแปรเปลี่ยนกายาสู่คริสตัลอันเป็นนิรันดร” แต่สำหรับมนุษย์แล้ว ไอ้ที่ว่ามานั่นน่ะก็ไม่ต่างอะไรกับความตาย

ซัซส์มองไปยังอีกฝั่งหนึ่งของกระจอก แดจซ์กำลังขี่หลังเจ้าหน้าที่ในนั้นอยู่ แดจซ์นั้นปรบมือและหัวเราะด้วยความสุขใจ รอยยิ้มของเขายังคงเป็นเหมือนอย่างที่เคย แม้ว่าในตอนนี้เขาจะกลายเป็นลูซิแล้วก็ตาม แต่เพียงเพราะรอยหวัดๆ บนมือของเขาแท้ๆ มันจะทำให้เขาไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้อีกเลยหรือ....

“แล้วไม่มีวิธีเอารอยสักนี่ออกไปเลยรึ? น่าจะมีวิธีการตัดหนังออก เพื่อที่คุณจะได้เอารอยสักออกไปนี่ครับ?”

ในกรณีเลวร้ายที่สุด ถึงพวกเขาต้องตัดมือของแดจซ์ออกไป มันก็ยังดีซะกว่าการจะปล่อยให้เขากลายเป็นมอนสเตอร์หรือคริสตัล ต่อให้เขาไม่สามารถใช้มือได้อีกต่อไป เขาก็ยังมีโอกาสใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

“พวกเราทำไม่ได้หรอกค่ะ พวกเราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแดจซ์ มีเรื่องเกี่ยวกับลูซิมากมายที่พวกเราก็ยังไม่รู้ ไม่สิ ที่จริงแล้วพวกเราก็ไม่รู้อะไรเลย”

“แต่ว่า...”

“ดิฉันเสียใจด้วยนะคะที่พวกเราไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย แต่ตอนนี้พวกเราต้องช่วยกันคิดถึงการค้นหาพลังของแดจซ์ และภารกิจของเขาค่ะ ส่วนการตัดลอกรอยสักออกนั้นคงต้องถือเป็นมาตรการสุดท้าย เราจะข้ามไปขั้นนั้นไม่ได้ค่ะ”

พูดง่ายกันจังเนอะ พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเหลือเวลาอีกซักแค่ไหน บางทีเวลาของเขาสำหรับการทำภารกิจอาจจะจำกัดอยู่แค่พรุ่งนี้ อาจจะมะรืนนี้ พวกเขาบอกไม่ได้ด้วยว่าเมื่อไหร่ บางทีมันอาจจะเป็นปีหรือสองปีนับจากนี้...

“แต่ก็มีความก้าวหน้าบ้างแล้วนะคะ”

“ก้าวหน้า? หมายความว่ายังไงน่ะ?”

“เอ่อ นี่ยังคงเป็นแค่สมมติฐานเท่านั้นนะคะ” นาบาตเริ่มอธิบาย “แดจซ์มีพลังในการรับรู้ถึงผู้ที่มาจากพัลส์ บางทีเขาอาจสามารถบอกได้ว่าลูซิที่โจมตีเอวลีดนั้นอยู่ที่ไหน รวมถึงตัวตนของฟัลซิที่ควบคุมพวกนั้นอยู่”

ความหวังที่หลงเหลืออยู่น้อยนิดของเขา ดับดิ้นไปสู่ความสิ้นหวัง ต่อให้เขาสามารถบอกได้ว่าคนจากพัลส์นั้นอยู่ที่ไหน แต่มันจะช่วยอะไรได้ล่ะ? ซัซส์ไม่เห็นจะเข้าใจอะไรเลย แต่แล้วเขาก็ตระหนักได้ว่านี่คือความแตกต่างระหว่างเขากับ PSICOM สินะ สำหรับคนที่ต้องปกป้องโคคูนจากพัลส์ ความสามารถดังกล่าวคงถูกเรียกว่าเป็น “ความก้าวหน้า”

พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรไปจากฟัลซิ ก็แค่คนที่ต้องการใช้ประโยชน์จากแดจซ์เท่านั้นแหละ

เขาไม่รู้ว่า PSICOM และรัฐบาลคาดหวังอะไรในตัวเขา เขาคงไม่อาจเชื่อใจนาบาตหรือใครใน PSICOM ได้อีกแล้ว คนๆ เดียวที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างให้กับแดจซ์ ก็มีแค่ตัวเขาคนเดียวเท่านั้น

“ได้โปรด... ให้ผมได้พบกับแดจซ์ ให้ผมได้พบกับลูกชายของผมด้วยเถอะครับ”

“แน่นอน ตามมาทางนี้เลยค่ะ” นาบาตลุกขึ้นส่งยิ้ม ซัซส์ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความรู้สึกที่เขามีต่อนาบาตนั้นได้เปลี่ยนไปรึเปล่า ที่ทำให้เขารู้สึกถึงความเย็นชาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มของเธอ

“แดจซ์ตื่นเต้นมากเลยนะคะเมื่อได้ยินว่าคุณจะมาหาเขา”

ผู้หญิงคนนี้ตั้งใจจะให้ซัซส์ทำอะไรกันแน่นะ? แต่ยังไงซะซัซส์ก็รู้แล้วว่าเขาเชื่อถือเธอไม่ได้

“พ่อฮะ!”

แดจซ์โผเข้ามาทันทีที่ประตูถูกเปิดออก

“แดจซ์!”

แดจซ์กระโดดเข้ามาหาเขา ขณะเดียวกันซัซส์ก็ดึงตัวลูกเข้ามาอุ้มเอาไว้ เขายังคงรู้สึกเหมือนเช่นเคย ยามที่เขาได้โอบอุ้มลูกน้อยไว้ในอ้อมแขน เขาตระหนักได้ถึงความเจ็บปวดที่จะเล่นงานเขาในยามที่ไม่มีแดจซ์อีกต่อไป เขาไม่อยากสูญเสียความรู้สึกนี้ ความอบอุ่นนี้ เขาจะปกป้องลูกของเขาให้ได้ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม...

“นี่ พ่อฮับ...”

เขาปล่อยแดจซ์ลงแล้วรีบป้ายน้ำตาที่ไหลออกจากขอบตาให้หายไป

“มีอะไรเหรอ?” เขาคุกเข่าลงและมองหน้าของแดจซ์ชัดๆ

“ผมอยากเห็นดอกไม้ไฟ!! ดวงใหญ่ๆ เลย!!”

“ดอกไม้ไฟ?”

“ใช่ฮะ ดวงใหญ่ๆ เต็มท้องฟ้าเลย! เอาแบบนั้นน่ะฮะ” แดจซ์พูดพร้อมวาดมือเป็นวงกลมใหญ่ๆ ในอากาศ

“เอ่อ พวกเขายังต้องทำการทดสอบอีกน่ะ ดังนั้นตอนนี้คงยังพาไปดูไม่ได้หรอกนะ...”

“ไม่อ่ะ! จะเอาดอกไม้ไฟ! ดอกไม้ไฟใหญ่ๆ !”

ตัวซัซส์เองก็อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่แดจซ์ต้องการอยู่หรอก แต่เขาไม่คิดว่า PSICOM จะอนุญาตให้เขาทำได้น่ะสิ ยิ่งตอนนี้ที่พวกเขารู้แล้วว่าแดจซ์มีพลังในการรับรู้ถึงคนที่มาจากพัลส์ พวกเขาต้องจับแดจซ์ทดสอบไปเรื่อยๆ จนกว่าจะรู้ถึงภารกิจของแดจซ์แน่ๆ

“งั้นไว้หลังเสร็จสิ้นการทดสอบเป็นไง?”

“ไม่เอาอ่ะ! ดอกไม้ไฟก็หมดกันพอดีสิฮับ!”

แดจซ์ดูดื้อรั้นมากกว่าที่เคย ปกติแล้วเวลาที่แดจซ์เรียกร้องอยากได้อะไร สุดท้ายเขาต้องยอมแพ้และทำตามที่ซัซส์พูดเสมอ นั่นจึงทำให้ซัซส์ปรารถนาที่จะให้ในสิ่งที่แดจซ์ต้องการ หากว่านั่นเป็นเรื่องที่เขาสามารถให้ได้

“แต่ตอนนี้มีการทดสอบรออยู่นะ...” ซัซส์หันไปมองที่นาบาต แดจซ์เองก็เป็นเด็กที่ดี หากเขาอธิบายออกไปว่าการทดสอบนั้นสำคัญเพียงไร แดจซ์ก็คงเข้าใจ ถึงจะต้องเสียใจ แต่แดจซ์ก็จะยังคงเชื่อฟัง แต่ในตอนนั้นนาบาตกลับพูดอะไรที่เขาคาดไม่ถึงออกมา

“ที่บอกว่าหมดกันพอดี เธอหมายถึงเทศกาลดอกไม้ไฟใช่มั้ยจ้ะ?”

ถูกเผง อีกสองวันข้างหน้าจะมีงานเทศกาลดอกไม้ไฟจัดขึ้นในเมืองโบดัม ซัซส์สงสัยว่าแดจซ์รู้มาจากโปสเตอร์ที่แปะไว้ในเมืองดังกล่าวตอนที่พวกเขาเดินทางผ่านไปจนเจอฟัลซิรึเปล่านะ

“ทำไมถึงอยากไปล่ะจ้ะ? เธอชอบดอกไม้ไฟเหรอ?”

แดจซ์เงยหน้าขึ้นราวกับว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ จากนั้นเขาก็เม้มปากแน่น

“มีอะไรเหรอแดจซ์”

“....ที่นั่นน่ะฮับ” เขากระซิบพร้อมกับกอดซัซส์ไว้แน่น

“ที่นั่นอะไรเหรอ?”

แดจซ์บดจมูกของตนลงไปที่ไหล่ของซัซส์พร้อมส่ายหน้า

“ตกลงแดจซ์ พวกเราจะไปชมดอกไม้ไฟด้วยกัน” นาบาตพูดพลางลูบหลังของแดจซ์ เธอพูดจริงรึเนี่ย?

“ท่านพันโทครับ ท่านแน่ใจเหรอว่าพวกเราควรที่จะ...”

“ดิฉันคิดว่ามันควรค่าแก่การตรวจสอบดู” เธอขยับแว่นตาของเธอขึ้นด้วยปลายนิ้ว ก่อนที่จะพยักหน้าให้กับเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

“เราไม่เคยได้ยินแดจซ์พูดอะไรแบบนี้มาก่อน อาจเป็นไปได้ว่าพลังในการรับรู้ถึงผู้ที่มาจากพัลส์คงจะเริ่มทำงานแล้ว คงจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นที่งานเทศกาลดอกไม้ไฟในโบดัมแน่”

แน่นอนว่าวิธีที่เราปฏิบัติต่อคนนอก กับวิธีที่เราปฏิบัติต่อคนในครอบครัวนั้นย่อมไม่เหมือนกัน ซัซส์ยังคงไม่ปริปากพูดอะไรออกมา พวกเขาคงอยากให้แดจซ์บรรลุภารกิจให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ซัซส์เพียงต้องการพาแดจซ์ไปยังเทศกาลดอกไม้ไฟเท่านั้น เขาไม่อยากให้เจ้าพวกนั้นทดสอบอะไรกับตัวแดจซ์อีกแล้ว

เนื้อหาข่าว เหมือนกับสแกนเมื่อวันก่อนนะครับ อันนี้คือแบบเต็ม...

ที่มา : KHinsider

17 ธันวาึคม 2009 หาจับจองได้ตามอัธยาศัย ราคาค่าเสียหายก็เพียง 41,600 เยน ฮือๆ

มาต่อกันกับบทแปลนิยาย Final Fantasy XIII : Episode Zero -Promise- ตอนที่ 3-3 ที่เผยแพร่อยู่ในเว็บไซต์หลักของตัวเกม เนื้อหาดังกล่าวได้รับการแปลภาษาอังกฤษโดย http://mushinoko.livejournal.com/ และแปลเป็นภาษาไทยอีกทีโดยน้อง taepoppuri ที่เจียดเวลามาแปลต่อให้แล้ว!

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

ตอนที่ 3 มุมมองของซัซส์

เพิ่งจะเข้าใจวันนี้เอง ว่าอาการ "มืดแปดด้าน" มันเป็นยังไง ไม่ว่าจะหาหนทางยังไง ทุกๆอย่างที่พบก็ไม่ช่วยแก้ปัญหาได้เลย

ซัซส์จำได้ว่าตัวเองพยายามค้นหาข้อมูลจากการวิจัยของมหาวิทยาลัยต่างๆ หรืออะไรประเภทนั้น ....ชั้นจำได้ว่าได้อ่านอะไรไปสักอย่าง มันพูดถึงอะไรเกี่ยวกับ "ลูชี่ของSanctum" แต่มันก็ไม่มีข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์เลย ไม่มีอะไรที่ชั้นอยากรู้ รู้มั้ยว่าพ่ออยากรู้อะไร พ่ออยากจะรู้...อยากจะมั่นใจ ว่าแดจช์จะต้องไม่เป็นไร

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ชั้นมั่นใจว่าพันโทนาบาตจะสามารถบอกได้ถึงเรื่องราวพวกนี้ว่ามันเกิด อะไรขึ้น .... ชั้นรู้สึก...ตื่นตระหนก เพราะทุกๆอย่าง ทุกๆข้อมูลที่ชั้นได้รับรู้ล้วนเป็นเรื่องเหลือเชื่อทั้งนั้น ชั้นไม่อยากจะเชื่อมันและชั้นก็เชื่อมั่น...ว่าทหารที่จบการศึกษาด้วยผลการ เรียนที่น่าทึ่งคงจะบอกอะไรที่น่าเชื่อถือมากกว่านี้ได้ ความคิดนี้เป็นเหมือนกับเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ชั้นเกาะอยู่

หลังจากนนั้นไม่กี่วันชั้นก็ได้พบเธอ สามวันหลังจากเกิดอุบัติเหตุนั่น...

“ต้องขอโทษคุณด้วยค่ะ ที่ให้รอนานถึงสามวัน” นาบาตค้อมหัวเธอลง “ชั้นรู้ว่าคุณคงจะเป็นกังวลกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก” เธอแสดงท่าทีว่ารู้สึกผิด

พวกเค้าอยู่ในห้องพักผู้ป่วย กำลังมองจอมอนิเตอร์บนกำแพงอยู่ มอนิเตอร์กำลังฉายภาพแดจช์ซึ่งกำลังเล่นตัวต่อพัซเซิลอยู่ เค้าบอกว่านี่เป็นขั้นตอนนึงในการรวบรวมข้อมูล ซัซส์ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปเยี่ยมแดจช์ แต่นาบาตก็ได้จัดเตรียมจอมอนิเตอร์ฉายภาพไว้ในห้องของซัซส์ เพื่อที่อย่างน้อยเค้าก็จะได้เห็นลูกของเค้าบ้าง

“เรื่องอื่นน่ะ ช่างมันเถอะครับ แต่แดจช์ ลูกชายของผม....” ให้ผมพาเค้ากลับบ้านเถอะ ซัซส์อยากจะพูดแต่ก็ไม่ได้พูด ในจอมอนิเตอร์นั้นแดจช์กำลังตบมืออย่างดีอกดีใจ ที่มือนั้นมีสัญลักษณ์อยู่ สัญลักษณ์สีดำ....ก่อนที่เราจะกลับบ้าน เรายังมีเรื่องต้องทำก่อน เกี่ยวกับเจ้าสัญลักษณ์นั่น

“คุณอาจจะพอเดาได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น....แต่”
นาบาตทำท่าเหมือนเธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่างที่ยากมาก.. เธอหายใจเข้าและพูดว่า

“ลูกชายของคุณถูกเลือกให้เป็นลูชี่ค่ะ โดยฟัลชี่คุจาตะ”

เวลาที่ผ่านมาสามวัน ซัซส์ได้เสิร์จหาข้อมูลมากมาย และศึกษาเกี่ยวกับลูชี่ตลอดเวลา แต่ยิ่งทำเท่าไหร่เค้าก็ยิ่งรู้สึกสิ้นหวังเท่านั้น นาบาตเป็นฟางเส้นสุดท้ายจริงๆสำหรับเค้า เค้ามั่นใจว่าเธอจะพูดว่า คุณเข้าใจผิดไปแล้ว ลูกของคุณไม่ได้เป็นลูชี่อะไรนั่น
แต่ตอนนี้ คำพูดของเธอทำให้เค้าตกอยู่ในห้วงของความสิ้นหวัง เค้าไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังตะโกนอยู่
“คุณล้อเล่นกับเรื่องแบบนี้ได้ไง! ลูชี่อะไรนั่นมันเป็นแค่เรื่องเล่าเก่าๆไร้สาระ...”

“ชั้นเข้าใจค่ะว่าคุณรู้สึกยังไง” นาบาตหลับตาลงอย่างเศร้าๆ ซัซส์อยากจะตะโกนใส่เธอว่า อย่างคุณจะเข้าใจอะไร หรือไม่ก็ อย่ามาสมเพชนะ แต่ถึงจะพูดไปนั่นก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ไม่ว่าเค้าจะพูดอะไรก็ตาม....ชั้นไม่เข้าใจ ซัซส์กำหมัดแน่น

“ทางเราก็แปลกใจเหมือนกัน” นาบาตพูดต่อเบาๆ

“เท่าที่มีการบันทึกไว้ ไม่ปรากฏสามารถมีคนถูกเลือกให้เป็นลูชี่มานานนนับร้อยๆ ปีแล้ว ตั้งต่สมัยสงครามแห่งการเปิดเผยความจริง”

“ แล้วทำไมถึงต้องเป็นแดจช์ด้วยล่ะ?”

ทำไมถึงต้องเป็นแดจช์ด้วยมีเด็กอีกมากมายที่อยู่แถวนั้น ไม่ใช่แค่เด็ก ผู้ใหญ่อีกมากมายก็อยู่แถวนั้นด้วย ทำไมถึงต้องเลือกแดจช์ด้วย?

“ต้องบอกตามตรงว่าเราก็ไม่ทราบเหมือนกัน คิดได้เพียงแต่ว่าแดจช์ถูกเลือกเพราะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในความคิดของฟัลชี่”

“เด็กหกขวบคนนึงเนี่ยนะ? บ้าชัดๆ!”

“คุณกัซทรอย...” เธออ้าปากราวกับจะพูดอะไรต่อ แต่ก็ไม่ พร้อมหลบสายตาเค้าอีกด้วย เธอต้องรู้อะไรบางอย่าง ซัซส์คิด เธอยังซ่อนข้อมูลอะไรไว้ ยังไม่บอกทุกเรื่องกับเค้าแน่ๆ

“แล้วPSICOM...รึSanctumจะทำอะไรกับแดจช์ครับ?” นาบาตพูดไว้ตอนอยู่บนเรือเหาะว่าแดจช์จะต้องปลอดภัย แต่เค้ารู้ดี กองทัพไม่ทุ่มเทมากมายกับการปกป้องเด็กชาวบ้านเพียงคนเดียวหรอก

“ถ้าคุณจะเก็บความลับในสิ่งที่ชั้นพูดได้ล่ะก็...”

บิงโก นั่นไงล่ะ ซัซส์คิด นาบาตจ้องตาเค้าตรงๆ

“กำลังจะมีภัยใหญ่หลวงคุกคามโคคูน เรากำลังจับตาเฝ้าดูพัลส์ และเรารู้ดีว่าการบุกรุกนั้นกำลังจะมาถึงแน่ๆไม่ช้าก็เร็ว”

“ห๊ะ?” เธอหมายถึงอะไรกัน การคุมคาม จากพัลส์น่ะนะ? นี่มันกลายเป็นเรื่องใหญ่มากเกินไปแล้ว? ...ชั้น ชั้นไม่เข้าใจว่าเค้าพูดถึงอะไรกันแน่?

“ Sanctum ตัดสินใจที่จะชะลอประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นที่โรงผลิตพลังงานไม่ใช่อุบัติเหตุค่ะ มันเป็นฝีมือของผู้บุกรุกจากพัลส์”

หมอกสีขาวนั่น พื้นดินสั่นสะเทือน ตอนนั้นSanctumประกาศแก่ประชาชนว่ามันเป็นแค่อุบัติเหตุ แต่มันไม่ใช่ มันเป็นฝีมือของพัลส์ เป็นสิ่งที่วางแผนไว้แล้ว

“การที่ความเสียหายเกิดขึ้นน้อยก็เพราะแดจช์ได้ถูกฟัลชี่เลือกให้เป็นลูชี่ตอนนั้น”

“เป็นไปไม่ได้ เด็กหกขวบจะไปทำอะไรได้?”

มันจะเป็นไปได้ยังไง จะให้เด็กหกขวบไปต่อสู้กับศัตรูจากพัลส์เนี่ยนะ?

“มันเป็นความจริงค่ะ” นาบาตพูดตัดบทเค้า

“แต่ศัตรูหนีไปได้ เราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่หรือที่ไหนจะเป็นที่ต่อไปที่ศัตรูจะโจมตี นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราต้องขอความร่วมมือ ”

“ความร่วมมือเหรอ?”

ซัซส์ยังคงงงงวย ขอความร่วมมือ เรื่องอะไรกัน?

“แดจช์ ถูกเลือกแล้ว เค้าเป็นกุญแจสำคัญของโคคูนตอนนี้ เค้าอาจจะไม่ตระหนักถึงพลังของตนเองแ

Sanctumจะเตรียมคนสนับสนุนเค้าเอง แดจช์จำเป็นจะต้องต่อกรกับสิ่งบุกรุกจากพัลส์ ได้โปรดเถอะค่ะ คุณกัซทรอย กรุณาช่วยพวกเรา”

“ผม...ไม่รู้ว่าจะตอบยังไง...นี่มัน มันมากเกินไป”

ซัซส์อยากจะได้ยินคำอธิบายอีก เค้ายังไม่ค่อยเข้าใจอะไรเลย เค้าไม่สนใจผู้บุกรุกจากพัลส์อะไรนั่นหรอก เค้าแค่อยากรู้ว่าเค้าจะสามารถพาแดจช์กลับบ้านได้...ยังจะมีโอกาสที่เราพ่อ ลูกได้กลับไปใช้ชีวิตปกติมั้ยนะ

“ค่ะ ค่ะเราเข้าใจคุณ” นาบาตพยักหน้าหลายครั้ง ทำให้เธอดูเหมือนคุณครูที่กำลังสอนเด็กๆอยู่ จนซัซส์รู้สึกว่าเค้าคงจะดูเหมือนเด็กๆที่กำลังงอน

“เราไม่ได้เรียกร้องให้คุณทำอะไรเป็นพิเศษเลย ขอแค่ให้คุณคอยลูแลเค้าก็พอ”

“ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าแดจซ์ได้รับภารกิจอะไร เรากำลังพยายามหาคำตอบให้เร็วที่สุดค่ะ ตอนนี้เรายังให้คุณเข้าเยี่ยมเค้าไม่ได้ แต่ชั้นเข้าใจความรู้สึกของคุณ เพราะฉะนั้น ช่วยรออีกสักนิด...”

ภารกิจ? ใช่แล้ว ลูชี่คนใดที่ไม่สามารถปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จได้จะถูกสาปให้กลายเป็น เธอพูดถูก ต้องรีบหาคำตอบให้เร็วที่สุดว่าภารกิจของแดจช์คืออะไร ซัซส์เข้าใจเหตุผลดี แต่ในใจเค้ายังไม่อยากยอมรับ...

“ชั้นลองพยายามขออนุญาตให้คุณเข้าเยี่ยมเค้าได้ในวัน รุ่งขึ้น แต่วันนี้ยังมีการทดสอบอีกหลายอย่างที่รออยู่ ฉะนั้นกรุณารออีกซักวันนะคะ”

แล้วซัซส์ก็พูดอะไรไม่ออกอีก

ที่มา : taepoppuri

สแกนล่าสุดของเกม Final Fantasy XIII จากนิตยสาร VJump ได้เปิดเผยชื่อเต็มของโลกสีเขียวที่อยู่ใต้ดาวโคคูนแล้ว โดยเจ้าดาวสีเขียวที่ตัวละครในเกมเรียกกันสั้นๆ ว่าพัลส์ (Pulse) จริงๆ แล้วมันมีชื่อเต็มว่า แกรน=พัลส์ (Gran=Pulse) นั่นเิอง ภายในแกรนพัลส์นั้นเราจะได้พบกับซากปรักหักพังต่างๆ อารยธรรมโบราณ ทุ่งรกร้างที่มนุษย์ไม่เคยได้มาเหยียบย่ำมาก่อน อีกทั้งศัตรูที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬารอย่าง เบฮีมอธ จาโบเทนเดอร์ และ อันดามันไทม์ ซึ่งไอ้ตัวหลังสุดมันแจ๋วขนาดที่ว่าสโนวที่ตัวสูงที่สุดในกลุ่มพวกเรา ยังเตี้ยกว่านิ้วเท้าของมันอีกครับ

นอกจากนี้เวลาที่เราเดินทางไปในฉากต่างๆ บางครั้งเราจะได้เจอหลักจารึกแห่งความมืด ซึ่งเจ้าหลักจารึกนี้คือซากของซีคอร์ป หรือซากของลูซิที่ไม่สามารถทำภารกิจของตนให้เสร็จสิ้นได้ก่อนที่เวลาจะหมดลง เมื่อเราไปสำรวจที่หลักจารึกนี้เราจะได้ยินคำสังเสียพร้อมภารกิจที่อดีตลูซิคนนั้นได้รับก่อนที่จะม่องเท่งไป ซึ่งภารกิจส่วนใหญ่ก็เป็นการไปตามล่าท้าตะลุยกับมอนสเตอร์เก่งๆ ต่างๆ นานา อาจจะรวมถึงบอสลับของเกมด้วยนั่นเอง หากเราสามารถทำภารกิจเหล่านั้นจนสำเร็จได้แทน เมื่อกลับมาสำรวจที่หลักจารึกอีกครั้งเราก็จะได้รับรางวัลตอบแทน... สรุปแล้วนี่คือระบบล่าบอสของเกมนี้เอง

สำหรับภูเขาที่อยู่ในภาพแรกด้านบนนั้นคือภูเขายาจัส ที่นั่นเป็นที่ตั้งของเมืองร้างที่ครั้งหนึ่งเคยมีอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ดำรงอยู่ แต่ตอนนี้เหลือแต่พวกซีคอร์ปเท่านั้นแล

ปิดท้ายด้วยรายละเอียดของเมนูเกมซึ่งมีคำสั่งดังนี้ครับ

1. Optima - เซตระบบ A.I.
2. Status - ดูค่าพลัง ความสามารถทั้งหมดของตัวละคร
3. Crystallium - เดินสเฟียร์ พัฒนาตัวละคร
4. Ability - ดูอบิลิตี้ที่มี
5. Equip - สวมใส่อุปกรณ์ต่างๆ
6. Item - ก็ไอเทมไง
7. Area Map - แผนที่
8. Auto-Clip - ไม่ทราบครับ
9. Config - ปรับแต่งระบบต่างๆ ของเกม

ที่มา : 2ch